วันที่ 7 พฤษภาคม 53 หมอกและแสงต่างพากันไปเฝ้าระวัง โดยแสงจะเข้าไปปะปนอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุม และให้หมอกค่อยดูจากข้างนอก ทั้งคู่ติดต่อกันพามือถือเป็พักๆ ซึ่งเงินค่าโทรก็ทำให้แสงรู้สึกเจ็บอยู่ในใจไม่น้อย หมอกใส่ชุดสีดำทั้งตัว ส่วนแสงก็ใส่เสื้อยืดสีแดงพร้อมกับสวมเสื้อยีนทับ ทั้งคู่ใส่หน้ากากอนามัยเพื่อปิดบังใบหน้า
กลุ่มผู้ประท้วงเริ่มมารวมกันมากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มค่อยๆเดินขบวน ในระหว่างที่แสงเดินเข้าไปตามขบวนอยู่นั้น หมอกก็บอกว่าเริ่มมีการเคลื่อนไหวจากฝั่งเ้าหน้าที่ พวกเ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มพยายามเคลียร์พื้นที่ เขาเริ่มกันคนออกจากพื้นที่โดยรอบสำคัญคนที่กำลังจะออกจากบ้าน ก็ถูกสั่งห้ามออกจากบ้าน ตัวหมอกเองก็โดนกันตัวออกมาด้วย หมอกพยายามถามแสงว่า เขาจะไปเอามือในรถออกมาใช่
แสงพอได้ฟังสถานการณ์จากหมอกก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี แต่แสงก็สั่งห้ามหมอกไว้ ห้ามใช้ปืนเด็ดขาด เพราะมันจะถูกเอาไปเป็หลักฐานใส่ร้ายกลุ่มผู้ประท้วง แต่ในระหว่างนั้นเอง แสงก็สังเกตเห็นคนในกลุ่มผู้ประท้วงที่มีท่าทางน่าสงสัย แถมยังแอบเอาปืนเข้ามาในกลุ่มผู้ประท้วงด้วย แสงได้แต่บอกหมอกให้รออยู่ที่รถ และเขากำลังติดตามผู้น่าสงสัยอยู่
ส่วนหมอกที่เห็นที่รถหุ้มเกราะ ขับผ่านไปยังสถานนีรถไฟฟ้า หมอกสงสัยเล็กน้อย แต่เขาก็นึกได้ว่ามีการประกาศหยุดให้บริการรถไฟฟ้า ในสถานที่กลุ่มผู้ประท้วงร่วมตัวกัน หมอกเดินไปซื้อเชือกจากร้านขายของถูก เป็เชือกขนาดใหญ่ที่คนส่วนใหญ่ใช้เวลาขนของ กับถุงมือยางแบบหนาสำหรับล้างห้องนํ้า หมอกรอให้เ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ขึ้นไปบนสถานนีไฟฟ้าก่อนจนเหลือแค่เ้าหน้าที่หนึ่งคนที่เฝ้ารถอยู่ หมอกค่อยขับรถตามเข้าไปช้าๆ
แสงเดินตามคนน่าสงสัยไปเรื่อยๆ ต่างไม่ทันจะเข้าถึงตัวอีกฝ่ายก็รู้ตัวก่อนจะวิ่งออกไป แสงรีบวิ่งตามไปติดๆโชคยังดีที่อยู่ในฝูงชนถึงแสงจะเข้าถึงตัวอีกฝ่ายไม่ได้ง่ายๆ แต่อีกฝ่ายก็หนีไปได้ไม่ไกลนัก เพราะอีกฝ่ายสวมหมวกแก๊ปสีดำ เลยทำให้แสงยังพอจะเห็นอีกฝ่ายอยู่ แต่พอแสงเข้าถึงตัวอีกฝ่ายได้กลับปรากฎว่าไม่ใช่คนที่เขาตามหา