คำเชิญสีดำทองในแต่ละโรงประมูลโยวหลงจะมีเพียงใบเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็สิทธิ์ในการเข้าใช้ห้องรับรองพิเศษที่หรูหราที่สุดในงาน
ห้องรับรองนี้ตั้งอยู่บนชั้นสองของโถงประมูล ตรงข้ามกับเวทีประมูลพอดี ทว่าห้องรับรองพิเศษแห่งนี้มิได้มีดีเพียงแค่ตำแหน่งที่ตั้งเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือแขกผู้มีเกียรติในห้องนี้จะมีสิทธิ์ในการเสนอราคาเป็ลำดับแรก ซึ่งเป็สิทธิ์ที่ทำให้ทุกคนต้องอิจฉาตาร้อน
นั่นคือตราบใดที่คนในห้องนี้เสนอราคา ผู้อื่นจะหมดสิทธิ์ในการเสนอราคาแข่งทันที
แต่ห้องรับรองพิเศษแห่งนี้มักจะว่างเปล่าเสมอ เพราะคำเชิญสีดำทองไม่ได้มีไว้สำหรับขาย ต่อให้มีหินิญญามากมายเพียงใดก็ไม่สามารถซื้อเกียรติยศนี้ได้
ในโรงประมูลโยวหลงแห่งอื่นอาจมีคำเชิญสีดำทองปรากฏให้เห็นอยู่บ้าง แต่นั่นต้องเป็ผู้ที่มีฐานะสูงส่งอย่างยิ่ง และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเ้าของที่อยู่เื้ัหอการค้าโยวหลงจึงจะได้รับ
ดังนั้นเมื่อเห็นเด็กชายหยิบคำเชิญสีดำทองออกมาจากอกเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ ทั่วทั้งบริเวณจึงตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ทุกคนต่างแสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
"นี่ต้องเป็ของปลอม เป็ของที่ทำเลียนแบบขึ้นมาแน่ ๆ !" ชีหยวนจงพลันชี้ไปที่คำเชิญแล้วะโเสียงดัง เขาไม่เชื่อว่าสองแม่ลูกที่ท่าทางซื่อเซ่อราวกับคนป่าคู่นี้จะมีคำเชิญอันทรงเกียรติเช่นนี้ได้
"แม่นางจิ่วเยว่ หากพวกเ้าอยากเข้างานประมูลสามารถใช้ราคาสูง ๆ หาซื้อคำเชิญจากผู้อื่นได้ เหตุใดต้องปลอมแปลงด้วยเล่า สำนักกระบี่เก้าดาราเคยเป็แสงสว่างแห่งฝ่ายธรรมะ การกระทำเช่นนี้จะทำให้ชื่อเสียงของสำนักกระบี่เก้าดาราต้องมัวหมองนะเ้าคะ" อวิ๋นเสวี่ยเวยแสร้งทำน้ำเสียงเป็ห่วง ทำท่าทางราวกับกังวลว่าอวิ๋นหรั่นเยว่จะทำลายชื่อเสียงของสำนักกระบี่เก้าดารา
จีอู๋เนี่ยนเพียงปรายตามองครั้งเดียว ก็รู้ว่าคำเชิญใบนี้เป็ของจริง ในใจของเขาเริ่มรู้สึกสงสัยในตัวอวิ๋นหรั่นเยว่มากขึ้นเรื่อย ๆ
"ใครบอกว่าปลอม นี่คือของจริง!" ลูกน้องของหลงเยี่ยเยี่ยนะโเสียงดัง บนใบนี้มีตราประทับของนายท่านอยู่
เขาปรายตามองชีหยวนจงและอวิ๋นเสวี่ยเวยด้วยสายตาเ็า กล้าดียังไงมาสงสัยคำเชิญของนายท่าน ช่างไม่มีตาเอาเสียเลย แต่ว่านายท่านก็แปลกเหลือเกิน เมื่อครู่เพิ่งสั่งให้ไล่คนออกไปแต่กลับมอบคำเชิญให้เขาเสียอย่างนั้น เหตุใดจึงกลับกลอกเช่นนี้เล่า
เมื่อเขารับคำเชิญมาและเห็นใบหน้าของเด็กชายชัด ๆ ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าเหตุใดนายท่านถึงมีท่าทางขุ่นเคือง เด็กชายที่หน้าตาคล้ายนายท่านอยู่หลายส่วน กลับไปยอมรับคนอื่นเป็บิดากลางถนนจะไม่ให้นายท่านจะโกรธได้อย่างไร?
์! นายท่านผู้ไม่เคยแตะต้องสตรีแต่กลับมีบุตรชายโตป่านนี้เชียวหรือ? ช่างแปลกใหม่เสียจริง ๆ !
