ส่วนใบเสร็จสั่งซื้อสินค้าชิ้นนี้ได้เฉลยถึงความลับในความงามอันเนียนกระจ่างใสของอดีตนักผจญภัยหญิงระดับแพลตินัมแอนนา ลัวร์
ไคน์ชำเลืองมองไปที่เคทโดยไม่รู้ตัว อดสงสัยลึก ๆ ไม่ได้ว่า หญิงสาวได้เคยใช้ผลิตภัณฑ์สุดวิเศษประเภทนี้ด้วยหรือเปล่าเพราะบางส่วนบนร่างกายของเธอช่างเติบโตและอุดมสมบูรณ์เกินกว่าวัย
“มองอะไรของนาย!”
พอถูกฝ่ายชายจับจ้อง เคท ลัวร์ รู้สึกขนลุกขนพอง ยกสองแขนขึ้นมาปกปิดบริเวณหน้าอกโดยอัตโนมัติ
จอมเวทย์หนุ่มกลั้วหัวเราะ เขาเลิกยั่วโมโหหล่อน พร้อมเอ่ยปากเตือนความจำ
“เอาแต่มาคอยจับผิดฉัน นิโคลัสรออยู่นะ ไม่ใช่ว่านี่มันเลยเวลานัดเดทของพวกเธอแล้วรึไง”
“หา? ว้าย! จริงด้วย! หนอย! ไคน์! ฝากไว้ก่อน อย่าคิดว่าฉันจะยอมจบแน่นี้นะ”
เคทะโกระทืบเท้า กล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งฉิวออกไปทางประตูหน้าราวกับพายุ
บริเวณด้านนอก ลุคกับสหายกำลังเล่นวิ่งไล่จับอยู่กับเด็กใหม่เด็กน้อยเงยหน้าขึ้น เขาเห็นพี่สาวหน้าอกโตวิ่งสี่คูณร้อยเมตรออกจากคฤหาสน์เผยให้เห็นกางเกงในแบบผูกเชือกแบบวับ ๆ แวม ๆ
ความจริงตอนบ่าย เคทจะต้องมีหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยของเด็กทุกคนและเริ่มสอนหนังสือให้พวกเขาแต่ฝ่ายหญิงดันละทิ้งงานและหนีไปแล้ว พอกลับมา เธออาจถูกแอนนาลงโทษ โทษฐานละเลยหน้าที่
“เอ๋? นั่น... พี่สาวเคทนี่นา เธอจะไม่อยู่สอนพวกเราแล้วรึไง?”
“ใช่แน่เหรอ? ลุค นายจำผิดคนหรือเปล่า?”
“ฉันไม่ได้ตาถั่วหรอกนะ ผู้หญิงนมโตและอายุน้อยในคฤหาสน์ก็มีแค่ไม่กี่คนฉันจดจำลักษณะเฉพาะของแต่ละคนได้แม่น”
“โห ลุค นายเก่งจังเลย”
“แถมฉันยังจำลายกางเกงในที่พี่สาวเคทมักชอบสวมได้ ไม่มีพลาด”
“ยอดไปเลย! สอนพวกเราบ้างสิ”
“อืม พวกนายไปต่อแถวเลย ฉันจะอธิบายให้ฟัง...”
