เหตุใดผู้ดูแลชราร้านสุ่ยเย่ว์ต้องช่วยนางด้วยพวกเขาไม่ได้สนิทชิดเชื้อ อันเสียนมีนิสัยแปลกประหลาด เจ้าเล่ห์ใจเหี้ยมกล่าวได้ชัดว่าเป็นพ่อค้าเจ้าเล่ห์ผู้หนึ่งไม่มีทางทำเรื่องอย่างการหวังดีช่วยคนอยู่แล้ว กู้สุ่ยเย่ว์เลยเลือกการบีบบังคับนางพาดมีดไว้บนคออันเสียน บีบคั้นให้เขาทำงานให้ตนถึงอย่างไรชื่อเสียงหญิงร้ายกาจของตนก็ลือไปทั่วจวนอ๋องแล้ว
ทั้งหมดนี้ดูแล้วไม่มีตรงที่ใดบกพร่อง
ยามราตรี กู้สุ่ยเย่ว์นอนอยู่บนเตียง พลิกตาไปมานอนไม่หลับนางคิดเรื่องไข่มุกมังกรคำรามอยู่ตลอด
ตอนกลางวัน อันเสียนให้ปาไข่มุกมังกรคำรามลงพื้นแรงๆในเศษมุกด้านใน ประกายสีขาวส่องวูบออกมา ประกายสีขาวนั่นเป็นของสิ่งใดกัน กู้สุ่ยเย่ว์ความรู้กว้างขวางแต่ก็ยังยากแจกแจงความลับในเรื่องนี้สมบัติลับที่พูดถึงกันคงลึกลับยากหยั่งถึงเช่นนี้กระมัง
วันที่สิบห้าเดือนสอง
วันนี้เป็นวันแจกจ่ายเบี้ยหวัดให้เหล่าเจ้านายในจวนอ๋อง
เปรียบกับจวนอื่นๆ แล้ว จวนอวิ๋นอ๋องไม่ได้ถือว่าใหญ่มากแต่ก็ไม่ได้ถือว่าเล็ก จากพระชายาผู้เฒ่าถึงเหล่าเรือนหลังของอวิ๋นอ๋องรวมกับคุณหนูนายท่านของแต่ละบ้านเบี้ยหวัดของคนเหล่านี้กลายเป็นสมุดบัญชีเล่มยักษ์เล่มหนึ่ง
ผู้ดูแลอันร้านสุ่ยเย่ว์ไม่ได้ไร้น้ำยา แค่เวลาสั้นๆไม่กี่วัน จัดการทั้งหมดพวกนี้ได้อย่างชัดเจนทำออกมาเป็นเล่มบัญชีแสนละเอียดรอบคอบ ส่งมอบมาถึงมือกู้สุ่ยเย่ว์กู้สุ่ยเย่ว์เบิกเบี้ยหวัดพวกนี้มาจากห้องคลังสั่งให้พวกสาวใช้หลายคนแบ่งกันบรรจุตามจำนวนที่จดอยู่บนสมุดบัญชีจากนั้นส่งไปถึงมือเจ้านายแต่ละคน
“พระชายา พระชายาเมิ่งกลัวว่าท่านฝั่งนี้คนไม่พอจึงสั่งให้บ่าวมาช่วยท่านแจกจ่ายเบี้ยหวัด” ยามเช้าตรู่หรูซิ่วก็มารายงานตัวที่นี่แล้ว
กู้สุ่ยเย่ว์เองกำลังยุ่งหัวหมุน มีท่าทียินดีต่อการมาของหรูซิ่วยิ่ง “เจ้ามาได้พอดี ซีอวี้มีใจแล้ว” เดิมทีหรูซิ่วเตรียมคำพูดเป็นกระบุงไว้รับมือกู้สุ่ยเย่ว์ คิดไม่ถึงว่านางจะตอบตกลงง่ายๆ เช่นนี้ ยุ่งจนแม้แต่ความระแวดระวังก็ยังไม่มีในใจนางพลันยินดี รีบเข้าไปร่วมขบวนคนที่กำลังแยกกันบรรจุเงินพวกนั้น“นี่เป็นของที่ให้พระชายาผู้เฒ่า นี่เป็นของนายท่านรอง”
หรูซิ่วได้ยินคำว่า ‘นายท่านรอง’คำเรียกนี้ ก็รีบขยับเข้าไป “ถุงนี้ให้นายท่านรองรึ ข้ารับผิดชอบเรือนฝั่งตะวันตกของนายท่านรองมอบให้ข้าก็แล้วกัน” สาวใช้นางนั้นไม่ได้สงสัยอะไร ส่งของให้หรูซิ่ว ของชิ้นนั้นเป็นเงินที่บรรจุอยู่ในถุงผ้าสีแดง ข้างนอกเขียนว่า ‘นายท่านรอง’หรูซิ่วรับถุงเงินออกจากประตูไป รอเลี้ยวพ้นหัวมุมแล้วเข้าไปยังจุดไร้ผู้คน หรูซิ่วแอบเปิดถุงผ้าดู
สองตำลึงเงิน!