ในระหว่างที่แสงกำลังกวาดสายตามองหาคนที่เขาตามหาอยู่ หมอกก็ติดต่อกลับมาว่า ตอนนี้มีเ้าหน้าที่กำลังขึ้นไปบนสถานีรถไฟฟ้า แล้วหมอกกำลังจะหาทางตามขึ้นไปสังเกตตาม แม้แสงจะบอกยํ้าให้หมอกรออยู่ที่รถ แต่ตัวแสงก็ไม่ได้อยู่ในสบายที่จะทำอะไรได้มากนัก แสงที่ได้ยินข้อมูลที่หมอกบอกเขาเลยมุ่งหน้าไปยังทางที่เป็สถานนีรถไฟฟ้า
ส่วนหมอกก็จอดรถทิ้งระยะห่างจากรถหุ้มเกราะระดับนึง เขาใส่ถุงมือยางกับถือเชือกที่เขาซื้อมา ก็หยิบกล่องเครื่องมือซ่อมรถติดตัวไปด้วย หมอกยังใส่หน้ากากอนามัยเหมือนเดิม เขาเดินลงจากรถลงไปเคาะกระจกรถหุ้มเกราะบริเวณที่นั่งคนขับที่ เ้าหน้าที่ ที่อยู่เฝ้ารถก็ประหลาดใจเหมือนกันเขาคิดว่าน่าจะมีคนไปเคลียร์คนออกจากพื้นที่หมดแล้ว เ้าหน้าที่ลงจากรถพร้อมกับถือปืนM-16 พร้อมปลดเซฟตี้ ก่อนจะบอกให้หมอกกลับไปซะ หมอกแสดงว่าเขาโดนโทรเรียกมาซ่อมระบบไฟฟ้า เ้าหน้าที่สงสัยแต่เขาก็เอาวิทยุสื่อสารที่ติดอยู่บริเวณหน้าอกด้านซ้ายติดต่อไปสอบถามหัวหน้า แต่เขาก็โดนด่าให้ไล่หมอกออกไป เ้าหน้าที่ก็ได้แต่ต้องทำตามเขาพยายามไล่หมอกออกไป หมอกก็แสดงต่อว่าเขาไม่ได้อยากจะมีเื่อะไร ผมขอโทรไปติดต่อถามคนที่โทรไปหาเขาก่อน หมอกวางเชือกกับกล่องเครื่องมือลงกับพื้นหยิบมือถือขึ้นทำท่าทีเหมือนโทรหาใครบางคน หมอกทำเป็คุยกับตัวเองพักหนึ่ง แล้วทำเป็ท่าทีจะยื่นมือถือให้เ้าหน้าที่ช่วยพูดหน่อย เ้าหน้าที่เห็นท่าทีแบบนั้นเขาเลยปล่อยมือจากปืนหนึ่งข้าง และเดินเข้าหาหมอกเพื่อรับมือถือ แต่พอเดินเข้ามาใกล้ หมอกก็พุ่งตัวไปจับปืนอีกฝ่ายพร้อมกลับดันตัวอีกฝ่ายกระแทกกับรถ ในระหว่างที่ยื้อแย่งปืนกันนั้นหมอกก็เอามือไปกดเซฟตี้ปืนทำให้ล็อคไกปืน ในระหว่างที่ยื้อแย่งกันนั้นเ้าหน้าที่ก็ถีบหมอกจนกระเด็น พร้อมกับซี้ปืนไปทางหมอก เขาพยายามใช่ปืนควานหาวิทยุสื่อสารบริเวณหน้าอกเขากับหาไม่เจอก่อนที่จะเห็นว่าวิทยุสื่อสารอยู่ในมืออีกฝ่าย หมอกวิ่งเข้าใส่อีกฝ่ายอีกครั้ง เ้าหน้าที่พยายามจะยิงปืนออกไปเพื่อป้องกันตัวและเพื่อส่งสัญญาณให้เ้าหน้าที่คนอื่นได้ยิน แต่พอจะลั่นไกปืนกับกดไกปืนไม่ลง เหมือนเขามองดูก็พบว่าเซฟตี้ที่เขาปลดไปแล้วกับเปิดอีกครั้ง กว่าเขาจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว หมอกพุ่งตัวเข้าใส่อีกฝ่ายจนล้มลงกับพื้นจนปืนหลุดมือ หมอกชกแล้วใช้แขนรัดคออีกฝ่ายจนสลบ ระหว่างนั้นก็มีวทยุสื่อสารติดต่อกลับมา หมอกเลยตอบกลับไปว่าเคลียร์แล้ว เขาพาเอาเ้าหน้าที่ที่สลบเข้าไปนั่งรอในรถเหมือนเดิม แต่เขาเอาเชือกที่ซื้อมามัดมือมัดเท้าอีกเอาไว้ด้วย
