“สิ่งนี้คือ?” เมื่อเทพแห่งการปรุงยามาถึงที่หอตำราเทพัเงินก็ยื่นผ้าคลุมสีขาวสวยมาให้ดูแล้วคงจะเป็ผ้าเนื้อดีที่พอๆกับผ้าคลุมของเทพชั้นสูงเลยกระมัง
“องค์มหาเทพจะไม่อยู่ที่หอตำราสองสามวันพระองค์ฝากสิ่งนี้ไว้ให้เสี่ยวเซียนขอรับ” องค์มหาเทพไม่อยู่อย่างนั้นรึหรือว่ามีเื่อันใดเกิดขึ้นองค์มหาเทพจึงต้องไปด้วยพระองค์เอง
“มีเื่อันใดเกิดขึ้นหรือ?”
“หาได้เป็เื่ใหญ่ไม่เสี่ยวเซียนไม่ต้องกังวลไป” ดวงตาสีมรกตมองดูเสื้อคลุมตัวสวยที่เทพัเงินถือเอาไว้ก่อนจะรับมาเนื้อผ้าเนียนละเอียด ยามเมื่อััชวนให้รู้สึกดี ปักลายดอกไม้อย่างประณีตมีกลิ่นหอมอ่อนๆโชยออกมาจากเสื้อคลุม
กลิ่นหอมคล้ายกับที่อยู่บนร่างขององค์มหาเทพ
“ขอบคุณเทพต้าเหลียน”เทพแห่งการปรุงยาประคองเสื้อคลุมเอาไว้ด้วยสองมือหลังจากที่จ้องมองอยู่สักพักเขาก็ยังไม่กล้าที่จะสวมมัน
“องค์มหาเทพกลัวว่าเสี่ยวเซียนจะจับไข้เพราะลมเย็นดังนั้นสวมเสื้อคลุมเถอะขอรับ” เมื่อเห็นว่าเทพแห่งการปรุงยาชั่งใจว่าจะสวมเสื้อคลุมดีหรือไม่เทพต้าเหลียนจึงได้เอ่ยขึ้น จังหวะนั้นเทพัทองต้าหลงที่ยืนมองอยู่ก็เอ่ยเสริม
“มหาเทพจะทรงไม่พอพระทัยหากเ้าไม่สวมมัน”ราวกับจะข่มขู่เทพแห่งการปรุงยาว่าให้สวมเสื้อคลุมนั้นเสียเมื่อไม่มีทางเลือกร่างโปร่งจึงสวมเสื้อคลุมสีขาวนั้น กระชับเสื้อคลุมให้พอดีตัว
อุ่นมาก
ทันทีที่สวมเสื้อคลุมความอบอุ่นก็โอบล้อมตัวของเขาเอาไว้ความเย็นที่มักพบเจอเสมอยามที่มาหอตำราถูกเสื้อคลุมผืนหนานี้ปกป้องเอาไว้จนััถึงมันไม่ได้แก้มที่ซีดขาวของเทพแห่งการปรุงยาเริ่มมีเืฝาดเล็กน้อย เทพต้าเหลียนเมื่อเห็นดังนั้นก็อดยิ้มอย่างเอ็นดูให้ไม่ได้เขาคงไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเผลอยิ้มน้อยๆออกมา
“เช่นนั้นเรามาเริ่มอ่านตำราที่เหลือกันเถอะขอรับ”เทพแห่งการปรุงยากระชับเสื้อคลุมก่อนจะพยักหน้าเดินไปนั่งยังที่นั่งประจำก่อนจะเริ่มอ่านตำราที่เทพต้าหลงช่วยขนมาไว้บนโต๊ะให้ จนกระทั่งเวลานั้นผ่านไปสามวันแล้วเทพแห่งการปรุงยาอ้าปากหาวเล็กน้อย มองกองตำราที่กองพะเนินสูงจนเกือบมิดศีรษะเขาอ่านได้เกือบสามสิบเล่มแล้วในหลายวันมานี้จดจำสิ่งที่อ่านให้ครบถ้วนเพราะองค์มหาเทพไม่อนุญาตให้บันทึกออกไปจากหอตำราเขาหลับตาลงเรียบเรียงสิ่งที่อ่านในหัวให้เรียบร้อยอีกครั้งจัดลำดับความคิดก่อนหลังไม่ให้ปะปนกันก่อนจะลืมตาขึ้นมา
แต่ในตอนนั้นกลับมีบางสิ่งผิดปกติร่างโปร่งที่นั่งอยู่บนโต๊ะจู่ๆก็เงียบไปเทพัทั้งสองที่กำลังเก็บตำราเอาไปไว้ที่เดิมหยุดชะงักมองมายังเทพแห่งการปรุงยาที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง ดวงตาสีมรกตไร้ประกาย เทพต้าเหลียนรีบรุดเข้ามาใกล้ทันที
