เรือนเล็กหลังจวนตระกูลจวิ้นบุรุษผู้มีใบหน้าหล่อเหลานั่งพักอยู่ข้างหน้าต่าง หลับตาพริ้มรับลมเย็นๆของฤดูวสันต์ ก่อนั์ตาดำขลับราวกับมัจจุราชจะลืมขึ้น โบกมือให้คนรับใช้ข้างกายออกไปก่อนร่างใหญ่ของเขาจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินกลับมาอย่างเตียงนอนด้วยความน่าเกรงขามราวกับกษัตริย์ผู้สูงศักดิ์
"นายท่านพบตัวฟางฉีแล้วพะย่ะค่ะ"ชายปริศนาในชุดคลุมมืดคุกเข่าลงกับพื้นก้มหน้าลงรายงานด้วยใบหน้าจริงจังและเข้มขรึม
"จับตาดูการเคลื่อนไหวต่อไป"น้ำเสียงเย็นเยียบถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากหนาก่อนร่างของเขาจะนั่งลงข้างเตียงใช้สายตาเ็ามองชายชุดคลุม"ไปได้แล้ว"
"พะย่ะค่ะ!"ชายปริศนาลุกขึ้นค้อนกายคำนับก่อนละถอยออกจากห้องไปด้วยเสียงอันเงียบกริบ
เมื่อบุรุษคนนั้นออกจากห้องแล้ว ในห้องจึงกลับมาเงียบอีกครั้ง อู่ิหลับตาลงก่อนยกยิ้มมุมปากขึ้น
"นายท่านแผนการทุกอย่างถูกจัดวางไว้เรียบร้อยแล้ว เหตุใดท่านจึงมิลงมือเสียทีพะย่ะค่ะ ท่านยังรออันใดอยู่หรือ"บุรุษในเงามืดกล่าวขึ้นเมื่อในห้องเหลือเพียงสองคน
"ปล่อยให้มันสนุกกับชีวิตอีกนิด ก่อนค่อยเชือกก็ไม่สาย"อู่ิว่าพลางลืมตาขึ้น
"ท่านใจดีเกินไปแล้วพะย่ะค่ะ.."
"หึ…"
…..
สามวันผ่านไป
สามวันที่ผ่านมาฮวาหลิงหมกมุ่นอยู่กับห้องใครมาพบนางล้วนแต่ปฏิเสธแม้แต่เฉินหลงนางยังไม่ต้อนรับทำให้คนเป็ปู่กังวลไม่น้อยหากไม่มีกงมู่คอยเล่าสถานการณ์ของนางให้คนเป็ปู่ฟังเขาคงหัวใจวายเพราะความเครียดเป็แน่
ในห้องสี่เหลี่ยมฮวาหลิงนั่งนิ่งคิ้วขมวดมือไม้อยู่ไม่สุขจับสมุนไพรชนิดแล้วชนิดเล่าทว่านางกลับรู้สึกไม่พอใจสักอย่าง ก่อนจะใช้นิ้วนับจำนวนสมุนไพรบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉยทว่ากับปนด้วยความคิดไม่ตก
"ดอกเก้าหาง หญ้าบูรพา กลีบสี่ชาด เหลือน้ำทิพย์แรกอรุณและหญ้าบูรณา…"นางกล่าวพลางคิดไม่หยุดก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง"ในแคว้นฉินไม่มีแล้วหรือ ขาดแคลนยิ่งนัก"
"เอ่อ..คุณหนูขอรับข้าน้อยแนะนำให้ท่านลองขอของคุณชายอู่ิ คุณชายเก่งกาจด้านการแพทย์ไม่แน่คุณชายอาจจะมีขอรับ"
ชื่อที่นางไม่อยากได้ยินมากที่สุดถูกคนรับใช้ข้างกายกล่าวออกมาทำเอานางถึงกับตวัดสายตาใส่อย่างแรง คนถูกสายตาขัดเชือกของฮวาหลิงสะดุ้งเฮือกก้มหน้าลงด้วยความเกรงกลัว
"ไม่มีทาง!ที่ข้าจะไปขอของจากคนคนนั้นเด็ดขาด"
"หากเป็เช่นนั้นข้าน้อยคงไม่รู้ว่าจะหามาจากที่ใดให้คุณหนูแล้วขอรับ"
"น่ารำคาญจริง! หาในแคว้นไม่ได้ก็ออกไปหานอกแคว้นเสียก็จบเื่"นางตวัดเสียงหงุดหงิดใส่
"ระหว่างเดินทางไปแคว้นใกล้เคียงต้องใช้เวลาถึงสามวันคาดว่าคุณหนูคงจะรอไม่ไหวขอรับ"และอีกอย่างคือในแคว้นอื่นอาจไม่มีด้วยขอรับ กงมู่พึมพำในใจ
"...."นางเงียบลงใช้สายตามองกงมู่"ถ้าเช่นนั้นเ้าก็ไปเอามาให้ข้าสิ"
"แต่ว่า…."
