เมื่อรับรู้ว่ามีคนเรียก ปรเมศวร์รีบลดกระจกลงพร้อมกับปรายตามองคนที่เข้ามาทัก
ในสายตาของปรเมศวร์ปรากฏเป็ผู้ชายผมสั้นแต่งตัวสีฉูดฉาดทันสมัย สวมแว่นตากันแดดกำลังยืนมองเขาอยู่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนตรงหน้าคือLGBTQ
เซึ่งปรเมศวร์ยังไม่รู้ว่าผู้ชายที่ยืนอยู่นอกรถเป็จ๋าหรือผู้จัดการของเอมี่นางเอกเบอร์ต้นๆ ของประเทศ ถ้าเขารู้คงแนะนำตัวก่อนไปแล้ว
ขณะเดียวกันจ๋าก็พินิจพิเคราะห์ชายที่นั่งอยู่ในรถด้วยเช่นกัน
'หน้าตาใช้ได้ รูปร่างกำลังพอดี เหมือนที่ยัยเอมี่บอกมาเลย'
ปรเมศวร์รู้สึกแปลกๆ เพราะเขารู้ว่ากำลังโดนตรวจสอบ จึงได้รีบพูดขึ้นในเวลาต่อมา
“มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ?”
“คุณคือคนขับรถของคุณนิภาใช่ไหมฮะ”
“ใช่ครับ”
“นี่ฮะนามบัตร ถ้าสนใจก็ติดต่อมานะฮะ” จ๋ารีบยัดนามบัตรใส่มือของปรเมศวร์
ปรเมศวร์ไม่มีทางเลือกนอกจากที่จะรับนามบัตรมา จะปฏิเสธได้อย่างไร มัดมือชกตั้งขนาดนี้
หลังจากนั้นจ๋าก็ปลีกตัวออกไปในทันที เพราะธุระตรงนี้เสร็จแล้ว
'อะไรของเขา ทำตัวมีพิรุธชะมัด หรือว่าเป็พวกต้มตุ๋นที่ร่ำลือกัน'สังเกตเห็นจ๋าทำท่าทางไม่น่าไว้วางใจ ปรเมศวร์ก็อดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนี้
ทันใดนั้นปรเมศวร์ก็ตัวสั่น หลังจากที่เขาพลิกนามบัตรขึ้นมาอ่าน
'นี่มัน!!! คุณพี่จ๋านี่!!!'
ปรเมศวร์พูดไม่ออกเป็เวลานาน ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะได้รับการติดต่อจากคุณพี่จ๋าก่อนที่ควรจะเป็เร็วขนาดนี้
ในนิยาย กว่าตัวเอกของเื่จะเจอคุณพี่จ๋า ก็เป็เวลาสามปีให้หลัง หลังจากที่ไอ้โง่นั่นทำใจเื่นิภาได้ แล้วเริ่มเป็ผู้เป็คนขึ้นมา
‘ถ้าเรามีคุณพี่จ๋าคอยดูแล ต่อจากนี้เราก็ไม่ต้องกังวลเื่เป็อยู่แล้ว เพราะแกไม่มีประวัติปล่อยให้เด็กในสังกัดอดตายมาก่อน หรือก็คือคุณพี่จ๋าเอาใจใส่เด็กในสังกัดมาก’
‘เอาล่ะ ตอนนี้เราก็เหลือแค่เตรียมตัวสินะ เหลืออีกตั้งหนึ่งสัปดาห์กว่าเราจะได้เป็อิสระ ถึงเวลานั้นค่อยติดต่อคุณพี่จ๋าไป’
‘หรือว่าเราควรให้คุณพี่จ๋าเคลียร์เื่นี้ให้..เอาแบบนั้นเลยแล้วกัน! หึ! ยัยดาราเพิ่งเข้าวงการได้ไม่นานอย่างยัยนิภา ก็ต้องฟังคำพูดของคุณพี่จ๋าแน่นอน!’
ทว่าปรเมศวร์ก็ต้องหยุดชะงักทุกอย่างลง เพราะเขาโทรหาคุณพี่จ๋าตอนนี้ไม่ได้ เจ๊แกยังง่วนอยู่กับการทำงาน
ไม่สิ! เจ๊แกว่างรับโทรศัพท์ตลอดเวลานั่นแหละ แต่ถ้าโทรไปตอนนี้คงไม่เหมาะสมเท่าไหร่ รอกลับบ้านค่อยว่ากันอีกที
‘แผนการที่เตรียมไว้ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด! ต่อจากนี้ไปเราจะได้เข้าบ้านักแสดงแล้ว..’
พอคิดถึงตรงจุดนี้ ปรเมศวร์ก็มุ่งมั่นมากขึ้นกว่าเดิม เพราะภายในบ้านนักแสดงนั้น ค่อนข้างที่จะเป็รากฐานสำคัญสำหรับอนาคตในวงการบันเทิงของเขา
‘เราจะคว้าทุกโอกาส ไม่สิ! ทุกโอกาสที่จะทำให้เราโด่งดัง เราต้องคว้ามันให้ได้!”