หรูซิ่วพลันยินดี นายท่านรองเป็นน้องชายแท้ๆ ของท่านอ๋อง เป็นแก้วตาดวงใจของพระชายาผู้เฒ่า กอปรกับที่สุขภาพไม่ค่อยดีพระชายาผู้เฒ่าเอ็นดูเขายิ่ง ดังนั้นเบี้ยหวัดจึงค่อนข้างมาก เดิมทีได้ตั้งยี่สิบตำลึง เงินสองตำลึงนี้เป็นจำนวนที่อนุลำดับล่างของจวนอวิ๋นอ๋องควรได้รับหากนายท่านรองพบว่าเบี้ยหวัดตนเองเท่ากับอนุลำดับล่าง...หรูซิ่วพอจะจินตนาการถึงไฟโทสะของนายท่านรองได้แล้วหากว่าทำให้พระชายาผู้เฒ่ามีโทสะต่อให้ท่านอ๋องจะอยากปกป้องกู้สุ่ยเย่ว์ก็ไร้ประโยชน์
ผู้ดูแลอันร้านสุ่ยเย่ว์ทำงานเก่งอย่างที่คาด
หรูซิ่วเหยียบเข้าไปในเรือนนายท่านรองอย่างอารมณ์ดี
นายท่านรองกงซุนหลิน อายุสิบสี่ปี กำลังเป็นคุณชายหนุ่มแต่เพราะสุขภาพไม่ดีจึงพำนักอยู่แต่ในเรือนของตนเอง ออกมาข้างนอกน้อยมาก
เรือนที่กงซุนหลินพักเป็นเรือนชั้นดี พอๆ กับเรือนที่ท่านอ๋องพำนักไม่ด้อยกว่ากัน เห็นได้ชัดถึงฐานะเหนือคนของนายท่านรองหรูซิ่วเคาะประตูเรือนนายท่านรอง ไม่นาน บ่าวรับใช้อายุสิบสามสิบสี่คนหนึ่งวิ่งมาเปิดประตู
“ซิ่วเก๋อเอ๋อร์ นี่เป็นเบี้ยหวัดของนายท่านรอง” หรูซิ่วยื่นเงินในมือออกไป บ่าวรับใช้รับเงินไว้ เอ่ยขอบคุณ นัยน์ตาหรูซิ่วกลิ้งกลอกก่อนจะเอ่ยขึ้น “ซิ่วเก๋อเอ๋อร์ มีเรื่องหนึ่งอยากบอกเจ้าก่อนสักหน่อย”“พี่หญิงเชิญกล่าว”
“บัดนี้ที่คุมจวนอ๋องอยู่เป็นพระชายาเอก พระชายาเปิดดูบัญชีแล้ว คิดประหยัดค่าใช้จ่าย ดังนั้นจึงลดทอนเบี้ยหวัดรบกวนซิ่วเก๋อเอ๋อร์บอกกับท่านอ๋องสักหน่อย พระชายาเองก็ทำเพื่ออนาคตของจวนอ๋อง ขอนายท่านรองโปรดอย่าได้ถือสา”ได้ยินเช่นนี้สีหน้าบ่าวรับใช้แปรเปลี่ยนไปไม่น่าดูอยู่บ้าง
นายท่านรองของพวกเขาฐานะใดกัน ต่อให้จวนอ๋องจะประหยัดอย่างไรก็ไม่ควรลดเบี้ยหวัดนายท่านรอง ดูท่าพระชายาคนใหม่จะจัดการเรื่องราวไม่เป็นบ่าวรับใช้บ่นอุบในใจ เอ่ยถามอีกครั้ง “แล้วของเรือนอื่นๆเล่า”
“ของเรือนอื่นๆ ข้าไม่แน่ใจนักทว่าอนุที่พระชายาผู้เฒ่ามอบให้ท่านอ๋องเมื่อเดือนก่อนท่านนั้นเบี้ยหวัดถูกลดจากสามเหลือสองตำลึงเช่นกัน”
หรูซิ่วพูดแล้วก็จากไป
บ่าวรับใช้ถือถุงเงินเข้าไปในเรือน เปิดประตูกงซุนหลินกำลังเอนนอนอยู่บนเตียง ผมดำขลับดุจสีหมึก ใบหน้าที่เดิมควรหล่อเหลาซีดขาวนั่นเป็นใบหน้าที่คล้ายอวิ๋นอ๋องกงซุนอี้อยู่หกส่วน แต่เค้าโครงดูอ่อนโยนกว่าเล็กน้อย นัยน์ตาดำเจือแววห่างเหินเย็นชาทว่าไร้ซึ่งไอสังหารและความเหี้ยมเกรียม เปรียบกับกงซุนอี้แล้วนายท่านรองกงซุนหลินกล่าวได้ว่าอ่อนโยนดุจหยก“นายท่าน ในจวนแจกเบี้ยหวัดแล้วขอรับ”บ่าวรับใช้ยื่นถุงไปให้อย่างนอบน้อม
