เย้! ในที่สุดก็ถึงทะเลแล้ว ได้สูดอากาศบริสุทธิ์สักที ดีนะที่เมื่อเช้าฉันไม่ค่อยได้กินอะไรเข้าไป ไม่งั้นมีหวังกลิ่นแรงกว่านี้ ทุกคนคงได้ดมอ้วกสะใจแน่
“แก!!! เมลล์ถอดเสื้ออ่ะ”
“ดูเจกับพีทดิ”
“นั่นๆ มุมาแล้ว”
“น่ารักเนอะ กรี๊ด ><”
“อาร์ตเท่มากอ่ะ”
น้ำเสียงกระดี๊กระด๊าแบบไม่ปิดบังดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อพวกสเต็ปเทพก้าวเท้าลงจากรถ เอ้า! สรรเสริญกันเข้าไป!!!
“แอร๊ยยยยยยยยยยย” เสียงกรี๊ดยิ่งดังขึ้นไปอีกเมื่อชายหนุ่มรูปหล่อที่เราคุ้นหน้ากันดีปรากฏตัวขึ้น
“สวัสดีครับ น้องๆ ทุกคน พี่ชื่อ วรวัฒน์ หรือ เอิร์ท นะครับ เป็ประธานนักเรียนและเป็หัวหน้าในการจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ครั้งนี้”
นี่ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าพี่เอิร์ทเป็ประธานนักเรียน คนอะไรเท่ชะมัด!
“การเข้าค่ายครั้งนี้มีจุดประสงค์ให้น้องๆ ได้ปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวพี่จะให้น้องๆ จับกลุ่มกันนะครับ กลุ่มละสิบคน หญิงห้า ชายห้า แล้วอีกยี่สิบนาทีหลังจากนี้พี่จะเรียกรวมตัวกันอีกครั้งให้น้องๆ ส่งรายชื่อสมาชิกกลุ่ม พร้อมตั้งชื่อกลุ่มกับเลือกหัวหน้ากลุ่มให้พี่ด้วยนะครับ ตอนนี้พักผ่อนตามอัธยาศัยได้เลย ของว่างอยู่ด้านโน้น เชิญเลยครับ”
“พี่เอิร์ทโคตรเท่เลยอ่ะ” สาพูดด้วยน้ำเสียงเคลิ้มฝัน สายตาจ้องไปยังพี่เอิร์ทที่กำลังมองมาทางยัยแจงแล้วโบกไม้โบกมือมาให้
“พี่เอิร์ทต้องพูดเื่เมื่อวานแน่ๆ เลย” ยัยแจงหันมาทำหน้ากังวลใส่ฉัน
“ไม่หรอกมั้ง ฉันว่าพี่เอิร์ทคงไม่โกรธแกหรอก แกดูหน้าพี่เอิร์ทดิ ยังดูยิ้มแย้มอยู่เลย” ฉันพูดปลอบใจแต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ยัยแจงรู้สึกดีขึ้นมาเลย
“ไงเรา มาได้วันเดียวก็ก่อเื่เลยนะ”
พี่เอิร์ทวิ่งเหยาะๆ เข้ามาทักทายพร้อมขยี้หัวยัยแจงเบาๆ
“ได้เพื่อนใหม่แล้วสิ อ้าว เด็กเก่าสามคนเลยนี่”
“ใช่ค่ะ หนูชื่อสา ส่วนนั่นบิว แล้วนั่นก็รถเมล์” สารีบแย่งคนอื่นตอบทันที
“อ๋อ พี่เห็นหน้ามาั้แ่ ม.ต้น แล้ว แต่จำชื่อใครไม่ค่อยได้ โทษทีนะ พี่ชื่อเอิร์ท เป็พี่ชายของยัยแจงจอมยุ่ง ฝากตัวด้วยนะครับ”
พี่เอิร์ทพูดแล้วยิ้มเป็กันเองให้สาละลายเล่นก่อนจะหันมาคุยกับฉัน
“แล้วฟีนอ่ะเป็ไงบ้าง ่นี้พี่ยุ่งๆ คงไม่มีเวลามาดูแล ขอโทษทีนะ”
“ไม่เป็ไรหรอกพี่เอิร์ท พวกฟีนดูแลกันเองได้” ฉันยิ้มตอบอีกครั้งในขณะที่สายังคงจ้องหน้าพี่เอิร์ทแล้วทำหน้าเคลิ้มฝันต่อไป
“ไงอ่ะเรา เงียบเลยนะ สำนึกผิดอยู่รึไง”
“อะไร เปล่าซะหน่อย” ยัยแจงเฉไฉหยิบขนมปังใส่ปากแล้วก้มหน้างุดๆ
“เปล่าแล้วทำไมเวลาพูดไม่มองหน้าพี่อ่ะ”
“ก็แจงกำลังกังวลอยู่อ่ะว่าย้ายมาเป็ภาระ ทำให้พี่เอิร์ทลำบากใจรึเปล่า”
“ลำบากเหรอ อืม…ก็ลำบากอยู่นะ เป็ถึงประธานนักเรียนประจำรุ่น แต่กลับมีน้องสาวแก่นแก้วเอาเื่ซะขนาดนี้”
พี่เอิร์ทว่าแล้วยิ้มขำๆ พร้อมขยี้หัวยัยแจงอีกที โอ๊ย น่ารักอ่ะ
“พี่ทำใจั้แ่ที่ขอแม่ให้แจงมาอยู่นี่แล้วล่ะ ทำไมพี่จะไม่รู้จักน้องสาวตัวเอง ถึงแจงจะโหดแต่ก็ไม่เคยไม่มีเหตุผลนี่ ใช่มั้ย?”
