บทที่ 28 ความขัดแย้งในสวนสนุก
โต้วโต้วดูเหมือนว่าจะสังเกตเห็นได้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกติ เขาจึงเงยหน้าขึ้นและใช้มือเล็ก ๆ จับมือของเซี่ยงหว่าน ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
“แม่ คนนี้เป็ใครเหรอครับ?”
“เธอเป็คนที่พ่อซื้อมา แล้วไม่อยากได้อีกแล้วน่ะ”
ฉีเสี่ยวฉิงตอบทันทีโดยไม่รอให้เซี่ยงหว่านต้องเอ่ยปากตอบลูกชายด้วยตัวเอง
เขาใช้สายตาเ็ามองไปอย่างเยาะเย้ยและดึงปึกธนบัตรหนา ๆ จากกระเป๋าสตางค์โยนใส่อกเถ้าแก่เฝ้าซุ้ม ก่อนจะยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์และกวาดตามองหมีตัวใหญ่กับรูปแกะสลักไม้ที่โต้วโต้วสนใจ
“เงินนั่นพอที่จะซื้อหมีตัวนี้และรูปแกะสลักไม้นั่นได้ไหม?”
“ได้ ได้แล้ว!”
เถ้าแก่เฝ้าซุ้มตื่นเต้นจนหน้ายิ้มแย้ม และรีบส่งของทั้งสองอย่างให้ทันที จากนั้นเขาก็รีบพลิกธนบัตรในมือไปมาพลางคิดว่ากำไรมากกว่าขายบ้านเสียอีก!
ฉีเสี่ยวฉิงจึงเล่นรูปแกะสลักไม้ชิ้นเล็กประณีตในมือ ก่อนจะใช้ข้อมือสวยโบกไปให้ไกลและเหวี่ยงเป็เส้นโค้งอย่างสวยงาม
ตุ้บ!
รูปแกะสลักไม้ตกลงบนพื้นและแตกเป็เสี่ยง ๆ
เขามองขยะชิ้นนั้นบนพื้นอย่างดูถูกและหันกลับมายิ้มมุมปากแล้วมองไปที่ฉีอวี้ ก่อนจะจับมือโต้วโต้วแล้วพูดขึ้นทันที
“นี่ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่ลูกอยากได้”
เซี่ยงหว่านจึงยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ลู่จั่นเหยียนที่หน้าซีดเผือด
“คุณลู่ ต้องขอโทษจริง ๆ นะคะ พวกเราขอตัวก่อนนะคะ”
ด้านลู่จั่นเหยียนก็ไม่สนใจคำพูดยั่วยุและเสียดสีนั้น และมองดูพวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกถือของเล่นจากไปอย่างมึนงง จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้าช่างสวยงามเหลือเกิน
ทว่าทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บที่ดวงตาราวกับว่ากำลังจะบอดเสียอย่างนั้น แต่จู่ ๆ ก็มีมือกว้างใหญ่ข้างหนึ่งบังตาเธอไว้เพื่อบดบังไม่ให้เธอมองภาพที่สวยงามนั้น
“จั่นเหยียน ถ้ารู้สึกเสียใจก็อย่าไปมองเลยนะ”
ไม่นานนักน้ำตาร้อนผ่าวก็ไหลลงจากหางตาจนลู่จั่นเหยียนสั่นเทิ้มไปทั้งตัว เธอพยายามที่ข่มความเ็ปและอยากสงบลง แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถทำได้เลย
“ทำไมเขาถึงทำกับฉันแบบนี้?”
