ทันทีที่เสียงต่อสู้เงียบสงัดลงทารินรีบกวาดสายตาไปทั่วป่าทึบเพื่อมองหาสถานที่ที่เหมาะสำหรับพักเขารู้ดีว่าตอนนี้สิ่งสำคัญไม่ใช่การเดินทางต่อ แต่คือการตรวจสอบอาการของวิลล์
หญิงสาวที่เพิ่งผ่านความตึงเครียดจากการเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายกำลังแสดงอาการหดเกร็งเฉียบพลันร่างกายสั่นสะท้านเพราะความหวาดกลัวที่ยังไม่จางหาย
“หาพื้นที่ที่กว้างหน่อยนะพออาการฉันดีขึ้นจะได้ทำอาหารกินกัน” วิลล์กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
แม้ตามร่างกายของหญิงสาวจะยังคงเ็ปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ใช่อาการที่น่าเป็ห่วงเธอรับรู้และเข้าใจดีถึงสภาวะที่กำลังเกิดขึ้นกับตนเอง
ลีน่าค่อย ๆนวดตามจุดต่าง ๆ บนร่างกายของวิลล์อย่างอ่อนโยนเพื่อช่วยคลายความตึงเครียดในกล้ามเนื้อ
ไม่นานทารินก็กลับมาพร้อมกับตำแหน่งที่พักที่เหมาะสม
เมื่อร่างกายเริ่มสงบลงวิลล์จึงค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้น ก้าวตามทารินไปข้างหน้า โดยมีลีน่าเดินตามหลังคอยระวังภัยให้ไม่ห่าง
พวกเขาใช้เวลาเดินทางนานพอสมควรเพื่อไปยังจุดหมาย
พื้นที่เบื้องหน้าเป็ลานโล่งมีหญ้าขึ้นประปรายและแนบชิดกับก้อนหินใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหนึ่ง
ทั้งสามจึงเลือกหยุดพักที่นี่พวกเขานำของใช้จำเป็ออกมาจัดเตรียม ก่อนจะนั่งลงดื่มน้ำคลายความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางที่ผ่านมา
วิลล์จัดการนำร้านอาหารรถลากของเธอออกมา
“เข้าไปข้างในกันเถอะ”
มันเป็ครั้งแรกที่ทารินและลีน่าได้เข้ามายังด้านในของร้านพวกเขาทั้งสองคนจึงมีความรู้สึกแปลกใหม่อยู่ไม่น้อย
“น่าสนใจดีนะไม่คิดว่าจะสามารถทำร้านรูปแบบนี้ออกมาได้”ทารินกล่าว
ลีน่ากวาดสายตามองแล้วถามว่า“ทำไมถึงต้องทำร้านออกมาให้แปลกใหม่กว่าร้านอื่น ๆ ล่ะ แถมยังทำให้มันมีล้ออีก?”
“เพื่อเป็แนวทางให้คนอื่น ๆเอาไปทำต่อยังไงล่ะ” วิลล์ที่อยู่ในพื้นที่ทำอาหารยิ้มแล้วตอบออกมา
“ใจดีสมกับเป็เธอจริง ๆ นะ” ลีน่ากล่าวติดตลก
ในขณะที่กำลังกินอาหาร
วิลล์ที่ยังติดใจกับเหตุการณ์บางอย่างก็ถามออกมาว่า“ฉันไม่ได้จะต่อยใส่เ้ากระต่ายโชคร้ายนั่นนะ แต่ฉันจะฟันมัน”
เอลฟ์ทั้งสองคนหัวเราะ
“หมัดที่เธอปล่อยออกมารุนแรงขนาดที่ทำให้กระต่ายเขาเดียวแทบหมดสภาพเลยนะ ฉันฟันไปแค่ทีเดียวมันก็ถูกจัดการลงง่าย ๆ ” ทารินกล่าว
“ช่วยฝึกให้ฉันหน่อยได้ไหม”วิลล์มีสีหน้าจริงจัง
“ได้สิ!แต่ต้องเป็หลังออกไปจากป่าก่อนนะ” ทารินยิ้มกวน ๆ
“เธอมีร่างกายที่ดีนะเหมาะกับการฝึกมาก แต่การตอบสนอง การเคลื่อนไหว และสัญชาตญาณแทบจะไม่มีเลย”ลีน่ายิ้มพลางกล่าวติดตลก
“ก็ฉันไม่เคยผ่านการฝึกมาก่อนนี่!”วิลล์กล่าวตัดพ้อเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมา
เมื่อกินอาหารจนเสร็จทารินได้แนะนำให้วิลล์เก็บร้านของเธอกลับเข้าไปในอุปกรณ์มิติ