“พูดจริงนะ?”
“ถ้าหมายถึงเื่ที่ไปทะเลาะกับเพื่อนที่ห้องน้ำอ่ะ พี่ไม่โกรธหรอก เลิกคิดมากได้แล้ว เอาล่ะ พี่ต้องไปแล้ว ดูแลตัวเองกันด้วยนะสาวๆ” ว่าแล้วพี่เอิร์ทก็ยิ้มหวานให้พวกเราอีกทีก่อนจะวิ่งจากไปทิ้งไว้เพียงความเท่ให้สาได้เคลิ้มต่อ
“มองยังไงก็เพอร์เฟคอ่ะแกร๊!!!”
“ไงล่ะแก สบายใจขึ้นรึยัง”
“เออ โอเคแล้วแหละ” แจงตอบฉันด้วยน้ำเสียงร่าเริงอีกครั้ง “ว่าแต่เื่จับกลุ่มอ่ะ เอาไงดี เรามีกันแค่ห้าคนเอง ขาดอีกตั้งห้า แถมยังต้องหาพวกผู้ชายด้วย บิวกับสาไม่รู้จักเพื่อนคนอื่นเลยเหรอ”
“ก็รู้จักอ่ะ แต่ก็ไม่ได้สนิทอะไร” สาตอบแล้วทำหน้าครุ่นคิด “ยิ่งพวกผู้ชาย ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าไม่มีใครน่าคบด้วยเลย”
“ใช่ คนที่พอจะคุยด้วยได้เค้าก็มีกลุ่มของเค้ากันหมดแล้ว” บิวว่าต่อ
“ไม่เป็ไรหรอก เราก็รอเป็กลุ่มสุดท้าย เดี๋ยวก็คงมีพวกที่เป็เศษมาเข้ากลุ่มกับเราเองแหละ” แล้วพวกเพื่อนๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วยกับฉัน
พวกเราพักกินขนมแล้วก็ถ่ายรูปเล่นกันเพลินรอเวลาเรียกรวมอีกครั้ง อากาศที่นี่มันช่างดีเกินบรรยายจริงๆ นานแล้วนะที่ฉันไม่ได้มาทะเล
อืม…สบายใจดีจัง แต่มันคงจะเงียบสงบสบายใจกว่านี้ถ้าไม่มี…
สเต็ปเทพ!