“เสี่ยวเซียน” เทพัเงินแตะลงบนไหล่ของเทพแห่งการปรุงยาเบาๆแต่กระนั้นก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับแม้แต่น้อยต้าเหลียนหันไปมองต้าหลงที่เดินเข้ามา มือหนาทาบลงที่แผ่นหลังของคนที่นิ่งไปเพื่อสำรวจอาการแต่กลับไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ลมปราณหมุนเวียนได้ไม่ติดขัดเช่นนั้นเทพแห่งการปรุงยาเป็อะไรไป
“เ้าเทพชั้นผู้น้อยได้ยินข้าหรือไม่” ต้าหลงย่อตัวลงเพื่อมองหน้าเทพแห่งการปรุงยาให้ชัดๆแววตาไร้ประกายดูเย็นะเื ไม่นานร่างที่นั่งนิ่งนั้นก็ค่อยๆลุกขึ้นยืนแล้วหายไปในพริบตา
เทพัทั้งสองมองหน้ากันจากนั้นก็กวาดสายตาไปรอบๆอย่างรวดเร็วเทพชั้นสามัญไม่มีพลังที่จะเคลื่อนไหวร่างกายได้ดุจพรายเงาเช่นนี้ อีกทั้งเทพแห่งการปรุงยาดูคล้ายกับว่าสติถูกดึงออกไปจากร่างแล้วหากปล่อยให้หายตัวไปเช่นนี้องค์มหาเทพคงได้พิโรธเป็แน่
“ข้างบน” เทพต้าเหลียนเงยหน้าขึ้นไปยังชั้นบนที่มองทะลุขึ้นไปจนเกือบจะไม่เห็นเพดานััดวงิญญาเล็กๆของเทพแห่งการปรุงยาตอนนี้อยู่บนชั้นสูงสุดของหอตำราพวกเขากลับร่างเป็ัพุ่งขึ้นไปยังชั้นที่อยู่สูงที่สุดในทันที แต่แล้วก็ชนเข้ากับเขตแดนที่องค์มหาเทพสร้างเอาไว้อย่างแรงจนถูกดีดตัวออกมา
ชั้นบนสุดของหอตำราเก็บตำราที่อันตรายและถ้าหากใช้สามารถพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินได้เลยทีเดียวองค์มหาเทพจึงเก็บรักษาเอาไว้ยังชั้นบนสุดและกางเขตแดนครอบคลุมชั้นนี้เอาไว้เป็อย่างดีแม้แต่เทพัก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาบนนี้
ร่างโปร่งยืนอยู่ใจกลางภายในห้องแห่งหนึ่งดวงตาสีมรกตที่ไร้ประกายจับจ้องไปข้างหน้าฉับพลันม้วนตำราเล่มหนึ่งก็หล่นลงมาจากชั้นวางของมันทั้งๆที่ตำรานั้นถูกวางเอาไว้บนชั้นเป็อย่างดีม้วนตำรานั้นแน่นิ่งอยู่บนพื้น ดวงตาสีมรกตค่อยๆเลื่อนมามองอย่างช้าๆแววตานั้นดูเลื่อนลอยมากขึ้นทุกที ร่างกายนั้นราวกับถูกมนตร์สะกด เทพแห่งการปรุงยาเดินไปยังคัมภีร์ที่ตกอยู่ช้าๆเขาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าคัมภีร์นั้น ค่อยๆย่อตัวลงจนไปนั่งพับเพียบอยู่กับพื้นมองดูคัมภีร์นั้นด้วยสายตาเลื่อนลอย
ฉับพลันมือเรียวก็ยื่นไปหยิบคัมภีร์นั้นมาถือไว้ในมือดูไปแล้วคัมภีร์นั้นก็คล้ายกับว่าจะเป็เพียงคัมภีร์ธรรมดาแต่ในเมื่อมันถูกเก็บรักษาเอาไว้ในชั้นบนสุดของหอตำรานั่นแสดงว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่คัมภีร์ธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน
เทพัทั้งสองที่อยู่ภายนอกเขตแดนต่างกระวนกระวายพวกเขาไม่อาจทลายกำแพงแห่งพลังนี้ไปได้ไม่รู้ว่าเทพแห่งการปรุงยาจะเป็อย่างไรบ้างมิใช่ว่าไปหยิบจับตำราภายในนั้นไปแล้วหรอกนะ!
