บทที่ 10 ไม่ร้องไห้
ทันทีที่เหวินหน่วนเดินเข้าประตูบ้านไป เธอรู้สึกว่าถึงอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามาหาเธอ แต่โชคดีที่เธอตอบสนองอย่างรวดเร็วจึงหลบได้ทัน
ไม้กวาดกระแทกเข้ากับประตูไม้ด้านหลังอย่างแรง
เมื่อเงยหน้าขึ้น เธอเห็นเหวินเฟิงฉีจ้องมองเธอด้วยใบหน้ามืดมน
เธอไม่เห็นโจวย่าหนีเลย
“เมื่อเช้าฉันไม่เห็นแกเลย! แกหนีไปไหนมา!” เหวินเฟิงฉีะโด้วยความโกรธ
“คุณ!” หวังเซียนฮัวรีบร้อน “เมื่อกี้คุณยังห่วงเธออยู่เลย ทำไมคุณควบคุมอารมณ์ไม่ได้อีกแล้วล่ะ”
หลังพูดจบ เธอยิ้มและเช็ดมือบนผ้ากันเปื้อนเพราะ้าจับแขนเหวินหน่วน "พ่อเขากลัวว่าลูกจะเป็อะไรไปเลยเป็แบบนี้"
“อืม” เหวินหน่วนหันไปอีกทางเพื่อหลบมือของหวังเซียนฮัว หยิบไม้กวาดที่พื้นแล้วเก็บมันไป “หนูไม่ออกไปหาที่ตายหรอก”
มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะทำ
หวังเซียนฮัวยิ้ม "ลูกหิวไหม แม่หั่นมันฝรั่งไว้หมดแล้ว ลูกเอาไปผัดได้เลย มันฝรั่งผัดของลูกอร่อยมาก ๆ "
เหวินหน่วนพ่นลมหายใจ ขืนปล่อยให้หวังเซียนฮัวผัดมันฝรั่งมีแต่จะทำให้เสียของ และเธอก็ไม่อยากปวดท้องด้วย
เมื่อเห็นลูกสาวเห็นด้วย หวังเซียนฮัวก็กลับไปหน้าเตาเพื่อจุดไฟ ขณะที่มองไปที่ไฟเธอยิ้มและพูดกับเหวินหน่วนว่า "ลูกคิดว่าพรุ่งนี้เรากินอะไรกันดี พ่อของลูกบอกมาว่าจะหาซื้อของมาให้ไม่ว่าจะแพงแค่ไหนก็ตาม"
ฝีมือทำอาหาของเหวินหน่วนเยี่ยมมาก เมื่อลู่กัวจื่อได้ชิม ทั้งสองคนต้องได้แต่งงานกันแน่นอน
“หนูพูดไปแล้ว” เหวินหน่วนพูดขณะคนอาหารในกระทะอย่างใจเย็น “หนูจะไม่แต่งงานกับเขา”
“เหวินหน่วน…” หวังเซียนฮัวเติมฟืนลงในเตา นั่งตัวตรงมองดูเหวินหน่วน “ฟังแม่นะ การแต่งงานของผู้หญิงก็เหมือนการเกิดใหม่อีกครั้ง ลูกต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ดีมีฐานะจึงจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้"
หวังเซียนฮัวคิดไม่ออก ลู่กัวจื่อมีความสามารถแถมมาจากเมืองใหญ่ แม้จะเคยหย่าร้างมาก่อนแต่ก็มีสาว ๆ มากมายที่้าแต่งงานกับเขา
นี่มันการแต่งงานในฝันชัด ๆ แต่ทำไมเหวินหน่วนถึงปฏิเสธหัวชนฝาแบบนี้?
“หนูเคยเห็นลู่กัวจื่อทุบตีคนอื่นด้วยตาของหนูเอง” เหวินหน่วนอธิบายอย่างใจเย็น “หนูไม่้าเป็เหมือนแม่ในอนาคต”
แท่งไม้จุดไฟในมือของหวังเซียนฮัวตกลงบนพื้น เกิดเสียงกระทบกันบนพื้นครัว
ริมฝีปากของเธอขยับ พยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้พูดอะไร เธอมองไปที่เหวินหน่วนด้วยน้ำตาคลอเบ้า
“อันที่จริง พ่อของลูกดีต่อแม่มาก” หวังเซียนฮัวปาดน้ำตาที่ไหลลงมาในจุดหนึ่งของใบหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงงุนงง “ลู่กัวจื่อเป็คนมีการศึกษา แถมยังเป็ผู้อำนวยการ ไม่เหมือนกับพ่อของลูก”
ปัญญาชนย่อมดีกว่าชาวบ้านทั่วไปจริงไหม?