ขณะที่เธอพยายามทำหน้าที่ภรรยาของเขาอย่างดีที่สุด แต่เขากลับไปมีลูกกับผู้หญิงอีกคนจนทำให้เธอพ่ายแพ้อย่างราบคาบ
“อย่าร้องไห้ไปเลย เชื่อผมเถอะ ถ้าเขาไม่เห็นคุณค่าของคุณ อย่างน้อยก็ยังมีคนอื่นเห็นคุณค่าของคุณนะครับ”
ฉีอวี้ขมวดคิ้วและมองเงาร่างที่จากไปอย่างเคร่งเครียด เขาไม่อยากปิดบังความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไปแล้ว จึงยื่นมือโอบกอดร่างกายที่สั่นเทาของหญิงสาวตรงหน้าไว้แน่น
ส่วนฉีส่าวฉิงที่เดินจากไปก็ทนไม่ไหวจึงหันกลับมามองอีกครั้ง แต่กลับได้เห็นภาพที่ทั้งสองกำลังกอดกันอยู่พอดี ทำให้มือของเขาที่บีบมือของเด็กน้อยรุนแรงมากขึ้น จนโต้วโต้วต้องส่งเสียงร้องออกมา
“พ่อครับ จับแรงเกินไป ผะ…ผมเจ็บครับ!”
เขาจึงรีบคลายมือออกอย่างไม่ตั้งใจด้วยใบหน้าทะมึนตึงเป็อย่างมาก ส่วนเซี่ยงหว่านก็ไม่พูดอะไร กลับเดินตามฉีส่าวฉิงขึ้นรถกลับบ้านอย่างเงียบเฉียบ
…
เมื่อกล่อมให้โต้วโต้วนอนหลับเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เธอจึงออกมาจากห้องนอน
“ถึงแม้โต้วโต้วจะไม่ได้เล่นในสวนสนุกจนพอใจ แต่อย่างน้อยก็ยังได้ของเล่นที่ชอบ เขาตื่นเต้นดีใจไปกว่าครึ่งวันจนไม่ยอมนอนกลางวันเลยค่ะ”
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่สนใจอะไร เอาแต่ดื่มเหล้าเข้าไปแก้วแล้วแก้วเล่า เซี่ยงหว่านจึงนั่งลงข้าง ๆ ด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความขอโทษและยื่นมือไปขวางการรินเหล้าของฉีส่าวฉิงทันที
“ส่าวฉิง ขอโทษนะ ฉันไม่คิดว่าวันนี้จะไปเจอคุณลู่ที่สวนสนุก”
เมื่อได้ยินดังนั้นเขาจึงเงยหน้าขึ้นทันที และยังมีความโกรธฉายแววในดวงตาเป็อย่างมาก
“แล้วมันจะเกี่ยวอะไรกับคุณ? ในเมื่อขามันอยู่บนตัวคุณ อยากจะไปไหนก็ไปสิ!”
เมื่อพูดจบก็ปัดมือของเซี่ยงหว่านที่ขวางอยู่ออก แล้วเทเหล้าใส่แก้วจนเต็มอีกครั้ง
ส่วนเซี่ยงหว่านก็ไม่ได้ขวางเหมือนเช่นเคย แต่กลับลุกขึ้นเดินออกไป และไม่นานนักเธอก็กลับมาพร้อมกับแก้วและขวดเหล้าในมือ
“ถ้าคุณอยากดื่มเหล้า สิ่งเดียวที่ฉันทำได้ก็คือดื่มเป็เพื่อนคุณ”
เธอรินเหล้าใส่แก้วจนเต็มและเงยหน้าดื่มรวดเดียวจนหมด ฉีส่าวฉิงที่เห็นดังนั้นก็มองอย่างตกตะลึงและขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
“คุณกำลังทำอะไรน่ะ?”
“ส่าวฉิง ฉันก็อยากดื่มเหล้าตลอดสามปีที่ผ่านมานี้เหมือนกัน ฉันหวังทุกวันว่าจะใช้แอลกอฮอล์ทำให้ตัวเองชาไปเสียที”
ใบหน้าขาวซีดของหญิงสาวกลายเป็สีแดงระเรื่อเพราะดื่มเร็วจนเกินไป แต่เซี่ยงหว่านกลับไม่มีท่าทีจะหยุดยั้งและยังรินเหล้าลงคอไปติดต่อกันถึงสามแก้วจนใบหน้าก็เปลี่ยนเป็สีแดงตามไปด้วย
“แค่ก! แค่ก!”
