หมิงซินแสงสว่างของหัวใจ

    บทที่ 14-2 บรรเลงเพลงพิณ

    บทที่14-2 บรรเลงเพลงพิณ

            บุตรสาวคนเล็กของนางทำพิธีปักปิ่นมาได้สักพักแล้วถ้าเป็นบุตรสาวของบ้านอื่นย่อมต้องได้รับการหมั้นหมายหรือการทาบทามจากแม่สื่อแล้วแต่บุตรสาวคนเล็กของนางกลับประกาศยืนยันกับผู้คนในอำเภออู่โหวว่า ‘ไม่มีสามีก็ได้ ขอแค่มีเงินก็พอเจ้าค่ะ’ซึ่งเรื่องนี้ทำให้นางปวดหัวและกลุ้มใจมาตลอด แต่วันนี้เมื่อได้เห็นสายตาของบุตรสาวคนเล็กที่มองไปยังคุณชายอี้โจวทำให้นางรู้ว่า บุตรสาวของนางคงเปลี่ยนความคิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเมื่อได้ฟังจากคำพูดของเยว่เอ๋อร์แสดงว่าคุณชายผู้นี้คงเป็นคนดีและเหมาะสมกับซินเอ๋อร์มากถึงทำให้เยว่เอ๋อร์พูดจาสนับสนุนเขาได้เยี่ยงนี้

     

            เหอฟางหรูจึงเอ่ยกับชายหนุ่มผู้ให้ความช่วยเหลือแก่บุตรสาวคนเล็กของตนว่า

            “ข้าต้องขอขอบคุณคุณชายอี้โจวมากที่ให้ความช่วยเหลือแก่บุตรสาวของข้า”

            “ข้ายินดีขอรับฮูหยินฟางหรู”

            “ไม่ต้องเรียกฮูหยินหรอก เรียกข้าว่าท่านป้าหรูเถอะ”

            “เช่นนั้น ท่านป้าหรูเรียกข้าว่าอี้โจวเถิดขอรับ”

            “ได้จ้ะ ป้าต้องขอบใจเจ้ามากที่คอยให้ความช่วยเหลือแก่ซินเอ๋อร์”

            “น้องหมิงซินดีต่อน้องชายของข้ามากขอรับเขาเห็นนางเหมือนกับเป็นพี่สาวคนหนึ่ง ข้าจึงสั่งให้คนงานทุกคนของข้าให้ความเคารพน้องหมิงซินเป็นเหมือนเจ้านายคนหนึ่งขอรับ”

            “ขอบใจจ้ะ”

     

            เหอฟางหรูได้ฟังคำพูดของชายหนุ่มก็รู้สึกชอบใจยิ่งนักคุณชายอี้โจวผู้นี้ให้ความสำคัญกับบุตรสาวคนเล็กของนางเป็นอย่างมากมิน่าเล่าเยว่เอ๋อร์ถึงได้สนับสนุนคุณชายผู้นี้อย่างออกหน้าออกตายิ่งนัก

            “ท่านแม่เจ้าคะน้องจิ่งเทียนไม่สบายจึงไม่อาจมาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ได้ ข้าจึงคิดว่า พรุ่งนี้ข้าจะไปเยี่ยมเยียนน้องจิ่งเทียนที่คฤหาสน์ตระกูลหลิวเจ้าค่ะ”หวังหมิงซินเอ่ยบอกผู้เป็นมารดา

     

            ท่านนายอำเภอที่ได้ยินคำพูดของน้องสาวว่าต้องการไปที่คฤหาสน์ของชายหนุ่มจึงเอ่ยปากออกไปด้วยความไม่พอใจว่า

            “น้องเล็กเจ้าจะไปคฤหาสน์ของคุณชายอี้โจวตามลำพังได้อย่างไรเล่าเจ้าเป็นหญิงสาวจะไปบ้านของชายหนุ่ม มันคงไม่เหมาะสมสักเท่าใด”