เพื่อป้องกันสัตว์ร้ายที่จะออกมาหากินในตอนกลางคืนและเพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับนอนพักผ่อนด้วย
เช้าวันต่อมา
ทั้งสามคนตื่นขึ้นมาใน่เช้าตรู่
เมื่อทำกิจวัติประจำวันจนเรียบร้อยพวกเขาก็ลงมือกินอาหารง่าย ๆ ที่มีเก็บไว้ในอุปกรณ์มิติ
ทั้งสามเดินต่อไปจนกระทั่งเสียงน้ำตกดังชัดเข้ามาในหูพวกเขา
“เราเริ่มเข้าใกล้จุดกำเนิดน้ำตกแล้วล่ะ”ทารินกล่าวเสียงเรียบ
ยิ่งเข้าใกล้ต้นน้ำตกมากเท่าไหร่ก็ยิ่งพบสัตว์ร้ายได้ง่ายขึ้นเพราะบริเวณแอ่งน้ำด้านล่างเต็มไปด้วยพืชพรรณและอาหารอุดมสมบูรณ์สำหรับพวกมัน
เวลาค่อย ๆล่วงเลยไปจนถึง่เวลาเย็น
ระหว่างการเดินทาง
พวกเขาเห็นดอกน็อคไทรากระจายตัวอยู่เป็ระยะๆ แต่ด้วยขนาดที่เล็กเกินไป จึงไม่สามารถเก็บไปใช้ประโยชน์ได้
ทารินกับลีน่าปรึกษากันว่าจะไปต่อดีไหม
พวกเขาทั้งสองคนเลือกที่จะไปต่อหลังจากนั้นเอลฟ์ทั้งสองคนก็อยู่ในสภาวะระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
วิลล์เองก็ไม่ได้มีท่าทีที่ผ่อนคลายเธอไม่อยากเป็ตัวถ่วง ทุกการก้าวเดินของเธอจึงเต็มไปด้วยความระมัดระวัง
ผ่านไปสักพักทารินที่ได้ยินเสียงร้องของตัวอะไรบางอย่างก็ได้ส่งสัญญาณให้สมาชิกภายในกลุ่มหยุดการเคลื่อนไหว
ทารินหันกลับไปมองลีน่าด้วยใบหน้าที่ตึงเครียด
“ไม่ดีแล้ว!นี่มันเสียงของสัตว์ร้าย พวกมันกำลังต่อสู้กัน!”ลีน่าที่มีประสาทรับรู้ไวกว่าทารินกล่าวออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
เสียงร้องและเสียงต่อสู้ของสัตว์ร้ายประชิดใกล้จะเข้ามา
“ซ่อนตัวไม่ทันแล้ว!”ทารินอุทาน
วิลล์ถูกทารินและลีน่าฉุดดึงอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกหนีไม่ให้เกิดการปะทะแบบสามฝ่าย
สัตว์ร้ายทั้งสองชนิดคือแมวสามหางและนกฮูกตาไฟที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
แม้ว่าพวกเขาทั้งสามคนจะหลบหนีออกไปไกลพอสมควรทว่าพวกเขาก็สามารถมองเห็นการต่อสู้ได้อย่างชัดเจน
‘ช่วยด้วยช่วยเราด้วย เราไม่คิดที่จะสู้กับแมวบ้าตัวนี้’
“ได้ยินเสียงอะไรไหม?”วิลล์หันซ้ายหันขวาด้วยสีหน้าแตกตื่น
“เสียง?เสียงอะไรเหรอ? ฉันได้ยินแต่เสียงร้องของสัตว์ร้ายที่กำลังต่อสู้กันเท่านั้นแหละ”ลีน่ากล่าวออกมาอย่างระมัดระวังรอบข้าง
“วิลล์!หรือว่าเธอได้ยินเสียงของพวกมัน” ทารินชี้ไปที่สัตว์ร้ายทั้งสองตัวด้วยสีหน้าสงสัย
“อ๊ะ! หรือว่าจะใช่ฉันจับใจความคร่าว ๆ ได้ว่า ช่วย ไม่อยากสู้กับแมวอะไรนี่แหละ” มีสีหน้าประหลาดใจ
“นกฮูกตาไฟสินะ!วิลล์! เธอพบกับสัตว์ร้ายสายเืบริสุทธิ์และมีสติปัญญาแล้วล่ะ” ทารินยิ้มมุมปาก“สิ่งที่เธอเรียนมา อาจจะได้ใช้ในตอนนี้แล้วนะ”
วิลล์มีสีหน้าเหวอไปเล็กน้อย“แล้วจะช่วยยังไงล่ะ?” หันมองไปที่เอลฟ์ทั้งสองคน “ก็ต้องเป็พวกเธอสินะ!”กลับมามีใบหน้าที่ปกติ
ทารินและลีน่าสูดลมหายใจลึกเพื่อทำสมาธิ
“อยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆอยู่ตรงนี้เข้าใจไหม ที่เหลือให้พวกฉันจัดการเอง” ทารินกล่าว
