เมืองซานเป่ย
คณะเดินทางจากเมืองหลวงเดินทางมาถึงประตูเมืองซานเป่ยโดยมีมู่หยางจินบังคับม้านำขบวนอยู่ด้านหน้าในครั้งนี้เ้าเมืองอย่างเสิ่นอี้เฉินและบุตรชาย เสิ่นอี้หาน ได้เดินทางออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง
“ยินดีต้อนรับหนิงอันอ๋องและคณะจากเมืองหลวงลำบากท่านอ๋องเดินทางมาด้วยตนเองแล้ว”เสิ่นอี้เฉินและบุตรชายทำความเคารพมู่หยางจินที่เพิ่งเดินทางมาถึงมู่หยางจินจึงรีบลงจากหลังม้าเพื่อทำความเคารพผู้าุโเช่นกันเสิ่นอี้เฉินมองดูท่านอ๋องน้อยในตอนนั้นที่โตขึ้นเป็ชายหนุ่มที่สง่างามคล้ายกับฮ่องเต้ยิ่งนักเขามองดูมู่หยางจินให้เต็มตาคิดถึงและชื่นชมความกล้าหาญของมู่หยางจินในวัยเด็กอยู่ไม่น้อยบัดนี้อ๋องน้อยมู่หยางจินคนนั้นเติบใหญ่และทำความชอบจนชื่อเสียงโด่งดังมาถึงเมืองซานเป่ยที่ห่างไกลของเขาแล้วเหล่าข้าราชบริพารที่เดินทางมากับมู่หยางจินต่างก็ออกมาทำความเคารพท่านเ้าเมืองที่เดินทางออกมารับพวกเขาด้วยตนเองอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ท่านอาเสิ่นไม่ต้องมากพิธียศตำแหน่งล้วนเป็ภาพลวง ท่านอาเสิ่นเรียกชื่อข้าเหมือนดั่งวันวานเถิด”มู่หยางจินจับมือผู้าุโกว่าและพูดกับท่านด้วยความเป็กันเองในอดีตคราวที่ร่วมมือกันปราบหลู่จื่นเทา เสิ่นหนานอ๋องผู้นี้ก็ดีกับเขามากและอีกไม่นานท่านก็จะกลายเป็พ่อตาของพี่ชายของเขา จึงต้องให้เกียรติและเคารพท่าน
“จะเรียกขานแบบนั้นได้อย่างไรท่านอ๋องเติบโตและสง่างามถึงเพียงนี้ จะเรียกขานแบบเด็กๆอีกคงไม่ได้แล้วถ้าอย่างนั้นข้าเรียกท่านว่า ท่านอ๋องน้อยเหมือนอย่างที่คนอื่นเรียกก็แล้วกันนะ”ผู้าุโพูดคุยกับคนหนุ่มด้วยรอยยิ้ม มู่หยางจินนอกจากภายนอกที่ดูเติบโตขึ้นนอกนั้นเขายังเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่ท่านอาเสิ่นเถิดท่านอาเสิ่นกับท่านอี้หานสบายดีนะขอรับ”
“ข้ากับท่านพ่อสบายดีขอรับท่านอ๋องกับคณะ เดินทางกันมาเหนื่อยๆ เรารีบเข้าเมืองไปพักที่จวนเถิดท่านแม่เตรียมอาหารรอต้อนรับทุกท่านแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นต้องรบกวนท่านอาเสิ่นกับท่านอี้หานแล้ว”มู่หยางจินกลับไปขึ้นหลังม้าแล้วตามขบวนต้อนรับไป
“ข้าได้ยินว่าท่านอ๋องน้อยปราบโจรมาตลอดเส้นทางจริงหรือไม่”เสิ่นอี้หานบังคับม้ามาเดินเคียงข้างมู่หยางจินขณะเดินทางเข้าประตูเมือง
“ฮ่องเต้ทรงห่วงความปลอดภัยของว่าที่พี่สะใภ้จึงให้ข้ามารับและเก็บกวาดทางเดินให้ตลอดเส้นทางที่ข้าผ่านล้วนมีกลุ่มโจรน้อยใหญ่ แต่พอเข้าเขตเมืองซานเป่ยเท่านั้นข้ากลับไม่พบพวกโจรเลยแม้แต่กลุ่มเดียวนั่นแสดงว่าพวกท่านดูแลเมืองซานเป่ยเป็อย่างดี”