แม้ในใจจะใอย่างมาก แต่สีหน้าของเขากลับไม่แสดงออกแม้แต่น้อย เขายิ้มให้อวิ๋นหรั่นเยว่และเสี่ยวอี้ "แขกผู้มีเกียรติทั้งสอง โปรดตามข้ามาเถิดขอรับ"
ที่นายท่านบอกว่าให้ไล่คนไปต้องเป็เพียงคำพูดที่ตรงข้ามกับความในใจแน่ ๆ ในฐานะลูกน้องที่ดีและรู้ใจ เขาต้องพาทั้งคู่เข้าไปให้ได้
เมื่อเห็นคนของโรงประมูลนำทางสองแม่ลูกอวิ๋นหรั่นเยว่เข้าไปอย่างนอบน้อมเช่นนั้น สีหน้าของอวิ๋นเสวี่ยเวยและชีหยวนจงดูย่ำแย่และบิดเบี้ยวอย่างยิ่ง
ใครจะไปคิดว่าคำเชิญสีดำทองที่ทรงเกียรติและหายากยิ่ง กลับไปอยู่ที่สองแม่ลูกที่ไม่มีชื่อเสียงเรียงนาม!
เมื่อเห็นว่าจีอู๋เนี่ยนยังอยู่ข้าง ๆ อวิ๋นเสวี่ยเวยจึงรีบเก็บสีหน้า และรีบหาทางแก้ตัว "นึกไม่ถึงว่าเกือบจะเกิดเื่เข้าใจผิดเสียแล้ว ดูท่าเสวี่ยเวยจะด้อยประสบการณ์เกินไป รัชทายาทอู๋เนี่ยน ท่านอยากจะเข้าไปดูด้วยกันหรือไม่เพคะ ได้ยินว่างานประมูลวันนี้มีสมบัติล้ำค่ามากมาย หม่อมฉันพอดีมีคำเชิญเหลืออยู่อีกใบพอดีเพคะ"
ชีหยวนจงขมวดคิ้วในใจรู้สึกไม่พอใจยิ่งนัก เขาเป็คู่หมั้นของเสวี่ยเวย แต่เสวี่ยเวยกลับเชื้อเชิญชายอื่นอย่างกระตือรือร้นต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้ แต่ที่ทำให้เขาอึดอัดยิ่งกว่าคือเขาไม่กล้าพูดอะไรมาก เพราะเกรงว่าเสวี่ยเวยจะโกรธและขอถอนหมั้น ในสำนักศึกษาไม่รู้ว่ามีกี่คนที่อิจฉาที่เขาได้เป็คู่หมั้นของเสวี่ยเวย
"ไม่จำเป็" จีอู๋เนี่ยนปฏิเสธคำเชิญของอวิ๋นเสวี่ยเวย เขาไม่เคยสนใจบุตรบุญธรรมของจักรพรรดิแห่งแคว้นศักดิ์สิทธิ์ไท่ชูผู้นี้เลย แต่ทว่าทุกครั้งที่พบกันสตรีผู้นี้มักจะคอยตามตื้อเขาไม่เลิกราวกับแมลงวัน และคอยเอาอกเอาใจเขาเป็อย่างยิ่ง
ที่เขามาเมืองชื่ออวิ๋นก็เพราะได้ยินว่ามีสตรีผู้หนึ่งเป็ผู้สืบทอดของสำนักาาผีจึงรีบเดินทางมา
สำนักาาผีเคยมีบุญคุณต่อเขา เมื่อห้าปีก่อนสำนักาาผีถูกทำลายล้างอย่างกะทันหัน ขณะนั้นเขาบังเอิญกำลังสำรวจดินแดนลับที่สำคัญแห่งหนึ่งอยู่ เมื่อเขาออกมากลับพบว่าสำนักาาผีก็ไม่หลงเหลืออยู่แล้ว
เื่นี้กลายเป็ความเสียดายที่สุดในใจของเขา ดังนั้นหลายปีมานี้เขาจึงส่งคนคอยติดตามข่าวคราวของสำนักาาผีอยู่ตลอด
จีอู๋เนี่ยนไม่สนใจงานประมูล เขาตัดสินใจไปรอที่โรงน้ำชาจนกว่างานประมูลจะจบและแม่นางจิ่วเยว่ออกมาเพื่อที่จะได้พูดคุยกับนางอย่างละเอียด หากนาง้าฟื้นฟูสำนักเขาย่อมสามารถยื่นมือเข้าช่วยเหลือนางแน่นอน ดังนั้นเขาจึงพาลูกน้องเดินจากไปทันที โดยไม่พูดกับอวิ๋นเสวี่ยเวยแม้แต่คำเดียวเพื่อมิให้นางลำพองใจและคิดว่าเขามีใจให้
อวิ๋นเสวี่ยเวยกำหมัดแน่น ในใจรู้สึกริษยาและเกลียดชังสตรีที่ถูกเรียกว่าจิ่วเยว่เมื่อครู่ หากนางรู้แต่แรกว่ารัชทายาทจีอู๋เนี่ยนสนใจสำนักาาผี มีหรือจะให้โอกาสฝ่ายนั้นดึงดูดความสนใจของรัชทายาทได้
น่าแค้นนัก!