เสียงจ้อกแจ้กบริเวณหน้าคฤหาสน์ไม่ได้ดังลอดเข้ามาถึงด้านในห้องโถง
นี่เป็อีกหนึ่งวันที่จอมเวทย์หนุ่มรู้สึกยกูเาออกจากอก เมื่อไม่มีเพื่อนวัยเด็กคอยจับตาดูเขาจะได้ลอบสังเกตแอนนาอย่างสบายใจ
‘แจ๋ว! ตัวป่วนหายไปได้สักที’
หลังจากกำหมัดอยู่ในใจ ไคน์ เฮวี่ฮาร์ท หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องหนังสือคุณนายแอนนาในชุดจอมเวทย์สุดประหยัดเนื้อผ้าที่แสนจะเปิดเผยสรีระร่างกายกำลังเดินวนไปมาอยู่กลางห้อง
ในมือของฝ่ายหญิงถือเอกสารฉบับหนึ่งเอาไว้เธอก้มหน้าอ่านมันอย่างตั้งใจ ไม่ได้สังเกตเลยว่าเด็กหนุ่มเดินกลับเข้ามาแล้ว แถมยังสอดส่องเรือนร่างงดงามของเธออยู่
‘ฉันไม่ได้วิตถารหรอกนะ มันเป็แค่งานเท่านั้น’
มองแผ่นหลังของหัวหน้าหมู่บ้าน ไคน์ไล่สายตาคล้อยต่ำลงไปเรื่อย ๆแล้วแอบชมเชยก้อนกลมกลึงนั่น แสดงว่าผลิตภัณฑ์บำรุงสัดส่วนเฉพาะจุดสามารถใช้งานได้ผลจริงๆ ด้วย
เด็กหนุ่มแสร้งทำงานของเขาต่อไป และเฝ้าจับตาดูฝ่ายหญิงเป็พัก ๆ
….
ผ่านไปอีกเจ็ดวัน นอกจากตอนกลางวันแล้ว แอนนาเหมือนจะไม่เคยหลบออกไปไหนตอนกลางคืนเลยไคน์คว้าน้ำเหลว เขาค่อนข้างผิดหวังนิดหน่อย หรือว่าข่าวลือทั้งหมดไม่เป็ความจริง
รุ่งเช้าของวันถัดมา ไคน์ตัดสินใจว่าจะเพลาเื่ลึกลับของแอนนาลงก่อนชั่วคราวเขาเปลี่ยนเป้าหมายไปที่การเก็บสะสมเงินเพื่อซื้อตาราเวทย์ปกเทาให้ได้โดยเร็ว
เมื่อตั้งใจแล้วว่าจะออกไปยืดเส้นยืดสาย ไคน์จึงเปลี่ยนเป็ชุดเสื้อคลุมเวทตัวเก่งหยิบคันธนูพาดหลังไว้แล้วเดินออกจากบ้าน
จอมเวทย์หนุ่มไม่ได้ใช้เพียงไม้คทาเป็อาวุธเท่านั้น แต่ยังยิงธนูที่ร่ายด้วยเวทเสริมแกร่งเป็ด้วยในโลกใบนี้ ยิ่งเชี่ยวชาญสิ่งต่าง ๆมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีหลักประกันในชีวิตมากเท่านั้น
ยกตัวอย่างเช่น แซลลี่ที่เป็ฮันเตอร์แต่เรียนสกิลการปรุงยา หรือนักรบเถื่อนแบบชาช่าก็ไม่ได้แค่ใช้เพียงขวานศึกยังฝึกศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่า
ไคน์เดินผ่านแปลงปลูกผักของหัวหน้าหมู่บ้านคนก่อนที่เกษียณลงจากตำแหน่งเห็นสองสามีภรรยากำลังช่วยกันไล่ต้อนฝูงวัวและฝูงแกะออกไปที่ทุ่งหญ้าใกล้ๆ
พวกเขาเดินสวนทางกันมาพอดี
“ไง เ้าหนูไคน์ จะออกไปล่าสัตว์ในป่าอีกแล้วสินะ”
“ฮะแฮ่ม ล่ามอนสเตอร์ครับ หวัดดีครับคุณดักกาส คุณอาเรียขยันแต่เช้าเลย”
“มันก็คล้ายกันนั่นแหละ ตอนสมัยยังหนุ่ม ฉันก็เคยเรียนเวทมาก่อนเก่งไม่แพ้เธอหรอกเลยนะ เคยล้างบางมอนสเตอร์แถวนี้จนพวกมันขยาด พอพบเจอฉันทีไร ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน”
‘ดักกาส แบรนโด’ คือชายชราแต่งตัวภูมิฐาน เขากำลังยืนลูบเคราและพูดโม้อย่างภาคภูมิใจเหมือนเช่นเคย
ไคน์ฟังแล้วอยากเหลือกตามองบนเหลือเกิน มันจะไปเหมือนกันที่ไหนกันเล่าหากเป็วันอื่น ๆ เขาคงขี้คร้านจะโต้เถียงกับคนแก่ แต่ตอนนี้ขอสวนคืนสักหน่อยเถอะ
“เดี๋ยวนะ คุณปู่ ผมได้ยินมาว่าคุณเป็แค่นักพรานล่าของป่านะครับ แถมยังเคยเกิดอุบัติเหตุโดนลูกธนูปักหัวเข่าจนได้รับาเ็ คุณน่าจะความจำเลอะเลือนแล้วล่ะ”
“เฮ้ย ๆ ๆ ไปฟังมาจากไหน ไอ้พวกนั้นมันแค่อิจฉาฉันที่ได้เมียดี เลยพากันไปพูดจาลับหลังเสียๆ หาย ๆ ต่างหาก”
“แต่ตาแก่ทุกคนในหมู่บ้านบอกว่า....”