กงซุนหลินไม่ได้รับ เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ“เจ้าเปิดแล้วตกรางวัลจำนวนหนึ่งลงไปเถอะ”
บ่าวรับใช้เปิดถุงเงินออก ตอนที่เห็นจำนวนเงินด้านในเบิกตาอ้าปากค้างทันใด ที่ใส่อยู่ในถุงเป็นแค่เศษเงินจำนวนหนึ่งบ่าวรับใช้นับวนไปมาอยู่หลายรอบถึงมั่นใจว่าในถุงนี้ใส่เงินแค่สองตำลึงเงินจริงๆ
สีหน้าบ่าวรับใช้พลันแดงก่ำ “นายท่าน พระชายาท่านใหม่ทำเกินไปนักถึงกับลดเบี้ยหวัดท่านเหลือสองตำลึง เงินที่อนุจวนอ๋องได้ยังเป็นสองตำลึงเช่นกัน”
บ่าวรับใช้เอ่ยแล้วก็รู้สึกไม่พอใจนัก
นายท่านรองของพวกเขาอยู่ในจวนอ๋องดุจดั่งไข่มุกก็ไม่ปาน พระชายาผู้เฒ่าแทบอยากจะย้ายขนของที่ดีที่สุดมาไว้ในเรือนนายท่านรองฝั่งนี้นายท่านรองเคยได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจเช่นนี้ที่ใดกันสายตาอ่อนโยนของกงซุนหลินจ้องเศษเงินสองตำลึงนั่นสีหน้าไม่น่าดูอยู่บ้าง
เดิมเขาสุขภาพไม่ดีอยู่แล้ว พำนักอยู่แต่ในเรือนมานานความรู้สึกอารมณ์อ่อนไหวอยู่บ้างพระชายาคนใหม่เพิ่งคุมจวนได้ไม่นานกลับลดเบี้ยหวัดเขาลงสิบเท่าตั้งไว้ระดับเดียวกับอนุชั้นล่าง หรือคิดว่าเขากับอนุจวนอ๋องไม่มีอะไรแตกต่างกันรึ สำหรับกงซุนหลินแล้วเงินสองตำลึงก็เท่ากับการดูแคลนและเหยียดหยามเขากงซุนหลินสีหน้าดำคล้ำจับจ้องเงินสองตำลึงนั่นตาเขม็งในใจเกิดการคาดเดาต่างๆ นานา หรือท่านพี่คิดว่าตนเป็นเศษสวะ ไร้ประโยชน์ต่อจวนอ๋องทำได้เพียงถ่วงแข้งถ่วงขาจวนอ๋อง
บ่าวรับใช้โมโหจนใกล้ระเบิดเต็มที “นายท่านบ่าวจะรีบไปแจ้งพระชายาผู้เฒ่า ให้พระชายาผู้เฒ่าทวงความเป็นธรรมให้ท่าน”บ่าวรับใช้เป็นคนที่พระชายาผู้เฒ่าเลือกเฟ้นมาอย่างดีสำหรับปรนนิบัติข้างกายนายท่านรองเว้นเพียงไม่กี่วัน พระชายาผู้เฒ่ามักเรียกเขาไปถามไถ่ความเป็นอยู่ของกงซุนหลินดังนั้น เขาจะพบพระชายาผู้เฒ่าไม่ใช่เรื่องยากอะไรขอเพียงบอกว่าเกี่ยวกับนายท่านรอง ไม่ว่าพระชายาผู้เฒ่าจะกินหรือว่าเข้านอนอยู่ก็ล้วนแต่จะรีบเรียกพบเขา
บ่าวรับใช้ม้วนตลบเข้าไปในเรือนพระชายาผู้เฒ่าราวกับลมหมุนก็ไม่ปานเล่าเรื่องที่นายท่านตนไม่ได้รับความเป็นธรรมออกมาทั้งหมด