"เอาตามนี้"ว่าจบร่างบางหันกลับมาสนใจสมุนไพรบนโต๊ะอีกครั้งปล่อยให้อีกคนกระวนกระวายเพียงคนเดียวข้างหลัง
หลังจากต่อปากต่อคำกับฮวาหลิงเสร็จ กงมู่ผู้ถูกข่มขู่ต้องทำใจมาอย่างเรือนหลังจวนตระกูลจวิ้น เพื่อทำตามความปรารถนาของฮวาหลิง ทว่าเมื่อมาถึงหน้าเรือนเขากลับยืนนิ่งไม่กล้าแม้แต่จะเรียกขานหรือเคาะประตูของเ้าของเรือน
"เ้ามีอะไรงั้นเหรอ"ซุนโม่ข้ารับใช้ข้างกายของอู่ิกล่าวพลางย่นคิ้ว
"เอ่อ..คือว่า..คุณหนูของข้าอยากจะขอสมุนไพรบางชนิดจากคุณชายอู่ิจึงให้ข้ามาเรือนคุณชายน่ะ เอ่อ แล้วคุณชายอยู่หรือไม่"กงมู่กล่าวน้ำเสียงเป็กันเองพลางยิ้มแย้มให้เขาเพื่อ ผูกไมตรีแก่อีกฝ่าย
"รอสักครู่"กล่าวจบซุนโม่เดินเข้าไปในห้องทันทีก่อนจะออกมาอีกครั้งเชิญให้กงมู่เข้ามาด้านใน
"ข้าน้อยคาราวะคุณชายขอรับ"
"ไม่ต้องมากพิธีหรอก อื้ม แล้วเ้าอยากได้สมุนไพรชนิดใดงั้นหรือ"อู่ิกล่าวน้ำเสียงอ่อนโยนเสียจนคนฟังถึงกับเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ
"ขะ ข้าน้อย เอ่อ คุณหนูของข้าน้อย้าสมุนไพรบางชนิดเพื่อปรุงยาขอรับ เอ่อ มี มีน้ำทิพย์แรกอรุณและหญ้าบูรณาหรือไม่ขอรับ"กงมู่พูดเสียงตะกุกตะกักจนฟังไม่เป็สัก ไม่ใช่เพราะกลัวเพียงแต่กำลังตกอยู่ในห้วงหัวใจอ่อนยวบเท่านั้นสายตาที่ใช้มองอีกฝ่ายก็เต็มด้วยประกายเเสงของความนับถือ
"ที่แท้น้องหญิงให้เ้ามานี่เอง แต่ตอนนี้ข้ามีเหลือเพียงหญ้าบูรณาส่วนน้ำทิพย์แรกอรุณข้าได้ใช้หมดแล้วแต่ถ้าน้องหญิงไม่รังเกียจข้าจะมอบยาที่ข้าปรุงเสร็จเมื่อสามวันก่อนให้นาง อื้ม ไม่ใช่สิต้องกล่าวว่าข้าปรุงให้นางเพียงแต่ถูกปฏิเสธ"
"ขอรับ"กงมู่ค้อนกายลงน้อมรับยาที่อู่ิยื่นให้
"ฝากบอกน้องหญิงด้วยว่าหาก้าสมุนไพรชนิดใดเพิ่มเติมสามารถมาเอาที่เรือนของข้าได้ทุกเมื่อ และสุดท้ายขอให้สุขภาพร่างกายของนางหายเร็ววัน"
"ขอรับ"
อู่ินั่งนิ่งกับโต๊ะไม้กลางห้องสายตายังคงมองบานประตูที่กงมู่เดินออกไปแล้วไม่วางตาก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินมาอย่างโต๊ะไม้ข้างเตียงหยิบสร้อยที่ทำจากเพชรแท้ไว้ในอุ้งมือ
