บทที่ 10: นางมารแห่งหอว่านเป่า
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายผ่านพ้นไป ความเงียบสงบกลับคืนสู่เรือนพักซอมซ่ออีกครั้ง
เฟิงอู๋จี้นั่งขัดสมาธิอยู่บนฟางที่ถูกรื้อกระจุยกระจาย เขากำลังประเมินสถานการณ์อย่างเยือกเย็น แม้เขาจะรับฝ่ามือของเฟิงหยางได้ แต่ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือ ช่องว่างระหว่างระดับพลังยังห่างชั้นกันเกินไป
"ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นสี่ ปะทะ ขั้นหก... หากสู้กันด้วยกำลังเพียวๆ ข้าแพ้แน่"
เฟิงหยางไม่ได้มีดีแค่พลังปราณ แต่มันยังมี 'วิชายุทธ์ระดับกลาง' และ 'ศาสตราวุธ' ที่ตระกูลสนับสนุน ส่วนเฟิงอู๋จี้มีเพียงสองมือเปล่ากับความทรงจำในอดีต
"ข้าจำเป็ต้องมีอาวุธ... และอาวุธดีๆ ต้องใช้เงิน"
เฟิงอู๋จี้เทเหรียญเงินที่ยึดมาจากนักฆ่าออกมานับ รวมกับสมุนไพรบางส่วนที่ขโมยมาจากถ้ำลับ มูลค่ารวมกันอาจจะได้สัก 100 เหรียญเงิน (10,000 เหรียญทองแดง) ซึ่งถือว่าเยอะสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับการซื้ออาวุธิญญาสักชิ้น มันยังห่างไกลนัก
"ข้าต้องหาเงินเพิ่ม... และต้องหาให้ได้มากที่สุดในเวลาอันสั้น"
สายตาของเขาเหลือบไปเห็น 'หญ้าหนามม่วง' และ 'ดอกโลหิตจาง' ที่เหลืออยู่มุมห้อง สมุนไพรพวกนี้เป็ของเกรดต่ำที่ราคาถูกแสนถูก แต่ในหัวสมองของราชันย์อักขระ สูตรปรุงยาชนิดหนึ่งผุดขึ้นมาทันที
"ในเมืองชายแดนที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ สิ่งที่ขายดีที่สุดย่อมไม่ใช่ยารักษา... แต่เป็ยาที่ช่วยให้รอดตายในเสี้ยววินาที"
เฟิงอู๋จี้ลงมือทันที เขาไม่มีเตาหลอมยา แต่เขาใช้เทคนิคเดิม 'ฝ่ามืออักขระ' กลั่นสกัดสมุนไพรเกรดต่ำเหล่านี้ ผสมผสานกับพลังปราณของตน
แต่ครั้งนี้เขาเพิ่มขั้นตอนพิเศษลงไป... เขาใช้นิ้วกรีดอากาศ วาด 'อักขระวายุคลั่ง' (Gale Rune) ขนาดจิ๋ว แล้วประทับลงไปในเนื้อยาขณะที่มันกำลังจับตัวเป็ก้อน
ผ่านไปสองชั่วยาม เม็ดยาสีเขียวหม่นจำนวนสามเม็ดก็วางเรียงอยู่บนฝ่ามือ ผิวของมันขรุขระไม่สวยงาม แต่หากเพ่งมองดีๆ จะเห็นลวดลายสายลมหมุนวนอยู่ภายใน
"โอสถะเิความเร็ว... ฉบับดัดแปลง เสร็จสมบูรณ์"
...
