บทที่ 60 ดาวิกา
“ราตรีสวัสดิ์ครับ น้องวัสสา” เสียงทุ้มทรงเสน่ห์เอ่ยส่งท้าย รอยยิ้มจริงใจและดูซื่อตรงนั้นทำให้สาวๆหัวใจสั่นไหวได้ง่ายๆ แต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่กับปลายฝน
เขาเพียงส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเรียบง่าย ทั้งที่ร่างเล็กๆของเขานั้นอยู่ในอ้อมแขนของคนเป็นพี่ที่กำลังแสดงท่าทางหึงหวงออกมาอย่างไม่ปิดบัง แขนแกร่งโอบบ่าเด็กน้อยไว้แน่นคล้ายกับต้องการบอกให้ทุกคนรับรู้ว่าคนนี้เป็นคนของเขาคนเดียวเท่านั้น แม้ว่าจริงๆแล้วเจ้าตัวจะไม่ทำเช่นนี้ ตลอดเวลาที่กินอาหารร่วมกัน คงมีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ดูไม่ออก
ปลายฝนรู้ว่าพีรพลนั้นจงใจทำเช่นนี้ก็เพื่อให้พวกเขาทะเลาะกัน หลังจากที่ตัวเองนั้นได้แสดงภาพลักษณ์เป็นคนดีที่แสนจะอบอุ่นไว้ในใจของเด็กน้อยแล้ว หากคุณเหมันต์ทำอะไรที่รุนแรงหรือมีการทะเลาะเบาะแว้งกัน อย่างไรคนแรกที่ปลายฝนจะนึกมาเปรียบเทียบก็คือตนเอง
ถึงจะรู้แผนนี้ แต่ปลายฝนก็คิดว่ามันน่าขันสิ้นดี
ตัวเขาในตอนนี้ไม่ได้มีภาพลักษณ์ที่อีกฝ่ายพยายามจะสร้างเอาไว้ในใจเสียหน่อย ประสบการณ์หลายปีของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนนั้นทำให้เขาเกลียดจนอยากจะปรี่เข้าไปต่อยสักทีสองที แต่ก็กลัวว่ามันจะไม่สะใจมากพอ
กรรมใดใครก่อไว้ เขาก็อยากให้มันได้รับการตอบกลับที่เจ็บแสบเช่นกัน
“ขึ้นรถ” เสียงทุ้มของคนเป็นพี่ที่พยายามกดข่มอารมณ์ของตนเองลงไปดังขึ้น ไม่ได้ตอบกลับนักแสดงหนุ่มตามมารยาท ด้วยฐานะเช่นเขา ไม่จำเป็นต้องมากมารยาทกับคนเหล่านี้ด้วยซ้ำ แค่การมารับประทานอาหารร่วมด้วยก็ถือว่ามากเกินพอแล้ว
“ครับ ขอบคุณทุกคนนะครับ” ปลายฝนรับคำพี่ชาย ก่อนจะหันไปก้มหัวให้ทุกคนอย่างสุภาพและน่ารัก ท่าทางที่ว่าง่ายเช่นนั้นยิ่งทำให้พีรพลมั่นใจในแผนของตนเองมากขึ้นไปอีก
เขามองเด็กหนุ่มจากไปด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ หากเขาได้เด็กน้อยมาครอบครอง นอกจากจะได้สะใจที่ทำให้คนที่ทำตัวอยู่เหนือจากคนอื่นตลอดเวลาอย่างเหมันต์ได้เจ็บปวดแล้ว เขาก็ยังได้เล่นสนุกกับเด็กน้อยคนนั้นอีกด้วย คราแรกแผนของเขาก็คือทำให้ทั้งสองต้องเจ็บปวด แต่เห็นแก่การที่เจ้าหนูนั่นดูจะชื่นชมเขาไม่น้อย ดังนั้นจะยอมคบไปด้วยเรื่อยๆก็แล้วกัน
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหยิบมือถือของตนเองขึ้นมา กดส่งข้อความ “ฝันดี” ให้อีกฝ่ายด้วยความคาดหวัง ระหว่างที่กินอาหารไปด้วย เขาก็รู้สึกหมันไส้เจ้าประธานบริษัทนั่นเต็มทน ไม่ว่าจะทำตัวรักใคร่เด็กน้อยจนออกหน้าออกตา หรือจะเป็นการที่ปล่อยรังสีฆ่าฟันมาให้อย่างเต็มที่
ก็แค่เป็นประธานบริษัท ก็แค่มีเงินมากหน่อย คิดว่าจะควบคุมทุกอย่างได้งั้นหรือ?