คลื่นพลังสายหนึ่งพุ่งผ่านเทพัทั้งสองเข้าไปยังเขตแดนนั้นมือหนาทาบลงที่ดวงตาสีเขียวมรกตของผู้ที่จิตใจเลื่อนลอยส่วนอีกมือคว้าคัมภีร์ม้วนนั้นออกจากมือเรียวที่ถือมันเอาไว้
“ฮวา” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเรียกเ้าของร่างอย่างอ่อนโยน ดวงตาสีมรกตค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆและล้มตัวลงภายในอ้อมกอดขององค์มหาเทพ
ดวงตาสีทองมองไปยังม้วนคัมภีร์ที่ย้ายตัวเองกลับไปอยู่ที่เดิมแววตานั้นฉายแววความไม่พอใจ คัมภีร์ภายในชั้นสูงสุดล้วนมีจิติญญาเป็ของมันเองแม้จะเป็เทพชั้นสูงถ้าหากแตะต้องล้วนาเ็ถึงตายได้เทพแห่งการปรุงยาเป็เพียงเทพสามัญ และไม่ได้ล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของคัมภีร์เหล่านี้เหตุใดจึงถูกสะกดให้ขึ้นมายังชั้นบนสุดเช่นนี้ได้
แขนแกร่งประคองคนในอ้อมกอดดีๆเทพผู้น้อยถูกดึงสติกลับคืนและหลับไปแล้วโชคยังดีที่มาทันและเขายังไม่ได้เปิดคัมภีร์นั้นออก แม้จิตจะถูกดึงออกจากร่างแต่ถ้าหากสิ่งที่บันทึกไว้ในคัมภีร์ได้ผ่านสายตาไปสักครั้งมันจะบันทึกลงสู่ส่วนลึกของจิตใจและจดจำได้ซึ่งรายละเอียดที่เขียนเอาไว้ไม่ช้าก็เร็วเขาก็จะนึกถึงสิ่งที่เคยได้มองอีกครั้งเมื่อถึงตอนนั้นเขาจะถูกสะกดให้ใช้วิชานี้โดยที่ไม่รู้ตัวอีกทั้งคัมภีร์ที่เขาแตะต้องไปนั้นแม้จะไม่เรียกได้ว่าอันตรายมากที่สุดแต่ก็เป็คำสาปที่จะติดไปกับิญญาไม่อาจถอนออกไปได้
มหาเทพใช้โซ่ตรวนผนึกคัมภีร์นั้นเอาไว้รวมทั้งผนึกความทรงจำวันนี้ของเทพแห่งการปรุงยาไปด้วยจะดีจะร้ายอย่างไรต้องป้องกันเอาไว้ก่อน
ก่อนกลับออกไปองค์มหาเทพทรงสร้างเขตแดนเอาไว้อีกชั้นเพื่อไม่ให้เกิดเื่อย่างวันนี้ขึ้นอีกลงผนึกป้องกันไว้ที่ตัวของเทพแห่งการปรุงยาด้วยแล้วพาเทพแห่งการปรุงยาออกมาจากชั้นบนสุดนั้น