ยามสาย ณ ย่านการค้ากลางเมืองหมอกคราม
เฟิงอู๋จี้ในชุดคลุมสีดำปกปิดใบหน้า (ชุดเดิมของนักฆ่า แต่ซักทำความสะอาดแล้ว) เดินปะปนไปกับฝูงชน จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าอาคารสูงสามชั้นที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ป้ายหน้าร้านเขียนด้วยอักษรวิจิตรสีทองว่า "หอว่านเป่า (หอหมื่นสมบัติ)"
ที่นี่คือสาขาของหอการค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีป ศูนย์รวมสินค้าวิเศษที่ใครมีเงินก็บันดาลได้ทุกสิ่ง
เฟิงอู๋จี้เดินก้าวเข้าไปในโถงชั้นล่าง กลิ่นหอมของไม้จันทน์และสมุนไพรหายากลอยเตะจมูก พื้นปูด้วยหินอ่อนขัดมันวับ ผู้คนที่เดินขวักไขว่ล้วนแต่งกายดูดี มีระดับพลังยุทธ์ไม่ต่ำกว่าขั้นสาม
"หยุดก่อน!"
ยามเฝ้าประตูรูปร่างกำยำสองคนยกหอกขึ้นขวางทางเฟิงอู๋จี้ สายตาดูถูกกวาดมองชุดคลุมเก่าๆ ของเขา "ที่นี่หอว่านเป่า ไม่ใช่โรงทาน ขอทานห้ามเข้า"
เฟิงอู๋จี้ไม่โกรธ เพียงแต่ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเม็ดยาสีเขียวหม่นออกมาหนึ่งเม็ด แล้วดีดมันขึ้นไปในอากาศเบาๆ
ฟึ่บ!
ทันทีที่เม็ดยาลอยขึ้น กลิ่นหอมสดชื่นของพลังปราณบริสุทธิ์ก็แผ่ออกมา กลบกลิ่นไม้จันทน์ในร้านจนหมดสิ้น ยามทั้งสองชะงัก จมูกฟุดฟิดดมกลิ่นนั้นโดยสัญชาตญาณ
"ข้าเอาของมาขาย... มูลค่าของมันอาจจะมากกว่าเงินเดือนทั้งชีวิตของพวกเ้าสองคนรวมกันเสียอีก" เฟิงอู๋จี้กล่าวเสียงเรียบ "จะให้ข้าเข้า หรือจะให้ข้าไปขายที่หอการค้าตระกูลหลิวฝั่งตรงข้าม?"
ยามทั้งสองมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แม้เสื้อผ้าคนตรงหน้าจะดูซอมซ่อ แต่กลิ่นยานั้นของจริงแน่นอน พวกมันรีบลดหอกลง "เชิญ... เชิญด้านในขอรับท่านจอมยุทธ์"
เฟิงอู๋จี้เดินผ่านเข้าไปตรงไปยังเคาน์เตอร์รับซื้อสินค้า ชายวัยกลางคนที่มีหนวดเคราแพะนั่งประจำอยู่ มองเขาด้วยสายตาประเมิน
"้าขายสิ่งใด?" หลงจู๊ (ผู้จัดการร้าน) ถามเสียงห้วน
เฟิงอู๋จี้วางเม็ดยาทั้งสามเม็ดลงบนโต๊ะ "โอสถวายุคลั่ง... แต่ไม่ใช่แบบธรรมดา มันช่วยเพิ่มความเร็วสามเท่าในระยะเวลาสิบลมหายใจ โดยไม่มีผลข้างเคียงที่ทำให้ขาอ่อนแรงหลังจากยาหมดฤทธิ์"
"ไม่มีผลข้างเคียง?" หลงจู๊หัวเราะในลำคอ "เป็ไปไม่ได้! โอสถะเิพลังทุกชนิดย่อมต้องแลกมาด้วยความอ่อนล้า เ้าหนุ่ม อย่ามาหลอกขายยาปาหี่ที่นี่"
"ถ้าไม่เชื่อ ก็ลองตรวจสอบดู"
หลงจู๊หยิบเม็ดยาขึ้นมาส่องดูด้วยแว่นขยาย ยิ่งดู สีหน้าของเขาก็ยิ่งเปลี่ยนจากดูแคลนเป็ตกตะลึง "นี่มัน... โครงสร้างยาบริสุทธิ์ถึงเก้าส่วน! และเส้นสายพลังงานข้างในนี่มันอะไรกัน... มันถูกถักทอไว้เหมือนตาข่ายเพื่อกักเก็บฤทธิ์ยาไม่ให้ทำลายเส้นเอ็น?"