..
ตกเย็น ปรเมศวร์ก็ได้โทรหาคุณพี่จ๋า
[กว่าจะติดต่อมา]
“คือว่าตอนกลางวันผมยังอยู่ในเวลาน่ะครับ”
พอได้ฟังคำพูดของปรเมศวร์ คุณพี่จ๋าก็หันไปสบตากับเอมี่อย่างรู้ใจ
ส่วนเอมี่ก็แสดงท่าทางประมาณว่า เป็ไง เขาเป็อย่างที่ฉันกล่าวไว้ไหม
[เอาล่ะ ที่เธอติดต่อมา ความ้าของเธอคืออะไร]
“ผม้าเซ็นสัญญากับคุณพี่จ๋าครับ”
พอได้ฟังคำพูดของปรเมศวร์ เอมี่ถึงกับกลั้นขำแทบไม่อยู่ เธอวิ่งไปไกลในเวลาต่อมาเพื่อที่จะหัวเราะออกมาอย่างเต็มที่
ส่วนจ๋านี่ถึงกับหน้าแดงไปเลยเช่นกัน หลังจากที่โดนเรียกแบบนั้น
[เธอไปได้คำพูดแบบนี้มาจากไหน จากนี้หยุดพูดคำนั้นเลยนะ!]
‘เอ๊ย! ลืมไป คำพูดนี้มันเป็คำพูดของตัวเอก่หลังๆ ที่มันสนิทสนมกับเจ๊แกแล้ว’
“ผมขอโทษครับ พอดียังไม่คิดหน้าคิดหลัง”
[เอาล่ะ เธอออกจากงาน แล้วมาหาฉันที่บริษัทบ้านนักแสดงได้เลย เราจะเซ็นสัญญากัน]
“คือว่า.. รออีกหนึ่งอาทิตย์ได้ไหมครับ พอดีคุณนิภาเธอบอกว่าอีกหนึ่งอาทิตย์ค่อยออกงานได้”
[หือ! เื่นี้ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันคุยกับนิภาให้เอง]
“ขอบคุณครับ”
ผู้จัดการจ๋าตัดสายไปในเวลาต่อมา
‘คิดไว้อยู่แล้วว่าคุณพี่จ๋า เอ๊ย พี่จ๋าต้องเอาใจใส่เด็กในสังกัด แม้จะไม่ได้เซ็นสัญญากันแล้วก็ตาม แต่ก็น่าสงสัย อะไรดลใจให้พี่จ๋าติดต่อเรามา’
ทางด้านหนึ่ง พอเอมี่สังเกตเห็นว่าพี่จ๋าได้ตัดสายไปแล้ว เธอก็รีบวิ่งเข้ามาหยอกล้อยกใหญ่
“เป็ยังไงบ้างคะคุณพี่จ๋า”
“หยุด! หยุดเลยยัยเอมี่! ไม่อย่างนั้นเดือนหน้าเธอจะไม่ได้หยุดพักสมใจอยากแน่!”
“หนูไม่พูดแล้วก็ได้! แต่ว่านะพี่ ชื่อนั้นเข้ากับพี่มากเลยนะ!”
“บอกให้หยุดไง ยัยเด็กแสบ!”
“จ้า จ้า อ้อ! พี่มีงานต่อนี่นะ ฉันไม่กวนแล้ว”
พูดจบเอมี่ก็เดินจากไปทันที ไม่วายจะหันกลับมาล้อเลียนจ๋าอีกรอบ
“ยัยเด็กคนนี้”
พึมพำเสร็จ จ๋าก็รีบติดต่อไปหานิภาเพื่อเคลียร์งานให้เด็กใหม่
“สวัสดีหนูนิภา นี่พี่จ๋าเองนะ”
“ค่ะ..”
ทันใดนั้นแววตาของพี่จ๋าก็เปลี่ยนเป็แข็งกร้าว ขณะเดียวกันเรียวปากก็พึมพำอะไรบางอย่างออกมา
..
เวลาสองทุ่มตรง เงินเดือนของปรเมศวร์ก็ได้รับการโอนเข้าบัญชี
เหลือบไปเห็นแจ้งเตือนบนจอโทรศัพท์ ปรเมศวร์ก็ครุ่นคิดในใจ
‘รวดเร็วดีแท้ หึ! ขนาดยัยนิภายังต้องไว้หน้า พี่จ๋าน่าจะมีอิทธิพลในวงการพอสมควร’
‘เก็บของต่อดีกว่า พรุ่งนี้เราต้องย้ายเข้าไปอยู่บ้านนักแสดงแล้ว’
ทันใดนั้นปรเมศวร์ก็นึกถึงน้องสาวผู้แสนน่ารักของเขาขึ้นมา เขาควรบอกเื่นี้แก่เธอดีไหม
‘เอาไว้ค่อยบอกทีหลังดีกว่า จากที่อ่านนิยายมาจนจบ ยัยเด็กนั่นค่อนข้างที่จะปากโป้ง ถ้าเราบอกไป เื่นี้มีหวังคงถึงหูแม่แน่นอน’
..