“เรียนคุณหนู คุณหนูไป๋ฮวาโดนนายท่านไป๋ทำร้ายร่างกาย ด้วยการเผลอตบหน้าและสั่งคุมขังภายในห้องบรรพชนของตระกูลไป๋หนึ่งวันหนึ่งคืน มีคำสั่งห้ามให้ข้าวให้น้ำขอรับ” หยางคงเอ่ยออกมาด้วยอาการปกติ การลงโทษเช่นนี้ มักจะเป็สิ่งคุ้นชินของคนในตระกูลใหญ่ทั้งสิ้น
เป่ยจินเองก็มิได้แปลกใจใดๆ ในการใช้วิธีการลงโทษเช่นนี้ ในนิยายของโลกก่อนที่นางเคยอ่านมา การลงโทษเช่นนี้ถือเป็เื่ธรรมดาจริงๆ เพียงแต่สำหรับนางแล้ว การต้องไปนั่งเงียบๆ คุกเข่าคนเดียวต่อหน้าป้ายิญญา คนที่ตายไปแล้ว ทั้งในยามค่ำคืนช่างหนาวเหน็บ
ไม่รวมถึงการสั่งอดข้าวอดน้ำ ช่างถือว่าเป็การทารุณเสียมากกว่า แน่นอนว่านางมิยินดี ยิ่งสหายของนางเป็หญิงสาวนางหนึ่ง ที่มิได้ทำกระไรผิด เพียงแค่เติบโตมาในครอบครัวที่ไร้ซึ่งความรัก กลับโดนกระทำเช่นนี้ ช่างน่าสงสารเกินไปเสียจริงๆ
“อืม พี่หยางเ้าคะ ฝากคนของเราช่วยดูแลนางด้วยนะเ้าคะ” เป่ยจินเอ่ยออกไป ไป๋ฮวาน่าสงสารก็จริง เพียงแต่มิใช่เื่ที่นางต้องเข้าไปยุ่งวุ่นวาย ปัญหาครอบครัวของผู้ใดผู้นั้นก็ควรจัดการเอง เพียงแค่สิ่งที่นางหยิบยื่นให้นั้นก็เพียงพอแล้ว
แม้ว่าสิ่งที่นางหยิบยื่นให้จะเป็หนึ่งในการยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แต่หากผู้ใดที่้าเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งของกิจการตระกูลซีจ้าว แน่นอนว่าต้องเด็ดขาด กล้าที่จะทำโดยมิถามว่าทำไม และมิอยู่ภายใต้อำนาจของผู้ใด เว้นแต่นางเป่ยจินเท่านั้น หลังจากนี้นางเเพียงแค่รอดูผลลัพธ์
“ขอรับ” หยางคงรับคำสั่งคุณหนูของตนเอง พร้อมกับหันไปส่งสัญญาณแก่องค์รักษ์ใต้บังคับบัญชาตนเอง เพื่อให้จัดการเื่นี้ต่อไป ส่วนตนเองจะเข้าไปตรวจสอบและดูแลอีกทีหนึ่ง
เมื่อพูดคุยเื่ของไป๋ฮวาเสร็จแล้ว เป่ยจินจึงหันมาพูดคุยเื่ของกิจการที่นาง้าสร้างต่อ แม้จะไม่มีไป๋ฮวา กิจการก็ยังคงดำเนินต่อไปได้
“พี่หยางเ้าคะ นี่คือแบบร้านที่เราจะสร้างรบกวนท่านติดต่อนายช่างที่นี่ดำเนินการให้ข้าด้วยนะเ้าคะ ข้า้าให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวัน หากต้องจ้างคนเท่าไหร่ก็จัดการมาได้เลย ด้านซ้ายเป็แบบแปลนของทางร้าน และด้านขวาคือแบบแปลนของที่พักและจวนของเราเ้าค่ะ” เป่ยจินอธิบายให้หยางคงเข้าใจ เมื่อเห็นสีหน้าชวนสงสัยของคนตรงหน้าว่าเหตุใดแบบแปลนถึงมีสองแบบด้วยกัน
“ข้าอยากให้เรามีจวนไว้พักเช่นกัน จะได้มิต้องอาศัยโรงเตี๊ยมเช่นนี้ต่อไป ข้าว่ามันเปลืองเงิน” จินหลงที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้นมา
“เ้าขี้งก” รั้นให้เป่ยจินที่ได้ยินถึงกับเถียงออกไป ก็ใครกันเล่า ทั้งๆ ที่มิจำเป็ต้องอาบน้ำแท้ๆ ก็ยังต้องออกมาอาบภายนอก น้ำในโรงเตี๊ยมยิ่งมีมูลค่าอยู่ นอกจากนั้นมิพอ ทั้งอาหารการกิน เสื้อผ้าต่างๆ มิรวมเครื่องประดับที่พบว่าอันใดสวยหรือเหมาะสมก็จะซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านข้าตลอด
จนข้าก็สงสัยว่า การอยู่ในมิติคงทำให้จินหลงมันเหงาเกินไปจริงๆ ถึงได้ออกมาระบายอารมณ์ด้วยการซื้อของเช่นนี้ แล้วยังมีหน้ามากล่าวหาว่านางฟุ่มเฟือย
“ข้าเปล่า” จินหลงเถียงออกไป ด้วยใบหูที่แดงระเรื่อเบาๆ เมื่อรับรู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวออกมาเป็ความจริง แต่จะให้ยอมรับออกไปก็กระไรเสีย