            “ไม่เหมาะสมอย่างไรกัน การที่น้องของเจ้าไปเยี่ยมคุณชายจิ่งเทียนที่รักเปรียบเสมือนน้องชายย่อมไม่มีอันใดไม่เหมาะสมอีกทั้งคุณชายอี้โจวให้การช่วยเหลือน้องเล็กของเจ้าอยู่บ่อยครั้งการไปเยี่ยมเยียนเพื่อแสดงความขอบคุณและห่วงใย ย่อมมิใช่เรื่องแปลก”ผู้เป็นมารดาเอ่ยกับบุตรชายของตนเอง

     

            หวังหลินข่ายที่ได้ยินคำพูดของภรรยาก็รู้สึกไม่ชอบใจจึงได้เอ่ยออกไปว่า

            “แต่ข้าคิดว่า...”

            “ท่านพี่ ท่านคิดว่าข้าพูดผิดหรือเจ้าคะ” เหอฟางหรูรีบเอ่ยตัดบทคำพูดของสามี

            “มิใช่ มิใช่ น้องหญิงว่าอย่างไรย่อมต้องเป็นเช่นนั้น” หวังหลินข่ายส่งรอยยิ้มเอาใจให้แก่ภรรยาของตน

            “ดีเจ้าค่ะ” เหอฟางหรูยิ้มให้กับสามีพร้อมกับกล่าวสรุปว่า พรุ่งนี้ลูกสาวคนเล็กของตนจะไปเยี่ยมคุณชายจิ่งเทียนที่คฤหาสน์ตระกูลหลิว

            ‘ท่านแม่ ท่านเยี่ยมยอดมากเจ้าค่ะ นับถือนับถือ’หวังหมิงเยว่และหวังหมิงซินเอ่ยชมผู้เป็นมารดาในใจ

     

            หยางยวี่ถงลอบสังเกตกิริยาท่าทางของสหายสนิทที่มีต่อชายหนุ่มผู้มีข่าวลือเรื่องอาถรรพ์เจ้าสาวด้วยความแปลกใจจึงลุกขึ้นเดินไปหาสหายสนิทยังโต๊ะเจ้าภาพของงาน แล้วกระซิบเบาๆไปที่ข้างหูของสหายว่า

            “ซินเอ๋อร์เจ้ามีเรื่องอันใดจะบอกข้าหรือไม่” หยางยวี่ถงเหลือบสายตามองไปยังชายหนุ่มที่นั่งด้านข้างของหวังหมิงซิน

            “เอาไว้ข้านัดพบเจ้ากับเชียนเอ๋อร์แล้วข้าจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้พวกเจ้าฟัง คืนนี้คงไม่สะดวกที่จะบอกกล่าว”

            “ได้เช่นนั้นข้ากลับไปหาท่านพ่อและท่านแม่ก่อนนะ”

            “จ้ะ”

     

            งานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่นพร้อมกับเสียงชื่นชมในความสามารถทางด้านการวาดภาพและด้านดนตรีของคุณหนูหวังหมิงซินยอดพธูโฉมสะคราญของเมืองเฉิงตือ ผู้มีศักดิ์เป็นถึงหลานสาวของท่านอัครมหาเสนาบดี

     

            หลังจากบรรดาแขกเหรื่อต่างทยอยแยกย้ายกลับบ้านกันหมดแล้วท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย และพี่สะใภ้ของหวังหมิงซินที่เดินทางมาจากอำเภอฉางสุ่ยจะเข้าพักในคฤหาสน์ตระกูลหวังแห่งเมืองเฉิงตือส่วนหวังหมิงซินและพี่สี่จะกลับไปพักที่จวนท่านนายอำเภออู่โหว

     

            หวังหมิงเยว่ที่เห็นน้องเล็กของตนขึ้นไปนั่งบนรถม้าแล้วจึงเดินเข้าไปหาท่านนายอำเภออู่โหว แล้วกล่าวกับเขาว่า

            “น้องสี่ พี่รู้ว่า เจ้ารักและเอ็นดูน้องเล็กมากแต่ตอนนี้ซินเอ๋อร์ได้ทำพิธีปักปิ่นเป็นหญิงสาวแล้วซินเอ๋อร์มิใช่เป็นน้องสาวที่ยังเป็นเด็กหญิงคอยเดินตามเจ้าเหมือนเช่นวันวานนางสามารถแต่งงานและมีครอบครัวได้แล้ว”