เทพต้าเหลียนรีบพุ่งเข้าไปหาเพราะความเป็ห่วงเมื่อเห็นว่าเทพแห่งการปรุงยาหลับอยู่ภายในอ้อมแขนขององค์มหาเทพอย่างปลอดภัยก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกพวกเขากังวลอยู่มากว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเทพต้าหลงถึงขนาดพยายามทำลายเขตแดนเพื่อเข้าไปช่วยเทพแห่งการปรุงยาเลยทีเดียว
“หลังจากนี้เอาตำราที่เขาต้องอ่านไปที่เรือนของเราแทนเื่ของวันนี้ให้บอกเขาไปว่าเขาไม่สบายจึงเกิดเห็นภาพลวงตาไม่ต้องบอกความจริงอะไรทั้งนั้น”
“พ่ะย่ะค่ะ” เทพัทั้งสองรับคำ องค์มหาเทพอุ้มคนหลับออกไปจากหอตำราข้ามประตูกลกลับมายังเรือนเล็กของพระองค์อีกครั้งวางคนหลับเอาไว้บนเตียงก่อนจะนั่งลงข้างๆ
“เราไม่อยู่ทีไรเป็ต้องมีเื่เสียทุกที”มือหนาััแก้มของคนหลับเบาๆ เอื้อมมือไปกระตุกสายรัดผมออกเรือนผมสีดำแผ่สยายเต็มเตียงถอดเสื้อคลุมและเสื้อตัวนอกจนเหลือเพียงเสื้อตัวในสีขาวตรวจลมปราณภายในอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าเทพผู้น้อยของพระองค์ไม่เป็อะไรจริงๆจึงได้ห่มผ้าและตบเบาๆเป็จังหวะอย่างที่เคยทำทุกครั้งที่กล่อมเทพแห่งการปรุงยานอน
ดูเหมือนนี่จะเป็สิ่งที่พระองค์ทำจนคุ้นชินเสียแล้วกระมัง
หลังจากที่เมื่อวานเกิดเื่เช่นนั้นขึ้นและเทพแห่งการปรุงยาเองก็จำไม่ได้ว่าเมื่อวานนั้นเกิดอะไรรู้สึกตัวอีกทีเขาก็ตื่นขึ้นมาบนเตียงของมหาเทพอีกแล้ว
ข้าคงทำใจให้ชินได้เสียที
ร่างโปร่งถอนหายใจอยู่บนเตียง แต่จังหวะนั้นเองแขนข้างหนึ่งก็วาดขึ้นมาโอบเอวเขาเอาไว้
เทพแห่งการปรุงยาตื่นตะลึงเมื่อพบว่าแขนข้างนั้นเป็ขององค์มหาเทพที่นอนหลับอยู่ข้างๆเขานี่เอง
ข้าคงทำใจให้ชินไม่ได้จริงๆ
เขาเผลอกลั้นหายใจเมื่อองค์มหาเทพรั้งตัวเขาเข้าไปกอดทั้งๆที่ยังหลับอยู่ตอนนี้หน้าของเขาซุกอยู่กับอกขององค์มหาเทพแล้วเขาทำอะไรไม่ถูกนอกจากนอนอยู่นิ่งๆแบบนั้น
หากมีเทพองค์ไหนรู้เขาคงจะถูกแขวนแล้วให้ไปจุติที่แดนมนุษย์เป็หมื่นปีเลยกระมัง
“เ้าคิดฟุ้งซ่านอะไรแต่เช้ากัน”เสียงทุ้มๆขององค์มหาเทพเอ่ยอยู่เหนือศีรษะของเขานี่พระองค์ตื่นอยู่หรอกรึ
“ท่านไม่ได้หลับ?”