เมื่อเห็นเธอดื่มเข้าไปจนไอออกมาไม่หยุด แต่ก็ยังจะรินเหล้าต่อและไม่มีท่าทีจะหยุดยั้ง ฉีส่าวฉิงจึงรีบคว้าขวดเหล้าในมือมาทันที
“พอแล้ว คุณอยากให้โต้วโต้วเห็นคุณเมาเหล้าหรือไง?”
“โต้วโต้วเหรอ? คุณรู้ไหม? ถ้าไม่มีโต้วโต้ว ฉันก็ไม่รู้ว่าจะอดทนมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไงใน่ไม่กี่ปีมานี้ ส่าวฉิง สิ่งที่ฉันเสียใจที่สุดในชีวิตนี้ก็คือเมื่อสามปีก่อน…”
“คือฉันไม่ได้กล้าหาญมากพอที่จะบอกทุกคนว่าฉันรักคุณ ไม่ว่าจะมีคนคัดค้านมากแค่ไหนหรือพยายามแยกเราออกจากกัน ฉันก็จะไม่จากคุณไป!”
เซี่ยงหว่านกำแก้วเปล่าไว้ในมือและเอ่ยออกมาด้วยดวงตาเต็มไปด้วยความเปียกชื้นจากน้ำตาที่ไหลออกมาและความมึนงง
แต่เธอก็รีบปาดมันออกไปอย่างร้อนรนเหมือนพยายามจะควบคุมอารมณ์จนเครื่องสำอางบนใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีตก็เลอะเทอะไปเสียหมด
“คุณควรจะเกลียดฉัน! เพราะฉันมันขี้ขลาดเกินไป ฉันคิดว่าถ้าพาโต้วโต้วไปจากคุณได้ คุณก็จะไม่ถูกครอบครัวข่มขู่และไม่ถูกคนอื่นเยาะเย้ย แต่ฉันทนไม่ไหวแล้วก็ยังอดไม่ได้ที่จะกลับมาอีกครั้ง”
สีหน้าของฉีส่าวฉิงเปลี่ยนไปเล็กน้อยทันที จากนั้นภาพเหตุการณ์ที่เขาบังเอิญเห็นในคืนก่อนที่เซี่ยงหว่านจะจากไปก็ผุดขึ้นมาในใจ
‘คุณลู่ ขอโทษนะคะ ฉันรู้ว่าคุณกับส่าวฉิงมีการหมั้นหมายกันมาั้แ่เด็ก แต่ฉันรักเขามากจริง ๆ’
‘รักหรือไม่รักไม่สำคัญหรอกค่ะ เพราะถึงอย่างไรคุณปู่ฉีก็ไม่ยอมรับอยู่แล้ว คุณน่าจะเข้าใจนะคะว่าลูกสะใภ้ของตระกูลฉีควรจะมีฐานะที่เหมาะสมกัน แล้วถ้าหากคุณปู่ยอมรับคุณ...ต่อไปส่าวฉิงก็คงหนีไม่พ้นที่จะถูกคนลับหลังนินทา คุณอยากให้เขาถูกพูดถึงแบบนั้นเหรอคะ?’