"บุตรสาวตระกูลจวิ้นเป็คนเช่นไร"น้ำเสียงที่เคยอ่อนโยนก่อนหน้านี้เปลี่ยนไปอย่างลี้ลับแทนที่ด้วยน้ำเสียงที่เ็าราวกับพายุกลางหิมะ แววตาดำขลับมีประกายแสงของความสงบทว่ากลับมืดมนราวกับหุบเขาไร้ก้นบึ้งมีเพียงความมืดจนน่าวังเวง
"คุณหนูเสี่ยวเย่ทายาทคนเดียวของตระกูลจวิ้นมีนิสัยหยิ่งยะโส ชอบความอลังการโดยเฉพาะเงินทอง นิสัยโหดร้ายโเี้ หากไม่พอใจขึ้นมาจริงนางจะลงกับคนใกล้ชิดนางทันที เอ่อ แล้วก็ความเก่งกาจนั้นถือว่ามีฝีมือเทียบเท่ากับจอมยุทธ์คนหนึ่งพะย่ะค่ะ"
"เื่การแพทย์นางมิเก่งหรือ"อู่ิกล่าวพลางเลิกคิ้วขึ้น
"ข้อนี้ข้าน้อยกล่าวเติมปากว่านางไร้ความรู้ด้านการแพทย์แน่นอนพะย่ะค่ะ แต่ว่าระหว่างสามวันมานี้ข้าน้อยเห็นการเคลื่อนไหวของนางบ่อยครั้งมาก ดูเหมือนนางกำลังสืบหาบางอย่างหากเดาไม่ผิดนางคงจะกำลังสืบหาเื่ที่นางโดนพิษในคืนงานเลี้ยงนั้นพะย่ะค่ะ"
"เป็เช่นนั้นหรือ…."
"เอ่อ นายท่านจะให้ข้าน้อยจับตาดูการเคลื่อนไหวของนางหรือไม่"
"ไม่ต้องหากเป็เพียงเื่นั้นปล่อยไป แต่หากเกี่ยวข้องกับแผนการของเราค่อยว่ากันอีกที"อู่ิบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจก่อนเขาจะเหลือบตามองคนสนิทของเขาด้วยแววตาเ็า"อีกสามเดือนจะถึงงานเฉลิมฉลองวันครบรอบหนึ่งร้อยปีของแคว้นฉินเมื่อนั้นก็ลงมือจัดการกับมันซะ อ่อ ส่งกลับแคว้นต้าิโยนเข้าคุกใต้ดินห้องที่อยู่ลึกที่สุด แล้วข้าจะกลับไปกล่าวโทษด้วยตนเอง"
"พะย่ะค่ะ!"ชายคนนั้นโค้งคำนับรับคำสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังก่อนจะเดินถอยหลังกลมกลืนกับความมืดอีกครั้ง
ร่างใหญ่เอามือไพล่หลังเดินมาอย่างทางหน้าต่างมองทิวทัศน์ที่ทั้งแปลกตาและคุ้นชินตรงหน้าด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก ก่อนเขาจะยกมือขึ้นประกายไฟสีส้มลุกไหม้ในชั่วขณะสร้อยเพชรที่เคยงดงามค่อยๆแหลกสลายกลายเป็ผงอยู่ในกำมือของเขาบางส่วนตกลงสู่พื้นราวกับสายน้ำ เมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ยามเย็นยิ่งส่องแสงระยิบระยับราวกับดวงดาว
ทว่าคนทำลายกลับไม่แสดงความรู้สึกเสียดายและเห็นใจเพียงนิดแต่กลับใช้สายตามองผงในกำมือด้วยสายตาไร้ค
วามรู้สึกทั้งยังมองราวกับเป็ของไร้ค่าก่อนจะปล่อยผงเพชรนั้นให้ล่องลอยตามสายลมไป