“เราตื่นเพราะเ้าคิดฟุ้งซ่านต่างหาก”องค์มหาเทพแย้ง เทพแห่งการปรุงยาทำสีหน้างุนงงความคิดของเขาจะปลุกคนหลับได้อย่างไรกัน
“ข้ารึ”
“ใช่ เ้า” แขนแกร่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีก เทพแห่งการปรุงยารู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังจะจมหายไปกับความอบอุ่นจากร่างกายขององค์มหาเทพแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธพาตัวเองออกจากอ้อมแขนนี้แต่อย่างใด
มหาเทพคว้าผมกำหนึ่งของคนในอ้อมแขนมาวนนิ้วเล่นพระองค์รู้สึกสุนทรีย์เป็ที่สุดยามที่ได้อยู่กับเทพผู้น้อยวันเวลาที่ผ่านไปล้วนไม่สำคัญเมื่อมีเทพผู้น้อยนี้อยู่ข้างกาย
“เ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง”มหาเทพเอ่ยถาม ร่างโปร่งไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรแต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าอยู่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
“ไม่ได้รู้สึกอะไร”มหาเทพก้มลงมามองจังหวะนั้นเทพแห่งการปรุงยาก็เงยหน้าขึ้นมามองพระองค์พอดีทำให้ดวงตาทั้งสองสบสายตากันดวงตาสีมรกตมีประกายระยิบระยับของหมู่ดาวพร้อมทั้งทำหน้าตาสงสัย
“รู้สึกว่าเ้ายังไม่ได้แต่งงาน?”มหาเทพไม่ได้หลบสายตานั้นแต่กลับจ้องมองอย่างหลงใหลมากขึ้นเทพแห่งการปรุงยาพยักหน้าให้กับคำพูดนั้น
“แล้วจะแต่งเมื่อไหร่”
“ไม่แต่ง” เทพแห่งการปรุงยาตอบกลับแทบจะทันทีทำให้มหาเทพยกยิ้ม ไม่แต่งจริงรึ
“ไยเ้าไม่แต่ง”
“ไม่อยากแต่ง” คำตอบยังคงสั้นกระชับเช่นเดิม แต่ก็เพิ่มเสริมขึ้นมาอีก
“ถ้าสหายคนสนิทของข้าแต่งข้าก็อาจจะแต่ง”
“หืม?” มหาเทพทำหน้าสงสัย สหายคนสนิทของเทพแห่งการปรุงยารู้สึกว่าจะเป็เทพแห่งการดูแลสัตว์กระมัง
แต่สนิทมากไปก็ไว้ใจไม่ได้
“เขาเป็เทพแห่งการดูแลสัตว์นานๆหนข้าก็จะไปยังใจกลางแดนเทพเพื่อไปร่วมงานชุมนุมเทพ” มหาเทพหรี่ตาลงงานชุมนุมเทพอย่างนั้นรึ
“จะว่าไปแล้วอีกไม่นานก็จะถึงงานชุมนุมเทพแล้ว” หนึ่งร้อยปีหมุนเวียนมาถึงไวเสียจริง
“จากสุดขอบแดนเทพมาถึงใจกลางใช้เวลาหลายเดือนนะ” มหาเทพนึก หากเป็เทพชั้นสูงอาจจะใช้เวลาไม่ถึงเดือนแต่เทพชั้นสามัญอย่างเทพแห่งการปรุงยาจะต้องใช้เวลาสามเดือนเป็อย่างน้อยถึงจะมาร่วมงานชุมนุมเทพได้
“ข้าจำได้ว่าเคยเข้าร่วมอยู่ไม่กี่ครั้งส่วนใหญ่หากไม่อยู่ที่แดนมนุษย์ก็จะฟื้นพลังอยู่ที่เรือนไม่ออกไปไหน”ยามที่กลับมาแดนเทพก็มักจะเก็บตัวฟื้นพลังและพูดคุยกับเทพแห่งการดูแลสัตว์อยู่ที่เรือนกว่าร่างกายจะหายเป็ปกติก็ใช้เวลาสามร้อยปีร่างกายฟื้นฟูดีแล้วเทพแห่งการปรุงยาถึงจะไปงานชุมนุมเทพตามที่สหายเอ่ยชวน
“เช่นนั้นปีนี้เ้าไปกับเราก็แล้วกัน”มหาเทพเอ่ย คนที่ฟังอยู่ทำหน้าฉงน
มหาเทพไปร่วมงานชุมนุมเทพเช่นนี้จะไม่แตกตื่นแย่รึ
“สหายของเ้าก็ไม่ค่อยได้ไปงานชุมนุมเทพกับเ้าและเ้าก็เพิ่งกลับจากแดนมนุษย์ได้ไม่ถึงเดือน ปีนี้เขาคงจะไม่มารบกวนเ้าหรอก”
“ท่านไปจะไม่แตกตื่นรึ”
“เราเป็มหาเทพไม่ได้แปลว่าเราจะต้องไปงานในฐานะมหาเทพเสียหน่อย”ร่างโปร่งคิดตาม หรือว่ามหาเทพตั้งใจจะปลอมตัวไป?
