ลมหนาวต้นฤดูพัดหวีดหวิวตามช่องโหว่ของหลังคา สาดกลิ่นไอฝนที่เพิ่งขาดเม็ดเข้ามาผสมกับกลิ่นอับชื้นของไม้เก่าและฝุ่นละอองที่สะสมมานานนับสิบปี แสงไฟนีออนเก่าที่ห้อยอยู่กลางห้องใต้หลังคาของบ้านไม้โบราณกะพริบถี่ๆ ก่อนจะทอดเงาสีเหลืองหมองลงบนพื้นไม้ที่เต็มไปด้วยกองลังกระดาษและผ้าคลุม เฟอร์นิเจอร์โบราณที่ถูกทิ้งร้างเหล่านี้เป็พยานเงียบสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
พริมา (Prima) นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าตัวหนึ่ง สภาพของเธอราวกับถูกถอดิญญา ริมฝีปากแห้งผาก รูม่านตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวที่ปนเปกับความง่วงงันจากฤทธิ์ยาที่ถูกบังคับให้ดื่มก่อนขึ้นมาที่นี่ ความลับที่เธอเผลอไปล่วงรู้เกี่ยวกับ 'ท่านประธานศิลา' บุคคลสาธารณะผู้ทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม กำลังจะถูกแลกด้วยสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้
ท่านประธานศิลา (Sila) ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ชายในชุดสูทเนื้อดีที่ถอดเสื้อแจ็กเกตออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำที่รัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ใบหน้าคมคายของเขาไร้อารมณ์ใดๆ นอกจากความเ็าและการควบคุม เขาดูเหมือนประติมากรรมหินอ่อนที่มีชีวิต ที่แม้แต่ความใคร่ก็ไม่อาจทำให้เขาเสียการควบคุมได้
“เธอรู้ว่าทางเลือกมันมีแค่นี้ พริมา” เสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นของศิลาเอ่ยขึ้นเบาๆ ราวกับกระซิบสั่งการมากกว่าการสนทนา “เชื่อฟัง และทุกอย่างจะจบลงเงียบๆ หรือดื้อดึง แล้วพรุ่งนี้เช้า ชื่อของเธอกับแม่จะอยู่ในหน้าหนึ่งของทุกสื่อ”
พริมาพยายามจะตอบโต้ แต่เสียงของเธอกลับสั่นเครือจนเป็แค่เสียงครางเบาๆ ฤทธิ์ยาทำให้ร่างกายของเธอหนักอึ้ง แต่จิตใจกลับตื่นตัวด้วยความกลัวและความ้าที่ถูกปลุกเร้าอย่างน่ารังเกียจ
ศิลาไม่รอคำตอบ เขาใช้มือข้างหนึ่งจับต้นขาเธอผ่านเนื้อผ้ากระโปรงแคบๆ ก่อนจะกรีดเล็บลงไปเบาๆ ราวกับเล่นกับเหยื่อที่กำลังจะถูกกลืนกิน พริมาสะดุ้งเฮือก แต่ไม่สามารถขยับหนีได้
“ดีมาก... แค่นอนเฉยๆ ทำเหมือนเธอหลับไป” ศิลาพูดเสียงต่ำ พลางเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะกับผิวแก้มเย็นชืดของเธอ “เธอไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว”
นิ้วมือเรียวยาวแต่แข็งแรงของเขากระชากซิปกระโปรงของเธอลงอย่างง่ายดาย เนื้อผ้าถูกรูดลงไปกองอยู่ตรงข้อเท้าอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนที่กำลังสั่นระริกตามอารมณ์ที่ตีกันในอก
แสงไฟสลัวจับภาพร่างกายของพริมาที่อยู่ใต้กึ่งกลางความมืดและแสงสว่าง ศิลามองสำรวจร่างกายที่เปิดเปลือยของเธออย่างเงียบงัน ดวงตาคู่คมกริบของเขาไม่ได้แสดงถึงความลุ่มหลง แต่มันคือการสำรวจทรัพย์สินที่เขากำลังจะ พริมาหลับตาลงแน่น พยายามจะปิดกั้นความรู้สึกที่แล่นพล่านั้แ่ปลายเท้าไปจนถึงศีรษะ แต่ร่างกายของเธอกลับทรยศ—ิัเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างน่าอับอาย
เขาเลื่อนตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเกลี่ยไปตามขอบชุดชั้นในลูกไม้สีดำสนิท ััที่เย็นเยียบและหนักหน่วงจากมือของท่านประธานทำให้ขนอ่อนทั่วร่างกายของพริมาลุกซู่ เธอเม้มปากแน่นจนเจ็บ เพื่อกลั้นเสียงครางที่อาจจะหลุดออกมาจากการลูบไล้ที่เชื่องช้าแต่หนักแน่น
ศิลาเริ่มขยับมืออย่างไม่รีบร้อน เขาเล้าโลมเธอด้วยการััที่แม่นยำและจงใจสร้างความทรมานทางอารมณ์ เขาใช้ลิ้นเลียไปตามร่องขาอ่อนที่กำลังเกร็งตัวอย่างแรง จากนั้นจึงความชื้นฉ่ำที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนผ้าลูกไม้ทันที
อื้อ...
