INTRO
[บทนำ]
ด้วยรักและอาลัย
แด่..
‘……..’
ปี พ.ศ. 2567 ณ ประเทศไทย
เวลา 14:00 น.
“ฮัลโหลลลลลลล!! เกรซ!!! แกมาถึงงานหรือยังเนี่ย อยู่ไหนแล้ววววว พี่จะต้องเข้างานแล้วนะ”
(โอ้โห! พี่โทรมาตอนที่หนูวิ่งออกจากบ้านได้ห้าวิ แล้วกรุงเทพฯรถติดนรกแตก หนูจะไปทันเหรอ!?)
“ต้องทันสิ!!”
(เฮ้อ.. ทันแน่จ้า ถ้าหนูขี่พรมเป็อาละดินไปอะ)
“ไม่ตลกนะเนี่ยเกรซ ฮืออออ ช่วยพี่ด้วย”
(โอเคๆ เดี๋ยวหนูรีบไป หนูจะบิดมอไซค์ให้เร็วที่สุดเลย รอก่อน!!)
ก่อนปลายสายจะถูกตัดไปโดยสาวห้าวที่ถอดแบบพี่สาวมาเด๊ะๆ เธอมีชื่อว่า เกรซ หญิงสาววัยยี่สิบสามปี บุคลิกสาวห้าวเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ผมตรงยาวถึงกลางหลัง มีหน้าม้าบางๆปกคลุมเหมือนสาวเกาหลี ส่วนหน้าตาของเธอก็น่ารักเอาเื่ แต่ผิดพลาดก็ตรงที่เธอไม่ค่อยใช้ความสวยของตัวเองให้เป็ประโยชน์
ปี๊นๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!!!
“ขับช้าจังพี่!! หนูรีบนะเนี่ยยยยยยยย ขอหนูไปก่อนนะ!!”
“โอ๊ยยยย! อีหนูเอ๊ย!! รีบขนาดนี้ไม่มาั้แ่เมื่อวานเลยล่ะ!!”
คุณลุงที่ขับรถสามล้อหันมาตะคอกเสียงแข็งใส่อย่างโมโห ไม่ว่าจะหันมองซ้ายขวาก็มีรถมอเตอร์ไซค์หลายคันขับเบียดเสียดกันอยู่ บนถนนกว้างนี้ดูวุ่นวายจนเกรซไม่มีทางเลือก
“ก็เมื่อวานพี่สาวหนูไม่้าของสำคัญนี่คะ!! หนูขอไปก่อนน้าคุณลุง!! โชคดีมีชัยค่า!!!”
บรื๊นนนนนนนนนนน..!!!
ว่าแล้วเธอก็ออกแรงบิดคันเร่งรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองออกห่างไปในทันที ซึ่งเกรซอยู่ในชุดลำลองสบายตัว เสื้อยืด กางเกงวอร์มสีดำ ส่วนผมของเธอก็ถูกมัดรวบไว้อย่างลวกๆ
โดยฐานะทางบ้านของเกรซนั้นก็พออยู่พอกิน(ถ้าไม่มีหนี้) เพราะั้แ่พ่อแม่ของเธอตายด้วยอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน ทั้งเกรซกับกวางก็เลยจำเป็จะต้องอยู่กันสองคน ส่วนบรรดาญาติก็ตัดหางปล่อยวัดเพราะหนี้สิ้นที่พ่อแม่เธอก่อเอาไว้
เกรซเป็พนักงานบริษัทอยู่ที่ตึกใหญ่ใกล้สุขุมวิท ส่วนกวางก็เป็นักวาดการ์ตูนชื่อดัง เรียกได้ว่าเธอเป็ทั้งนักเขียนและนักวาดฝีมือดี ด้วยลายเส้นที่สวยจนเข้าตานักอ่านหลายคน นี่จึงเป็สิ่งที่ทำให้กวางโด่งดังระดับประเทศ
เ้าของนามปากกา ‘กวาลิน’ เพราะชื่อจริงของ กวาง คือ เกวลิน เธอจึงใช้นามปากกาให้คล้องกับชื่อเล่นผสมกัน
แต่ก็เหมือนว่าเธอจะติสท์แตกเกินไป เพราะกวางไม่เคยเปิดเผยโฉมหน้าให้ใครเห็นเลย เวลาที่เธอออกงานแจกลายเซ็น เธอก็จะใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าทุกครั้ง เรียกได้ว่านักอ่านทุกคนจะเห็นแค่มือกับชุดที่เธอใส่ไปงานเท่านั้น
ตึกๆๆๆ!!!!