คอยดูวันที่ประธานบริษัทต้องร้องไห้หน่อยเป็นไง
ขณะที่พีรพลกำลังแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจหลังจากที่คิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนของตนเองอยู่นั้น ผู้กำกับที่เล็งพีรพลมานานก็เอ่ยปากขึ้นอย่างเสียไม่ได้
“คุณพีรพล ผมว่าคุณกับผมมีเรื่องต้องคุยกันนะครับ เพื่อให้งานต่อไปนี้มันราบรื่น....ถ้ายังไง ผมว่าคุณห่างจากคุณวัสสาหน่อยก็ดี” ในฐานะของผู้กำกับ เขาไม่ต้องการให้งานของเขามีปัญหาใดๆ เช่นการเปลี่ยนตัวนักแสดงกลางทาง
แม้ว่าพีรพลจะได้รับการเสนอชื่อมาจากคุณวัสสาเพราะเห็นว่าบทบาทของเขาเหมาะกับตัวละครนี้ ซึ่งคนอื่นๆก็เห็นด้วย แต่ก็ใช่ว่าเขาจะมีสิทธิทำอะไรก็ได้เสียหน่อย โดยเฉพาะการพยายามจะเข้าหาคุณวัสสาทั้งๆที่รู้ว่าเด็กหนุ่มเป็นคนรักของคนอื่น
“หืม? ทำไมล่ะครับผู้กำกับ ผมยังไม่เห็นว่าจะเป็นอะไรเลย น้องวัสสาเองก็ยังไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยนะครับ” พีรพลเรียกสีหน้าร้ายกาจของตนเองกลับมา แล้วมองไปยังผู้กำกับด้วยสายตาใสซื่อ
โชคร้ายที่ผู้กำกับไม่ใช่คนโง่ เขารู้ข่าวในวงในมากพอสมควร และนิสัยแย่ๆของพีรพลเองก็เคยเข้ามาถึงหูของเขาเหมือนกัน ปกติแล้วพวกเขาจะทำงานกับคนมีความสามารถ นิสัยส่วนตัวของใครเป็นอย่างไรก็ไม่ได้สนใจเท่าไรนัก ตราบใดที่มันยังไม่กระทบกับงานของเขา
ทว่า....หลังจากที่เห็นวันนี้ ดูเหมือนปัญหาจะเริ่มตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดกองด้วยซ้ำ
คุณวัสสาไม่ว่าอะไรแล้วยังไง? เจ้าของเขาแสดงท่าทางว่าหวงออกนอกหน้าขนาดนั้น ยังคิดจะไปกระตุกหนวดให้เสือตื่นมาทำลายทุกอย่างงั้นหรอ?
“อย่าหาว่าผมเอาแต่ตำหนิคุณเลย ขอพูดในฐานะเพื่อนร่วมงานกันนะครับ ผมเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักว่าคุณเป็นคนยังไง คุณควรจะอยู่ในตำแหน่งที่ควรจะอยู่ ไม่ควรที่จะคิดวาดฝันไปไกลจนเกินตัว อย่างแรกที่คุณควรคำนึงถึงคือนักแสดงในโลกนี้มีจำนวนมากเกินไป มากพอที่จะทำให้ใครสักคนหายไปจากวงการโดยที่หายไปเหมือนกับไม่เคยมีอยู่เลยก็ได้ ปีนี้เป็นปีทองของคุณ และเป็นซีรีย์เรื่องแรกที่คุณได้รับแนะนำในฐานะพระเอกของเรื่อง ถ้าพลาดโอกาสนี้ไปแล้วก็อาจจะยากแล้วก็ได้นะครับ บุคลิกของคุณเองก็เหมาะกับเป็นพระรองของเรื่องมากกว่า ถ้ายังไงฝากพิจารณาดีๆก่อนจะทำอะไรนะครับ” ผู้กำกับขยับแว่นตาของเขา มองไปที่พีรพลด้วยสายตาจริงจัง
คำเตือนนี้ดูก็รู้ว่าออกมาจากความจริงใจของเขาล้วนๆ
นักแสดงหนุ่มที่ได้รับคำเตือน เขากำหมัดแน่น เขาเกลียดจริงๆไอ้พวกที่ชอบพูดข่มขู่เขาเนี่ย แต่พอถูกห้ามก็เหมือนกับมีแรงยุให้ไปข้างหน้าต่อ
