ตอนที่ 19 รางวัลนำจับ (2)
“เฮอะ คิดไม่ถึงว่าหัวของข้าจางเอ่อร์จะมีค่าราคาสูงขนาดนี้...” จางเอ่อร์พูดจบก็ส่ายศีรษะอย่างนึกขบขันอยู่ในที เผยสีหน้าเยาะเย้ยออกมาเล็กน้อย
เสวี่ยสวินเห็นสีหน้าเขาดูสงบนิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ ก็อดพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ “พี่ชาย...”
จางเอ่อร์ยิ้มให้นาง พลางเอ่ยปลอบโยน “สวินเอ๋อร์ไม่ต้องกังวล ที่ฉินฮ่องเต้ต้องการคือศีรษะของจางเอ่อร์ ขอเพียงข้าไม่ใช่จางเอ่อร์ รางวัลนำจับนี้ก็ไม่เป็นผลอีกต่อไป!”
สิ้นวาจา เขาเงยหน้าขึ้นมองดวงอาทิตย์เจิดจ้าบนท้องฟ้า ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแต้มยิ้มหวาน กล่าวคำขึ้นอีกหน “นับจากนี้ไม่มีคุณชายจางเอ่อร์อยู่บนโลกนี้อีกต่อไป จะมีเพียงฉางซานอ๋องจางเทียนหยางผู้นี้ที่จะปกป้องเจ้าเสมือนดวงตะวันบนท้องฟ้า!”
ภายในใจเสวี่ยสวินสั่นไหว จ้องมองจางเทียนหยางในเวลานี้ไม่ละสายตา นึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ประสบพบเจอและมีเขาคอยปกป้องตลอดหลายวันที่ผ่านมา ความรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณยากเกินว่าจะบรรยายเป็นคำพูดได้ชั่วขณะ
“เราไปกันเถอะ!”
จางเทียนหยางเห็นสีหน้าแววตาเช่นนี้ของเสวี่ยสวิน ในใจก็รู้สึกอิ่มเอมได้รับการเติมเต็ม นึกว่าในที่สุดความทุ่มเทพยายามทั้งหมดของตนก็ทำให้หัวใจของเสวี่ยสวินหวั่นไหวได้แล้ว เขาเอื้อมมือลูบปิ่นระย้าทองคำรูปดอกท้อบนเส้นผมนางอีกครั้ง พลันอารมณ์ดีขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว!
เสวี่ยสวินเพียงพยักหน้าเงียบๆ หลังจากได้ยิน ประกายแสงในดวงตาใสกระจ่างกระเพื่อมไหวแผ่วเบา คล้ายฝังซ่อนความรู้สึกที่แปลกออกไปบางอย่าง
ก่อนหน้านี้ในชีวิตนาง จริงอยู่ว่าไม่เคยมีใครปฏิบัติต่อตนเหมือนอย่างญาติผู้พี่ ทว่ายามนี้พี่ใหญ่เซี่ยงยังตกอยู่ในอันตรายทุกเช้าค่ำ นางเองก็ไม่มีเวลาไปขบคิดเรื่องอื่น!
…
ภายในเขตกักกันโรคของแคว้นจ้าว ดรุณีร่างบอบบางคนหนึ่งสวมชุดธรรมดาสีเขียวครามและผ้าคลุมหน้า ถือประคองชามยาเดินสวนกับหมอหลวงที่ก้าวเข้ามา
ทว่าคนรอบข้างคล้ายจะเคยชินกับการปรากฏตัวของนางแล้ว ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจแม้แต่น้อย
“ฉูฉู่...เจ้าไปเสียเถิด อย่าอยู่ข้างกายข้าให้เสียเวลาเลย...”
เวลานี้เซี่ยงอวี่นอนหน้าซีดเผือดอยู่บนเตียง ตัวสั่นเทิ้มไอออกมาเป็นเลือดอยู่บ่อยครั้ง ครั้นเห็นอวี๋ฉูฉู่คอยดูแลทำนั่นทำนี่ ประเดี๋ยวก็ยกยา ประเดี๋ยวก็เช็ดคราบเลือดให้เขาแล้ว ในใจอดนึกสงสารขึ้นไม่ได้จริงๆ
เห็นอีกฝ่ายแค่เอ่ยคำยังสิ้นเปลืองแรงเพียงนี้ ฉูฉู่พลันเจ็บปวดใจสุดประมาณ รีบพูดขึ้นทันที “พี่จี๋ ท่านกับข้าเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ข้าจะทิ้งท่านไปโดยไม่สนใจได้อย่างไร ประเดี๋ยวข้าจะป้อนยาให้ท่านดื่ม ท่านต้องดีขึ้นแน่นอน!”
