จับเข่าคุย (ตอนต้น)
ฉู่ซู่อิ๋งพักรักษาตัวภายใต้การดูแลของคณะแพทย์ที่ 'ท่านหลางจวิน' เชิญมาอย่างใกล้ชิด มีสาวใช้ส่วนตัวคนใหม่นาม 'หงชุ่ย' คอยปรนนิบัติ อาหารการกินและยารักษาอาการาเ็ล้วนเป็ของดีที่สุด สภาพร่างกายของหญิงสาวค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ และ...หลังจากฝังเข็มและดื่มยาอย่างเคร่งครัดติดต่อกันหลายวัน ในที่สุดท่านหมอก็ตัดสินใจเปิดผ้าปิดตาด้านขวาเพื่อตรวจสอบการมองเห็นของนางจนได้
ตอนฉู่ซู่อิ๋งลืมตาขึ้นพร้อมกันเป็ครั้งแรก ภาพที่เห็นยังชัดเจนเพียงด้านซ้าย ส่วนด้านขวานั้นค่อนข้างพร่าเลือนเหมือนภาพฝัน แต่หลังจากกะพริบปรับสายตาอยู่ครู่หนึ่ง มันก็เริ่มชัดเจนมากขึ้น แม้จะยังไม่แจ่มชัดเท่าเดิมก็ตามที
"เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ คุณหนู" หงชุ่ยอดใจรอไม่ไหวจึงเอ่ยถาม ขณะแพทย์หนุ่มแก่ทั้งหลายคอยให้นางพูดอย่างใจจดจ่อ
ทว่าเ้านายคนใหม่ไม่ได้ตอบทันที เพียงเหลียวมามองนางให้เต็มตา ทดลองกวาดสายตาสำรวจเด็กสาวเที่ยวหนึ่ง อืม...หน้าตาน่าเอ็นดูทีเดียว
"ข้าเห็นหน้าเ้าชัดขึ้นแล้ว" หญิงสาวพูดในที่สุด
คนทั้งกลุ่มเผยสีหน้ายินดีออกมาทันที ก่อนแพทย์ด้านดวงตาจะขยับเข้ามาใกล้ บอกให้นางหันหน้าซ้ายทีขวาที อาศัยแสงแดดที่ส่องเข้ามาสังเกตม่านตา จากนั้นสอบถามอีกสองสามข้อ เขาสรุปว่าดวงตาของนางหายดีแล้ว เพียงแต่ต้องใช้เวลาปรับตัวอีกสักระยะจึงจะเข้าที่เข้าทาง
"ขอบคุณท่านหมอทุกท่านมาก หากมิได้พวกท่าน ข้าคงต้องลำบากแล้ว" ฉู่ซู่อิ๋งคำนับให้เหล่าแพทย์บนเตียง สีหน้าซาบซึ้ง
"แม่นางกล่าวหนักไปแล้ว พวกข้าเพียงแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น ท่านอย่าได้เกรงใจเลย" ฉวีเย่าผู้เป็หัวหน้ากลุ่มแพทย์กล่าวอย่างไม่อาจรับ
"ถึงอย่างไรก็ต้องขอบคุณสักครั้ง ข้าถึงจะสบายใจ" ฉู่ซู่อิ๋งก้มศีรษะให้พวกเขาอีกครั้ง "เสียดายแค่ว่าข้ายังพึ่งบารมีผู้อื่นอยู่ มิเช่นนั้นคงจะได้ตอบแทนพวกท่านมากกว่านี้"
เหล่าแพทย์ทั้งหนุ่มแก่ต่างพร้อมใจกันพูดว่ามิกล้าๆ ฉวีเย่ากำชับให้นางพักผ่อนต่อ อย่าเพิ่งรีบร้อนใช้สายตามากนัก เสร็จแล้วก็รีบร้อนพาบุรุษกลุ่มใหญ่ออกไปราวกับกลัวว่าจะได้รับคำขอบคุณจากคุณหนูท่านนี้อีก หงชุ่ยเดินไปส่งพวกเขาถึงหน้าประตู เสร็จแล้ววิ่งกลับมานั่งยองๆ ข้างเตียงของเ้านายคนงามพลางเอ่ยเสียงใส