“ฉันไม่ได้โดนลูกธนูปักหัวเข่าโว้ย!”
ปู่ดักกาสไม่พอใจ ทำเสียงออกจมูกดังฟืดฟาด เหวี่ยงแขนไปมาไร้ทิศทาง ไม่สบอารมณ์เป็อย่างยิ่งพอออกแรงเยอะไป สังขารก็เริ่มตามไม่ทัน
ชายชราหอบหายใจใหญ่ แข้งขาเหมือนพันกันจนอ่อนแรง จนภรรยาคนสวยต้องรีบเข้ามาพยุงตัวและช่วยลูบบนแผ่นหลังให้
“ขอโทษนะจ๊ะไคน์ สามีของน้ามักเป็แบบนี้เสมอ เธออย่าถือสาคนแก่เลย”
“ฮ่า ๆ ไม่เป็ไรครับ คุณอาเรีย คุณปู่กับผมสนิทกันดีออก”
“ เหอะเหอะ เมียจ๋า เธออย่าไปให้ท้ายมันเลย ไอ้เด็กบ้านี่มักอวดดี จะยอมเออออตามใจคนแก่บ้างสักนิดก็ไม่ได้”
ปู่ดักกาสเริ่มงอน เป่าลมออกจากปาก เป่าจนเครายาวปลิวไสว ปล่อยให้ภรรยาคู่ชีวิตกับจอมเวทย์หนุ่มเป็ฝ่ายช่วยประคองตัวขึ้นมาอย่างหมดคำพูด
จังหวะนั้น ไคน์เลยถือโอกาสลอบพิจารณาภรรยาผู้งามละไมของคุณปู่ดักกาส
ถึงแม้ว่าชายชราคนนี้จะชอบคุยโวจนเกินจริงไปบ้าง แต่พื้นฐานเป็คนนิสัยดีคนหนึ่งไม่เช่นนั้นคงไม่ถูกเลือกให้เป็หัวหน้าหมู่บ้านรุ่นก่อน แถมชายชรายังพูดถูกเื่หนึ่งเพื่อนฝูงของเขาต่างพากันอิจฉาตาร้อนกันเป็แถว
ตอนวัยหนุ่ม คุณดักกาสแต่งงานช้า กว่าจะได้แต่งงานก็ตอนอายุล่วงเลยเข้าสู่ปีที่ห้าสิบแถมเ้าสาวของเขาในวันนั้นก็มีอายุเพียงสิบเก้าปีเท่านั้น
ทั้งคู่อายุห่างกันถึงสามสิบปี ภรรยาแทบจะเรียกว่าเป็รุ่นลูกแล้วด้วยซ้ำทว่าฝ่ายหญิงเต็มใจแต่งเอง ถ้านี่ไม่เรียกมีวาสนาดีแล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ
‘ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น ขนาดฉันเองยังรู้สึกอิจฉาคุณปู่คนนี้เลย’
ไคน์นึกพลางเดาะลิ้น ไม่เจอกันตั้งหลายวัน อาเรียในวัยเกือบสี่สิบแทบไม่แตกต่างจากเมื่อสิบปีที่แล้วอายุของเธอราวกับหยุดนิ่ง เหมือนไม่เคยเพิ่มขึ้นเลย รูปลักษณ์ภายนอกแลดูอ่อนเยาว์ผิวพรรณมีน้ำมีนวล รูปร่างสะโอดสะอง อยู่ในประเภทสาวพันปี เฉกเช่นคุณแม่ยังสาวของเคท
คำถามคือ ปัจจุบันตอนกลางคืน ชายชราจะมีเรี่ยวแรงทำการบ้านไหวรึเปล่า
“ถ้าผมล่าพวกกระต่าย หมูป่าหรือกวางได้ กลับมาจะแบ่งเนื้อให้คุณปู่นะ”
“ฮึ ตบหัวลูบหลัง! ขอบใจ ฉันไปก่อนล่ะ เด็กสมัยนี้ปากหวานน้อยลงเยอะเลยเฮ้อ..”