ฉูฉู่พูดแล้วก็ตักยาขึ้นหนึ่งช้อน เป่าเบาๆ อย่างเอาใจใส่ ก่อนยื่นมาตรงริมฝีปากเซี่ยงอวี่
แม้ร่างกายเซี่ยงอวี่จะติดเชื้อกาฬโรคป่วยเรื้อรังรักษาไม่หาย แต่เขาฝึกวรยุทธ์มาตั้งแต่เด็ก ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งก่อนองค์หญิงสวินจะออกเดินทาง นางกำชับกับหมอหลวงเป็นพิเศษว่าต้องรักษาชีวิตเซี่ยงอวี่ไว้ให้ได้ อาการเขาจึงทรุดตัวช้ากว่าคนทั่วไป
แต่ถึงกระนั้น เซี่ยงอวี่ในเวลานี้เรี่ยวแรงและจิตวิญญาณก็อ่อนล้ามากแล้ว ลมหายใจแผ่วเบาประหนึ่งเส้นใยบางๆ
ได้ดื่มยาไปนิดหน่อย เซี่ยงอวี่ก็เหมือนจะมีกำลังวังชาขึ้นบ้าง ถึงขั้นเอื้อมมือไปดึงชายอาภรณ์ของฉูฉู่ไว้อย่างคาดไม่ถึง
ฉูฉู่เห็นดังนั้นก็รีบวางชามยาลง พลางเอ่ยถาม “พี่จี๋ เป็นอะไรไป”
“ชีวิตนี้ของเซี่ยงอวี่ หากไม่ได้ครอบครัวสกุลอวี๋รับเลี้ยงไว้ เกรงว่าคงไม่มีวันนี้...กลับมิรู้จะตอบแทนบุญคุณที่เลี้ยงดูมานี้ได้อย่างไร...”
พูดแล้วเซี่ยงอวี่ก็ไอโขลกออกมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ อวี๋ฉูฉู่รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ซักสะอาดแล้วมาเช็ดมุมปากให้เขา เห็นเขาหยุดไอก็ค่อยปล่อยมือ กลับได้ยินเซี่ยงอวี่พูดต่อ “ฉูฉู่ เกรงว่าข้าจะรอองค์หญิงสวินกลับมาไม่ทันแล้ว เจ้าไปหานาง ดูแลตัวเองให้ดี…องค์หญิงสวินกับสหายเอ่อร์ล้วนเป็นคนพึ่งพาได้”
“พี่จี๋ ท่านอย่าเพิ่งพูดอะไรนักเลย พักผ่อนสักหน่อยเถอะ!”
อวี๋ฉูฉู่ได้ยินคำพูดของเซี่ยงอวี่แล้วก็เศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง นางเห็นเขาเค้นแรงหันศีรษะมองไปยังท้องฟ้านอกหน้าต่าง เวลานี้มีห่านป่าฝูงหนึ่งกางปีกบินร่อนไปพอดี
เดิมทีเขาควรได้เป็นดั่งห่านป่าเหล่านั้น โบยบินอยู่ในใต้หล้า ทว่าบัดนี้กลับล้มป่วยนอนติดเตียง เกรงว่าคงไม่อาจก่อการปฏิวัติ ฝากชื่อประจักษ์แก่โลกหล้าได้อีกต่อไป!
“ไม่เคยคิดเลย ตัวข้าเซี่ยงอวี่ถึงที่สุดแล้วกลับไร้หนทางฟื้นคืนแคว้นฉู่ ข้า…ข้าทำใจยอมรับไม่ได้!” พูดมาถึงตรงนี้ ในใจเซี่ยงอวี่ก็พลันมีโทสะ กระอักเลือดออกมาคำใหญ่
อวี๋ฉูฉู่ตกใจรีบร้อนจะออกไปเรียกหมอหลวง แต่ถูกเซี่ยงอวี่ดึงรั้งไว้จนขยับตัวไม่ได้ เห็นเพียงอีกฝ่ายคล้ายกลั้นลมหายใจเฮือกสุดท้าย ดวงตาเบิกกว้างจับจ้องนาง