หยางคงที่เห็นว่าาขนาดย่อมกำลังจะปะทุออกมาก็รีบเอ่ยลาไปทันที
“ได้ขอรับเช่นนั้น ประเดี๋ยวข้ามานะขอรับ” หยางคงเอ่ยออกมาและหายตัวไปทันที
“เ้าคะ” ทิ้งให้เป่ยจินและจินหลงถึงกับหันหน้าไปมองด้วยความงุนงง ในความเร่งรีบของอีกฝ่ายที่ดูมีพิรุธเสียจริง
ระยะเวลาในแต่ละวันช่างหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปช้ามาก จนในที่สุด ไป๋ฮวาก็ได้รับการลงโทษจนครบกำหนดระยะเวลา หนึ่งวันหนึ่งคืน
ไป๋ฮูหยินที่เกรงว่าบุตรสาวตนเองจะเสียใจ จึงได้มายืนรอหน้าห้องบรรพชนทันทีที่หมดเวลากักขังจากคำสั่งของนายท่านไป๋
เมื่อเปิดประตูเข้าไป กลับพบว่าบุตรสาวตนเองนอนหมดสติอยู่ด้านในเสียแล้ว เพราะพิษไข้จากความหนาวเย็นภายในห้อง ด้วยมิมีสาวใช้คนใดกล้านำหมอนหรือผ้าห่มมาให้ไป๋ฮวาแม้แต่ผู้เดียว แม้กระทั่งสาวใช้คนสนิทอย่างเหมยซาน
“ไป๋เออร์…อย่าเป็อันใดไปนะลูก พวกเ้าไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้” ไป๋ฮูหยินะโออกคำสั่งออกไปทันที เรียกให้คนรับใช้ข้างกายรีบวิ่งออกไปทันที
“เ้าค่ะฮูหยิน”
หลังจากท่านหมอได้มาตรวจก็พบว่า ร่งกายของไป๋ฮวานั้นอ่อนแอจากการที่ไม่ได้รับอาหารเข้าสู่ร่างกาย ประจวบกับร่างกายเดิมนั้นอ่อนแออยู่แล้วจากการที่ร่างกายนั้นไร้พลังปราณ
ท่านหมอจึงได้จัดยบำรุงร่างกายให้แก่ไป๋ฮวาทานเป็เวลาสามวัน เมื่อท่านหมอกลับไป ไป๋ฮูหยินจึงเดินมานั่งข้างบุตรสาวตนเอง
“ไป๋เออร์แม่ขอโทษ เป็เพราะแม่ เ้าถึงเป็เช่นนี้ หากยามนั้นแม่เข้มแข็งสักนิด แล้วเอ่ยห้ามบิดาเ้าไป เ้าในตอนนี้ คงมิต้องมีร่างกายอ่อนแอเช่นนี้ แม่ขอโทษจริงๆ” ไป๋ฮูหยินเอ่ยพลางนั่งกุมมือบุตรสาวตนเองเบาๆ
“เรียนฮูหยินเ้าคะ นายท่านไป๋กล่าวว่าเชิญที่ห้องโถงเ้าค่ะ” นั่งไปได้สักพัก คนจากเรือนใหญ่จึงขออนุญาตเข้ามาส่งข่าว
“มีเื่อันใดสำคัญหรือไม่” ไป๋ฮูหยินถามออกไป เมื่อเห็นว่าคนทีท่เข้ามาคือข้ารับใช้จากเรือนใหญ่ แม้นางจะเดาได้เล็กน้อยว่าคนจากเรือนใหญ่จะมาที่นี่ด้วยเหตุใดก็ตาม
“นายท่านมิได้กล่าวเ้าคะ เพียงแต่บอกว่า หากท่านหมอกลับไปแล้วนายหญิงเองก็มิต้องอยู่ดูแลต่อ ปล่อยให้เป็หน้าที่ของบ่าวไปเ้าค่ะ” ข้ารับใช้เอ่ยออกมาพร้อมกับยืมก้มหน้ามองพื้นไปด้วย ด้วยกลัวว่าการเข้ามาในเวลานี้ จะเป็สาเหตุทัี่ทำให้นายหญิงเกรี้ยวกราดใส่ตนเอง
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว” เพียงแต่ไป๋ฮูหยินนั้นมิได้กล่าวอันใดออกมานอกจากเอ่ยรับคำและเรียกคนรับใช้คนสนิทของบุตรสาวทั้งสองเข้ามาเพื่อสั่งการ
“เหมยซิน เหมยซานเข้ามา” ไป๋ฮูหยินเอ่ยออกมาด้วยตนเอง ทำให้คนทั้งสองที่อยู่ด้านหน้าห้องในยามนี้ถึงกับหน้าถอดสีและรีบเดินเข้ามาอย่างช้าพร้อมกับนั่งลงเบื้องหน้าไป๋ฮูหยินทันที
“เ้าคะ ฮูหยิน”
“ดูแลบุตรสาวข้าให้ดี หลังจากนางฟื้นขึ้นมาข้าจะให้นางลงโทษพวกเ้าที่ละเลยหน้าที่ในการดูแลคุณหนู”
“เ้าค่ะฮูหยิน” เหมยซินและเหมยซานตอบรับออกมาด้วยสีหน้าเชสำนึกผิด มากไปกว่านั้นคือเหมยซินที่แอบถอนหายใจออกมา เป็เหตุให้เหมยซานถึงกับหันไปมองด้วยสายตาดุดัน
แน่นอนว่าทุกประโยคที่มารดาของไป๋ฮวาเอ่ยออกมานั้น ล้วนเข้าหูของคนที่นอนป่วยที่แอบอ้างว่ายังสลบมิฟื้นตื่นขึ้นมาจากไข้หนาว ให้ได้ยินสดับรับฟังทุกคำพูดอยู่ภายในใจ