            หวังหมิงเยว่เห็นน้องชายของตนขมวดคิ้วก้มหน้าลงอย่างใช้ความคิด จึงมิได้เอ่ยเร่งแต่อย่างใดผ่านไปสักพักชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้นว่า

            “ข้ารู้ขอรับว่า น้องเล็กได้เติบโตเป็นหญิงสาวแล้วแต่สำหรับข้านางคือน้องเล็กที่ข้าต้องคอยดูแลและคอยปกป้องอยู่เสมอขอรับ”

            “เจ้าสามารถคอยปกป้องน้องเล็กได้เหมือนเช่นพี่ที่คอยดูแลปกป้องน้องเล็กอยู่เสมอแต่เรื่องบางเรื่องเจ้าต้องปล่อยให้น้องเล็กมีชีวิตเป็นของตนเองเจ้าต้องเคารพในการตัดสินใจของนาง เมื่อนางได้ตัดสินใจเลือกแล้วเจ้าก็แค่คอยดูอยู่ห่างๆ และให้การสนับสนุนนางก็พอ”

             

            หวังหนิงหลงได้แต่นิ่งเงียบไม่เอ่ยตอบโต้ผู้เป็นพี่สาว

            “น้องสี่เจ้าลองคิดดูนะคุณชายอี้โจวเอาใจใส่น้องเล็กของเจ้ามากเพียงใด ดูจากการกระทำของเขาได้ในเมื่อมีคนที่รักและคอยดูแลน้องเล็กของเจ้าได้ดีถึงเพียงนี้มิใช่เป็นการดีหรอกหรือ เจ้าควรต้องให้การสนับสนุนเขาถึงจะถูกหรือว่าเจ้าอยากให้น้องเล็กต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสมแต่ไม่ได้รักนางและไม่สามารถดูแลนางได้เล่า”

            “ข้าจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นขอรับพี่สามน้องเล็กจะต้องมีความสุขในชีวิตการแต่งงานเหมือนกับพี่สามขอรับ”

            “เช่นนั้นเจ้าก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของน้องเล็กคอยช่วยสนับสนุนนาง ให้นางได้แต่งงานกับคนที่นางรัก”

            “ขอรับพี่สาม”

            “ดีมากท่านนายอำเภอ อืมแต่พี่มีเรื่องอยากจะบอกเจ้าอีกหนึ่งอย่าง”

            “เรื่องอะไรหรือขอรับ”

            “ก็เรื่องการแต่งงานของเจ้าอย่างไรเล่าเจ้าคงไม่รู้ตัวว่า คืนนี้เจ้าเป็นที่หมายปองของบรรดาหญิงสาวมากเพียงใด พี่เกรงว่านับตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ท่านแม่ของพวกเราคงได้รับการเยี่ยมเยียนจากบรรดาฮูหยินตระกูลต่างๆอย่างแน่นอน”

            “พี่ขอให้เจ้าโชคดีนะน้องสี่ ฮาฮ่า”

     

            หวังหมิงเยว่หันหลังเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะทิ้งให้น้องชายยืนอึ้งและตกใจอยู่ด้านข้างของรถม้า ชายหนุ่มนึกถึงบรรยากาศแปลกๆในงานเลี้ยง ที่บรรดาหญิงสาวต่างส่งสายตาหวานเยิ้มและรอยยิ้มเอียงอายมาให้ตนเองตอนนี้เขารู้สึกขนลุกไปหมดทั้งตัวเมื่อนึกถึงบรรยากาศเหล่านั้น

     

            ‘เฮ้อ! ข้ามัวแต่ห่วงเรื่องของน้องเล็กจนไม่รู้ตัวเลยว่า เรื่องของตัวข้าน่าเป็นห่วงมากกว่าเสียอีก’

    คล้ายกับเรื่องหมิงซินแสงสว่างของหัวใจ ที่คุณอ่าน