“นี่ ไปให้พ้นหูพ้นตาได้มั้ย” นายพวกนั้นทั้งแก๊งพากันเดินมาทางที่พวกเรานั่งอยู่ นี่จะมาเดินขบวนรึไงยะ
“อะไร หาดนี้เป็ของเธอคนเดียวรึไง” นายเมลล์ย้อนฉันแถมยังยักคิ้วกวนประสาทใส่อีก
“อยากจะโดนอ้วกใส่อีกสักทีมั้ยล่ะ”
“ก็อ้วกดิ คราวนี้เธอโดนดีแน่”
“ไปไกลๆ เลยไป ชิ่วๆ”
“แหม ใจเย็นสิครับ” นายพีทพูดแล้วเดินเข้ามากอดคอนายเมลล์ “ผมเข้าใจว่าเราเริ่มต้นกันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ผมว่าเราลืมเื่ทั้งหมดไปแล้วมาเริ่มต้นใหม่กันดีกว่านะ ^^”
“แต่พวกฉันไม่ได้อยากรู้จักกับพวกนายอ่ะ” บิวพูดนิ่งๆ แล้วทำหน้าแบบ ‘Ew’ ใส่นายพีทไปที
“ถ้าได้ลองรู้จักแล้วอาจจะติดใจก็ได้นะ ^^” นายพีทยังคงมั่นหน้าต่อไป ก่อนที่รถเมล์จะขัดขึ้นด้วยเสียงใสๆ
“นี่ๆ พวกสเต็ปเทพมีกลุ่มรึยัง”
“พวกผมไม่จำเป็ต้องพึ่งใคร”
“ไม่มีใครคบล่ะสิ” ยัยแจงย้อนนายเจลีอย่างไว
“นั่นเธอกำลังพูดถึงตัวเองรึเปล่า”
“ไปกันเถอะทุกคน อย่าไปสนเสียงนกเสียงกาเลย” ว่าแล้วยัยแจงก็เดินนำออกไปพอดีกับที่เสียงนกหวีดเรียกรวมตัวดังขึ้น
ตอนนี้ทุกคนนั่งรวมตัวกันเป็กลุ่มเกือบหมดแล้ว เหลือก็แต่พวกฉันที่ยังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่
“น้องกลุ่มนั้นทำไมยังไม่นั่งลงคะ”
“พวกหนูยังไม่มีกลุ่มค่ะ” สาเป็คนตอบ
“ผู้ชายมีใครยังไม่มีกลุ่มอีกบ้างคะ” พี่ผู้หญิงคนนั้นประกาศขึ้นอีกครั้ง
“พวกผมครับ” น้ำเสียงคุ้นหูดังขึ้น
ขออย่าให้เป็อย่างที่ฉันคิดเถอะ =_=
“ถ้างั้นมารวมกันกับน้องผู้หญิงกลุ่มนี้เลยค่ะ ไปคิดชื่อกลุ่มแล้วเขียนชื่อสมาชิกพร้อมชื่อหัวหน้าให้พี่ด้วยนะ”
“โห่ ซวยชะมัด!”
ฉันต่างหากที่ต้องเป็คนพูดประโยคนี้นายอาร์ต!!! =_=
ตอนนี้พวกเราและสเต็ปเทพแยกตัวออกมาคุยไม่ไกลจากจุดรวมตัวนัก สายตาผู้หญิงหลายสิบคู่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าไม่ค่อยพอใจกับสถานการณ์นี้สักเท่าไหร่ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็คือกลุ่มของพวกยัยแอ๋มนั่นเอง
“ฉันขอเสนอฟีนให้เป็หัวหน้ากลุ่ม” ยัยแจงพูด
“เฮ้ยแก ไม่เอา”
“ถ้าแกไม่เป็ เราก็โดนพวกมันโขกสับสิ” ยัยแจงกระซิบอย่างออกอารมณ์
“เอางั้นเหรอ” ฉันถามด้วยความลังเล “เออ ก็ได้วะ”
“พวกฉันเสนอฟีนให้เป็หัวหน้า” แจงพูดอีกครั้ง
“งั้นผมขอเสนอไอเมลล์”
“เอ๊ะ ก็ฉันบอกให้ฟีนเป็ไง”
“ประชาธิปไตยดิ ให้ยกมือเลือกเลย”
“ขี้โกงว่ะ พวกฉันมีแค่ห้า แต่นายมีตั้งหก”
“ก็ใช่ไง ทีนี้รู้ยังว่าพวกใครเยอะกว่า”
