เมืองอู่เฉวียน
เมื่อ ฮั่ว ไหว่ชิง ก้าวลงจากรถ ก็เห็นว่าที่หน้าประตูสถานที่นัดหมายมีคนยืนอยู่สองสามคนแล้ว ล้วนเป็ใบหน้าคุ้นตาที่มักเห็นตามหน้าจอโทรทัศน์ ผู้ชายก็หล่อ ผู้หญิงก็สวย ทำให้เขาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ตั้งใจว่าจะเข้าไปทักทายอย่างสุภาพ
แต่พออีกฝ่ายเห็นเขา สีหน้ากลับแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ไหว่ชิง... เธอก็มาเป็แขกรับเชิญเหมือนกันเหรอ?”
“ใช่”
“งั้นก็ดีเลย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน นานๆ ทีจะได้ออกรายการ ยังไงก็สู้ๆ ล่ะกันนะ”
“……”
บรรยากาศพลันเงียบงันขึ้นมาอย่างประหลาด ฮั่ว ไหว่ชิง มองคนทั้งสองอีกครั้ง เห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีจะพูดต่อ เขาจึงเลือกเดินไปอีกทาง แล้วหาที่นั่งพักเองเงียบๆ
ความจริงเขาก็คาดไว้อยู่แล้วว่าต้องเจออะไรแบบนี้
จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อชื่อเสียงของเ้าของร่างเดิมมันแย่เกินจะช่วยอะไรได้...
ฮั่ว ไหว่ชิง มาอยู่ในร่างนี้เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน และใน่เวลานั้น เขาค้นพบสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก โลกใบนี้คล้ายกับโลกเดิมของเขา แต่ก็แตกต่างอย่างมากในจุดสำคัญ
สิ่งแรกและสำคัญที่สุดคือ กระแส “จีนฟีเวอร์” (华流) กลายเป็เทรนด์ที่โด่งดังไปทั่วโลก และยังคงเป็กระแสหลักที่นำเทรนด์โลกอยู่ในปัจจุบัน ส่งผลให้การแข่งขันในวงการบันเทิงในประเทศยิ่งดุเดือด
เพราะมีนักแสดง นักร้อง และละครภาพยนตร์คุณภาพดีถูกส่งออกไปต่างประเทศไม่ขาดสาย หากผลงานไม่โดดเด่นพอ ก็แทบไม่มีโอกาสได้เผยตัวให้ใครเห็น ทุกคนจึงต่างหมายมั่นจะเป็ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ทำให้ต้องพยายามสุดตัว แข่งขันกันดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ คนที่ไม่ได้แย่แต่ยังไม่พอก็มักจะถูกวงการกลืนหายไปทุกปี
เ้าของร่างเดิมชื่อ ไหว่ชิง เข้าวงการั้แ่อายุ 16 ด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่น ได้เป็พระเอกั้แ่ซีรีส์เื่แรก บริษัทต้นสังกัดก็ให้การผลักดันอย่างเต็มที่ จนได้รับโอกาสดีๆ มากมาย เรียกได้ว่าโด่งดังอย่างมาก
แต่ในวงการที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน หากมีแค่หน้าตาโดยไม่มีความสามารถจริง ย่อมอยู่ไม่รอด
และก็เป็ไปตามนั้น เมื่อไหว่ชิงที่ดังเร็วแต่ไร้พัฒนาการ พอเติบโตขึ้น ใบหน้าเดิมที่เคยมีเสน่ห์แบบลูกผสมระหว่างความอ่อนเยาว์และบอบบาง กลับกลายเป็ใบหน้าคมคายไร้ความละมุน เสน่ห์แบบ “หนุ่มน้อยแสนบอบบาง” ก็จางหายไป แฟนคลับบางส่วนก็เริ่มละทิ้งเขาไปหาคนอื่น
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเขาเองก็มีนิสัยไม่ค่อยดี มักมีข่าวเสียหายว่าชอบวางมาด ไม่เป็มืออาชีพ คนในวงการที่เคยร่วมงานกับเขาแทบไม่มีใครเอ่ยปากชม
เมื่อเวลาผ่านไป ชื่อของเขาก็เริ่มถูกผู้คนลืมเลือนไป
ตอนนั้นเขาเพิ่งอายุ 20 ปีเท่านั้น ยังหนุ่มแน่น แต่ถึงแม้จะพยายามดิ้นรนอยู่ในวงการต่อไป ก็ไม่มีใครให้ความสนใจอีกแล้ว
ชะตาช่างเล่นตลก ปีนี้เขาอายุ 29 แล้ว ในที่สุดเมื่อครึ่งเดือนก่อน เขาก็ได้รับข้อเสนอที่ “เป็ทางการ” สักที รายการแนวสืบสวนชื่อว่า “ThirdEye” เชิญเขาไปร่วมเป็แขกรับเชิญ
ถ้าไม่ใช่เพราะโปรดิวเซอร์เป็เพื่อนเก่าสมัยยังไม่เข้าวงการ แถมเขาก็ค่าตัวถูกและมีคิวว่าง อีกทั้งข่าวเสียๆ หายๆ ของเขาในอดีตก็พอเรียกกระแสได้บ้าง รายการนี้คงไม่คิดแม้แต่จะชวนเขาด้วยซ้ำ!
ฮั่ว ไหว่ชิง เองก็รู้ดีว่านี่คือโอกาสทองที่หาได้ยาก เขาจึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะใช้รายการนี้พลิกชีวิตตัวเองให้ได้ และเริ่มเตรียมตัวอย่างเต็มที่
แต่ไม่คาดคิดว่าชีวิตที่เร่งรีบวุ่นวายตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้ทำให้ร่างกายเขาทรุดโทรมเกินเยียวยา...
หนึ่งสัปดาห์ก่อน ตีสี่ครึ่ง ขณะที่เขายังนั่งทำงานอยู่นั้น จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ แล้วก็หมดสติไปตรงหน้าโต๊ะ จาก “ไหว่ชิง” กลายเป็ “ฮั่ว ไหว่ชิง” ต่างกันแค่สองคำ
หลังจากนั่งรอสักพัก แขกรับเชิญก็มากันครบแล้ว ทีมงานจึงเรียกทุกคนไปแต่งหน้าเตรียมถ่ายรายการ
เนื่องจากเป็รายการใหม่เอี่ยม ไม่มีรายการแนวเดียวกันมาก่อน ไม่มีใครรู้เลยว่าผลตอบรับจะเป็อย่างไร ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีนักลงทุนรายใหญ่คอยหนุนหลัง ทีมงานจึงจำเป็ต้องคัดเลือกแขกรับเชิญที่แม้ไม่ใช่ดาราดังแต่ก็ยังมีคนรู้จักมาบ้าง
รายการตอนแรกมีเพียงห้าคน นอกจาก ฮั่ว ไหว่ชิง ที่ตอนนี้กลายเป็ดาราตกกระแสแล้ว ยังมีนักร้องหนึ่งคน นักแสดงรุ่นเก่าสองคน และนักแสดงตลกอีกหนึ่งคน ชายสามหญิงสอง ทุกคนต่างไม่ค่อยคุ้นหน้ากันนัก