เสียงครางเบาหวิวหลุดรอดจากลำคอของพริมาขณะที่ร่างกายของเธอถูกรุกรานด้วยความตั้งใจอันโหดร้ายของเขา ลิ้นร้อนๆ ตวัดสำรวจทุกซอกทุกมุมอย่างช่ำชอง ดึงดูดเอาความรู้สึกผิดชอบชั่วดีออกไปทีละน้อย เหลือไว้เพียงสัญชาตญาณดิบที่เริ่มถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
พริมาจิกเล็บลงบนเนื้อผ้าของเก้าอี้อย่างแรงจนมือสั่น ศีรษะของเธอเอนไปด้านหลัง แหงนรับความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานอย่างรวดเร็วจนเหมือนไฟฟ้าช็อต แม้ในห้วงแห่งความง่วงงันกึ่งหลับกึ่งตื่น ร่างกายของเธอก็ยังตอบสนองต่อััของเขาอย่างรุนแรง น้ำรักใสๆ เริ่มไหลซึมออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ปล่อยให้ศิลาได้ความชื้นแฉะนั้นอย่างสมบูรณ์
ศิลาผละออกมาอย่างรวดเร็วราวกับเปลี่ยนใจ เขาลุกขึ้นยืน ก่อนจะถอดเสื้อเชิ้ตออกอย่างใจเย็น เผยให้เห็นร่างกายที่ฟิตและเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดหรูหรานั้น พริมาลืมตาขึ้นมองภาพตรงหน้า ดวงตาเธอมัวซึมไปด้วยความใคร่และความกลัวที่ปนเปกันจนแยกไม่ออก
เขาเดินไปที่มุมห้อง คว้าเอาซองสีเงินเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อที่แขวนไว้ ก่อนจะฉีกออกด้วยความนิ่งเฉย มือของศิลาทำทุกอย่างอย่างเป็ระบบ ระเบียบ และรวดเร็ว เหมือนกำลังเซ็นเอกสารทางธุรกิจที่สำคัญ นี่คือการกระทำที่บริสุทธิ์ของอำนาจที่ปราศจากความรักใคร่
เมื่อพร้อมแล้ว เขาก็โถมตัวเข้าหาพริมาอีกครั้ง ร่างกายของเขาทาบทับลงมาบนร่างของเธอทันที ความหนักแน่นและไออุ่นจากร่างกายของชายผู้ทรงอำนาจทำให้พริมาหายใจติดขัด
ศิลาจับขาเรียวของเธอแยกออกจากกันเบาๆ ก่อนจะเบียดกายเข้าแทรกกลางระหว่างความอ่อนนุ่มนั้น เขาใช้ปลายอวัยวะที่แข็งขืนและร้อนผ่าวค่อยๆ ไถวนอยู่บริเวณปากทางที่บวมช้ำจากการเล้าโลมอย่างหนักหน่วง ราวกับกำลังวัดระดับความตื่นเต้นที่เธอมี
จากนั้น... ด้วยจังหวะที่เด็ดขาดและหนักแน่น ศิลาก็สอดใส่เข้าไปในตัวเธอทันที!
อ๊าก!