“ปลอมตัว?”
“หัวแหลม” มือหนาเคาะหน้าผากคนที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างพอใจแม้ตอนนี้จะเข้าสู่่สายแล้วแต่ทั้งสองก็ยังนอนกินเวลากันอยู่บนเตียงแม้แต่เทพัที่จะขนตำรามาให้ยังรู้เวลาไม่ข้ามประตูกลมารบกวนทั้งสอง
“จะว่าไป.....”
“หืม?” เทพแห่งการปรุงยาเหมือนมีเื่จะถามแต่จู่ๆก็เงียบไป สุดท้ายก็ส่ายหน้าแต่มหาเทพมีหรือจะปล่อยผ่าน
“เ้ามีเื่อยากถามเรา”
“ไม่มี”
“เห็นๆกันอยู่ว่ามี”
“ไม่ถาม” จะมีใครสักคนที่ต่อล้อต่อเถียงกับมหาเทพเช่นนี้ได้อีกรึแล้วยังทำหน้าตายไม่สะทกสะท้านอีกด้วย
ร่างโปร่งค่อยๆแกะตัวเองออกจากแขนแกร่งได้เป็ผลสำเร็จระหว่างที่ต่อปากต่อคำกับมหาเทพอยู่เขาดีดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วลงจากเตียงอย่างไวแต่ความเย็นที่กระทบผิวกายทำให้เขาต้องก้มลงมองตัวเองบนร่างกายมีเพียงเสื้อตัวในสีขาวที่คลุมยาวไปจนถึงต้นขาแต่ไม่ได้สวมกางเกงองค์มหาเทพเท้าศีรษะขึ้นมองด้วยสีหน้าที่พึงพอใจอย่างถึงที่สุด รูปร่างโปร่งเพรียวได้รูปเรือนผมสีดำขลับที่ปล่อยสยาย ขาเรียวยาวแต่ดูไม่เก้งก้าง ผิวขาวละเอียดดูแล้วเพลินตายิ่ง
“มหาเทพ!” คนที่นอนอยู่บนเตียงตื่นตาตื่นใจกับเสียงตวาดนั้นยิ่งนักเทพผู้น้อยของพระองค์ในที่สุดก็มีอารมณ์โกรธขึ้นมาแล้ว น่าปลื้มใจยิ่งนัก
“เราไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย”มหาเทพยิ้มอย่างอารมณ์ดีนับว่ายังดีที่พระองค์ยังเหลือเสื้อตัวในไว้ให้เพื่อที่ตอนตื่นขึ้นมาจะได้ไม่ใจนเป็ลมไปเสียก่อน
แต่คราวหน้าถอดออกให้หมดคงจะดีกว่า
“ท่าน.....!!” เทพแห่งการปรุงยาพูดไม่ออกยิ่งเมื่อเห็นสภาพของมหาเทพที่นอนอยู่ชัดๆพระองค์แทบจะเรียกได้ว่าเปลือยกายเลยก็ได้ มีผ้าห่มคลุม่ล่างเอาไว้แต่กับเขามันก็เหมือนไม่มี!