“โอ๊ย เสียเวลาน่า คิดชื่อกลุ่มดีกว่า” ฉันพูดเบรกเจลีกับยัยแจงอีกครั้ง ค่ายยังไม่ทันเริ่มก็เริ่มจะมีเื่ปวดหัวเข้ามาซะแล้ว
“นั่นยิ่งเสียเวลา ชื่อกลุ่มก็มีอยู่แล้ว สเต็ปเทพไง” แล้วนายเมลล์ก็ขัดฉันอีก
“ปัญญาอ่อน ฉันไม่เป็พวกเดียวกับพวกนายหรอก”
“อ้าวๆ นี่เธอกำลังลบหลู่สเต็ปเทพอีกแล้วนะ”
“ก็มันปัญญาอ่อนจริงๆ อ่ะ” ฉันย้อน
“รถเมล์ขอเสนอชื่อกลุ่ม อุลตร้ามูน”
“นี่ปัญญาอ่อนกว่าอีก” นายมุพูดแล้วขมวดคิ้ว
“มันมีความหมายนะ พวกนายเป็ผู้ชายก็แทนด้วยอุลตร้าแมน ส่วนพวกเราเป็ผู้หญิงก็แทนด้วยเซเลอร์มูน พอมารวมกันก็เป็ อุลตร้ามูนไง แค่นี้คิดไม่ออก โง่จังเลย”
“นี่ยัยเตี้ย เธอว่าฉันโง่เหรอ”
“รถเมล์ยังไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ถ้ามุจะคิดว่าตัวเองโง่ก็แล้วแต่มุละกัน”
“ฉันว่าอุลตร้ามูนเข้าท่า เอาๆ ไปเถอะน่า อย่าเื่มากนักเลย ชื่อนี้แหละเป็กลางที่สุดแล้ว” สาว่า ถึงจะทำเสียงจิ๊จ๊ะแต่นายมุก็ยอมสงบลง
“ก็ได้ ถ้าพวกเธอจะเอาชื่อกลุ่มอุลตร้ามูน ก็ต้องให้ไอเมลล์เป็หัวหน้า” นายกรีนพูดขึ้นบ้าง
“ไม่…”
“แจง” ฉันรีบดึงยัยแจงที่กำลังจะอ้าปากเถียงมากระซิบ “ให้นายเมลล์เป็ก็ดีเหมือนกัน เวลามีเื่อะไร หัวหน้าจะได้โดนหนักกว่าคนอื่นไง”
“เอางั้นเหรอ”
“อืม เอางี้แหละดีแล้ว”
“ก็ได้” ยัยแจงสูดหายใจเข้าอีกครั้งก่อนจะพูดสรุป “ตกลงให้นายเมลล์เป็หัวหน้าก็ได้ แต่ต้องชื่อกลุ่มอุลตร้ามูนตามที่รถเมล์ตั้ง แล้วพวกนาย! ถ้าคิดว่านายเมลล์เป็หัวหน้าแล้วจะหาเื่พวกฉันได้ล่ะก็ คิดผิดนะ”
“ไม่ได้อยากยุ่งด้วยเลยเหอะ” นายเจลีออกตัว
“เหมือนกันแหละย่ะ”
เมื่อตกลงกันได้ลงตัวแล้วพวกเราก็เดินไปรวมกับคนอื่นๆ พอดีกับที่กลุ่มพวกยัยแอ๋มยัยแนนกำลังแนะนำชื่อกลุ่มพอดี ยัยพวกนั้นตั้งชื่อตัวเองว่า ‘คาวาอิ’ ที่แปลว่าน่ารักในภาษาญี่ปุ่น แหวะ จะอ้วก
“กลุ่มสุดท้ายเชิญค่ะ”
“อุลตร้ามูนครับ” นายเมลล์ะโตอบก่อนจะลุกขึ้นเอากระดาษรายชื่อไปยื่นให้พี่ผู้หญิงคนนั้น
“อุลตร้ามูนแปลว่าอะไรเหรอ หรือจะเป็รหัสลับแปลว่าเมลล์กำลังแอบชอบใครอยู่ อิอิอิ” ยัยแอ๋มแกล้งแซวขึ้นส่วนนายเมลล์ก็ยิ้มตอบ ไอขี้อ่อยเอ้ย!
“แถวบ้านฉันเรียกหน้าด้าน” สาแกล้งทำเหมือนกระซิบกับฉันแต่พูดเสียงดังอย่างตั้งใจ
“แกว่าอะไรนะ!”
“ทำไมอ่ะ ฉันก็แค่พูดกับเพื่อนว่า ก้อนหินตรงนู้นมันดูผิวด้านๆ ดีนะ แต่บางทีอาจจะไม่ด้านเท่าหน้าใครบางคน”
“แก!!!”
“น้องคะ!!! นี่เรามาเข้าค่ายสร้างสัมพันธ์นะคะ ไม่ใช่มาสร้างศัตรู!”