ทำไมเขาจะต้องอดทน ถ้าเขาอยากจะได้ใครสักคน ทำไมเขาจะต้องกลัวว่าจะไม่มีอนาคตในการแสดง? คิดว่าแฟนๆจะทิ้งเขาง่ายๆงั้นหรอ มันก็แค่อีกข่าวที่จะออกมา แต่สุดท้ายแล้วแฟนๆก็เรียกร้องให้เขากลับมาเหมือนเดิม
“ครับ ผมจะระวังตัวไม่ให้คนเข้าใจผิดนะครับ” แม้จะคิดอย่างไม่ชอบใจ ทว่าสีหน้าของพีรพลก็สมกับเป็นนักแสดงชั้นนำเหมือนกัน เขาส่งยิ้มเจียมตัวให้ผู้กำกับ ทำให้อีกฝ่ายเชื่อสนิทใจว่าเขาไม่ได้คิดจะเดินหน้าต่อแล้ว
ถึงพวกเขาจะพูดกันสองคน ทว่าก็ยังมีนักแสดงอีกหลายคนที่ได้ยินคำเตือนเหล่านี้ นักแสดงชายส่วนใหญ่คิดไปในทางเดียวกัน แต่นักแสดงหญิงนั้นต่างออกไป
หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว ผู้ที่ถูกคัดเลือกให้มาแสดงเป็นเพื่อนของนางเอกในเรื่อง และมีบทบาทค่อนข้างมากก็เข้ามาหาพีรพลที่ยังไม่กลับ สายตาของเจ้าตัวนั้นแสดงออกถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง มือเล็กๆของเจ้าหล่อนเอื้อมไปแตะที่แขนของพีรพลอย่างแผ่วเบา
“คุณพีรพล...” เสียงหวานใสดังขึ้นข้างๆ ทำให้พีรพลที่ตีหน้าซึมอยู่แสร้งชะงักด้วยความแปลกใจ
“อ่า คุณดาวิกายังไม่กลับหรอครับ”
“กำลังจะกลับแล้วล่ะค่ะ รอเรียกแท็กซี่อยู่” สาวน้อยตอบกลับอย่างสุภาพ
“เป็นผู้หญิงกลับคนเดียวไม่ปลอดภัยนะครับ นี่ก็ดึกแล้วด้วย เดี๋ยวให้ผมไปส่งดีไหมครับ” ผู้ชายที่สุภาพอ่อนโยนเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาแสดงออกถึงความห่วงใยและไร้พิษภัยอย่างสิ้นเชิง
“จะดีหรอคะ” สาวน้อยคิดอย่างหนักใจ ด้วยกลัวว่าจะเป็นภาระให้อีกฝ่าย
“ดีสิครับ ไปเถอะครับ เดี๋ยวผมไปส่ง” หมาป่าห่มหนังแกะยิ้มออกมาอย่างจริงใจ เดินนำสาวน้อยไปที่รถของตนเอง ภายนอกดูเหมือนสุภาพบุรุษ แต่ภายในใจนั้นกำลังมองว่าอีกฝ่ายเป็นเหยื่อชิ้นใหม่ของตนเองอยู่
ที่จริงเขาเห็นตั้งแต่ตอนกินอาหารแล้ว อีกฝ่ายมักจะลอบมองหน้าเขาแล้วก็เขินอายอยู่บ่อยๆ น่าเสียดายที่เจ้าตัวเป็นแค่นักแสดงสมบท ได้รับบทบาทเป็นตัวละครระดับ 2 ซึ่งเป็นเพื่อนนางเอกที่ไร้สมอง ดูอย่างไรบทนี้ก็ไม่มีทางโด่งดังขึ้นได้ ถ้าไม่อย่างนั้นจะได้เก็บไว้เล่นสนุกด้วยกันให้นานหน่อย หรือปล่อยออกมาเป็นกระแสคู่จิ้นได้เป็นอย่างดี
ซีรีย์เรื่องนี้ เขาประกบกับนักแสดงสาวอีกคนหนึ่ง ดังนั้นมันจะดีกว่าหากว่าเขามีข่าวคู่กับนักแสดงคนนั้น ระหว่างนี้เขาจำเป็นต้องอยู่เงียบๆเพื่อรอวันสร้างกระแส
ในฐานะพระเอกของเรื่อง มีกระแสกับนางเอกจะทำให้ซีรีย์กลายเป็นได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะมันดูไม่ขัดกัน ตอนไปทำงานก็จะมีงานจ้างคู่เข้ามามากขึ้นด้วย ถือว่าวินวินทั้งสองฝ่าย เพียงแต่เขายังไม่ได้โอกาสที่จะพูดคุยกับทางนั้นแค่นั้นเอง