“ขอบพระทัยฮ่องเต้และท่านอ๋องน้อยที่เป็ห่วงความปลอดภัยของเสิ่นอ้ายฉิงน้องข้าหลังจากที่พวกเรากลับมาจากเมืองหลวง ก็มีข่าวชาวบ้านถูกปล้นชิงทรัพย์ออกมาให้ได้ยินบ่อยๆท่านพ่อเป็ห่วงชาวเมืองและผู้ที่ผ่านไปมา จึงจัดกำลังออกปราบปรามพวกโจรอยู่เสมอในเขตเมืองซานเป่ยนี้จึงไม่ค่อยมีโจรชุกชุมเหมือนที่อื่น”
“ท่านอาจารย์บอกว่าซานเป่ยนี้ช่างสวยงามข้าได้เห็นด้วยตาของข้าแล้ว เป็จริงดังที่ท่านอาจารย์ว่าไว้ไม่มีผิด”
“เมืองซานเป่ยนั้นอากาศเย็นตลอดทั้งปียิ่ง่ฤดูหนาวที่หิมะตกยิ่งหนาวเย็นมากกว่าฤดูอื่นแต่ก็เป็่ที่สวยงามมากจริงๆหากท่านอ๋องน้อยอยากท่องเที่ยวข้ายินดีพาท่านชมบ้านเมืองซานเป่ยเรา”
“คงต้องรบกวนท่านอี้หานแล้ว”
มู่หยางจินบังคับม้าตามขบวนต้อนรับ ตลอดเส้นทางที่ผ่านเขามองผู้คนและบ้านเมืองซ่านเป่ยอย่างตื่นตา่นี้เป็่ต้นฤดูหนาวแต่เมืองซานเป่ยแห่งนี้กลับยิ่งหนาวเย็นกว่าทุกเมืองที่เขาเคยไประหว่างทางที่ผ่านมานั้นหิมะก็ตกตลอดทางเขามองดูยอดเขาที่ห่างออกไปก็เห็นแต่หิมะขาวโพลนที่ปกคลุมูเาพวกนั้น ให้ความรู้สึกเหน็บหนาวยิ่งนักแต่เมื่อเข้ามาในเมืองกลับรู้สึกอบอุ่นคงเป็เพราะกำแพงสูงของเมืองที่ช่วยเป็ปราการชะลอลมหนาวได้บ้างกระมังเขามองดูผู้คนในเมืองแห่งนี้ต่างก็สวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากขนสัตว์คงเพราะอากาศที่หนาวเย็นเขามองพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของข้างทางอย่างมีความสุขมองดูคนสูงวัยที่นั่งดื่มชาและพูดคุยกันในร้านน้ำชาข้างทางมองเด็กเล็กที่วิ่งเล่นที่ลานกว้างของเมืองอย่างสนุกสนานภาพเหล่านี้ทำให้มู่หยางจินนึกถึงตัวเองในวัยเด็กที่มีครอบครัวครบถ้วนทั้งพ่อแม่และปู่ย่าเมื่อครั้งยังเด็กเขาก็เคยมีความสุขมากเช่นนี้
จวนเ้าเมืองซานเป่ย
“ถึงแล้วท่านอ๋องน้อย”มู่หยางจินได้สติออกจากภวังค์ความคิดเมื่อได้ยินเสียงเรียกของท่านอาจารย์เขามองจวนเ้าเมืองหลังใหญ่ตรงหน้าเห็นเสิ่นหนานอ๋องกับลูกชายเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่ออกมายืนรอรับอยู่ที่หน้าจวนเขาจำได้จากภาพวาดว่าทั้งสองคนคือ พระชายาฟู่ฟางิ และบุตรสาวคนรอง เสิ่นอ้ายฉิงว่าที่พี่สะใภ้ของเขานั่งเอง เขาจึงรีบลงจากหลังม้ามาพบคนทั้งสอง
“ถวายพระพรหนิงอันอ๋องเดินทางมาเหน็ดเหนื่อยอีกทั้งวันนี้อากาศหนาวเย็นยิ่งนักรีบเขาไปในจวนให้ร่างกายอบอุ่นเถิดเพคะ” ฟู่ฟางิและเสิ่นอ้ายฉิง พร้อมด้วยข้ารับใช้ต่างก็ทำความเคารพมู่หยางจินอย่างนอบน้อม
“มู่หยางจินคารวะท่านอาหญิงทุกท่านอย่าได้มากพิธีเลย ข้าเป็คนเรียบง่ายไม่ชอบพิธีรีตองอะไรมากมายดูแล้วครอบครัวท่านอาเสิ่นก็ไม่ได้ชอบพิธีรีตองเหมือนอย่างข้าถ้าอย่างนั้นเราพูดคุยกันเหมือนครอบครัวปกติดีหรือไม่ขอท่านอาหญิงและทุกคนคิดว่าข้าเป็ลูกเป็หลานคนหนึ่งเถิด”มู่หยางจินเดินเข้ามาทำความเคารพฟู่ฟางิพระชายาของเสิ่นหนานอ๋องแม้อายุจะมากขึ้นแล้วแต่ก็ยังคงงดงามดูอ่อนกว่าวัยอยู่มากไม่แปลกใจเลยที่บุตรสาวจะมีรูปโฉมงดงามจนทำให้ฮ่องเต้ชื่นชมจนต้องส่งเขามารับด้วยตนเอง