พระชายาผู้เฒ่านิ่งฟังเงียบๆ นั่งอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ขว้างปาถ้วยน้ำ ไม่ได้ด่าว่าแต่สีหน้าเขียวคล้ำยิ่ง ไม่น่าดูอย่างถึงที่สุด“พระชายา ด่านยากนี้ถือว่าผ่านพ้นไปเสียที”อิ่นจูเอ่ยอย่างโล่งอก ทว่าไม่นาน ใจนางก็เคร่งเครียดขึ้นอีกครั้ง“ผู้ดูแลอันโมโหจากไปแล้ว บอกว่าไม่ให้ท่านไปรบกวนเขาอีกแต่จวนอ๋องมีบัญชีตั้งมากมายขนาดนั้น เกรงว่าท่านคงยากจะจัดการ”
“ไม่ใช่ ‘เกรงว่า’ แต่เป็น ‘แน่นอน’ ”กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยขึ้นเนิบช้า
เดิมทีนางมีฐานะเป็นขุนศึกยังคงหลงเหลือนิสัยของเหล่าขุนศึกอยู่หลายอย่าง อย่างเช่นการอ่านหนังสือแล้วรู้สึกปวดหัว
“ดูท่าคงต้องหาวิธีให้ผู้ดูแลอันรั้งอยู่ที่จวนอ๋องแล้ว”กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยดวงตาอิ่นจูกระจ่างวูบ “หากว่ามีผู้ช่วยเช่นนี้พระชายาท่านคงดูแลจวนอ๋องได้ดีกว่าเมิ่งซีอวี้นักเพียงแต่ต้องทำอย่างไรถึงจะให้ผู้ดูแลอันรั้งอยู่ที่จวนอ๋องได้หรือเพคะ”
ใช่แล้ว ควรหาข้ออ้างเช่นไรดีกันถึงจะสามารถให้อันเสียนรั้งอยู่ในจวนอ๋องอย่างไม่เผยพิรุธ
“พระชายา พระชายาผู้เฒ่าต้องการพบท่านเพคะ”สาวใช้รีบรุดเดินเข้ามา เอ่ยรายงานขึ้น
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาคารวะทักทายยามเช้าและก็ไม่ใช่เวลามื้ออาหาร เหตุใดพระชายาผู้เฒ่าถึงต้องการพบพระชายากันอิ่นจูได้ยินแล้ว รู้สึกไม่สบายขึ้นมารางๆ
“พระชายา” อิ่นจูเอ่ยอย่างไม่สบายใจอยู่บ้าง“หรือว่าเบี้ยหวัดจะเกิดปัญหาอะไรเพคะ”
ทว่าบนใบหน้ากู้สุ่ยเย่ว์ไม่ได้แสดงท่าทีร้อนรนใดๆเหมือนจะคาดเดาได้แต่แรกแล้ว
ตอนกู้สุ่ยเย่ว์ไปถึงเรือนพระชายาผู้เฒ่ามีคนจำนวนหนึ่งรออยู่ก่อนแล้ว
พระชายารองอาสื่อน่าเหยียน พระชายารองเมิ่งซีอวี้ยังมีอนุอีกหลายนาง พระชายาผู้เฒ่านั่งอยู่ตรงกลาง แววตาดำคล้ำเคร่งขรึมสีหน้าไม่น่าดูยิ่ง
ที่ปากประตู บ่าวรับใช้นายหนึ่งกำลังมองนางด้วยสายตาเกรี้ยวกราดเหมือนอยากเข้ามาทุบตีนางสักรอบ ด้านในประตูอาสื่อน่าเหยียนกำลังส่งสายตากังวลมาให้นาง
เห็นชัดว่าทั้งหมดไม่ใช่ลางบอกเหตุถึงเรื่องดีๆ อันใด
กู้สุ่ยเย่ว์เดินเข้าไปสีหน้าไม่เปลี่ยนสี คารวะพระชายาผู้เฒ่า เอ่ยขึ้น “ถวายพระพรเสด็จแม่” พระชายาผู้เฒ่ากำลังจิบชา คล้ายไม่สังเกตเห็นกู้สุ่ยเย่ว์อย่างไรอย่างนั้น ในอากาศก่อเกิดเป็นความอึดอัดสายหนึ่ง เวลาผ่านพ้นไปนาทีแล้วนาทีเล่า พระชายาผู้เฒ่ายังคงไม่เอ่ยวาจา กู้สุ่ยเย่ว์ค้างกายอยู่เช่นนั้นตลอด