"คุณหนู วันนี้ท่านอยากกินอะไรเ้าคะ ดวงตาของท่านหายแล้ว สมควรฉลองสักนิด จะได้ถือโอกาสกินบำรุงไปด้วยอย่างไรเล่าเ้าคะ"
ฉู่ซู่อิ๋งอดหัวเราะไปกับท่าทางร่าเริงสดใสของสาวน้อยผู้นี้มิได้ เพราะมีนางคอยอยู่ด้วย หลายวันมานี้นางจึงไม่เบื่อกับการอุดอู้อยู่แต่ในห้องมากนัก เด็กสาวมักจะหาเื่โน้นเื่นี้มาบอกเล่าให้นางฟังอยู่เสมอ การทำงานก็เรียบร้อยหมดจด แม้จะไม่ค่อยชอบเ้านายตัวจริงของหงชุ่ยมากนัก แต่คุณรองฉู่กลับพอใจในตัวสาวใช้ผู้นี้อย่างมาก
"ข้ายังาเ็อยู่จะกินได้แค่ไหนกันเชียว" ฉู่ซู่อิ๋งถอนใจปลงๆ ดวงตาหายดี ทว่าร่างกายบอบช้ำไปทั้งตัว จนถึงวันนี้นางยังอาบน้ำไม่ได้เลย
"เช่นนั้นกินสาลี่เชื่อมไหมเ้าคะ ยังมีน้ำแกงหัวปลากับโจ๊กธัญพืชห้าอย่างอีก ห้องครัวตั้งใจเตรียมเพื่อท่านเลยนะเ้าคะ" หงชุ่ยสาธยายแล้วก็เลียปาก สำหรับเด็กสาว นายหญิงผู้นี้ปรนนิบัติง่ายกว่านายท่านตัวจริงเสียอีก นางเมตตาต่อบ่าวไพร่ ไม่เลือกกิน ไม่ค่อยเอาแต่ใจ ชังชอบสิ่งใดก็บอกตรงๆ ดูไม่เหมือนข่าวลือที่ว่าตอนเด็กๆ นิสัยร้ายกาจสักนิด
"ดูเ้าสิ บรรยายให้ข้าฟังแล้วเลียปากเสียเอง ตกลงว่าอยากให้ข้ากิน หรืออยากจะใช้ข้าเพื่อขอแบ่งของอร่อยมากินเองกันแน่" ฉู่ซู่อิ๋งยิ้มกว้างหลังเห็นเด็กสาวทำตาตูมเพราะโดนหยอกเย้า "เอามาทั้งหมดนั่นแหละ ข้าอาศัยบารมีนายเ้าอยู่ เื่มากคงไม่ดี"
"ทำไมคุณหนูพูดแบบนี้เ้าคะ นายท่านไม่ว่าอะไรหรอกเ้าค่ะ" หงชุ่ยส่ายหัวหวือและเกาะขอบเตียงแน่น "นายท่านบอกว่าคนเจ็บป่วยสำคัญที่สุด นอกจากจะต้องดูแลให้ดีแล้ว ยังสมควรตามใจให้มาก ขอแค่ไม่มีผลกระทบอะไรร้ายแรง อยากได้อะไรก็ต้องให้เ้าค่ะ!"
ฉู่ซู่อิ๋งถูกคำพูดของเด็กสาวทำให้ประหลาดใจ เ้าคนลึกลับผู้นั้นพูดแบบนี้จริงๆ น่ะหรือ ทั้งที่เมื่อตอนเจอกันวันแรกยังกลั่นแกล้งนางให้เสียใจอยู่เลย หญิงสาวนึกไม่ออกสักนิดว่าคนเยี่ยงนี้จะสอนผู้อื่นได้ นี่นางมองคนผิดไปรึอย่างไร
แต่จะว่าไปแล้ว...หลังจากเจอกันเมื่อวันนั้น นางก็ไม่ได้พบกับ 'หลางจวิน' อีกเลย มิรู้ว่าเขาหายหน้าหายหน้าไปไหน ใจหนึ่งของฉู่ซู่อิ๋งไม่คิดจะถามหงชุ่ย เพราะไม่อยากเข้าไปเกี่ยวพันด้วยมากกว่านี้ กระนั้นอีกใจก็อดสงสัยเื่ที่เขาช่วยนางไว้ไม่ได้ เขาทำไปด้วยเหตุผลอันใด ความ้าส่วนตัว หรือมีคนสั่งให้เขาทำกันแน่นะ...