ปู่ดักกาสในวัยเจ็ดสิบปีทำตัวราวกับนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ทำเป็ทอดถอนใจเอามือไพล่หลัง เดินต้อนวัวและแกะไปอย่างสง่าผ่าเผย ทั้ง ๆ ที่เมื่อตะกี้นี้ ยังเอะอะโวยวายเหมือนเด็กน้อยเอาแต่ใจ
‘นี่ละมั้ง ที่เขาบอกว่า พอยิ่งแก่ตัวลง นิสัยยิ่งจะกลับไปเหมือนเด็กอีกรอบ’
มองตามหลังคุณดักกาสที่ยังคงสุขภาพแข็งแรง ไคน์อดจะอมยิ้มไม่ได้ หวังว่าอีกฝ่ายจะอายุยืนยาวอยู่ทะเลาะกับเขาไปนาน ๆ หน่อย
เขาไม่ได้สังเกตเลยว่า ‘อาเรีย’ภรรยาคนงามของคุณปู่ไม่ได้เดินตามสามีของเธอไปในทันที แต่กลับเดินเขยิบมายืนอยู่ข้างๆ เด็กหนุ่ม
“แหม หายหน้าหายตาไปเลยนะจ๊ะ ไคน์ สบายดีใช่ไหม?”
“อ่อ ่นี้งานยุ่งนิดหน่อยครับ เอ่อ คุณไม่รีบตามสามีไปเหรอ?”
“ให้เขาไปก่อนเลย ไม่รีบ พอดี น้ามีเื่หนึ่งที่สงสัยน่ะ”
เมื่อภรรยาของปู่ดักกาสโน้มตัวเข้ามาใกล้ ไคน์เริ่มได้กลิ่นหอมอ่อน ๆของดอกกล้วยไม้บนร่างกายของเธอ ความสดชื่นเสมือนยืนอยู่บนยอดเขาสูง
ตอนแรกเด็กหนุ่มจะเขยิบเท้าหนีตามสัญชาตญาณ แต่ดีบัฟดันเริ่มก่อกวนจิตใจเขารู้สึกปวดหน่วงไข่ เลยจำเป็ต้องยืนหน้าหื่นอยู่นิ่ง ๆ จนระยะห่างเหลือไม่ถึงสองคืบ
ขณะนี้ รอบ ๆ บริเวณไร้วี่แววของผู้คนสัญจร แต่คงอีกไม่นานเท่าไหร่ก่อนจะมีใครโผล่เข้ามา
ไคน์ชักกระวนกระวาย แต่ภายนอกกลับมองแต่นมหนองโพของอาเรีย กลัวเหลือเกินว่าคุณปู่ดักกาสจะย้อนกลับมาแล้วมาเจอภรรยาตัวเองกำลังยืนอ่อยอยู่กับผู้ชายคนอื่น
อาเรียคล้ายกับอ่านความคิดในสมองของเด็กหนุ่มได้ เธอหัวเราะเบา ๆ แล้วจงใจยื่นแขนข้างซ้ายออกไปใช้นิ้วชี้กดและเชยคางของเด็กหนุ่มขึ้นมา
“นี่ น้าเพิ่งได้ยินเื่สนุกมา คุณหนูเคทบอกกับน้าว่า ่นี้เธอเปลี่ยนไปเยอะกลายเป็ไอ้หื่นไปแล้วเหรอจ๊ะ?”