เสียงกรีดร้องสั้นๆ ถูกกลืนหายไปในความเงียบของห้องใต้หลังคา มีเพียงเสียงเนื้อที่ฉีกขาดเล็กน้อยและเสียงลมหายใจที่ถูกกระชากออกไป พริมาสะดุ้งตัวเกร็ง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ความคับแน่นที่รุนแรงทำให้ร่างกายของเธอชาไปชั่วขณะ แต่ความตื่นเต้นที่ถูกกระตุ้นไว้ก่อนหน้าก็เข้าครอบงำอย่างรวดเร็ว
“แน่นเหลือเกิน... เหมือนไม่เคยมีใคร” ศิลากระซิบชิดข้างหูของเธออย่างเ็า เขายังคงฝังตัวนิ่งอยู่ภายในนั้น ให้ร่างกายของเธอได้ปรับตัวเข้ากับการรุกรานครั้งนี้
พริมาพยายามจะขยับหนี แต่ร่างที่อ่อนปวกเปียกจากยาและน้ำหนักของศิลาก็ทำให้เธอขัดขืนได้แค่การเกร็งกล้ามเนื้อภายในช่องทางที่กำลังรับน้ำหนักนั้น
ศิลาเริ่มขยับตัวอย่างช้าๆ ในตอนแรก เป็จังหวะตอกย้ำที่หนักแน่น แต่เชื่องช้า เขาเริ่มจากความลึกที่สุด ก่อนจะถอนตัวออกมาเกือบสุดแล้วดันเข้าไปใหม่ การเคลื่อนไหวของเขาแม่นยำเหมือนเครื่องจักร แต่ก็สามารถกระตุ้นจุดอ่อนไหวของเธอได้อย่างน่าอัศจรรย์
ตับ... ตับ... แฉะ... ตับ
เสียงกระทบกันของเนื้อหนังดังขึ้นอย่างน่าอาย แม้จะมีฝนข้างนอกกลบอยู่บ้าง แต่ในความเงียบยามดึกนี้ เสียงแห่งตัณหาก็ยังคงดังกึกก้อง พริมาเริ่มส่งเสียงครางที่ดังขึ้นเรื่อยๆ จากความเ็ปที่ปนเปกับความสุขสมที่ไม่้า
“มองหน้าฉันสิ พริมา” ศิลาสั่งเสียงต่ำ เขาเชยคางเธอให้เงยขึ้น ก่อนจะจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยน้ำตาแห่งความสับสน
จังหวะเริ่มเร็วและแรงขึ้นเรื่อยๆ สะโพกของศิลาเริ่มออกแรงกระแทกกระทั้นอย่างไม่ปรานี เขากดเธอลงไปกับเก้าอี้ไม้เก่าจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะของการร่วมรัก พริมาเริ่มหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายของเธอโค้งงอตามแรงกระแทกที่รุนแรงและลึกซึ้ง
ทุกครั้งที่ศิลากระแทกเข้ามา ความร้อนผ่าวและแรงดันก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนหัวใจจะะเิ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีได้ถูกกวาดล้างไปแล้ว เหลือเพียงความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุทะลวงจนสมองขาวโพลน
อ๊า... ซี๊ดซ๊าด... ท่านประธาน... อึก...
เธอเรียกชื่อเขาอย่างไม่รู้ตัว ชื่อที่เต็มไปด้วยอำนาจและความกลัวกำลังกลายมาเป็ชื่อแห่งความ้าอย่างเร่งด่วน ศิลาพอใจในปฏิกิริยานั้น เขายิ้มเย็นๆ ก่อนจะโหมกระหน่ำอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่ง
ไม่นานนัก ร่างกายของพริมาก็เริ่มเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง เธอรู้ว่าถึงจุดจบแล้ว ความรู้สึกร้อนวาบที่พุ่งจากมดลูกไปยังปลายประสาททำให้เธอปลดปล่อยเสียงร้องที่แหลมสูงออกมาจนสุดเสียง น้ำตาไหลเป็ทางบนใบหน้า ขณะที่ช่องทางภายในของเธอบีบรัดอวัยวะของเขาอย่างบ้าคลั่ง
ศิลาคำรามต่ำๆ ก่อนจะกระแทกส่งเป็จังหวะสุดท้าย เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว และปลดปล่อยความร้อนแรงทั้งหมดออกมาเต็มพิกัดในถุงยางที่รองรับอยู่ เขานอนหอบหายใจอยู่บนตัวเธอสักพัก ก่อนจะถอนตัวออกมาอย่างรวดเร็วและไร้เยื่อใย
ห้องใต้หลังคาเงียบลงทันที เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของพริมาที่ยังคงสะท้อนก้องกังวาน เธอจ้องมองเพดานด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ร่างกายเหนื่อยล้าจนแทบยกแขนไม่ไหว
ศิลากลับไปหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ เขาจัดชุดให้เรียบร้อยอย่างไม่ใส่ใจความทรมานที่ทิ้งไว้เื้ั ก่อนจะหันมามองพริมาที่ยังคงเปลือยเปล่าและสับสน
“เธอไม่มีอะไรต้องกังวล” ศิลาพูดเสียงเรียบขณะที่กำลังติดกระดุมข้อมือ “ความลับของเราจะปลอดภัย ตราบเท่าที่เธอไม่ลืมหน้าที่ของเธอ”
เขาโยนเงินจำนวนหนึ่งไว้บนโต๊ะข้างตัวเธอ เป็ค่าตอบแทนที่ดูถูกเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด ก่อนจะเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและอากาศเย็นะเืที่เข้ามากัดกินร่างกายและจิตใจของหญิงสาวผู้ตกเป็เหยื่อแห่งอำนาจ
พริมาหลับตาลง เธอไม่รู้ว่าน้ำตาที่ไหลออกมานั้น เป็เพราะความเ็ป ความกลัว หรือความสมยอมที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาในห้วงแห่งความมืดมิดนี้กันแน่