คู่สามีภรรยาเอลฟ์บีบมีดสั้นที่อยู่ในมือจนแน่นก่อนที่พวกเขาทั้งสองคนจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อตรงไปยังเป้าหมาย
‘พอถึงเวลาคับขันสองคนนี้ก็ดูเข้าขากันดีเลยนะ’ วิลล์กล่าวในใจ
ด้วยร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนบวกกับชุดเสริมพลังที่ทันสมัยทารินและลีน่าจึงไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยที่จะเข้าร่วมกับการต่อสู้ในครั้งนี้
มันไม่ใช่การต่อสู้แบบสามฝ่ายอีกต่อไปบัดนี้มันได้เปลี่ยนเป็สองเอลฟ์หนึ่งนกที่กำลังได้เปรียบในการต่อสู้
แมวสามหางะโออกห่างทันทีพร้อมกับร้องขู่คำรามใส่อีกฝ่าย
มันจ้องมองไปที่เป้าหมายทั้งสามที่อยู่ตรงหน้าก่อนที่มันจะหันไปมองสิ่งมีชีวิตที่อยู่เพียงโดดเดี่ยว
“มีด!ยกมีดในมือของเธอขึ้นมาเตรียมต่อสู้!” ทารินะโออกไปตามสัญชาตญาณของเขา
วิลล์ยกมีดที่อยู่ในมือขึ้นมาเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้
แมวสามหางหายวับไปอย่างรวดเร็วโดยทิ้งนกฮูกตาไฟกับทารินและลีน่าไว้อีกทาง
ทารินและลีน่าเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงสุดทว่าพวกเขาก็ไม่อาจตามความเร็วของแมวสามหางได้ทัน
แมวสามหางพุ่งผ่านวิลล์ไปอย่างรวดเร็ว
และในเสี้ยววินาทีแมวสามหางยังคงความหยิ่งยโส มันได้ใช้หางตาเหลือบมองไปที่วิลล์โดยที่ไม่มีแม้แต่จะหันหัวหรือหันหน้ามามอง
ในขณะนั้นก็มีเสียงทุ้มต่ำดังออกมาจากแมวสามหาง ‘มนุษย์!’
วิลล์ผงะไปเล็กน้อยกับเสียงที่ได้ยิน
แมวสามหางหายวับไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ให้ติดตาม
“ไม่เป็อะไรใช่ไหม!”
“ยังอยู่ดีไหม!”
เอลฟ์ทั้งสองคนถามอย่างร้อนรน
วิลล์ยืนนิ่งอยู่กับที่ใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
“แมวสามหางก็เป็สัตว์ร้ายสายเืบริสุทธิ์เหมือนกัน!มันมองมาที่ฉันด้วยหางตาแล้วพูดว่า มนุษย์ ฉันได้ยินชัดเลยล่ะ!”กล่าวออกมาด้วยสายตาที่เบิกกว้าง
ทารินและลีน่าที่เห็นว่าวิลล์ยังมีท่าทางที่ปกติพวกเขาทั้งสองคนก็ถอนหายใจออกมาแล้วส่ายหน้าเบา ๆ
“ไปดูนกฮูกตาไฟกันเถอะมันน่าจะได้รับาเ็” ลีน่ากล่าว
“เดินเข้าหาพร้อม ๆกันนะ โดยเฉพาะวิลล์ เธอต้องจับใจความที่มันจะสื่อสารออกมาให้ได้”ทารินกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ทั้งสามคนเดินเข้าใกล้นกฮูกตาไฟด้วยความระมัดระวัง
“เป็อะไรมากไหม?”วิลล์กล่าวถาม
นกฮูกตาไฟขยับร่างกายของมันเล็กน้อยเพื่อบ่งบอกอะไรบางอย่างกับอีกฝ่าย
“มันมีแผลที่ปีกน่ะ”วิลล์ชี้ไปที่ปีก ก่อนที่นกฮูกตาไฟจะส่งเสียงร้องเบา ๆ ออกมา
เอลฟ์สองคนใช้ยาของพวกเขารักษาาแให้กับอีกฝ่ายแม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถเข้าใจหรือสื่อสารกับมันได้ แต่ด้วยประสบการณ์พวกเขาสามารถมองท่าทางและพอจะเข้าใจกับสิ่งที่มันกำลังสื่อสารออกมา
แววตาของนกฮูกตาไฟเริ่มผ่อนคลายและอ่อนโยนลงมันค่อย ๆ ผล็อยหลับไปจากอาการาเ็และความเหนื่อยล้า