นี่ข้านอนกอดกับ.......ข้ายังสมควรมีชีวิตอยู่หรือไม่นี่
เราชอบใบหน้าแดงๆของเ้าเสียจริง
มหาเทพอมยิ้ม อยู่กับเทพผู้น้อยทีไรพระองค์ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยจริงๆ
“เสื้อผ้าชุดใหม่ของเ้าเราเตรียมให้แล้วเราเลือกอย่างดีคิดว่าเ้าจะชอบ” ร่างโปร่งรีบหันขวับไปทางอื่นอย่างรวดเร็วเมื่อองค์มหาเทพก้าวลงจากเตียงไปหยิบเสื้อคลุมที่อยู่ข้างๆมาสวมนี่ถ้าหากเป็สหายเขาเขาคงจะชี้หน้าตวาดว่าไม่อายฟ้าอายดินไปแล้ว
แต่นี่เป็องค์มหาเทพเขาจะพูดเช่นนั้นได้อย่างไร
“ของเ้า” ดวงตาสีมรกตชำเลืองมองมือที่ยื่นชุดใหม่มาให้ เขาเอื้อมมือไปรับแต่มหาเทพกลับดึงมือกลับทำให้เขาเสียหลักล้มตัวไปทางมหาเทพแขนแกร่งประคองร่างนั้นเอาไว้มั่นส่งยิ้มอย่างเอ็นดูและน่าหมั่นไส้เป็ที่สุดมาให้คนในอ้อมแขน
“ไม่เห็นมีอะไรต้องเขินเสียหน่อยเราอยู่ด้วยกันมาทั้งคืน” เทพแห่งการปรุงยารู้สึกว่าขมับถูกดึงจนตึงนี่คือมหาเทพ นี่คือมหาเทพ ว่าไม่ได้ ตีไม่ได้จะตวาดก็ไม่ได้แม้จะเผลอทำไปแล้วหนหนึ่งก็ตาม
“หากไม่รู้สึกว่าหนักหนาพระองค์โปรดสวมฉลองพระองค์ให้เรียบร้อยด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ใบหน้าเ็าหันหน้าไปทางอื่นแต่จังหวะนั้นมือหนาขององค์มหาเทพก็จับปลายคางเรียวให้หันมาสบตากับพระองค์
“เราบอกแล้วว่าไม่ให้เ้าพูดกับเราเช่นนี้”
“กระหม่อมจะพูดหากพระองค์ยังไม่ยอมไปแต่งตัว”มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกที่โน้มลงมาจนใบหน้าของพวกเขาเกือบจะชิดกันมหาเทพหรี่ตาลงเล็กน้อย
“เ้าขู่เรา”
“กระหม่อมไม่ได้ขู่”
“ฮวา” น้ำเสียงยามที่เอ่ยเรียกนามของเทพแห่งการปรุงยาแฝงความไม่พอใจเล็กน้อยแต่กระนั้นร่างโปร่งก็ยังยืนยันเช่นเดิม
“หากพระองค์ไปแต่งตัวกระหม่อมจะยอมพูดเหมือนที่เคยพูด”นี่ใครน้อ เป็เทพผู้น้อยที่กล้าขู่องค์มหาเทพเช่นนี้รึ ช่างกล้าๆ
“เทพสามัญริอาจข่มขู่เรารึ”
“พ่ะย่ะค่ะกระหม่อมเป็เพียงเทพชั้นสามัญมิอาจเทียบเคียงพระองค์ได้หากกระหม่อมเสียมารยาทก็ต้องขออภัยเป็อย่างสูงพ่ะย่ะค่ะ” ในตอนแรกองค์มหาเทพติดจะไม่พอใจที่เทพแห่งการปรุงยาไม่ทำตามคำสั่งของพระองค์แต่ตอนนี้พระองค์กลับรู้สึกผิดแทนที่ทำให้เทพแห่งการปรุงยาต้องนึกถึงฐานะของตัวเองเช่นนี้