เ้าหน้าที่ที่อยู่บนสถานนีรถไฟฟ้า เริ่มเดินลงไปตามทางรางรถไฟฟ้า โดยมีเตชิน กับ ผบช. เป็ผู้ควบคุมแผนปฏิบัติการ โดยมีดจ้าหน้าที่คนอื่นอีก 10 กว่าคนโดยมีเ้าหน้าที่ ที่ไปบ่อนพนันมาร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย พอเดินมาถึงจุดที่กำหนดแล้ว พอมาถึงจุดที่กำหนดมีคำสั่งให้ปรามปราบอริราชศัตรูให้ได้มากที่สุด โดยมุ่งเน้นไปที่แกนนำ ในตอนแรกเ้าหน้าที่ทุกคนนอกจาก ผบช. ถึงกับตกตะลึงเพราะคนที่อยู่ด้านล่างคือกลุ่มผู้ประท้วงที่เป็คนธรรมดา แม้เตชินจะพยายามจะคัดค้านใน่แรก แต่ผบช.ก็ถึงกับหันปืนไปหาเตชิน ผบช.ด่ากราดทุกคนว่า อย่ามาทำตัวเป็ทุกคนใสซื่อมีอุดมการณ์ อย่าให้เขาต้องบอกว่าแต่ละคนแม่งจ่ายใต้โต๊ะกันไปเห่าไหร่กว่าจะได้ยศกันมากถึงตอนนี้ แล้วอย่ามาบอกจะไม่ปฏิบัติงานในครั้งนี้นะ ใครที่ไม่ทำกูจะยัดคดีแม่งให้หมดทุกตัว ทุกคนต้องเข้าใจในทันทีก่อนที่จะมาที่นี้พวกเขาทุกคนทำไมถึงได้เซ็นเอกสารปกปิดปฏิบัติครั้งนี้
ในขณะเดียวกันแสงก็ยังพยายามหาคนที่น่าสงสัยของเขาอยู่นั้น ตอนนี้เขาก็มาใกล้กับถนนต่างระดับของรถไฟฟ้า แสงเห็นมีเ้าหน้าที่มาประจำการบนถนนต่างระดับของรางรถไฟฟ้าแล้ว แสงเข้าใจทันทีว่านี้เป็สถานการณ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปรามปราบกลุ่มผู้ชุมนุม คนน่าสงสัยที่พกปืนมานั้น จะต้องยิงไปยังทางเ้าหน้าที่แน่นอนเพื่อสร้างความชอบธรรมให้เ้าหน้าที่สามารถตอบโต้และเข้าปรามปราบกลุ่มผู้ประท้วงได้ แสงคิดว่าเขาไม่เหลือเวลาในลังเลอีกแล้ว เขาปีนขึ้นไปยืนในรถที่จอดอยู่ข้างทางก่อนที่เขาจะมองเห็นคนที่กำลังชูปืนชี้ไปทางเ้าหน้าที่บนรางรถไฟฟ้า แสงชักปืนสีเงินคู่ตัวของเขาออกมา ยิงเข้าใส่ปืนที่อีกฝ่ายถืออยู่จนกระเด็น อีกฝ่ายพอถูกยิงจนปืนหลุดจากมือก็รีบวิ่งหายไปกับกลุ่มผู้ประท้วงที่เริ่มแตกตื่น แต่ไม่ทันที่แสงจะเริ่มทำอะไรต่อ ะุจากเ้าหน้าที่ก็ยิงลงมาจากรางรถไฟฟ้า