"เสียงเอะอะอะไรกัน?"
ทันใดนั้น เสียงหวานหยดดุจน้ำผึ้งอาบยาพิษก็ดังขึ้นมาจากบันไดชั้นสอง
ผู้คนในร้านต่างหันไปมองเป็ตาเดียว ร่างระหงของหญิงสาวในชุดกี่เพ้าสีแดงเพลิงผ่าข้างสูงโชว์เรียวขาขาวเนียน เดินนวยนาดลงมา ทุกจังหวะการก้าวเดินเต็มไปด้วยเสน่ห์ยั่วยวนที่ทำให้บุรุษหัวใจเต้นผิดจังหวะ
นางมีใบหน้างดงามดั่งนางพญาจิ้งจอก ดวงตาเรียวรีเฉี่ยวคม ริมฝีปากเคลือบชาดสีแดงสด นางคือ 'ซูเม่ยเหนียง' นายหญิงผู้ดูแลหอว่านเป่าสาขาเมืองหมอกคราม
"นายหญิง!" หลงจู๊รีบลุกขึ้นโค้งคำนับ "เ้าหนุ่มนี่เอายาประหลาดมาขายขอรับ ข้ากำลังตรวจสอบ..."
ซูเม่ยเหนียงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเฟิงอู๋จี้ กลิ่นหอมของดอกกุหลาบราตรีโชยมาจากกายของนาง นางหยิบเม็ดยาขึ้นมาพิจารณาเพียงครู่เดียว ดวงตาคู่งามก็สว่างวาบ
"โอสถอักขระ?" นางพึมพำเบาๆ แล้วเงยหน้ามองเฟิงอู๋จี้ด้วยแววตาพราวระยับ "ไม่น่าเชื่อว่าในเมืองบ้านนอกเช่นนี้ จะมีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถผสานอักขระลงในเม็ดยาได้... ท่านจอมยุทธ์ มิทราบว่าท่านเป็ศิษย์ของสำนักใด?"
เฟิงอู๋จี้มองนางด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่ได้เคลิบเคลิ้มไปกับเสน่ห์อันล้นเหลือ "ข้าเป็เพียงนักปรุงยาพเนจร ยานี้ข้าปรุงขึ้นเอง ราคาเท่าไหร่?"
ซูเม่ยเหนียงยิ้มหวาน นางขยับตัวเข้ามาใกล้เฟิงอู๋จี้จนไหล่แทบชนกัน "ใจร้อนจังเลยนะเ้าคะ... ยานี้ปกติขายกันเม็ดละ 20 เหรียญเงิน แต่ด้วยคุณสมบัติไร้ผลข้างเคียง ข้าให้ท่านเม็ดละ 100 เหรียญเงิน... สามเม็ด 300 เหรียญเงิน ตกลงไหม?"
300 เหรียญเงิน! จำนวนนี้เพียงพอให้ครอบครัวธรรมดาอยู่สบายไปได้ทั้งปี
"ตกลง" เฟิงอู๋จี้ตอบรับ
ซูเม่ยเหนียงสั่งให้หลงจู๊นับเงินมาให้ แต่ในขณะที่เฟิงอู๋จี้กำลังจะรับเงิน สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกองสินค้าที่มุมร้าน ป้ายเขียนว่า "สินค้าชำรุด/ไม่ทราบที่มา ลดราคา"
ในกองนั้นมีทั้งดาบหัก เกราะบุบ และเศษหินแปลกๆ แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเฟิงอู๋จี้อย่างรุนแรง คือ 'แท่งโลหะสีดำสนิมเขรอะ' ความยาวประมาณศอก ดูเหมือนท่อนเหล็กไร้ค่า
แต่ในสายตาเฟิงอู๋จี้ เขามองเห็นไอิญญาจางๆ ที่เต้นตุบๆ อยู่ภายในสนิมนั้น
"นายหญิงซู... ข้าขอใช้เงิน 300 เหรียญนี้ ซื้อของในกองนั้นได้หรือไม่?"