"คุณหนูท่านยังฟังข้าอยู่ไม่" น้ำเสียงกระเง้ากระงอดของหงชุ่ยปลุกสติหญิงสาวให้ตื่นจากห้วงภวังค์
ฉุ่ซู่อิ๋งหันไปมองก็เห็นอีกฝ่ายกำลังทำปากยื่น "หืม? เ้าว่ากระไรนะ"
หงชุ่ยนิ่วหน้ามองนางอย่างคับข้อง สุดท้ายก็พ่นลมหายใจปลงๆ เสียเองและบอกว่า "ช่างเถิดเ้าค่ะ ข้าจะไปบอกห้องครัวให้จัดอาหารก่อนนะเ้าคะ"
"เดี๋ยวก่อนสิ" นายหญิงคนงามรีบคว้าแขนเสื้อสาวใช้ตัวน้อยไว้ พร้อมกับชี้บอกให้นางมานั่งใกล้ๆ อีกฝ่ายก็ยินยอมทำตามขณะส่งสายตาถามว่ามีเื่อะไร
"ั้แ่เกิดเื่จนวันนี้ หากข้าเอาแต่อุดอู้ในห้องจนไม่รู้วันรู้คืนเลย ทั้งยังไม่รู้ด้วยว่าถูกพาตัวมาที่ไหน..." ฉู่ซู่อิ๋งเห็นหงชุ่ยทำตาโตขึ้นด้วยแววแปลกใจเลยอธิบาย "ข้าไม่รู้จักกับเ้านายเ้า ตอนตื่นมาถูกเขาทำให้กลัวอีก หลายวันมานี้จึงรู้สึกกังวลใจเล็กน้อย"
"โถ คุณหนูของบ่าว เื่เท่านี้เองหรือเ้าคะ" หงชุ่ยกุมมือเ้านายคนใหม่แล้วตบเบาๆ เป็การปลอบใจ "ตอนนายท่านช่วยคุณหนูกลับมาได้ เขาเห็นว่าท่านาเ็หนัก ไม่น่าจะเดินทางไกลไหว ท่านจึงเช่าบ้านพักบนเขาฉุนหลิงที่นอกเมืองเสี่ยวเสียนเป็ที่พักชั่วคราวเ้าค่ะ หลังให้ท่านหมอทำแผลแล้วก็ย้ายคุณหนูมารักษาต่อที่นี่เ้าค่ะ"
เขาฉุนหลิงหรือ ูเาลูกนี้อยู่ห่างจากตำบลหนิวหลิวที่อยู่ตรงข้ามกันครึ่งวันนี่นา ส่วนทางไปเมืองเสียนเป่ย หากใช้ถนนที่ 'อาถง' เคยพาไปตอนหนีคนร้ายก็จะใช้เวลาหนึ่งวัน...ฉู่ซู่อิ๋งคิดคำนวณในใจทางหนึ่ง ปากก็ถามไปด้วยว่า
"แล้ววันนี้เล่า วันที่เท่าไหร่แล้ว"
"วันขึ้นสิบสองค่ำ เดือนหกเ้าค่ะ หากรวมวันที่คุณหนูสลบไปด้วย ก็ผ่านมาสิบสี่วันแล้วเ้าค่ะ!"
เวลาผ่านมานานขนาดนี้แล้วหรือ ไม่รู้ว่า 'เื่นั้น' จะเป็ยังไงบ้าง ฉู่ซู่อิ๋งกำลังจะอ้าปากเตรียมถาม หงชุ่ยกลับพูดด้วยใบหน้าเศร้าๆ ต่อไปว่า
"น่าเสียดายที่เื่คดีไม่ค่อยคืบหน้าเท่าไหร่ พวกคนที่ทำร้ายท่านฆ่าตัวตายกันหมดทำให้ขาดเบาะแส แม้แต่ศพคนที่มากับคุณหนูก็ยังเก็บได้ไม่ครบด้วย"
"เอ๊ะ? ทำไมเล่า" คนฟังถึงกับใขึ้นมาทันที หลางจวินบอกกับปากเองว่าจะช่วยทำศพพวกเขาให้แล้วไฉนจึงเก็บศพได้ไม่ครบล่ะ!