“คุณพีรพลชอบคุณวัสสาหรอคะ” หลังจากที่เข้าไปนั่งบนรถ บรรยากาศที่เงียบสงบทำให้หญิงสาวเอ่ยปากชวนคุย เธอถามเกี่ยวกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น น้ำเสียงสงบเรียบร้อยไม่รู้ว่าพูดเล่นหรือจริงของเจ้าหล่อนทำให้พีรพลเงียบคิดไปชั่วขณะหนึ่ง
“ครับ น้องวัสสาน่ารักดี ผมก็เลยชอบมองเขา” ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยคำพูดกลางๆ เขาไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ถามเรื่องนี้เพราะอะไร หากอีกฝ่ายทำงานให้กับนักข่าว คลิปเสียงของเขาก็มีค่าพอสมควรเลย
“ดาวิกาคิดว่าเข้าใจคุณพีรพลนะคะ เพราะว่าดาก็ชอบมองคุณเหมันต์เหมือนกัน” หญิงสาวเอ่ยออกมา น้ำเสียงของเธอมีความเพ้อฝันอยู่ในนั้นเล็กน้อยด้วย
มือที่กำพวงมาลัยของพีรพลแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว อย่างที่เคยบอกไป เขาเกลียดชังคนที่มีความรักแบบนี้จริงๆ ยิ่งคนที่อีกฝ่ายแอบชอบก็เป็นเหมันต์ คนที่เขาไม่ชอบขี้หน้าด้วยแล้ว...
“อ่า นั่นสินะครับ” ชายหนุ่มมองหญิงสาวข้างๆให้มากขึ้นอีกหน่อย เห็นดวงตาเป็นประกายของเจ้าตัวก็ทำให้เขาอยากจะทำลายมันทิ้งไปเสียให้สิ้น
เขาอยากให้รู้จริงๆว่าไอ้ความรักที่ว่านี่ มันก็แค่ความเพ้อฝันเท่านั้นเอง
“คุณเหมันต์น่ะหล่อและเท่มากๆเลยนะคะ เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนก็ต้องคิดเหมือนกันนั่นแหละ ถ้าได้โอกาสที่จะทำให้คุณเหมันต์ชอบ เชื่อว่าใครๆก็ต้องคว้าเอาไว้ เพียงแต่คุณเหมันต์ดูท่าจะรักคุณวัสสาอย่างมาก ก็เลยหมดโอกาสไปเลยค่ะ ดาก็ได้แต่นั่งมองแล้วก็จินตนาการว่าดาเป็นคุณวัสสา ถ้าได้รับความรักมากมายขนาดนั้นจากคุณเหมันต์ ดาก็จะอุทิศตัวเองให้คุณเหมันต์ไปหมดทั้งตัวและหัวใจ ดาเชื่อว่าใครก็อยากได้ความรักแบบนั้นทั้งนั้นแหละ จริงไหมคะ” หญิงสาวพูดเจื้อยแจ้ว ไม่ได้สังเกตสีหน้ามืดครึ้มของคนข้างกายเลยแม้แต่น้อย
“ความรักของคุณดานี่เกิดขึ้นง่ายจังนะครับ” พีรพลกัดฟันพูดออกมา
“ค่ะ ความรักก็ไม่ได้เกิดขึ้นยากนี่คะ สมัยก่อน....คนที่แต่งงานกันด้วยพ่อแม่แนะนำ สุดท้ายอยู่กันไปก็รักกันจริงๆนะคะ อืม...จริงๆมันก็เหมือนกับความผูกพันหรือเปล่า”
“งั้นแปลว่าคุณดาจะรักใครก็ได้ ขอแค่ได้รับความรักมาก่อนงั้นหรอครับ”
“ถ้าทางนั้นรักดาจริงๆนะคะ”
“งั้น....ถ้าผมชอบคุณดาล่ะครับ คุณดาจะให้ความรักกับผมไหม” น้ำเสียงนุ่มทุ้มมีเสน่ห์ของคนขับรถดังขึ้น พีรพลชะลอรถของตนเอง เขาไม่ได้มองทางแล้วในตอนนี้