“ดูเหมือนว่ามันจะเชื่อใจพวกเรามากเลยนะ”วิลล์กล่าว
“น่าจะเป็เพราะเธอที่สามารถเข้าใจสิ่งที่มันจะสื่อสารได้และเป็เพราะเอลฟ์อย่างพวกฉันทั้งสองคนที่ไม่ได้มีท่าทีที่มุ่งร้ายกับมัน”ทารินอธิบาย
“สัตว์ร้ายที่พอจะมีสติปัญญาคือสัตว์ร้ายชั้นกลางเลยนะ มันสามารถสื่อสารผ่านเสียงหรือท่าทางกับฝ่ายตรงข้ามได้”ลีน่ากล่าวเสริม
ทั้งสามคนเลือกพักผ่อนรอจนกระทั่งพระอาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้าเพราะแสงสว่างที่ยังรำไรอยู่ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมสำหรับการเก็บดอกน็อคไทรา
ดอกน็อคไทราที่สามารถนำมาใช้งานได้นั้นจะต้องเก็บในเวลากลางคืนเท่านั้นเนื่องจากใน่กลางวันดอกของมันจะหุบสนิทและคุณสมบัติที่เป็ประโยชน์ของมันก็จะไม่ปรากฏให้ใช้งาน
...
เวลาค่อย ๆผ่านไปจนถึง่เวลามืดค่ำ
นกฮูกตาไฟตื่นขึ้นมาพร้อมกับได้ยินสิ่งที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน มันพยายามสื่อสารกับวิลล์เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขากำลังตามหา
วิลล์ต้องตั้งใจฟังและตีความซ้ำหลายครั้งก่อนที่จะจับใจความได้และถ่ายทอดสิ่งที่นกฮูกพยายามสื่อสารให้เอลฟ์ทั้งสองคนฟังจนเข้าใจ
“มันจะพาพวกเราไปหาดอกน็อคไทราเพื่อเป็การขอบคุณน่ะแต่มันก็ขอร้องพวกเราว่าอย่าเก็บไปจนหมดเพราะว่าสัตว์ร้ายอย่างพวกมันก็จำเป็ที่จะต้องใช้เหมือนกัน” วิลล์อธิบาย
เอลฟ์ทั้งสองคนเบิกตากว้างด้วยความใก่อนที่วิลล์จะอธิบายต่อออกมาว่า
“สัตว์ร้ายอย่างพวกมัน้าแค่เฉพาะส่วนรากที่เป็หัวเท่านั้นซึ่งจะเป็ส่วนที่เป็พิษกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ แต่มันเป็ประโยชน์กับสัตว์ร้าย”
เอลฟ์ทั้งสองคนต้องใอีกครั้งพลางนึกถึงตอนพบเจอกับดอกไม้ครั้งก่อน ๆ
“พวกเราก็นึกว่าสัตว์ร้ายแค่ขุดออกมาเล่นเฉยๆ เพราะดอกไม้ที่พบเจอถูกคุ้ยเขี่ยจนเสียหายไปหมด”
นกฮูกตาไฟยังพยายามสื่อสารต่อไปอีกว่าจริง ๆ แล้วดอกไม้ที่ขึ้นอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆภายในป่านั้นล้วนเกิดจากต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์พืชิญญาเป็ผู้ให้กำเนิดทั้งหมดแต่เมื่อใดที่ต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์รับรู้ถึงการรุกรานหรืออันตรายพวกมันก็จะหลบหนีไปยังที่อื่น และหากผู้คนเก็บดอกไม้เ่าั้จนหมดบริเวณที่เคยมีอยู่ต้นกำเนิดของมันก็จะไม่หลงเหลืออีกต่อไป
ทารินและลีน่าต่างต้องประหลาดใจอีกครั้งเมื่อต้องรับรู้ความจริงใหม่เกี่ยวกับดอกไม้และต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์พืชิญญาเหตุผลเื้ัการปรากฏตัวของดอกไม้เหล่านี้รวมถึงความเปราะบางต่อการรุกรานและอันตรายทำให้ทั้งสองคนต้องหยุดคิดและเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
“พวกเราต้องเอาเื่นี้กลับไปรายงานกับทางสำนักงานเมือง!”ทารินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจัง