ตอนที่ 6 "เมืองตลาด(ตอนแรก)"
ใต้รัศมีอันร้อนแรงสี่เท้าสองคนเดินดุ่มบนพื้นทราย นี้ก็เข้าวันที่ 3 หลังจากที่เนื้อเสบียงถูกกินจนหมดไม่เหลือ “นายท่านโตโต้ขอรับ” เจ้าบลูส์พูดอย่างอ่อนล้า “นายท่านมีแผนมั้ยขอรับ” "ห๊ะ!" ผมตอบกลับด้วยอาการที่แย่ยิ่งกว่า “น่ะ..หน้าฉันดู.. หมะ..เหมือนคิดอะไรได้?” ราวพึ่งใช้แคลอรีชุดสุดท้ายขยับปาก สองตาเริ่มพร่าแข้งขาเริ่มรวน ริมฝีปากแห้งผากทั้งกระเพาะที่ว่างเปล่ามีแต่ความแสบ มดอดข้าวอดนำ้ได้กี่วันไม่รู้ แต่นี่ฉันเป็นคนนะอดข้าวอาจจะได้ 7 วันแต่อดนำ้ไม่กี่นาทีแต่ที่ทนได้ขนาดนี้ ที่ยังเดินมาได้อยู่นี่คงเป็นวิญญาณ ให้ตายสิจะเดินต่อไปไม่ไหวแล้วนะ มันจ้าไปหมดสว่างไสวแยกไม่ออกเลยอันไหนดินอันไหนฟ้า ฉันเดินอยู่หรือว่าฉันลอยช้่งมันเถอะแดดมันก็อุ่นดีเนอะน่างีบดีจัง "เจ้านายๆ ขอรับเจ้านาย!! " มดบลูส์ส่งเสียงร้องเรียกผู้มีคุณ ก่อนสติของเราจะดับวูบลง~~~~~~~ หนองนำ้.. ดอกบัว.. หยดนำ้…เร็วเข้าตื่นสิ.. "ตื่นๆๆ " เสียงคุ้นหูพูด พื้นดินสั่นเทาใครกระทืบเตียงกัน แค่คนจะหลับนอนบนเตียงกินข้าวเอง สงสัยเป็นตาแน่ๆ เลยหาเรื่องด่าอะไรอีกล่ะคราวนี้ พอสองตาลืมขึ้นมองก็เห็นเป็นเจ้ามดบลูส์นั่งพิงพนักไม้อยู่ตรงข้ามห่างแค่เอื้อม ที่แท้เป็นไอ้เจ้านี้ตบมือกับพื้นไม้ปลุกเรานี้เอง "เดี๋ยวนะ เราอยู่ทะเลทรายกันไม่ใช่เหรอ? " "ใช่แล้วขอรับ" เจ้ามดตอบ "อ้าวแล้ว.." พอสังเกตมองดูรอบๆ เหมือนเรานั่งอยู่บนหลังรถไถควายทองเลย จำได้ว่าปิดเทอมก่อนเคยขึ้นไปนั่งเล่นรถไถนาของ 'อานะ' แต่ว่าพื้นไม้พวกนี้เหมือนเอากิ่งไม้มามัดรวมเป็นแพ เพิ่มเติมกับมีใบไม้แห้งแปะรวมเป็นหลังคาทรงอุโมงค์ ซึ่งมีการเจาะรูหน้าต่างอยู่ทางด้านหลังของเจ้าบลูส์และฝั่งตรงข้ามมัน "ก็ระหว่างที่เรากำลังเดินฝ่าทะเลทราย อยู่ดีๆ ท่านหมดสติล้มลงไป เอาตรงๆ ข้าน้อยก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีก็ไม่กล้าปล่อยผู้มีพระคุณไว้แบบนั้น ข้าน้อยเลยใช้แผนการที่ข้าน้อยคิดขึ้นเอง" บลูส์อธิบายต่อ "ลำบากกันอยู่ตั้งนานพึ่งจะมีแผนตอนฉันสลบเนี่ยนะ แล้วทำยังไงล่ะถึงรอดมาได้" "ข้าน้อยตะโกนขอร้องให้คนช่วยครับ ตะโกนสุดเสียงที่มีอันน้อยนิดเผื่อใครจะได้ยิน ตะโกนว่าช่วยด้วยๆๆ อยู่อย่างนั้นแหละขอรับ" เฮ้อ.. นั้นมันเรียกว่าแผนการสุดยอดของนายแล้วเหรอเจ้าสมองมดเอ๊ย.. "ก็นะแล้วไงต่อ? " "ข้าก็ตะโกนอยู่น๊านนานเลย จนมีนักเดินทางท่านหนึ่งผ่านมาเจอ เราเลยได้มาอยู่ตรงนี้แหละขอรับนายท่านโตโต้" ใครกันที่ช่วยเราเอาไว้ยังมีมนุษย์แบบเราอยู่ในที่แบบนี้อีกเหรอ หรือว่าจะเป็นมดพูดได้อีกตัวไม่สิไส้เดือนเหรอ คงไม่ล่ะมั้งแต่ว่าถ้าไส้เดือนพูดได้ขับรถเกวียนกลางทะเลทรายนี้มันฟังดูพิลึกพิลึกพิลั่น “เด็กมนุษย์ตื่นแล้วรึเจ้ามดนอกคอก? ” เสียงชายแก่แหบแห้งร้องถามจากข้างนอก "ตื่นแล้ว ละทางลุงล่ะใกล้ถึงรึยังขอรับ" บลูส์ตอบ ถึงเหรอถึงที่ไหนเจ้าพวกนี้มันจะพาเราไปขายอวัยวะที่ไหนกัน หรือพวกเขารวมหัวกันขโมยตับไตออกไปแล้ว