เห็นชัดว่าพระชายาผู้เฒ่าอารมณ์ไม่ดีอยากสั่งสอนกู้สุ่ยเย่ว์ กู้สุ่ยเย่ว์ฝึกกำลังท่านั่งม้าได้ทั้งวันให้นิ่งค้างเช่นนี้อยู่ตลอดวันไม่เป็นปัญหา ทว่าอาสื่อน่าเหยียนกลับทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว ลุกขึ้นมาจากที่นั่ง เดินไปข้างกายกู้สุ่ยเย่ว์ คารวะไปทางพระชายาผู้เฒ่า “เสด็จแม่ ครั้งก่อนพี่หญิงเพิ่งบาดเจ็บหนักท่านอ๋องถึงกับเชิญหมอที่ดีที่สุดในเมืองหลวงมาดู หากว่าพี่หญิงบาดเจ็บอีกท่านอ๋องคงปวดใจนัก”พระชายาผู้เฒ่าถึงยอมเอ่ยปากขึ้น “นั่งสิ”
คนเถื่อนถึงอย่างไรก็เป็นคนเถื่อน คิดว่าทำเช่นนี้แล้วจะช่วยกู้สุ่ยเย่ว์ได้รึ ยกท่านอ๋องมาข่มพระชายาผู้เฒ่า คงทำให้พระชายาผู้เฒ่ายิ่งโกรธกว่าเดิมกระมัง เห็นหน้าพระชายาผู้เฒ่าดำคล้ำขึ้นหลายส่วนเมิ่งซีอวี้ลอบหยามเยาะในใจ “สุ่ยเย่ว์ จวนอ๋องยากจนขนาดนี้แล้วรึที่ดินประจำบรรดาศักดิ์ของท่านอ๋องตั้งกว้างขวาง แต่ละปีมีคนจ่ายภาษีจ่ายบรรณาการข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าจวนอ๋องยากจนถึงขั้นนี้แล้ว”ถ้วยชาพระชายาผู้เฒ่ากระแทกลงบนโต๊ะ แววตาแหลมคมจับจ้องมองนางพระชายาผู้เฒ่าบันดาลโทสะน้อยมากแต่หากบันดาลโทสะแล้วถือว่าน่ากลัวยิ่ง
“หม่อมฉันไม่ทราบว่าเสด็จแม่กำลังพูดเรื่องอะไร” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย คล้ายไม่รู้เรื่องอย่างไรอย่างนั้น“เบี้ยหวัดเดือนนี้ใช่เจ้ารับผิดชอบแจกจ่ายหรือไม่”
“ใช่เพคะเสด็จแม่”
“เจ้าได้ลดเบี้ยหวัดของแต่ละเรือนหรือไม่” พระชายาผู้เฒ่าถามเค้นต่อใบหน้ากู้สุ่ยเย่ว์ฉายแววแปลกใจอยู่บ้าง
เมิ่งซีอวี้พอใจต่อสีหน้าของนางมาก
“เสด็จแม่ ท่านคงเข้าใจพี่หญิงผิดพี่หญิงเกิดในตระกูลสูงศักดิ์ เกรงว่าคงไม่ได้เรียนคำนวณบัญชีบางทีพี่หญิงอาจไม่ได้คิดลดเบี้ยหวัดของทุกคนเพียงแค่คิดไม่ละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น” เมิ่งซีอวี้เอ่ย
ประโยคนี้ของเมิ่งซีอวี้ ผิวเผินเหมือนพูดแทนกู้สุ่ยเย่ว์แต่ความจริงแล้วกำลังขุดหลุมฝังนางอยู่
หากตอบว่าใช่ ในเมื่อนางไม่เป็นบัญชีเหตุใดต้องรับงานนี้ไปด้วย นี่ไม่ใช่กำลังสร้างความวุ่นวายหรอกรึ
หากตอบไม่ใช่เช่นนั้นจะเป็นการบอกชัดว่านางลดเบี้ยหวัดของแต่ละเรือนโดยพลการเช่นนั้นคงล่วงเกินคนทั้งจวนอวิ๋นอ๋อง เมิ่งซีอวี้รอคอยคำตอบของกู้สุ่ยเย่ว์ด้วยใบหน้าจริงใจใสซื่อกู้สุ่ยเย่ว์ข้าอยากจะดูนักว่าเจ้าจะสามารถกุมอำนาจคุมจวนของจวนอ๋องไว้ได้หรือไม่