ิจูเดินเข้าไปกระซิบข้างหูเธอว่า“ิเยี่ยนเป็คนถือตัวมาก มีใจจะแต่งงานกับคนเมืองเท่านั้นบ้านคุณคงรั้งเธอไว้ไม่ได้หรอก ต่อให้วันนี้คุณบังคับเธอไปเธอก็ยังจะหนีกลับมาอยู่ดี”
นี่คือเื่ที่สะใภ้สกุลชวีมักกังวลใจอยู่เสมอจะให้มานั่งเฝ้าหล่อนอยู่บ้านทุกวัน ไม่ต้องไปทำงานก็คงไม่ได้
ในตอนที่เธอกำลังหนักใจเธอก็ได้ยินิจูพูดขึ้นอีกว่า “แต่ว่าตราบใดที่ทั้งสองคนได้จดทะเบียนสมรส หล่อนก็จะเป็สะใภ้ของครอบครัวคุณอย่างแท้จริงต่อให้หนีไป คุณก็สามารถให้ลูกชายไปตามเธอกลับมาได้หรือจะให้กลับมาอาศัยอยู่บ้านเธอ ก็ไม่ผิดอะไรที่ลูกเขยจะไปอยู่บ้านภรรยาค่ะ”
สะใภ้สกุลชวีเหลือบมองิจูด้วยความชื่นชมโชคดีที่ไม่ได้ให้ิจูมาเป็สะใภ้ของตน ไม่เช่นนั้นคงรับมือไม่ไหวแน่สาวน้อยคนนี้ช่างร้ายกาจจริงๆ
แต่แผนการนี้เหมาะกับเธอพอดี!
ิจูมองทุกคนที่จากไปมุมปากก็ปรากฏรอยยิ้ม
เมื่อกลุ่มคนเ่าั้จากไปิจูก็หันกลับไปพูดกับคุณป้าด้วยรอยยิ้มว่า “ป้าคะช่วยแจกขนมมงคลให้ทุกคนด้วยนะคะ หนูจะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างในแล้วจะออกมาทำพิธีค่ะ”
คุณป้าทำตามอย่างว่าง่ายิจูรีบเดินเข้าไปในห้องนอน เธอเข้าไปในมิติเพื่ออาบน้ำอย่างสบายใจก่อนจะออกมาหลังจากเปลี่ยนชุดกระโปรงเรียบร้อยแล้วก็ยังถักผมเปียหางม้าสูงอย่างสวยงามเสร็จแล้วก็คลุมผ้าคลุมหน้าเ้าสาวเอง ก่อนจะเรียกคุณป้า
ไม่นานคุณป้าก็เดินเข้ามาในห้องและช่วยประคองิจูที่สวมชุดกระโปรงยาวลายดอกไม้สีขาวออกมา
ในยุคนั้นผู้หญิงชนบทที่สวมกระโปรงมีไม่มากนัก ในหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งมีเพียงิเสี่ยวเจี๋ยที่มีฐานะดีที่สุดเท่านั้น ที่มีชุดกระโปรงหลายตัวและจะสวมออกมาอวดบ้างเป็ครั้งคราว
ชุดกระโปรงแดงลายดอกไม้สีขาวของิจูไม่เหมือนกับชุดที่ิเสี่ยวเจี๋ยเคยใส่แบบที่เธอสวมเป็แบบที่คนในยุคนี้ไม่เคยเห็น เอวสูงเข้ารูป และยาวปิดหัวเข่าส่งเสริมรูปร่างของิจูให้ดูดีมากขึ้น่น่องที่เปิดเผยออกมาก็ทำให้ใบหน้าสีเข้มของเจียงตั่วถึงกับแดงแบบที่คนอื่นไม่ทันสังเกตเห็น
เขานึกถึงััตอนที่กำลังกำข้อเท้าของเธอขณะที่พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในห้องใต้ดินเก็บเสบียงวันนั้น...