พี่ผู้หญิงคนเดิมทำหน้าดุใส่กลุ่มเราและกลุ่มยัยแอ๋มคนละทีจนพวกเราต้องยอมเงียบลงเพื่อให้พี่คนนั้นได้ประกาศต่อ
“ต่อไปพี่จะชี้แจงเื่ค่ายนะคะ เย็นนี้น้องๆ จะต้องทำกับข้าวกันเอง มีอุปกรณ์และวัตถุดิบเตรียมไว้ให้แล้ว เดี๋ยวพี่จะเขียนชื่อกลุ่มติดป้ายไปแปะไว้ให้ในแต่ละจุด ขอให้น้องๆ ไปช่วยกันทำอาหารตามกลุ่มของตัวเอง ส่วนเื่ที่พัก เต็นท์ผู้หญิงจะอยู่ฝั่งขวา ส่วนผู้ชายอยู่อีกฝั่ง แต่ละเต็นท์นอนได้ห้าถึงหกคนนะคะ”
“ทำไมปีนี้ไม่ได้นอนโรงแรมหรือรีสอร์ทเหมือนปีก่อนๆ อ่ะ”
“ก็ปีนี้พวกรุ่นพี่เป็หัวหน้ากิจกรรมนี่นา ไม่ใช่พวกอาจารย์”
“นี่ถ้าพี่เอิร์ทไม่ใช่ประธานนะ ฉันไม่ทนนอนเต็นท์นี่หรอกจะบอกให้ ร้อนก็ร้อน สกปรกด้วย มีแต่ดินกับทราย”
กลุ่มผู้หญิงที่นั่งข้างๆ คุยกันได้น่าหมั่นไส้มาก
“...ส่วนห้องน้ำอยู่ทางนั้นนะคะ เอาล่ะ ใครมีปัญหาอะไรสงสัยจะถามมั้ย” พี่ผู้หญิงคนเดิมยังคงประกาศต่อไป “ถ้าไม่มีก็เก็บของเข้าเต็นท์ แล้วแยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวได้เลยค่ะ”
“พวกเธอไปอาบน้ำก่อนเลย เดี๋ยวเื่อาหารพวกเราจัดการเอง”
หลังจากที่พวกเราขนกระเป๋าไปที่เต็นท์แล้วก็พากันเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดลำลอง ก่อนจะออกมาที่จุดทำอาหารพร้อมกับพวกสเต็ปเทพตามที่นัดกันไว้
“นายแน่ใจเหรอว่าทำเป็” สาถามอย่างไม่เชื่อหูเมื่อนายกรีนพูดขึ้น
“อร่อยแล้วก็ปลอดภัยกว่าที่พวกเธอทำได้แล้วกัน”
“ก็ดี ถ้างั้นพวกฉันไปอาบน้ำก่อนละกัน ถ้ามีเวลาจะกลับมาช่วย แต่คงนานหน่อยนะ” ยัยแจงว่าแล้วควงสาเดินนำไป สองคนนี้เข้ากันดีจริงๆ “อาบนานๆ เลยนะ ฉันไม่อยากทำอาหาร”
“แต่เราชอบทำนะ”
“สักเื่ได้ป่ะ!” แล้วรถเมล์ก็โดนยัยแจงเอ็ดไปที
“แต่ว่า…ให้พวกสเต็ปเทพทำ จะกินได้เหรอ (._.)”
รถเมล์พูดต่อหน้าจ๋อยๆ ซึ่งข้อนี้ฉันเห็นด้วยกับรถเมล์นะ
นี่นายพวกนั้นคงไม่ได้คิดแอบวางยาในอาหารให้พวกเราหรอกใช่มั้ย
ฉันกับเพื่อนๆ เดินมาฝั่งห้องน้ำหญิงแล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นสภาพห้องน้ำ...มันช่างน่ากลัวจริงๆ หลังคาก็ไม่มี รอบข้างมีแต่สังกะสีที่ถูกใช้ทำเป็ผนัง อึ๋ย ถ้ามาเข้าตอนกลางคืน แค่คิดก็สยองแล้ว บรื๋อ…
“อาบด้วยกันนะ”
ไม่มีใครปฎิเสธความคิดของสา ว่าแล้วพวกเราก็ตรงเข้าไปในห้องน้ำห้องเดียวกันทั้งห้าคน
“ฉันว่าเรามาทำอะไรให้มันไม่วังเวงกันหน่อยมั้ย” ยัยแจงว่า ตอนนี้ยังไม่มีคนอื่นเข้ามาใช้ห้องน้ำเลยทำให้รอบข้างของเราเงียบไปหมด และมันก็เงียบเกินไป