"อ๊าก! เหตุใดนิ้วของข้าจึงต่อไม่ติด!!" ศิษย์ที่ถูกเสี่ยวอี้ตัดนิ้ว พบว่าหลังจากที่เขากินยาประสานกระดูกและเส้นเอ็นแล้ว นิ้วกลับไม่ยอมงอกกลับมา อีกทั้งรอยตัดยังค่อย ๆ เปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำดูราวกับว่ากำลังจะบวมและเน่าเปื่อย
"สองแม่ลูกนั่นช่างชั่วร้ายนัก! ต้องวางยาพิษเ้าแน่ ๆ !" อวิ๋นเสวี่ยเวยขมวดคิ้วกล่าว
จีอู๋เนี่ยนยังเดินไปไม่ไกล เมื่อได้ยินคำพูดนี้จึงหันกลับมาพร้อมกับแสยะยิ้มเ็าอย่างหยอกล้อ "คุณหนูอวิ๋นได้รับการยกย่องให้เป็เทพธิดาแห่งดินแดนผู้ฝึกตน แต่กลับไม่รู้จักสำนักาาผีที่มีชื่อเสียงโด่งดังเชียวหรือ?"
"กรรไกรในมือเด็กคนนั้นคือศาสตราศักดิ์สิทธิ์ของสำนักาาผี 'กรรไกรแห่งเหตุและผล' เมื่อตัดขาดเหตุและผล นิ้วที่ถูกตัดก็ไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป ย่อมไม่สามารถต่อกลับคืนได้ คุณหนูอวิ๋นไม่ควรขาดความรู้พื้นฐานเพียงเท่านี้นะ"
ตูม!
ใบหน้าของอวิ๋นเสวี่ยเวยพลันแดงซ่านด้วยความอับอาย การถูกคนที่ตนแอบรักดูิ่ต่อหน้าสาธารณชนนั้นทรมานยิ่งกว่าการถูกดาบฟันเสียอีก
นางพูดตะกุกตะกักว่า "รัชทายาทอู๋เนี่ยน หม่อมฉันเพียง... เพียงแต่นึกไม่ถึงว่ากรรไกรเล่มนั้นจะเป็กรรไกรแห่งเหตุและผลที่สาบสูญไปนานแล้ว ศิษย์น้องท่านนี้าเ็เพราะหม่อมฉัน หม่อมฉันจึงรู้สึกโกรธเล็กน้อยเพคะ"
"เขาเป็ฝ่ายล่วงเกินก่อน ดังนั้นกรรไกรแห่งเหตุและผลจึงมีผลกับเขา เ้าปล่อยให้คนที่ชื่นชมเ้าไปหาเื่ผู้อื่นย่อมต้องเป็ผู้รับผิดชอบผลที่ตามมา"
"หม่อมฉันไม่ได้... รัชทายาท หม่อมฉันไม่ได้..."
ทว่าจีอู๋เนี่ยนพูดจบก็ก้าวเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังที่เ็า
อวิ๋นเสวี่ยเวยรู้สึกอับอายอย่างยิ่ง แม้ว่าชีหยวนจงและคนรอบข้างจะคอยปลอบโยนและไม่มีใครตำหนินาง แต่นางก็ยังรู้สึกไม่สามารถเงยหน้าขึ้นได้ เป็เพราะการปรากฏตัวของสตรีผู้นั้นทำให้นางต้องได้รับความอัปยศถึงเพียงนี้!
แววตาของนางฉายแววเหี้ยมเกรียม ในใจเกิดจิตสังหารขึ้นมา ใครที่ขวางทางนางต้องตายโดยไม่มีข้อยกเว้น!
ในขณะที่พวกอวิ๋นเสวี่ยเวยยังคงเข้าแถวรอเข้างาน อวิ๋นหรั่นเยว่และบุตรชายก็ได้เข้าไปอยู่ในห้องรับรองที่ทรงเกียรติที่สุดของโรงประมูลโยวหลงแล้ว
เมื่อนางเห็นร่างที่คุ้นเคยสวมหน้ากากสีเงินนั่งอยู่ข้างใน จึงเบิกตากว้างและเดินเข้าไปหาเขา "ท่านก็มาเข้าร่วมงานประมูลด้วยหรือ?"
"พวกเ้าเข้ามาได้อย่างไร?" หลงเยี่ยเยี่ยนขมวดคิ้ว พลางมองไปยังลูกน้องที่ยืนอยู่ตรงประตู
ลูกน้องคิดว่านายท่านกำลังอารมณ์ไม่ดีจึงรีบปิดประตูทันที เพื่อไม่ให้รบกวนเวลาส่วนตัวของทั้งสามคน
อวิ๋นหรั่นเยว่ชูคำเชิญขึ้น "หลานโจวบอกว่าพวกเราจะมาเข้าร่วมงานประมูล เลยมอบสิ่งนี้ให้พวกเราเ้าค่ะ"
หลงเยี่ยเยี่ยน "..."
ลูกน้องของเขาทรยศเขาไปทีละคนแล้วใช่หรือไม่?