คนหลายคนถูกยิงแล้วล้มลง แต่ไม่ทันจะคลานหนีเขาก็ถูกยิงซํ้าจนตายคาที่ แสงตะลึงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นราวกับกำลังเห็นภาพของาในสมัยต่อเป็ทหาร แต่ไม่ทันจะได้ตั้งสติ แสงก็ถูกไล่ยิงจนเขาต้องหลบอยู่หลังรถที่เขายืนก่อนหน้านี้ แต่ไม่ทันจะได้หนี เขาเห็นเ้าหน้าที่แพทย์อาสาพยายามเขามาช่วยชีวิตคนที่ถูกยิง แม้แสงพยายามจะร้องห้ามให้ถอยออกมา แต่ไม่ทันจะสิ้นเสียงเ้าหน้าแพทย์อาสาก็ถูกยิงจนเสียชีวิต แสงได้แต่ะโสบถกับสิ่งที่เกิดขึ้น หมอกติดต่อเข้ามาหาแสง หมอกบอกแสงว่าเขาจะสร้างโอกาสให้ ถ้ามีโอกาสก็ให้หนีออกมาจากกลุ่มผู้ประท้วงซะ แม้แสงพยายามจะห้ามหมอกแต่ก็โดนหมอกตัดสายไปก่อน
หมอกหลังจากที่เขามัดเ้าหน้าด้านล่างเสร็จเขาก็เอามือM-16กับะเิควัน ของเ้าหน้าที่ไปกับเขาด้วย หมอกขึ้นไปบนสถานีตามเ้าหน้าไปติดๆ เพียงแต่หมอกเขาไม่ได้ลงไปบนรางรถไฟฟ้าด้วย ทันทีเมื่อมาถึงเขาก็ได้ยินเสียงปืนยิงกระหนํ่าทันที เขารีบติดต่อไปทางแสงลุงของเขา พร้อมติดต่อเสร็จหมอกก็ใช้ปืน M-16 ของเ้าหน้าที่ยิงใส่เ้าหน้าบนรางรถไฟทันที
ทันทีที่ฝั่งผบช.โดนยิง ผบช.ก็ใว่ามันเกิดอะไรขึ้น ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่น่าจะมีที่รู้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ผบช.สั่งการให้แบ่งเป็สองกลุ่ม ให้5คน ปรามปราบเหมือนเดิม และอีก 5คนยิงสวนกับคนที่มีโจมตีพวกเขา แสงที่เห็นว่าการยิงบางตาลง คนในกลุ่มผู้ประท้วงก็ต่างพากันเขาไปหลบในร้านค้าต่างๆ แสงเองก็พาออกจากหลังรถวิ่งเข้าไปร้านซ่อมรถเล็กร้านหนึ่ง แต่เพราะเดิมทีร้านซ่อมรถนั้นอยู่ไกลระดับนึง ในความเป็จริงแสงควรร้านที่ใกล้หว่านี้ แต่แสงก็ยังเลือกจะไปร้านซ่อมร้าน แต่ด้วยระยะทางทำให้แสงโดนะุยิงเชียวเข้าที่หัวไหล่แต่เขาก็เข้าไปในร้านซ่อมรถนั้นได้ เ้าของร้านใกับเหตุการณ์และสภาพของแสง ก่อนที่แสงจะถอดนาฬิกาข้อมือกับเงินอีกปึกหนึ่งให้เ้าของร้าน ก่อนจะจะของซื้อยางรถเก่าทั้งหมด