เมื่อเห็นอีกฝ่ายส่ายหน้าตลอดเวลา เหวินหน่วนก็ไม่อยากพูดอะไรต่ออีก
มันมากเกินไปหากเธอยังพูดต่อ
เมื่อเห็นว่าบุตรสาวไม่พูดอะไรอีก หวังเซียนฮัวจึงจับมือของเธอ "เหวินหน่วนฟังแม่ อย่าทิ้งโอกาสนี้ไปเลย"
“ลูกเป็ผู้หญิงในชนบทที่ไม่รู้อักษรจีนมากนัก ลูกยัง้าอะไรอีกนอกจากแต่งงานกับคนดี ๆ ” หวังเซียนฮัวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แม่เป็แบบนี้มาตลอดชีวิต แต่ลูกไม่เหมือนแม่ ลูกสวยและทำอาหารเก่ง ลูกจะทำมันได้ดี เชื่อแม่”
"ถ้าลูกท้องกับผู้ชายคนนี้ได้ ลูกก็จะได้หัวใจของเขามาเช่นกัน"
"ลูกไม่ต้องกลัวว่าในภายภาคหน้าลู่กัวจื่อจะไม่รักลูก"
หวังเซียนฮัวไม่รู้วิธีทำอาหาร แต่เธอเก่งงานด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะงานฝีมือ เธอล้วนเชี่ยวชาญ แต่เมื่อพูดถึงหม้อและเตาอาหาร เธอก็ทำมันยุ่งเหยิงทุกที อาหารที่เธอทำแค่พอกินได้เท่านั้น
หวังเซียนฮัวจึงรู้สึกอยู่เสมอว่า หวินเฟิงฉีดูถูกเธอเพราะเธอทำอาหารไม่เป็
แต่แม่หม้ายกัวอันฉินทำอาหารเก่งมาก หัวใจของเหวินเฟิงฉีจึงมีอีกฝ่ายอยู่
รอยยิ้มของเหวินหน่วนเ็าขึ้นทันที
ในชาติที่แล้วเธอก็คิดแบบนี้เช่นกัน
แต่สุดท้ายแล้วเธอได้อะไรกลับมา?
เหวินหน่วนไม่อยากฟังคำพูดของหวังเซียนฮัวอีกต่อไป เธอตักมันฝรั่งและข้าวใส่จาน “หนูจะไปกินข้าวกับคุณย่า แม่ไม่ต้องรอหนู”
"ทำไมลูกถึงดื้อแบบนี้!" หวังเซียนฮัวรีบเข้ามาตบหลังเธอ "ถ้าลูกไม่เชื่อฟัง พ่อของลูกจะไล่ลูกออกจากบ้าน เข้าใจไหม"
เหวินหน่วนไม่คิดจะหยุดเดิน เธอออกไปพร้อมชามข้าวในมือ ก่อนจะเลี้ยวซ้ายเข้าไปในบ้านหลังเล็กของแม่เฒ่าจ้าว ย่าของเธอ
เหวินเฟิงฉีคือคนอกตัญญู ที่ดินที่เขาอาศัยอยู่ค่อนข้างกว้างขวาง แต่เขากลับสร้างกระท่อมดินหลังเล็ก ๆ ให้กับแม่เฒ่าจ้าวนอกพื้นที่เท่านั้น ข้างในมีแค่เตียงขนาดเล็กอยู่หนึ่งเตียง ไม่มีหน้าต่างเลย ทั้งห้องมืดและอับแม้เป็เวลากลางวัน ดูแล้วไม่เหมาะกับการอยู่อาศัย
เหวินเฟิงฉีบอกว่าแม่เฒ่าจ้าวมองไม่เห็น ในบ้านจึงไม่จำเป็ต้องมีแม้แต่ตะเกียงน้ำมันก๊าด
“คุณย่า” เหวินหน่วนเรียกอีกฝ่ายพลางวางชามและตะเกียบไว้ที่ขอบเตียง “ได้เวลากินข้าวแล้ว”
"หน่วนหน่วน" เมื่อได้ยินเสียงของหลานสาว แม่เฒ่าจ้าวก็ยื่นมือไปทางเสียงนั้น "หลาน...หลานมาที่นี่เหรอ?…ย่าได้ยินว่าพ่อของหลานดุหลานอีกแล้ว"
“อย่าห่วงไปเลยค่ะ” เหวินหน่วนยิ้มและประคองมือย่าของตน “คุณย่า เดี๋ยวหนูช่วยผยุงลงจากเตียง วันนี้แดดดี เราออกไปกินข้าวรับแสงแดดข้างนอกกันเถอะ”
ห้องทั้งมืดและเล็กช่างน่าหดหู่
