เว่ยตงหยางขึ้นมาทำสิ่งใดในรถม้าของนาง เหตุใดแสดงสีหน้าคล้ายจะบีบกำลำคอของนางให้แหลกละเอียดเช่นนั้น ความสงสัยกลายเป็คำถามหลากหลายแล่นเข้ามาในศีรษะของหยวนซูลี่ แต่พอจะอ้าปากถามเขาเท่านั้นออกไป คำพูดต่างๆ ก็ถูกกลืนกลับหายลงคอไปจนหมด เพราะ...
“หยวนซูลี่!!! เ้าช่างเก่งกล้าหยามหน้าข้าด้วยการไปนั่งหยอกล้ออยู่กับศัตรูของข้า!!” เสียงตวาดกร้าวรุนแรงดังออกมาจากปากหนาของคนที่พกพาอารมณ์หงุดหงิดมาอย่างเต็มที่ เพื่อมาระบายมันลงกับตัวต้นเหตุอย่างนาง ที่กำลังนั่งตกตะลึงอยู่เบื้องหน้าของเขา
ตอนแรกที่นางกล้าปากดีและท้าทายเขาที่หน้าห้องเก็บใบชานั้น เขาไม่ได้ถือสาคู่หมั้นสาวสักเท่าไหร่ เพราะเขาเข้าใจในความถือดี และอวดดีของนางดี
แต่การที่หยวนซูลี่หยามหน้าของเขานั้น เว่ยตงหยางไม่สามารถให้อภัยนางได้ จนกว่าคนตัวเล็กจะโดนเขากำราบและสั่งสอนเสียก่อน
“ท่านกินดีสิ่งใดผิดสำแดงมาหรือเ้าคะ อยู่ๆ ก็มาตะคอกใส่ข้า” หยวนซูลี่มึนงงกับท่าทางดุดันของเขา จึงถามคนตรงหน้าออกไปเสียงเรียบแล้วพูดต่อ “และเื่ศัตรูคู่แค้นของท่านอีกเล่า ข้าไม่ได้เกี่ยวอันใดด้วยเลย คู่แค้นของซื่อจื่อคือผู้ใดข้าไม่รู้ และอีกอย่าง เขาคือศัตรูของท่าน หาใช่อริของข้าไม่เ้าค่ะ” นางยังพูดตอบกลับเว่ยตงหยางไปด้วยน้ำเสียงใจเย็น ขืนยิ่งเดือดใส่เขาตอนนี้ มีหวังนางต้องพบเจอเคราะห์กรรมใหญ่หลวงแน่นอน
หยวนซูลี่รู้ดีว่าเวลาใดควรท้าทาย เวลาใดควรโอนอ่อน อย่างเช่นตอนนี้ ทางรอดเดียวคือต้องทำใจดีสู้เสือเอาไว้ก่อนจะดีกว่า
กรอด~
เสียงกัดฟันข่มอารมณ์ของเว่ยตงหยางดังเล็ดลอดออกมา อย่าบอกนะว่าการที่หยวนซูลี่อยู่นิ่งๆ มันยิ่งเพิ่มแรงอารมณ์ของเขาให้โหมหนักยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“อย่ามายอกย้อน ข้าเอ่ยบอกสิ่งใดออกไปเ้าต้องทำ!”
ซื่อจื่อยังคงพูดเอาแต่ใจตนเอง หยวนซูลี่อยากจะตอกกลับเว่ยตงหยางไปนักว่า ที่เขาคอยเอาแต่ด่าว่านางเอาแต่ใจตนเองนั่น แท้จริงแล้วเป็ตัวเขาเองต่างหากที่เป็คนเอาแต่ใจมากกว่านางเสียด้วยซ้ำ
“แต่ข้ายังไม่รู้เลยว่าผู้ใดคือคู่แค้นของซื่อจื่อ อยู่ๆ ท่านก็เดินมาตวาด และบอกให้เลิกยุ่งกับศัตรูของท่าน ซึ่งข้าไม่รู้ว่าข้าไปยุ่งกับอริของท่านั้แ่เมื่อใดกันหรือ” หยวนซูลี่อธิบายเหตุผลให้เว่ยตงหยางฟัง
นางไม่ทราบจริงๆ ว่าคู่ศัตรูแค้นของคุณชายเว่ยคือผู้ใด แล้วเวลาใดกันที่นางไปยุ่งเกี่ยวกับอริผู้นั้นของเขา วันนี้ทั้งวันพบเจอผู้คนมามากมายก็จริง แต่ความจำของนางไม่ได้ดีดังเช่นซื่อจื่ออย่างเขาถึงจะสามารถจดจำทุกคนที่พบเห็นได้ และที่สำคัญคนใดหรือคือคู่อริของเขานางไม่อาจคาดเดาได้เลย