ลู่จั่นเหยียนที่หยิ่งผยองยืนอยู่ตรงหน้าเซี่ยงหว่านที่ก้มหน้าอย่างต่ำต้อย แต่ด้วยท่าทางที่ภาคภูมิใจของเธอกลับทำให้เขารู้สึกเป็ครั้งแรกว่าหญิงสาวที่เติบโตมาด้วยกันั้แ่เด็กนั้นช่างน่ารังเกียจเสียเหลือเกิน
เช้าวันรุ่งขึ้นที่ส่าวฉิงตั้งใจจะบอกคุณปู่ว่าต้องยกเลิกการหมั้นหมายกับลู่จั่นเหยียน แต่เซี่ยงหว่านกลับทิ้งจดหมายฉบับหนึ่งไว้แล้วจากไปทันที
เมื่อเห็นความโกรธในดวงตาของเขาชัดเจนขึ้น เซี่ยงหว่านก็ยกยิ้มมุมปากและวางแก้วในมือลง ก่อนจะเข้าไปโอบเอวฉีส่าวฉิงด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาและความมึนเมาจ้องมองชายหนุ่มอย่างหลงใหล
“ส่าวฉิง ฉันพยายามควบคุมตัวเองอย่างยากลำบาก ฉันอยากกลับไปอยู่ข้าง ๆ คุณทุกวัน อยากให้โต้วโต้วเหมือนเด็กปกติทั่วไปที่มีทั้งพ่อและแม่…”
“ทุกครั้งที่ฉันเห็นโต้วโต้วมองพ่อของคนอื่นด้วยสายตาผิดหวัง ฉันก็เกลียดตัวเองที่ขี้ขลาดจนทำให้คุณหลุดมือไป…”
เมื่อถูกสวมกอดอย่างกะทันหัน ฉีส่าวฉิงจึงตั้งใจจะผลักเธอออกไปด้วยสัญชาตญาณ แต่เขากลับชะงักมือเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ราวกับระบายความในใจของเธอออกมาอีกครั้ง
“คุณเมาแล้วละ”
“ฉันไม่ได้เมา! แต่คุณไม่เข้าใจอะไรเลย! ไม่รู้อะไรเลย! ฉันไม่ได้อยากจากคุณไปั้แ่เมื่อสามปีก่อน และตอนนี้ก็ไม่อยากจะจากไปเช่นกัน! ไม่ว่าใครจะมาขู่ฉัน ฉันจะไม่ทำผิดพลาดแบบเดิมอีก ส่าวฉิง คุณ้าฉันใช่ไหมคะ พูดมาสิว่าคุณ้าฉัน!?”
เซี่ยงหว่านส่ายหน้าอย่างสุดแรง อีกทั้งนิ้วเรียวบางของเธอก็จิกเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ตของเขาราวกับหน้ากากแห่งความอ่อนโยนและสงบเยือกเย็นถูกฉีกออกไปด้วยความเ็ปที่น่าสงสารจนใจหาย
คิ้วของฉีส่าวฉิงขมวดมุ่นด้วยความหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม เขาจึงรีบลุกขึ้นยืนและเอ่ยขึ้นทันที
“คุณเมามากจริง ๆ นั่นแหละ”
“ไม่! ฉันไม่ได้เมา! ครั้งนั้นที่ฉันไปต่างประเทศก็เพราะลู่จั่นเหยียนขู่เอาไว้ ฉันไม่อยากให้คุณลำบาก! และฉันก็คิดว่าเธอจะรักและจะทำให้คุณมีความสุข แต่ฉันไม่คิดว่าเธอจะเป็คนแบบนี้!?”
คำพูดเมามายของเซี่ยงหว่านเหมือนเข็มทิ่มแทงใจของชายหนุ่ม ไม่นานนักความโกรธก็พุ่งพรวดขึ้นในชั่วพริบตา อีกทั้งดวงตาที่หรี่ลงยังดูอันตรายและเ็าเป็อย่างมาก
ลู่จั่นเหยียน ทุกอย่างเป็เพราะเธอ!
“คุณนอนหลับให้สบายเถอะ ตื่นมาเดี๋ยวก็สร่างเมาแล้ว”
เขารีบปลดมือของเซี่ยงหว่านที่เกาะเอวตัวเองออก จากนั้นฉีส่าวฉิงก็รีบก้าวฉับ ๆ ออกไปด้านนอกทันทีและปิดประตูลงเสียงดังโครม
ส่วนเซี่ยงหว่านที่นั่งลงอยู่บนโซฟา แม้ว่าใบหน้ายังคงแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่สายตากลับไม่เห็นร่องรอยความเมาแม้แต่น้อย
เธอมองประตูที่ถูกปิดลงอย่างมีสติ จู่ ๆ ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างเ็า
“ส่าวฉิง ต่อให้คุณไปหาลู่จั่นเหยียน… คุณก็จะยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้นแหละ”