บทที่ 10: ผู้กลับมา
หลิงเซียวกำหมัดเข้าหากัน ััถึงพลังที่อัดแน่นอยู่ภายในอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เขาลองโคจรลมปราณในร่าง พลังงานไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณที่กว้างและแข็งแรงขึ้นหลายเท่าอย่างราบรื่น ความเร็วในการโคจรพลังนั้นรวดเร็วกว่าเดิมนับสิบเท่า!
ประสาทััของเขาก็เฉียบคมขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ เขาสามารถได้ยินเสียงน้ำแต่ละหยดที่กระทบลงบนผิวน้ำนอกถ้ำได้อย่างชัดเจน มองเห็นลายเส้นบนใบไม้ที่อยู่อีกฟากของถ้ำในความมืดสลัว และที่สำคัญที่สุด เขาสามารถ "รู้สึก" ถึงพลังลมปราณฟ้าดินรอบกายได้อย่างละเอียดอ่อน
"นี่สินะ...พลังของขอบเขตสร้างแก่นแท้" เขากระซิบกับตัวเองด้วยความรู้สึกตื้นตัน
แต่แล้ว ความคิดวิเคราะห์ของ "ภพ" ก็ดึงเขากลับสู่ความเป็จริงอย่างรวดเร็ว
"การทะลวงขอบเขตครั้งใหญ่เช่นนี้ ย่อมต้องเกิดคลื่นพลังงานแผ่ออกไป แม้จะถูกน้ำตกช่วยบดบังไว้ แต่ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็น" เขาขมวดคิ้ว "หากข้ากลับไปในสภาพนี้ ทุกคนจะมองข้าเป็ตัวประหลาด...ไม่ใช่ในฐานะอัจฉริยะ แต่เป็อสูรกายที่ต้องถูกตรวจสอบและชำแหละความลับ"
เขาต้องปกปิด!
หลิงเซียวระลึกถึงเคล็ดวิชาปกปิดลมปราณที่เคยอ่านเจอในนิยาย แม้ระบบของเขาจะไม่ได้มอบทักษะนี้ให้โดยตรง แต่หลักการพื้นฐานของมันคือการควบคุมพลังให้ไหลเวียนอยู่ลึกภายในแก่นแท้ ไม่แผ่รัศมีออกมาภายนอก
เขาหลับตาลงอีกครั้ง เพ่งสมาธิไปที่ "รากฐานแห่งเต๋า" ในตันเถียน และค่อยๆ ดึงรัศมีพลังทั้งหมดกลับเข้าไปเก็บซ่อนไว้ภายใน มันเป็เื่ยากในตอนแรก แต่ด้วยการควบคุมที่สมบูรณ์แบบซึ่งได้มาจากความเข้าใจในเพลงกระบี่ทั้งสามสาย ไม่นานนักรัศมีพลังที่ทรงอำนาจของขอบเขตสร้างแก่นแท้ก็ค่อยๆ เลือนหายไป ถูกกดลงจนดูเหมือนเป็เพียงยอดฝีมือที่อยู่ ณ จุดสูงสุดของขอบเขตหลอมรวมลมปราณเท่านั้น
"เท่านี้ก็น่าจะพอ...ยังคงดูเป็อัจฉริยะ แต่เป็อัจฉริยะที่ยังพอจะ 'ยอมรับได้' " เขาตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
...
ในขณะเดียวกัน ณ ใจกลางหมู่บ้านเผ่าิญญา ภายในโถงประชุมที่สร้างขึ้นจากไม้เทพชีวันซึ่งยังมีชีวิตอยู่ ประมุขเผ่าิญญา "หลิงเทียน" ซึ่งกำลังนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่ก็พลันลืมตาขึ้น ประกายแสงอันลึกซึ้งสว่างวาบขึ้นในดวงตาของเขา
"อืม?"
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ผู้าุโหลิงหยุนที่กำลังดูแลตำราอยู่ก็เงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ
ณ โถงประชุม ประมุขหลิงเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย "พวกเ้าััได้หรือไม่?"
ผู้าุโสองสามคนที่กำลังทำสมาธิอยู่ใกล้ๆ ก็ลืมตาขึ้นเช่นกัน "ขอรับท่านประมุข...เมื่อครู่มีคลื่นพลังงานที่บริสุทธิ์อย่างยิ่งยวดแผ่ออกมาจากทิศเหนือของป่า...มันปรากฏขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียวก็หายไป"
ผู้าุโหลิงหยุนปรากฏตัวขึ้นในโถงประชุมราวกับภูตพราย "คลื่นพลังงานนั้น...ให้ความรู้สึกเหมือนการก่อกำเนิดรากฐานใหม่ แต่ความบริสุทธิ์ของมัน...ข้าไม่เคยััมาก่อนในชีวิต"
ประมุขหลิงเทียนลุกขึ้นยืนช้าๆ "ความบริสุทธิ์ระดับนั้น ไม่ควรจะปรากฏขึ้นจากการทะลวงขอบเขตตามปกติ...ในอาณาเขตของเรา เกิดเื่ผิดปกติขึ้นแล้ว" ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม "หลิงหยุน ไปกับข้า"
...
หลิงเซียวไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขาได้ปลุกยอดฝีมือสูงสุดของเผ่าให้ตื่นขึ้นแล้ว หลังจากปกปิดลมปราณเรียบร้อย เขาก็ชำระล้างคราบสกปรกสีดำที่ถูกขับออกมาจากร่างกายในลำธารใต้น้ำตก ก่อนจะเดินทางกลับหมู่บ้านด้วยความเร็วที่สูงกว่าเดิมหลายเท่า
ทว่าทันทีที่เขาเหยียบย่างเข้ามาในเขตหมู่บ้าน เขาก็ต้องหยุดชะงัก
เบื้องหน้าของเขา ณ ทางเข้าลานฝึกที่เขาใช้เป็ประจำ มีร่างสองร่างยืนรออยู่ราวกับรู้ล่วงหน้าถึงการกลับมาของเขา
คนหนึ่งคือผู้าุโหลิงหยุนที่เคยแอบสังเกตการณ์เขาเมื่อวันก่อน ส่วนอีกคนหนึ่งคือชายชราผมสีเงินยาวสลวยที่ยืนเอามือไพล่หลัง แม้จะดูเหมือนชายชราธรรมดา แต่กลับแผ่รัศมีที่ลึกสุดหยั่งถึงราวกับมหาสมุทรอันเงียบสงบ...ประมุขเผ่าิญญา หลิงเทียน!
สายตาของทั้งสองจับจ้องมาที่เขา มันไม่ใช่สายตาที่โกรธเคือง แต่กลับเต็มไปด้วยความสงสัย, ความตกตะลึง และความเคร่งขรึมที่กดดันจนหายใจติดขัด
ประมุขหลิงเทียนเป็ฝ่ายเอ่ยปากขึ้นก่อน น้ำเสียงของเขาสงบนิ่งแต่กลับก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
"หลิงเซียว... เ้าไปที่ใดมา? และพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันในร่างของเ้า... มันคืออะไรกันแน่?"