สาวใช้ตัวน้อยหน้าม่อยลง "่นั้นคุณหนูยังอ่อนแออยู่ หากไม่นอนก็จะสะลึมสะลือเสมอ คงจะจำไม่ได้ แต่ตลอดสามวันหลังท่านฟื้นมาครั้งแรก ที่นี่มีฝนตกทั้งวันทั้งคืน ดินบนูเาอุ้มน้ำไม่ไหวถล่มลงมาทับตรงจุดที่ขบวนของท่านโดนโจมตีเ้าค่ะ"
"จริงหรือ!? แล้วทำไมถึงเพิ่งบอก..." เ้านายคนงามร้องอย่างไม่เข้าใจ
"ข้าไม่อยากให้คุณหนูเป็กังวลนี่เ้าคะ..."
ท่าทางเศร้าสลดระคนสำนึกผิดเด็กสาว ทำให้ฉู่ซู่อิ๋งต้องเก็บคำพูดที่เหลือเอาไว้ใจ หงชุ่ยไม่ใช่สาวใช้ของนางจริงๆ สักหน่อย แค่คอยดูแลปรนนิบัตินางอย่างเอาใจใส่ก็ถือว่าทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว ไม่จำเป็ต้องมานั่งตอบคำถามให้นางสักนิด นางกลับลืมตัวคิดจะตำหนิเด็กคนนี้เสียอย่างนั้น
"เอาเถิด ข้าไม่โกรธเ้า" ฉู่ซู่อิ๋งลูบผมนางพลางยิ้มปลอบใจบางๆ "เ้ารีบไปจัดการเื่อาหารเถิด"
หงชุ่ยพยักหน้ารับคำและลุกออกจากห้องไป ฉู่ซู่อิ๋งคอยจนนางหายไปหลังประตูแล้วค่อยปล่อยตัวสิ้นแรงกับพนักหัวเตียง
ข่าวที่เพิ่งรับรู้สร้างความใให้หญิงสาวอย่างมาก ก่อนหน้านี้นางยังคิดอยู่เลยว่า เมื่อตัวเองอาการดีขึ้นแล้ว จะขอให้หลางจวินช่วยพาไปคารวะหลุมศพของพวกเขาสักครั้ง แล้วค่อยหาทางชดเชยความสูญเสียให้แก่ญาติของพวกเขาต่อไป แต่ถ้าหาศพกลับมาได้ไม่ครบแบบนี้ แม้จะชดเชยให้ครอบครัวคนเ่าั้ได้ นางก็ไม่มีทางอยู่อย่างสบายใจไปชั่วชีวิตอยู่ดี
ยังมีเื่ดินถล่มบนถนนไปเสียนเป่ยนั่นอีก หากมันเป็ความจริง นางจะทำอย่างไรดี 'เื่นั้น' ยังจำเป็ต้องให้นางตัดสินใจเสียด้วย ถึงจะมีแผนการรองรับในกรณีที่นางถึงคราวตายจริงๆ อยู่แล้ว แต่นี่นางยังไม่ตายและเงื่อนไขด้านเวลายังไม่ได้ จะอย่างไรนางก็อยากไปที่เมืองนั้นด้วยตนเองให้ได้
ปัญหาก็คือ...นางจะไปอย่างไร จะไปได้เมื่อไหร่ หลางจวินคนนั้นจะยอมปล่อยนางไปหรือไม่ ในเมื่อตัวจริงของเขาเป็ใคร ไว้ใจได้หรือเปล่า นางยังไม่รู้ด้วยซ้ำ...
ยิ่งคิด ฉู่ซู่อิ๋งก็ยิ่งกังวล เมื่อยิ่งกังวลก็ยิ่งเหม่อลอย ความคิดนำพาหญิงสาวเที่ยวท่องไปไกลเสียจนไม่รู้สักนิดว่า ในห้องได้มีใครบางคนเพิ่มเข้ามาแล้ว...
-----------------