“เรียกท่านอ๋องน้อยเถิดน้องหญิง อย่าทำให้ท่านต้องอึดอัดใจั้แ่วันแรกที่มาถึงเลยนะ”ฟู่ฟางิพยักหน้ารับคำสามี
“ท่านพี่บอกว่าท่านอ๋องน้อยนั้นเป็คนถ่อมตัวยิ่งเห็นจะจริงอย่างคำว่า ถ้าอย่างนั้นท่านอ๋องน้อยรีบเข้าบ้านเถิดข้าเตรียมที่พักให้ท่านอ๋องน้อยกับทุกคนเรียบร้อยแล้วทุกคนจะได้พักผ่อนให้หายเหนื่อย”
“ท่านอาหญิงอย่าได้เกรงใจไปข้าไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอันใดเลย ออกจะหิวมากกว่าเมื่อครั้งที่ท่านอาเสิ่นไปช่วยฮ่องเต้กอบกู้บ้านเมืองเคยบอกกับข้าว่าท่านอาหญิงนั้นทำอาหารอร่อยนักท่านอาเสิ่นยังบอกอีกว่าอาหารที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าท่านอาหญิงทำในตอนนั้นข้ายังขอฮ่องเต้ติดตามท่านอาเสิ่นกลับมาซานเป่ย แต่พระองค์ก็ไม่ยอมวันนี้ข้ามาถึงซานเป่ยแล้วอยากรบกวนท่านอาหญิงทำอาหารอย่างสองอย่างให้ข้าชิมได้หรือไม่”มู่หยางจินพูดคุยกับฟู่ฟางิอย่างคนกันเอง พระชายาเสิ่นหนานอ๋องยิ้มเอ็นดูทั้งคำพูดและการกระทำของเขายิ่งนักแม้มู่หยางจินจะมีใบหน้าที่เรียบเฉยและดูเงียบขรึมไม่ได้ยิ้มแย้มหากแต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเสแสร้งแกล้งเป็มิตรแต่อย่างใดเมื่อเขาเอ่ยปากพูดกับนางกับดูผ่อนคลายและอารมณ์ดี เด็กคนนี้คงผ่านอะไรมามาก แม้ใบหน้าอันหล่อเหลานี้จะดูเรียบเฉยเ็าแต่ภายในกลับอบอุ่นและอ่อนโยนยิ่งนัก
“ฝีมือการทำอาหารของข้านั้นช่างธรรมดาท่านพี่ก็พูดเกินไป ทำเอาท่านอ๋องน้อยฝังใจมาถึงยามนี้หากรสมือข้าไม่ถูกใจท่านอ๋องน้อยจะทำอย่างไร ข้ามิเสียหน้าแย่หรือ” ฟู่ฟางิหันไปเอ็ดสามีอย่างไม่จริงจังนักเป็จริงที่เสิ่นอี้เฉินนั้นชอบอาหารฝีมือภรรยาตนที่สุดเวลาไปกินข้าวที่ไหนก็กินไม่ได้มากเท่ากับกินอาหารฝีมือภรรยา
“อย่ามัวแต่คุยกันอยู่อย่างนี้เลยเ้าค่ะ อากาศเย็นมากแล้ว ทุกคนรีบเข้าบ้านเถิด”เสิ่นอ้ายฉิงที่ยืนฟังทุกคนอยู่นานพูดขึ้น นางคิดว่าหากยังยืนคุยกันอยู่อย่างนี้วันนี้คณะเดินทางจากเมืองหลวงคงจะไม่ได้พักผ่อนกันพอดี
“เชิญท่านอ๋องน้อยเชิญทุกท่าน เชิญ เชิญ” เสิ่นอี้เฉินกล่าวเชิญทุกคนให้เข้ามาในจวนของตนมู่หยางจินเดินตามเ้าบ้านเข้ามาด้านใน จวนเ้าเมืองนี้ช่างดูเรียบง่ายสวยงามดูก็รู้ได้ทันทีว่าคนในจวนนั้นไม่ชอบความหรูหรา
“ท่านอาจารย์คิดเหมือนข้าหรือไม่ว่าบ้านท่านอาเสิ่นเหมือนบ้านที่คนอยู่จริงๆ”
“ท่านอ๋องกับภรรยาเป็คนเรียบง่ายเมื่อครั้งที่ยังอยู่เมืองหลวง บ้านของพวกท่านก็ตกแต่งคล้ายๆกันแบบนี้ขอรับ”มู่หยางจินพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