“หา! ไม่จริง! ยัยนั่นพูดโอเว่อร์ไปคุณอย่าไปเชื่อ”
“อ่อ ตกลงเป็หรือไม่เป็?”
“อ่า... แค่นิดหน่อย... มันแปลกตรงไหนครับ เด็กผู้ชายที่สุขภาพแข็งแรงก็ต้องเป็กันทั้งนั้นนิโคลัสเองก็เป็”
ไคน์จะไม่ยอมสารภาพออกไปแน่ว่า ต้นเหตุเป็เพราะเวทคาถาที่เหมือนเป็คำสาปของตนเองถ้าเขาไม่แสดงความหื่น เขาต้องตายอย่างอนาถ
เด็กหนุ่มปากแข็ง แต่ร่างกายดันไม่เล่นด้วยสายตาของเขาเอาแต่จ้องไปที่ตำแหน่งหน้าอกของอาเรียเพื่อหาทางลดการแสดงผลของดีบัฟ และดูเหมือนว่าฝ่ายหญิงจะสังเกตเห็นมันั้แ่แรกแล้ว
“ตรงนี้.. อยากดูเหรอ?”
“เปล่า...”
“แหม่ ๆ ยังจะปากแข็งอีก น้าไม่ชอบเด็กที่ชอบพูดโกหกเลยนะ ขอพิสูจน์ดูหน่อยสิ”
ว่าแล้ว ภรรยาของชายชราก็ใช้มือขวาดึงคอเสื้อตัวเองให้ต่ำลงมา เผยให้เห็นเนินร่องนมขาวผ่องถ้าดึงแรงให้กว้างกว่านี้ มันคงจะทะลักออกมาข้างนอกแล้ว
“อุ้ยตาย! ปากบอกว่าไม่ใช่ แต่ดวงตาแทบไม่กะพริบเลยนะจ๊ะโดยเฉพาะส่วนล่างนี่ ไม่โกหกเลย”
จอมเวทย์หนุ่มติดสตัน ขาที่สามในกางเกงตุงขึ้น อยากเบี่ยงหน้าหนีแต่พอจะทำแบบนั้น อาการปวดไข่มีแต่จะแย่ลง เขาเลยปล่อยเลยตามเลย ทำตัวหน้าด้าน จ้องจนตาเป็มันต่อไป
“ยอมรับได้รึยัง?”
“ความจริงแล้ว ผมเป็คนลามกมากครับ!”
“ดีมากจ้ะ”
ไคน์ยืดตัวพร้อมพยักหน้าอย่างแข็งขัน อาเรียหัวเราะคิกคัก เธอปล่อยมือขวาลงเขยิบเข้าไปแนบชิด เอ่ยปากกระซิบที่ข้างใบหูของเด็กหนุ่ม ลมหายใจพ่นกระทบโดนแก้ม มันทำให้เขารู้สึกจั๊กจี้หัวใจ
“คนหนุ่มต้องแบบนี้แหละ อดกลั้นมากไปก็ไม่ดีถ้า้าความช่วยเหลือล่ะก็ ลองแวะมาขอคำแนะนำจากฉันได้ทุกเมื่อนะจ๊ะ”
พอภรรยาของชายชราพูดจบ เธอก็ขยิบตาให้เด็กหนุ่มหนึ่งครั้งก่อนจะหันหลังเดินบิดก้นจากไป ท่าทางเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปล่อยให้ฝ่ายชายยืนเหม่อพยายามเรียกสติตนเองอยู่สักพัก
‘นี่มันบ้าไปแล้ว! เธอหมายความว่ายังไงกัน? ฉันกำลังฝันอยู่ใช่ไหม?”