“พี่อยู่นี่เกรซ!!”
เสียงหวานอันคุ้นหูที่ดังขึ้นมานั้นทำให้เกรซหันขวับไปมอง ก่อนที่เธอจะถอนหายใจและรีบเร่งฝีเท้าไปยังรถแท็กซี่ที่จอดหลบมุมอยู่ เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึงประตูเข้างานแจกลายเซ็นแล้ว แต่นักวาดชื่อดังยังมานั่งแอบอยู่ตรงนี้ เพราะรอหน้ากากปิดบังใบหน้าจากน้องสาว
“เฮ้อออออ ถ้าหนูมาไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้นเนี่ยพี่กวาง! เมื่อกี้นี้ข้างหน้าเขาไม่ให้เอารถมอไซค์เข้ามาด้วย หนูก็เลยต้องทิ้งมันไว้ตรงนั้นและก็วิ่งมาหาพี่เนี่ย แฮ่กๆๆ”
“ขอบคุณแกมากนะ ถ้าไม่งั้นพี่ต้องตายแน่”
“เหอะ พี่น่ะไม่ได้ตายหรอกจ้ะ หนูเนี่ยจะตาย!! ขับรถปาดหน้าสิบล้อมาแล้วไม่รู้ตั้งกี่คัน”
“โอ๋.. น้องรักของพี่ ขอบคุณน้าาาา มากอดหน่อยมาๆ”
พี่สาวคนสวยในชุดราตรีเรียบร้อยว่าแบบนั้น ก่อนที่เธอจะะโลงจากรถแท็กซี่อย่างรวดเร็ว สองมือผายออกราวกับกำลังจะสวมกอดเกรซ แต่อีกฝ่ายก็รีบเบี่ยงตัวหนีแล้วทำหน้าตาดุดัน
“ย..อย่ามากอดหนูสิ! หนูตัวเหม็นเหงื่อนะ พี่น่ะแต่งตัวสวยๆเดี๋ยวก็เปื้อนเหงื่อหนูหมด เฮ้อ.. พี่กวางรีบเข้าไปในงานได้แล้วไป นักอ่านเขารอพี่อยู่เนี่ย อุตส่าห์มาเจอนักวาดในดวงใจทั้งที พี่ก็ดันปิดหน้าปิดตาไปโชว์เขาอีก”
เป็ท้ายประโยคเองที่เกรซแอบบ่นพี่สาวเบาๆ นั่นจึงทำให้อีกฝ่ายกระตุกยิ้มและเอื้อมมือมาลูบหัวเธอ
“คิกๆ ยังไม่ชินอีกหรือไง ก็พี่ไม่อยากให้ใครรู้นี่หน่าว่าพี่วาดการ์ตูนโป๊”
“เหอะ ไม่เห็นน่าอายเลย พี่ออกจะดัง”
“พี่ดัง แต่พี่ก็อายนี่! ชิ..” กวางเบ้ปากอย่างเหนื่อยหน่าย
“ถ้าพี่บอกพวกญาติๆเรานะ ป่านนี้พวกนั้นมาเกาะแข้งเกาะขาเราแล้ว ที่พวกเขาทิ้งเราไปก็เพราะคิดว่าพี่กับหนูไม่มีอะไรดีสักอย่างเลยต่างหากเล่า”
“…..”