ซูเม่ยเหนียงมองตามสายตาเขา แล้วหัวเราะคิกคัก "กองขยะนั่นน่ะหรือ? ท่านอยากได้อะไรก็หยิบไปเถอะ ข้าแถมให้ฟรีๆ เป็ของกำนัลสำหรับการพบกันครั้งแรก"
"ของฟรีไม่มีในโลก" เฟิงอู๋จี้ส่ายหน้า "ข้าซื้อท่อนเหล็กนั่น ในราคา 10 เหรียญเงิน"
เขาวางเงินลง หยิบแท่งโลหะสีดำขึ้นมา น้ำหนักของมันมากกว่าที่ตาเห็นถึงสามเท่า
"ช่างเป็ชายที่ดื้อรั้นเสียจริง..." ซูเม่ยเหนียงมองแผ่นหลังของเฟิงอู๋จี้ที่เดินออกจากร้านไปอย่างสนใจ "ไปสืบดูซิว่าเขาเป็ใคร... คนที่มีวิชาปรุงยาระดับนี้ ไม่ควรจะเป็นิรนามในเมืองหมอกคราม"
"ขอรับนายหญิง!"
...
กลับสู่ที่ลับตาคน
เฟิงอู๋จี้เดินเลี้ยวเข้าไปในตรอกเปลี่ยว เขาหยิบแท่งโลหะสีดำขึ้นมา ถ่ายเทพลังปราณเข้าไปกระแทกสนิมที่เกาะอยู่ภายนอก
เพล้ง!
เกล็ดสนิมกะเทาะร่วงกราว เผยให้เห็นเนื้อในที่เป็โลหะสีดำด้าน ผิวััเย็นเฉียบ มีลวดลายัจางๆ สลักอยู่ที่ด้ามจับ
"ตามคาด... นี่ไม่ใช่ท่อนเหล็กธรรมดา แต่เป็ 'แกนกลางของพู่กันราชันย์อักขระ' ที่หักไปแล้วส่วนปลาย"
ในอดีต อาวุธของราชันย์อักขระคือพู่กันั์ที่ใช้เขียนฟ้าดิน แม้สิ่งนี้จะเหลือแค่ด้าม แต่โลหะที่ใช้สร้างมันคือ 'เหล็กทมิฬดูดิญญา' ซึ่งเป็วัสดุที่แข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้าทั่วไปร้อยเท่า และสามารถถ่ายเทพลังปราณได้ดีเยี่ยม
"ข้าอาจจะยังซ่อมมันให้เป็พู่กันไม่ได้... แต่ข้าสามารถใช้มันเป็ 'กระบองสั้น' ได้"
เฟิงอู๋จี้ลองฟาดด้ามพู่กันแหวกอากาศ
วูบ!
เสียงลมหนักหน่วงบ่งบอกถึงอานุภาพ หากฟาดโดนกระดูก รับรองว่าแหลกละเอียด
"ได้อาวุธแล้ว... ได้ทุนรอนแล้ว... ต่อไปคือการเตรียมตัวขั้นสุดท้าย"
เฟิงอู๋จี้กำอาวุธใหม่ในมือแน่น ดวงตาฉายแววอำมหิต
"เฟิงหยาง... ในงานประลอง ข้าจะใช้ 'เศษเหล็ก' ชิ้นนี้นี่แหละ สั่งสอนวิชาที่เ้าไม่มีวันลืม!"