“อ๊ะ” เสียงอุทานของร่างเล็กที่โดนมือหนากระชากไหล่เข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวหน้าเนียนใสให้ร้อนผะผ่าวขึ้นมา
ผีสางเข้าสิงเว่ยตงหยางหรืออย่างไร หยวนซูลี่คิดในใจ
“รับปากข้ามา ว่าเ้าจะไม่เข้าใกล้หลานอี้อีก ทางที่ดีเลิกยุ่งเกี่ยวกันและสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้หอน้ำชาของเ้าไปเลย” เสียงทรงพลังของเว่ยตงหยางสั่งให้ร่างบางทำตามเขา โดยการไม่เข้าไปยุ่งกับคู่อริของเขาอีก
หยวนซูลี่มองหน้าเว่ยตงหยางตาปริบๆ อยู่ๆ ก็มาสั่งให้เลิกยุ่งกับคนที่เพิ่งจะกลายมาเป็สหายกับนาง เว่ยตงหยางไม่รู้สิ่งใดเลยหรืออย่างไร ว่าคนอย่างนางนั้น กว่าจะมีสหายเหมือนคนอื่นสักคนมันยากเย็นแสนเข็ญสักเพียงไหน
“ไม่มีเหตุผล ไม่ใช่กงการอันใดที่ข้าต้องทำตาม” หยวนซูลี่บอกออกไปเสียงเรียบ ช้อนสายตากลมโตขึ้นไปมองหน้าหล่อเหลาที่กำลังมองมาที่ตนพร้อมเลิกคิ้วแสดงสีหน้าที่มีแต่คำถาม
อยู่ๆ จะมาบอกให้เลิกยุ่ง ก็ควรต้องหาเหตุผลดีๆ มาอธิบายให้เข้าใจถึงข้อดีข้อเสียสักหน่อยไม่ใช่หรือ แต่นี่อะไร อยู่ๆ จะมาให้เลิกยุ่งกับคนที่กินขนมที่นางทำเองอย่างเอร็ดอร่อย เพียงเพราะว่าคนคนนั้นคือศัตรูคู่แค้นของเขาเพียงเท่านั้น
ไร้เหตุผลสิ้นดี…
“เช่นนั้นก็บอกเหตุผลที่เ้าจะไม่ทำตามมา” แต่เว่ยตงหยางก็ตอบกลับด้วยคำถามอีกครั้งอย่างคนไม่ยอมแพ้
จะเอาเช่นไรดีล่ะ จะตอบกลับแบบยียวนกวนประสาท หรือว่าจะตอบเขาออกไปดีๆ กันดี หยวนซูลี่ชั่งใจ
“หลายปีเลยนะที่ข้าไม่มีสหายคอยชี้แนะเื่นั้นเื่นี้ และคุณชายหลานก็กลายเป็สหายคนนั้น”
“...” เว่ยตงหยางยังเลิกคิ้วถามไถ่ทางสีหน้า
“แล้วท่านเองก็ทราบไม่ใช่หรือว่าข้าทำขนมไม่ค่อยเก่ง แต่ไหนแต่ไรมา ก็จะมีแค่แม่นมและเสี่ยวเจียวที่คอยทำให้กิน และไม่นานมานี้ข้าก็เพิ่งเปิดร้านและขายขนมด้วย”
“...” เขายังเงียบ ใบหน้าเปลี่ยนเป็เรียบเฉย
“เพราะเช่นนี้เลยลองคิดสูตรใหม่ๆ และลองทำเองดูสักครั้ง เผื่อจะได้ทำขายด้วยตนเอง ทำกินเองบ้าง”
“...” ใบหน้าว่างเปล่าของเว่ยตงหยาง แต่ดวงตาคมกลับมองบนเหมือนจะสื่อว่าเมื่อไหร่หยวนซูลี่จะพล่ามจบ จะยกเอาแม่น้ำทั้งห้ามาอ้างด้วยเหตุใด เข้าถึงเนื้อหาเสียทีไม่ใช่พล่ามแต่น้ำจนไม่ได้ความ
“แล้วคุณชายหลานก็...เขาก็...เอ่อ เขากินขนมที่ข้าทำจนหมด แถมยังชี้แนะข้อเสียให้ฟังตั้งหลายข้อเลยนะ!” และแล้วหยวนซูลี่ก็เข้าประเด็นเสียที หลังอธิบายไปเสียงตะกุกตะกักไปเพราะความเกร็ง
แต่พอมองใบหน้าเรียบเฉยของเว่ยตงหยางที่แสดงออกมาเมื่อครู่ ตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็สีแดงครึ้มอย่างกับคนที่กำลังโมโห หรือโกรธขึ้นมาเฉยเลย
มือหนาที่วางไว้บนไหล่เพื่อยึดร่างของหยวนซูลี่ไว้ ตอนนี้เปลี่ยนเป็ขยำไหล่เล็กของนางอย่างแรง