“ใครจะไปรู้ว่าพี่สาวของหนูจะได้เป็นักวาดชื่อดัง!! คิกๆๆ”
“เฮ้อออ.. พี่เข้าไปงานละ”
ก่อนที่พี่สาวคนสวยจะถอนหายใจและสะบัดตัวเดินเข้าไปในงาน ทิ้งให้เกรซยืนฉีกยิ้มร่าพลางจ้องมองแผ่นหลังของพี่สุดที่รักด้วยความภูมิใจ ไม่ว่ากี่ครั้งที่เธอท้อแท้กับชีวิต.. ก็จะมีพี่สาวคนนี้คอยอยู่เคียงข้างเสมอ
ภายในงาน..
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!!”
“และนี่คือเ้าของนามปากกา.. กวาลิน ครับบบบบบบ!!!!”
“วู้วววววววววว!!!”
เสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดกร๊าดให้กำลังใจดังลั่นไปทั่วทั้งห้องโถง มันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาจนทำให้เกรซถึงกับตาลุกวาว เพราะไม่ว่าเธอตามไปงานครั้งไหน มันก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่าครั้งนี้เลย แถมยังมีแฟนคลับมากหน้าหลายตาอีก
ตึก
ตึก..
หญิงสาวในชุดลำลองไม่เข้าพวกนั้นได้เดินมองดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย เพราะทางโซนด้านหลังนั้นมีนิทรรศการรูปวาดของกวางเต็มไปหมด แต่ทว่า..สายตาของเธอก็ได้ไปสะดุดกับรูปภาพใหญ่ของใครคนหนึ่ง ซึ่งรูปนั้นมันมีความสูงมากกว่าตัวเธออีก
“…..!?”
แถมใบหน้าที่หล่อเกินสะกดนั้นยังจ้องมองมาทางเธอ แววตาคมเฉี่ยว จมูกโด่งเป็สัน หน้าเล็กเรียว ริมฝีปากบางเข้ารูป และทรงผมผู้ชายสีเทาหม่นของเขา
รูปวาดนี้กลับทำให้หัวใจของเกรซพลันกระตุกวูบ คล้ายกับมีอะไรสะกดเธอไว้ไม่ให้ละสายตาจากมัน..
“โหวววววววว!! ภาพนี้ฟินิกซ์หล่อมากเลยอะแกดูสิ! ฮืออออ กราบขอบคุณพี่กวาลินที่วาดภาพนี้ออกมานะคะ สุดยอดดด~”
“จริงแก! ไม่น่าเชื่อเลยว่าหล่อขนาดนี้จะได้เป็แค่พระรอง”
“ที่สุด! หล่อวัวตายควายล้ม หล่อมากกว่าเวกัสอีก หรือจะเป็เพราะว่าเวกัสผมสีดำหรือเปล่าวะ หน้าฟินิกซ์เลยดูเด่นขึ้นมา”
“อืมมม.. ไม่รู้สิ คงจะใช่มั้ง เฮ้อ.. แต่หน้าแบบนี้ผมสีไหนก็หล่อค่า!!”
“คิกๆๆ จริงมากกกก”
ในขณะเดียวกันนั้นเองก็มีสองสาวที่เป็เพื่อนรักกันพูดคุยกันอยู่ด้านหลัง นั่นจึงทำให้เกรซได้ยินทุกอย่างทั้งหมด เธอเลยเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นด้วยความรู้สึกร้อนวูบวาบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองรูปภาพที่ถูกตั้งโชว์ตระหง่านอีกครั้ง..
“ฟินิกซ์.. งั้นเหรอ”
เธอไม่เคยอ่านผลงานของพี่สาวตัวเองอย่างจริงๆจังๆ แค่เคยเห็นผ่านตามาบ้างในเน็ต เพราะเกรซไม่ค่อยถูกจริตกับการ์ตูนเท่าไหร่
ไม่รู้สิ.. ตอนนี้เธอมีหลายคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจ..
“ทำไมพี่กวางตั้งชื่ออีตานี่เหมือนนก แล้ววาดหน้าพระรองเป็ตัวร้ายล่ะ พระรองแทบทุกเื่จะต้องเป็คนที่แสนดีไม่ใช่หรือไง เฮ้อ.. นักอ่านชอบอะไรแบบนี้กันจริงๆใช่ไหมเนี่ย เหลือจะเชื่อเลย..”