ชายหนุ่มใช้สายตาจับจ้องไปยังดาวิกา ใช้มุมของใบหน้าที่ดีที่สุดของตนเองให้อีกฝ่ายได้เห็น เสน่ห์ที่เคยล่อลวงผู้หญิงมามากมายนั้นถูกงัดออกมาใช้อีกครั้ง ดาวิกาเองก็ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“อย่าล้อกันเล่นสิคะ เมื่อครู่...คุณยังบอกว่าชอบคุณวัสสาอยู่เลย”
“น้องวัสสาน่ารักครับ ใครๆก็ชอบ แต่คุณดาเองก็น่ารักมากๆเหมือนกันนะครับ ผมเองก็ชอบมองคุณดา...” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและต้องการเอาใจนั้นทำให้ดาวิกาหน้าแดงเล็กน้อย
มือหนาของพีรพลแตะไปที่มือเล็กๆของดาวิกาซึ่งวางอยู่ที่ตักของเจ้าตัว รถคันเล็กเคลื่อนตัวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันมุ่งหน้าไปที่โรงแรมใกล้ๆนี้
ห่างออกไป
เชษฟังคำรายงานของคนของตนเองด้วยความพอใจก่อนจะรีบไปรายงานคนเป็นนายที่รอผลลัพธ์ของเรื่องนี้อยู่
“ประธานครับ พีรพลพาดาวิกาเข้าโรงแรมแล้วครับ”
“อืม”
“ส่วนเรื่องความรู้สึกกับคุณชายรองยังไม่ได้ถึงกับหลงใหล ยังเป็นความรู้สึกอยากเอาชนะเท่านั้นครับ ไม่รู้ว่าระหว่างนี้ดาวิกาจะทำให้หมอนั่นรักได้หรือเปล่า แต่เธอเป็นคนฉลาด คิดว่าไม่น่าจะทำพลาด”
“อืม ให้รางวัลเมื่องานเสร็จด้วย”
“ครับ” เชษพยักหน้ารับ เขาลังเลเล็กน้อยว่าจะเอ่ยเตือนคนเป็นนายดีหรือไม่เรื่องที่ทำลับหลังคุณชายรองอยู่แบบนี้ ทั้งที่คุณชายรองอยากจะแก้แค้นด้วยตนเอง แต่ประธานของเขากลับบอกว่าไม่ต้องการให้คุณชายรองลดตัวลงไปเล่นเกมสกปรก ทว่าคนเป็นนายก็ทำมันลับหลัง ทั้งที่ต่อหน้าบอกให้คุณชายรองเล่นให้สนุกได้
เขาล่ะกลัวจริงๆว่าถ้าคุณชายรองรู้เข้าแล้วโกรธขึ้นมา ประธานที่แสนจะมั่นอกมั่นใจของเขาจะเป็นยังไง
“เอ่อ ประธาน...”
“มีอะไร” ต้นหนาวพลิกหน้าเอกสารในมือ เอ่ยถามลูกน้องคนสนิทอย่างไม่ได้ใส่ใจมากนัก หลังจากที่เป้าหมายส่งคนไปอยู่ข้างกายของพีรพลอะไรนั่นสำเร็จแล้ว เขาก็ไม่ได้สนใจอีก
แผนของเขาคือต้องการให้ดาวิกาเป็นคนที่จะทำให้เจ้านั่นชอบให้ได้ แล้วก็หักหลังหรือทำร้ายอะไรก็แล้วแต่ที่ปลายฝนต้องการ แต่เขาไม่ชอบให้เด็กน้อยของเขาต้องลงมือเอง ทุกครั้งที่ลงไปเล่นกับใคร มันมีความเสี่ยงสูงที่จะหลงรักเจ้านั่นจริงๆขึ้นมา อีกอย่างน้องก็อยู่กับเขาตลอด โอกาสที่จะได้เรียนรู้คนอื่นมีน้อยมากๆ เขาจึงได้กลัวว่าถ้าปล่อยให้น้องได้เจอคนอื่นแล้วน้องอาจจะตื่นเต้นไปกับอะไรใหม่ๆ
อันที่จริงก่อนหน้าเขาก็ไม่ได้กังวลขนาดนี้หรอก แต่พอได้ยินเจ้าออเดรย์พูดเข้าบ่อยๆ ก็อดที่จะกลัวขึ้นมาไม่ได้จริงๆ
“คือว่าทำแบบนี้ ถ้าคุณชายรองรู้เข้าว่าไปยุ่งกับแผนของคุณชาย คุณชายรองอาจจะโกรธเอาได้นะครับ” เชษกลั้นใจ พูดออกไปตามสิ่งที่ตนเองคิด
ต้นหนาวหยุดมือ เขามองไปยังเชษเหมือนคนโง่
.......................................