เ้าของร้านเข้าใจทันที เขารีบขนยางเก่าที่ไม่ได้ใช่แล้วเอามาให้แสง แสงให้ไฟแช็กจุดไฟกับยางก่อนจะโยนไปบนถนน ทันใดนั้นก็เริ่มมีควันลอยขึ้นมา แสงยังจุดไฟใส่ยางและโยนออกไปอย่างต่อเนื่อง ผู้คนในกลุ่มผู้ประท้วงที่เห็นก็ต่างพากันหาของมาจุดไฟเผาให้เกิดควัน ไม่นานหนักกลุ่มควันก็เริ่มหนาขึ้นทำให้ผู้คนเริ่มทยอยออกมาจากร้านต่างพาหลบหนี เ้าหน้าที่บนรางรถไฟฟ้าก็ไม่สามารถเล็งใครได้อีกต่อไป ผบช.เลยเปลี่ยนให้เ้าหน้าที่ทุกคนมายิงสวนใส่คนที่มาจู่โจมพวกเขา จากการปะทะทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายมาคนเดียว ถ้ากดดันต่อไปเรื่อยๆ อีกฝ่ายก็ต้องถอยกลับไป ส่วนหมอกที่เห็นว่าอีกฝ่ายหันมาสนใจเขาเต็มทีแล้วพร้อมกับกำลังจะดันเข้ามาหาเขา หมอกก็ใช้ระควันอีกสองลูกโยนใส่อีกฝ่าย พร้อมกับทิ้งปืนM-16ไว้ตรงนั้น หมอกรีบหลบหนี แม้ว่าอีกฝ่ายจะตามมาติดๆ แต่เมื่อรู้ว่าคู่ตอสู้ของเขาก็มีอาวุธจะรีบร้อนไม่ได้ ทำให้กว่าจะรู้ว่าอีกฝ่ายหลบหนีไปแล้ว พวกเขาไม่ทันซะแล้ว แถมรถหุ้มเกราะของพวกเขาก็โดนปล่อยลมยางออกทุกล้อ ผบช.ได้แต่โยนงานให้เตชินไปตรวจลายนิ้วมือ ถึงสำหรับเขาคิดว่ามันคงไม่มีประโยชน์พร้อมการที่อีกฝ่ายกล้าทิ้งเอาไว้ ก็แปลว่าไม่กลัวว่าจะทิ้งหลักฐานกับปืน แถมปืนนี้ก็เป็ปืนของฝั่งเราเอง ต่อให้เก็บหลักฐานมันก็คงไม่ได้มีนํ้าหนักอะไร
มุมมองนักเขียน
ปูมาหลายตอนหวังว่า จะสนการรอค่อยนะครับ แน่นอนว่าตอนนี้มันยาวอีกแล้ว แต่ผมคิดว่ามันควรเล่าอย่างต่อเนื่องจะได้อรรถรสมากกว่า สามารถแนะนำมาได้นะครับ ยังไงซะตัวนักเขียนเองไม่ได้มีทีมงานช่วย ความคิดของทุกท่านจะช่วยได้อย่างมากกับแนวทางนิยายเื่นี้ ถึงแน่นอนว่าผมมีปลายทางที่จะไปอยู่แล้ว แต่รายละเอียดของเื่เล่ายังปรับแก้ได้เสมอ อย่างไรซะเื่นี้เป็นิยายที่เขียนขึ้น แม้อาจอิ้งจากเื่ราวที่เกิดขึ้นจริงบาง แต่ผมผู้แต่งก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์และเป้นจินตนการที่แต่งเพื่อดำเนินให้เข้ากับแกนเื่เท่านั้น ผู้แต่งไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด หวังว่านิยายเื่นี้จะเป็ส่วนหนึ่งที่ทำให้เื่ราวที่เกิดขึ้นไปหายไปตามกาลเวลา ถึงผู้แต่งคิดว่านิยายเื่นี้น่าจะหายไปก่อนก็เถอะ ฮ่าๆ หวังว่าผู้อ่านที่ไม่รู้ว่ามาจากเหตุการณ์อะไรนิยายเื่นี้จะช่วยเป็แรงผลักดันให้คุณลองไปหาของจริงด้วยตัวคุณเอง

ภาพค็อนเซ็ปของญิณ หนึ่งในตัวละครที่ผมอยากเล่าเื่ราวของเขา แต่คงไม่มีที่วางให้เขียนเื่ของเขาในเร็วนี้ บางทีอาจลงในตอนพิเศษแทน