มหาเทพยอมปล่อยมือจากตัวร่างโปร่งและเดินไปแต่งตัวแต่โดยดีพอแต่งตัวเสร็จก็พบว่าเทพแห่งการปรุงยาก็แต่งตัวเสร็จแล้วเช่นกัน
นี่เรารีบแต่งตัวเพราะตั้งใจจะมาแต่งตัวช่วยเ้าแต่นี่มิใช่ว่าเ้าแต่งตัวเสร็จก่อนเราอีกรึ
มหาเทพถอนหายใจอารมณ์เริ่มขุ่นมัวขึ้นมาบ้างแล้ว
ดังนั้นตลอดทั้งวันจึงกลายเป็ว่ามหาเทพมีอารมณ์ขุ่นมัวและแผ่ไอแปลกๆออกมาอยู่ตลอดพระองค์นั่งเท้าคางอยู่ตรงข้ามเทพแห่งการปรุงยาที่นั่งอ่านตำราอยู่บนโต๊ะ มองมือเรียวที่สับเปลี่ยนตำราเล่มใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งตกเย็นเทพัทั้งสองจึงเอาตำราทั้งหมดกลับไปยังหอตำราภายในเรือนเงียบสนิทเมื่อคนที่เหลืออยู่ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรกันอีกเงียบอยู่นานจนกระทั่งองค์มหาเทพทนไม่ไหวเสียเอง
“ไยเ้าต้องโกรธเรา”มหาเทพเอ่ยถาม เทพแห่งการปรุงยาเลิกคิ้ว
“ข้าไม่ได้โกรธท่าน”
“เ้ากำลังโกรธเรา”
“มีเหตุผลอะไรที่ข้าต้องโกรธท่านด้วย”เขาเอ่ยถาม วันนี้ทั้งวันมหาเทพเอาแต่แผ่ไอแปลกๆรบกวนเขาจนไม่เป็อันอ่านตำราแล้วยังถามคำถามเช่นเด็กน้อยแบบนี้อีก
“เื่เมื่อเช้า”
“เื่นั้นคงจะเป็ท่านเสียมากกว่าที่โกรธข้า”เทพแห่งการปรุงยาเอ่ย แค่พูดเป็ทางการด้วยก็ทำสีหน้าไม่พอใจใช้น้ำเสียงที่ไม่น่าฟังเอ่ยกับเขาอีก
“เ้าไม่พูดกับเราทั้งวัน”
“วันนี้ท่านคงน่าพูดด้วยกระมัง”ไม่เชื่อถามเทพัทั้งสองดูสิวันนี้ไม่มีใครเอ่ยปากคุยกับท่านเลยนะ
มหาเทพถอนหายใจวันนี้พระองค์ทำอะไรผิดกันไยเทพผู้น้อยของพระองค์ถึงได้เ็าด้วยเพียงนี้เื่เมื่อเช้าพระองค์แค่หยอกเล่นเท่านั้น ไม่ได้จริงจังเสียหน่อยแล้วเื่ที่พระองค์ถอดเสื้อผ้าเทพผู้น้อยออกก็ใช่ว่าจะคิดร้ายเสียเมื่อไหร่ไม่เห็นต้องโกรธกันถึงขนาดนี้เลย
“เราขอโทษ” ดวงตาสีมรกตจับจ้องไปยังมหาเทพที่เบือนหน้าหนีไปทางอื่นเขารู้สึกลำพองใจยังไงก็ไม่รู้ที่ได้ยินเช่นนี้
“ข้ายกโทษให้ก็ได้”มหาเทพเมื่อได้ยินก็คล้ายจะยิ้มกว้างแต่ก็ไม่วายหาเื่ให้ตัวเองต้องโดนโกรธอีก
“แต่เราชอบเวลาที่เ้าใส่แบบนั้นนี่”
“มหาเทพ.....”
“ก็ได้ๆ เราจะไม่ทำอีก”ไว้เทพผู้น้อยอารมณ์ดีค่อยทำก็แล้วกัน