เขาเป็อะไรไปอีก เมื่อครู่ก็อธิบายออกไปดีๆ แล้วไม่ใช่หรืออย่างไร ไม่ได้ยียวนเขาเลยสักนิดเดียว นางหวาดหวั่น
“เ้ากล้ามาก! กล้าถึงขนาดทำขนมให้บุรุษผู้นั้นกิน เลิกยุ่งกับเขาซะ!” เสียงทรงพลังตวาดสั่งสตรีตรงหน้าอีกครั้ง
หยวนซูลี่กล้าหยามศักดิ์ศรีเขาเกินไป นางกล้าดีอย่างไรถึงให้หลานอี้กินขนมฝีมือตนเองทั้งๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องความสัมพันธ์ใดๆ ต่อกัน และที่สำคัญคนผู้นั้นเป็บุรุษ
นางเป็สหายกับบุรุษ! แถมยังนั่งสนทนากันสองต่อสอง
เขาหรือก็อุตส่าห์กีดกันคนทั้งเมืองไม่ให้เข้าใกล้นาง แต่ไม่คาดคิดว่าศัตรูคู่อาฆาตอย่างหลานอี้กลับอาศัยจังหวะเข้าตีสนิทหยวนซูลี่จนได้
“เห็นจะทำตามไม่ได้เ้าค่ะ ซื่อจื่อไร้สิทธิ์มาสั่งข้าให้ทำสิ่งใดไม่ทำสิ่งใดเพราะหาใช่สตรีในจวนเว่ย”
จะให้นางทำตามคำสั่งได้อย่างไร หยวนซูลี่ไม่ใช่บ่าวรับใช้ของเขาที่จะออกคำสั่งแล้วต้องทำตามห้ามบอกปัด
ดวงตากลมโตจ้องมองตาคมดุกลับไปอย่างท้าทาย และแสดงออกอย่างหนักแน่นว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไร นางก็จะไม่เลิกยุ่งกับหลานอี้เด็ดขาด
“เหตุใดข้าจะไม่มี ก็สิทธิ์ที่เ้าชอบย้ำนักย้ำหนากับข้า ตอนที่เ้าเห็นข้าอยู่กับสตรีคนอื่นอย่างไรล่ะ” เว่ยตงหยางเลี่ยงที่จะพูดคำว่า คู่หมั้น ออกไป ถึงแม้เขาจะไม่พอใจและไม่เคยเห็นด้วยในสถานะนี้กับหยวนซูลี่เลย แต่ในเมื่อนางถามหาสิทธิ์เขาก็จะขอใช้สิทธิ์ที่นางชอบอ้างมันกับเขานักหนา
“เหอะ ทีอย่างนี้ล่ะอยากเป็คู่หมั้นขึ้นมาเลยนะเ้าคะ” เสียงหวานเค้นเสียงหัวเราะใส่เขา ปากอิ่มเหยียดยิ้มมุมปากให้กับบุรุษที่อ้างสถานะที่เขาไม่เคยยอมรับเลยสักครั้งออกมา
“หึ หรือจะให้ข้าย้ำสิทธิ์ด้วยวิธีอื่นกันเล่า” เสียงทุ้มเค้นเสียงถามหยวนซูลี่ออกไปด้วยใบหน้านิ่งๆ แต่แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์
เขาไม่อยากจะพูดคำนั้นออกมา แต่เขาจะย้ำสิทธิ์กับนางในแบบของเขา
“ทะ ท่านจะทำสิ่งใด” หยวนซูลี่ถามออกไปเสียงสั่น
มือหนาที่จับไหล่ของนางอยู่ตอนแรก ผละออกไปแล้วเปลี่ยนมาลากไล้นิ้วมือเรียวยาวของเขาลงบนใบหน้าเนียนใสของนางแทน
ใบหน้าหวานที่ส่งแววตาเหนือชั้นให้เขาในทีแรกเมื่อได้ยินเขาย้ำสถานะกับนางนั้น ตอนนี้เปลี่ยนเป็ซีดเผือด กังวลกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนเองในไม่ช้านี้ ในหัวก็คิดหาทางให้ตัวเองเอาตัวรอดจากเงื้อมมือของเขาให้ได้
“ก็จะย้ำสิทธิ์ ด้วยวิธีที่ข้าถนัดอย่างไรล่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาหยอกล้อสตรีที่กำลังนั่งตัวสั่นเทา
มาต่อแล้ว
ดึกๆเดี๋ยวมาอีกค่ะ กินข้าวกันให้อร่อยน๊า
อ่านจนจบได้นะคะ เื่นี้มีอีบุ๊คแล้ว