เมื่อรู้ตัวว่ากำลังคิดอะไรอยู่เจียงตั่วก็รีบระงับความคิดที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้ แล้วเดินไปยืนข้างิจูทันที
ิจูคลุมผ้าคลุมหน้าเ้าสาวไว้แตะมือคุณป้าเบาๆ แล้วพูดว่า “คุณป้าคะเชิญนั่งตำแหน่งประธานนะคะ หนูไม่มีพ่อแม่ คุณป้าคือญาติผู้ใหญ่ของหนูเราจะคำนับคุณป้ากันค่ะ”
แม้ว่าิชุนนีจะดูซื่อๆแต่เธอก็ไม่ใช่คนโง่อะไรนัก โดยเฉพาะใน่สองวันที่ผ่านมา ด้วยพลังจากน้ำพุวิเศษทำให้จิตใจที่เคยสับสนของเธอกลับมาแจ่มใสขึ้นมาก เมื่อได้ยินคำพูดนี้เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้ง
เมื่อได้รับความเห็นชอบจากเจียงตั่วเธอก็เดินไปนั่งบนเก้าอี้นั้นด้วยความประหม่า
เจียงตั่วเหลือบมองเฉียวปินเขาก็รีบพูดขึ้นอย่างมีไหวพริบว่า “เอาล่ะเ้าบ่าวเ้าสาว คำนับญาติผู้ใหญ่ โค้งคำนับสามครั้ง”
งานแต่งงานในยุคนี้เรียบง่ายไม่มีพิธีไหว้ฟ้าดิน หรือการบูชาบรรพบุรุษจากนี้อีก
หลังจากทั้งสองโค้งคำนับสามครั้งเฉียวปินก็กระซิบถามว่า “หัวหน้าครับขั้นตอนต่อไปคืออะไรครับ?”
ิจูตอบว่า“เจียงตั่ว แค่เปิดผ้าคลุมหน้าก็ถือว่าเสร็จพิธีแล้วค่ะ”
เจียงตั่วก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วค่อยๆ ถอดผ้าคลุมหน้าของเธอออก
ใต้แสงแดดใบหน้าของิจูไม่มีความเขินอายของเ้าสาวเลยเธอเงยหน้าสบตาเจียงตั่วแล้วยิ้มอย่างสดใส รอยยิ้มนั้น...ดูเหมือนจะเจิดจ้ายิ่งกว่าแสงแดดในวันนี้เสียอีก
ในขณะนี้ทั้งสองเข้ามาใกล้กันมากจนเจียงตั่วสามารถได้กลิ่นหอมหวานสดชื่นที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จากตัวเธอเพิ่งวิ่งมาเมื่อครู่นี้เอง แต่ทำไมตัวของเธอยังหอมขนาดนี้อยู่นะ?
ผู้หญิงทุกคนมีกลิ่นแบบนี้หรือว่าิจูพิเศษไม่เหมือนใคร?
และในขณะที่เฉียวปินยืนอยู่ด้านหลังเจียงตั่วเขาก็ตกตะลึงกับรูปลักษณ์ของิจูอย่างมาก!
เสื้อผ้าส่งคนให้ดูดีขึ้นจริงๆิจูก็หน้าตาสะอาดสะอ้านน่ารักอยู่แล้ว พอสวมชุดกระโปรงนี้และถักผมเปียสูงเธอจึงดูเหมือนคนเมืองมากกว่าสาวๆ ที่มาจากในเมืองจริงๆ เสียอีก
นี่หัวหน้าไม่ได้หลงใหลในความงามใช่หรือไม่?
เจียงตั่วในตอนนี้หัวใจเต้นเร็วอย่างน่าประหลาดเขาละสายตาจากการจ้องมองิจู หันไปพูดกับฝูงชนที่มาร่วมงานว่า“ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมพิธีหลังจากนี้ต้องรบกวนทุกท่านช่วยดูแลแล้วครับ”
ทุกคนพูดอวยพรเจียงตั่วไม่กี่คำแล้วก็แยกย้ายกันไป
ิจูแหงนมองดวงอาทิตย์“ขนาดนี้คงไปทำงานไม่ได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยไปเถอะค่ะฉันจะไปเตรียมอาหารก่อน”
“เดี๋ยวฉันช่วย”
“ไม่ต้องค่ะ คุณมีงานอื่นอยู่นี่คะ คุณไปเชิญอาจารย์โจวมาเถอะค่ะ ในวันดีๆแบบนี้ ให้เขามาร่วมทานอาหารง่ายๆ ด้วยกันนะคะ ข้อมูลที่ท่านให้มาฉันอ่านแล้วได้ประโยชน์มากเลยค่ะ ต้องขอบคุณท่านจริงๆ!”
“ได้”
เฉียวปินเห็นดังนั้นก็รีบอาสาขึ้นมาว่า“หัวหน้าครับ ให้เป็หน้าที่ผมเอง”
พูดจบเฉียวปินก็หันหลังเดินออกไปเจียงตั่วเพิ่งเคยรู้สึกว่าลูกน้องคนนี้มีไหวพริบขนาดนี้เป็ครั้งแรก
เขาก็ไม่นิ่งเฉยขยันขันแข็งแบกคานไม้ไปตักน้ำ
ิจูเข้ามาข้างในบ้านขอให้คุณป้าช่วยก่อไฟแล้วเธอก็ไปหยิบหมูสามชั้นที่ทอดไว้เมื่อวันก่อนออกมาจากกระปุกน้ำมันหมูแล้วหั่นเป็สามชิ้น
สองชิ้นเล็กหนึ่งชิ้นใหญ่
ชิ้นใหญ่หั่นเป็ชิ้นเล็กพอดีคำติดมันและเนื้อ เพื่อทำหมูสามชั้นตุ๋น
และสองชิ้นเล็กหั่นเป็เส้นเตรียมไว้ผัดผัก
เธอนึกถึงหอยขมที่เก็บได้จากแม่น้ำในวันที่เธอมาถึง...ตอนนี้น่าจะคายทรายออกมาหมดแล้ว
ิจูตุ๋นหมูสามชั้นเสร็จแล้วเธอก็ตักน้ำมาหนึ่งกะละมัง ล้างหอยขมที่ลานบ้าน
ขณะกำลังล้างอยู่เฉียวปินก็พาโจวชางิเข้ามา
โจวชางิมาถึงในบ้านก็พูดแสดงความยินดีและยื่นเงินของขวัญหกหยวนให้
ิจูปฏิเสธอยู่นานก็ไม่เป็ผลสุดท้ายเจียงตั่วก็กลับมาพร้อมน้ำ แล้วยัดเงินคืนให้โจวชางิไป
เขากับิจูตกลงกันไว้แล้วว่าจะไม่จัดงานเลี้ยงหลังแต่งงาน แค่เชิญคนมาทานอาหารง่ายๆ และจะไม่รับของขวัญใดๆทั้งสิ้น
เฉียวปินเห็นหอยขมหนึ่งกะละมังเล็กๆที่ิจูกำลังล้างอยู่ เขาก็ถามด้วยความประหลาดใจ “ิจูเธอไปเอามาจากไหนกัน?”
“เจอตอนไปซักผ้าที่แม่น้ำเมื่อสามวันก่อนนั่นแหละค่ะ เลยเก็บมาจากตรงนั้น”
“ในแม่น้ำยังมีหอยขมอยู่อีกเหรอ?” เฉียวปินยิ่งประหลาดใจ“ฉันเคยไปตั้งหลายครั้ง แต่ทำไมไม่เคยเจอเลยล่ะ?”
ิจูเลิกคิ้วไม่เคยเจอมาก่อนเหรอคะ? มีเยอะแยะไปหมดเลยนะ!
แถมเธอไม่ได้แค่เก็บหอยขมได้เยอะเท่านั้นแต่ยังจับปลาโง่ๆ ที่ดูไม่เฉลียวใจได้อีกสองตัวด้วย!
“สงสัยคุณไปหาไม่ถูกที่มั้งคะ ฉันพลิกก้อนหินก้อนเดียวก็เจอทั้งหมดนี้เลย”
“เธอนี่โชคดีจริงๆ คราวหน้าพาฉันไปด้วยนะ!”
ิจูหัวเราะสนุกสนาน“ได้เลยค่ะ”
เธอบอกให้เจียงตั่วย้ายโต๊ะในครัวมาที่ลานบ้านแล้วบอกให้เขาไปนั่งคุยกับโจวชางิและเฉียวปินในที่ร่มก่อน
เธอเดินกลับเข้าไปในครัวเพื่อตักน้ำร้อนใส่กาออกมาแต่ก็กลัวว่าพวกเขาจะจับได้ว่าน้ำของเธอไม่เหมือนใคร
คิดแล้วคิดอีกเธอก็รื้อชาไผ่หินที่คุณป้าเคยคั่วเก็บไว้ในตู้ติดผนังออกมาชงใส่กาน้ำชาแล้วยกไปให้ทั้งสามคน
และิจูก็ได้ยินเสียงเฉียวปินอุทานขึ้นมาว่าชาไผ่หินรสชาติดี!
ดูเหมือนว่าความหวานของน้ำพุวิเศษนี้จะไม่มีอะไรมากลบได้เลยสมแล้วที่เป็ของดี!
เฉียวปินที่อยู่ในลานบ้านดื่มชาไปครึ่งการู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที เมื่อได้กลิ่นหอมฟุ้งมาจากห้องครัวเขาก็รู้สึกหิวขึ้นมาในทันที จนอดใจหันไปกระซิบถามไม่ได้ว่า“หัวหน้าครับ ิจูกำลังทำอะไรอยู่น่ะ ทำไมหอมจังเลย!”
แต่เจียงตั่วกลับมีสีหน้ามืดครึ้มแล้วถามเฉียวปินด้วยเสียงเ็าว่า “เมื่อกี้นายเรียกเธอว่าอะไรนะ?”