“ทำไรอ่ะ”
“มาเปิดคอนเสิร์ตกัน”
“ถ้างั้น ขอเชิญทุกท่านพบกับ UrGirl PJ” เสียงของฉันซึ่งทำหน้าที่เป็พิธีกรคอนเสิร์ต Small Mountain ‘มันเล็กมาก’ ประกาศขึ้น แล้วยัยแจงก็ถือขวดแชมพูบรรเลงเพลงทันที
“~ อยากให้เธอไปทำ เธอไปทำกับข้าวก่อน อยากให้เธอไปหุงเธอไปหุงข้าวสารก่อน เธอจะทำอะไรก็ไปทำกับข้าวก่อน จะรอเธอตรงนี้ไม่หนีไปไหนแน่นอน ~”
ยัยแจงออกแนวหิวนะ แต่ท่าทางการร้องเพลงสไตล์ฮิปฮอปของแม่นี่ตลกจริงๆ อย่างนี้สิบรรยากาศค่อยครึกครื้นขึ้นมาหน่อย
“ต่อด้วย คู่ดูโอ้ยุค 90’s โบ๋จ๋อย ไททั่นคิงด้อม” ทันทีที่ฉันประกาศบิวกับสาก็เริ่มร้องเพลง
“~ เจอะเธอเมื่อไรหัวใจมันหิววว ~”
ฉันว่าพวกเราน่าจะหิวกันจริงๆ อ่ะแหละ
“รถเมล์เธอจะเป็นักร้องคนไหน” ขณะที่บิวกับสากำลังร้องเพลงคู่อยู่นั้น ฉันก็หันไปถามรถเมล์
“รถเมล์ไม่รู้ชื่อนักร้องอ่ะ แต่อยากร้องเพลงสาวเมืองโซล”
“ต่อไปพบกับ…สาวเมืองโซล”
“~ สาวเมืองโซล นั้นโก้จริงๆ ตะแด่ะแต่ดแต๊ดแต่ดแต๊แดแด่ด ปั๊ดโธ้ววว ปั๊ดโธ้ววว คิดถึงเมืองโซล ~”
“ฮ่าๆๆๆ รถเมล์ รถเมล์ ฮา ฮา ฮาว่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ”
ฉันว่าถ้าห้องน้ำกว้างกว่านี้ยัยแจงคงลงไปดิ้นกับพื้นแล้วเนี่ย
แครก แครก แครก
เสียงอะไรน่ะ ได้ยินมาั้แ่เมื่อกี้แล้ว
“รีบแต่งตัวกันเถอะ” ฉันบอกเพื่อนๆ พร้อมกับส่งสัญญาณให้รับรู้ถึงความผิดปกติ ลางสังหรณ์ไม่ดีเลยอ่ะ
“รถเมล์ เร็วๆ”
แครก แครก แครก
คราวนี้ฉันััได้อย่างชัดเจนว่ามีคนกำลังเขย่าห้องน้ำของเราเพราะสังกะสีซึ่งถูกทำเป็ผนังห้องน้ำมันสั่นไหวรุนแรงมากเป็จังหวะที่ไม่ได้เกิดจากลมธรรมชาติ แต่เกิดจากคนเขย่าชัดๆ!
ทุกคนต่างลนลานรีบหยิบเสื้อผ้ามาใส่จนสากับบิวทำเสื้อตกลงไปในถังน้ำ
“ช่วยกันจับก่อนเร็ว มันจะล้มแล้ว” บิวพูดแล้วใช้มือจับแผ่นสังกะสีไว้ ตอนนี้เหลือฉันกับยัยแจงและรถเมล์ที่ยังใส่เสื้อผ้าไม่ครบชิ้น แต่ก็ต้องมาช่วยจับห้องน้ำไว้ก่อนที่มันจะล้มลงไป
“เอาผ้าขนหนูมาคลุมเร็ว” ยัยแจงบอกฉันกับรถเมล์ที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ
แครก แครก แครก
“โอ๊ย หนักอ่ะ” บิวเริ่มทำท่าจะไม่ไหว
“ใครแกล้งวะ แรงไปแล้วนะ” ตามด้วยยัยแจงที่แหกปาก
แครก แครก แครก แครก แครก
“เฮ้ย ไม่ไหวแล้ว”
“อุลตร้ามูน!!! ช่วยด้วยยย” รถเมล์ะโออกไป “ไม่ ไหว แล้วววว”
รถเมล์แผดเสียงเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่ห้องน้ำของเราจะถล่มลง
“กรี๊ดดดดดดดด”
โครม!!!