เคยได้ยินรถตู้จับเด็กไปขายบ่อยอยู่นะ โอเคที่โลกประหลาดขึ้นนี่เพราะฤทธิ์ยาอะไรสักอย่างของพวกมันทำให้เรามองคนเป็นมด "ไม่ต้องกังวลแล้วนะนายท่านโตโต้ขอรับ ลุงตั๊กแตนแกจะไปแวะซื้ออะไรของแกไม่รู้ที่ตลาด พวกเราอาศัยติดเกวียนไปลงกันทีนั้นเผื่อจะหาอะไรกินรองท้องกันนะขอรับ" "ตลาดเหรอ? " เดี๋ยวนะคงไม่ใช่ตลาดขายผักข้างวัดที่เราไปขายเห็ดกับยายหรอกนะ มันดีที่ขายได้ก็มีพอมีเงินไปโรงเรียนบ้างวันละสามบาท จะได้ซื้อลูกแก้วเอาไปดีดพนันเพราะแพ้บ่อยเหลือเกิน "ท่านลุงโมโม ลุงพอมีนำ้เหลือบ้างมั้ยขอรับ" บลูส์เอ่ย "มีสิเอานี่" วัตถุทรงกระบอกคล้ายกระดูกหน่องไก่อันโตเคลือบยางไม้แห้งตกสะเก็ด สิ่งนี้ยึดติดกับอีกอย่างมันเหมือนกิ่งไม้สีเหลืองสลับแต้มสีนำ้ตาล พอบลูส์ยื่นมือไปรับกระบอกนั้นมันคลายนิ้วเรียวยาวเกือบคืบทั้งสามออก ถึงได้รู้ว่านั้นคือแขนของแมลงผอมแห้งคล้ายกิ่งไม้ "ขอบคุณนะขอรับท่านลุงโมโม" บลูส์ดึงจุกไม้ที่อุดกระบอกหน่องไก่ออกจนเกิดเสียงดังบ๊องเพราะแรงศูนย์ยากาศภายใน ในนั้นใส่นำ้เอาไว้ใช่มั้ยบอกฉันให้ชื่นใจทีสิบลูส์ "นั้นอะไรน่ะบลูส์? " "นำ้ดื่มขอรับนาย" ใช่จริงด้วยถึงงั้นเถอะนั้นมันกระดูกนะกระบอกกระดูกอะไรก็ไม่รู้ คนดีๆ ที่ไหนกันไร้อารยะสิ้นดี "เป็นอะไรไปขอรับ? " บลูส์เอียงคอทำตาโต "อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เชิญก่อนเลยเพื่อน" แทนที่จะเกรงใจเจ้ามดไม่รีรอยกซดไปอึกใหญ่ บางส่วนซึมออกตามมุมปากไหลตามลงคอผมจ้องมองลูกกระเดือกเจ้ามดขยับรั่วๆ แกกินลงไปได้ไม่แปลกใจเลยเจ้ามดเอ๊ย "เป็นไงบ้าง? " "อร่อยดีขอรับกลิ่นยอดหญ้ากับกลิ่นต้นไม้หายากจากยางเคลือบนี่ เชิญขอรับ" เจ้าบลูส์ยื่นกระบอกนำ้ให้ พลางใช้มืออีกข้างปาดริมฝีปากมันเอง กินอิ่มพอใจแล้วนี่หว่า "กินได้แน่นะ นำ้เปล่าจริงนะ" "กินได้ขอรับข้าน้อยรับประกัน" "เอ๊ากินก็กิน" จะมามัวเยอะอยู่แถวนี้ไม่ได้ มีให้ก็โชคดีแค่ไหนแล้วตอนนี้ จดจำเอาไว้นะตัวเราคราวหน้าคราวหลัง อย่าลืมเตรียมพร้อมเรื่องนี้ด้วยไอ้หัวโตสมองน้อย สัมผัสแรกแตะปลายลิ้น ถึงกับต้องร้อง เฮ้ย! นำ้เปล่าอะไรอร่อยขนาดนี้ มันหวานแต่ไม่ขนาดนำ้หวาน มันเป็นรสธรรมชาติมีกลิ่นหญ้าอ่อนด้วยจริงๆ สดชื่นมากไม่เคยดื่มนำ้เปล่าที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต จนต้องอุทานออกมา "โสด… ชื่น… ที่ซูด… อ๊าส์… " “เรามองเห็นจุดหมายแล้ว” ตาเฒ่าพูด “ไหนๆ ข้าขอดูหน่อย” บลูส์กล่าวต่อ เขากับผมฉุดดึงตัวเองลุกขึ้นเดินไปดูที่ด้านหน้าของส่วนพลขับ ที่ตาเฒ่าในชุดคลุมใบไม้แห้งนั่งกุมบังเหียนบังคับหนอนใหญ่ตัวอ้วนสีนํ้าตาลขนาดเท่ารถเก๋งอยู่ เบื้องหน้ามันไปอีกผ่านผืนทรายขาวเวิงใหญ่นี้ มีเนินดินประหลาดๆ อยู่ไม่ไกลตานัก “นั้นมันเนินดินอะไรน่ะ? ” “แหกตาดูให้ดีๆ สิเจ้าเด็กมนุษย์เอ๊ย” ตาแก่พูด “นั้นมันกำแพงเมืองต่างหากไอ้หนู กำแพงเนินดินยังไงล่ะ”~~~~~~~~~~ โปรดติดตามตอนต่อไป ~~~~~~~~~~ปล.เกือบลืมแหะ 555+