หลังจากเหวินฟู่ิเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ เหวินเฟิงไป๋ลูกชายคนที่สองของแม่เฒ่าจ้าวก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตามไปด้วย การสูญเสียคนในครอบครัวในเวลาไล่เลี่ยกันทำให้ดวงตาของเธอเสียไปเพราะการร้องไห้รุนแรงอย่างต่อเนื่อง
อันที่จริงถ้าพาคุณย่าไปโรงพยาบาลใหญ่ในต่างจังหวัด ก็อาจมีโอกาสที่จะกลับมามองเห็นอีกครั้ง
“เหวินหน่วนไม่ต้องกลัว” หญิงชราจับมือเหวินหน่วนขณะกินข้าว “ถ้าไม่อยากแต่งงาน หลานก็ไม่ต้องแต่ง ถ้าเขากล้าบังคับ ย่าจะไปป่าวประกาศทุกคนว่าเขานอกใจภรรยาของตัวเอง”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เหวินเฟิงฉีช่างไร้มารยาท ถ้าแม่เฒ่าจ้าวไม่มีเหวินหน่วนเธอคงอดตายในห้องมืดเล็ก ๆ แห่งนี้ไปแล้ว
“คุณย่า หนูมีวิธีแก้ปัญหาแล้ว ไม่ต้องห่วงนะคะ” เหวินหน่วนยิ้มก่อนจะยื่นชามข้าวให้กับอีกฝ่าย “กินข้าวก่อนเถอะค่ะ”
"หลานจะไปทำอะไรได้" แม่เฒ่าจ้าวถอนหายใจ "ในเมื่อพ่อของหลานคือคนคลั่งคนนั้น"
อนิจจา มันจะไม่เป็อะไรได้อย่างไร!
“ไม่เสมอไปหรอกค่ะ” เหวินหน่วนกล่าวเสียงเบา
ในวันนั้นที่บ้านของเหวินโหยวฟู่ เธอได้ยินสิ่งที่จู้ซือพูดหลังจากที่เธอออกไป
แม้ว่าตอนนี้ประเทศจะสนับสนุนการแต่งงานอย่างเสรี แต่สิทธิ์ขาดก็ยังเป็ของผู้ปกครองในพื้นที่ชนบทอยู่ดี
แม้ว่าเหวินเฟิงฉีจะบังคับให้เหวินหน่วนแต่งงานกับคนงี่เง่าสักกี่คน ก็ไม่มีใครสามารถพูดอะไรได้
ยิ่งไปกว่านั้น ลู่กัวจื่อเป็ลูกเขยที่ดีที่สุดในสายตาคนนอก
“หลานย่า” หญิงชราจับมือเธอและมองเธอด้วยดวงตาที่ขุ่นมัว “หลานหมายความว่าอย่างไร”
แสงข้างนอกดีมาก แม่เฒ่าจ้าวจึงพอเห็นเงาที่คลุมเครือของหลานสาวของเธอได้ด้วยตาข้างเดียว
“คุณย่ารีบกินเถอะ เดี๋ยวบะหมี่ไม่อร่อยกันพอดี” เมื่อเห็นว่าสีหน้าของหญิงชรายังไม่ค่อยดีนัก หญิงสาวจึงโน้มตัวเข้าไปกระซิบหญิงชราขณะกินบะหมี่ “โรงอาหารของฐานทัพกำลังรับสมัครคนงาน วันนี้หนูจะไปทำบะหมี่ที่นั่น"
"อะไรนะ?"
“หลานสาวของย่ากำลังจะไปทำงานที่ฐานทัพเหรอ?” หญิงชราพูดกับเหวินหน่วนอย่างมีความสุข “แม้ว่าตอนนี้หนูจะเป็เพียงลูกจ้างชั่วคราว แต่หนูมั่นใจว่าหนูจะได้เป็ลูกจ้างประจำแน่นอนค่ะ”
“คุณย่า ในอนาคตหนูจะมีทั้งเงินและงาน” เธอหยุดชั่วครู่แล้วมองฟ้าก่อนพูดต่อว่า “ถึงตอนนั้นหนูจะดูแลคุณย่าเอง ดีไหมคะ”
ดวงตาของแม่เฒ่าจ้าวเปลี่ยนเป็สีแดงคลอไปด้วยน้ำตา
“คุณย่า อย่าร้องไห้นะคะ” เหวินหน่วนพูดอย่างรีบร้อน “หนูจะพาย่าไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลใหญ่หลังจากที่หนูได้เงินมาแล้ว”
“ย่าไม่ได้ร้อง ย่ากำลังรอรับพรจากหลานสาวอยู่”