ข้อความของระบบ
ภารกิจแรกของเขายังค้างอยู่เบื้องหน้าถึงเขาจะวิ่งหรือเดินมันก็ไม่ได้หายไป
ตัวเขาไม่แปลกใจมากนักที่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง
ถ้าขนาดเขาย้ายมาอีกโลกได้ เื่แบบนี้ก็น่าจะเป็เื่ปรกติ แค่มัน
ผิดหลักวิทยาศาสตร์!
ใช่ มันผิดหลักวิทยาศาสตร์สุดๆไปเลย!
เขาเห็นข้อความยอมรับของรางวัล
แต่ก่อนที่รัฐภูมิจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง
เขามักจะทำตามนิสัยส่วนตัวดั้งเดิมของเขาคือ เขามักจะเขียนบันทึกการตัดสินใจ
เขาหยิบสมุดบันทึกออกมาและเริ่มจัดเรียงข้อมูลที่ถูกต้องที่เขารู้ด้วยปากกาสีดำ:
"ทางบริษัทน้ำดื่มยอดนิยมร่มมือกับ Line
TC มีโครงการออดิชั่น" Artist Trainee "บริษัทกำลังเตรียมส่งคนไปเก้าคน"
"เขายอมรับที่จะสู้ในเส้นทางสายดารา
และภารกิจก็เสร็จสิ้นทันที"
แต่ภารกิจนี้เขาได้มาตอนไหนทำไมเขาจำไม่ได้
"ก่อนอื่นเขาต้องได้รับการเดบิวต์
มันเป็เพียงเส้นทางเล็กๆ ก่อนที่เขาจะกลายเป็ดารา"
ตอนนี้เขามีระบบที่ไม่ได้แจ้งรายละเอียดอะไรกับเขา
ถ้าเขารับของรางวัล ระบบจะแจ้งรายละเอียดขั้นต่อไปกับเขาหรือไม่
แล้วยังมีขั้นตอนการเป็ศิลปินที่ไม่ได้ถูกกำหนดโดยความสามารถเท่านั้น
แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเด็กคนนั้นเป็คนของใคร ปัจจุบัน ผู้จัดการของบริษัทนี้เป็ตัวแทนอันดับต้นๆ
ของทาง GMM และ Workpoint นี้ยังไม่รวมค่ายเพลงอิสระอื่นๆ
ถ้าการสัมภาษณ์นี้ผ่าน มีโอกาสสูงมากที่จะถูกดัน
เพราะมันเป็การสัมภาษณ์จากผู้จัดการบริษัท
ซึ่งมีฉายาว่าเหยี่ยวแห่งวงการบันเทิง
เขาได้รับฉายานี้มาจากดาราหลายๆ คนที่เขาปั้น
หลังจากที่เขาจดรายละเอียดเสร็จ
เขาก็ตอบรับของรางวัลทันที
"ท่านได้รับไอเท็มขวดเสน่ห์"
มันเป็ไอเท็มแบบกดใช้
มีความสามารถเพิ่มความสนใจและดึงดูดผู้คนได้ เป็เวลา 5
นาที การใช้ไอเท็มนี้เขาคงต้องคิดให้ดีก่อนที่จะใช้
ตอนนี้เขาได้รับข้อความภารกิจใหม่ เป็ภารกิจได้รับการยอมรับขั้นที่2
แต่ของรางวัลไม่ได้ระบุไว้แต่อย่างใด
เขาพยายามสังเกตข้อความของระบบที่มีแต่เขาที่มองเห็นจนในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าระบบนี้มีชื่อว่าปั้นดินให้เป็ดาว
ขณะที่เขากำลังสนใจกับรายละเอียดของระบบ
เสียงข้อความจาก line ของเขาก็ดังขึ้น
"ศิลปินฝึกหัดจะคัดเด็กฝึก 100
คน ในสี่เดือนจะมีการฝึกอบรมแบบปิดและมีการบันทึกสถิติต่างๆ จากนั้นผู้ชนะ 9
คนจะได้รับการคัดเลือกจากการโหวตทั่วประเทศ และกลายเป็ไอดอลชายคนใหม่”
นี้เป็ข้อความจากอริยะ
ดูแล้วเขาน่าจะส่งให้ทุกคน
รัฐภูมิไม่แปลกใจเลยที่ทำไม อริยะถึงไม่เคยผ่านการประกวด
....
อริยะกำลังอารมณ์ดี
เขาคิดว่าทุกคนต้องทึ่งแน่ๆ
ที่เขาสามารถหาข้อมูลได้มากขนาดนี้ในเวลาไม่ถึง 20
นาทีและเป็คนแรกที่ส่งข้อมูลให้พวกเขา
พวกเด็กน้อยที่น่าสงสารคราวนี้ล่ะฉันจะเป็คนแรกที่สอบ
จากนั้นเขาก็เริ่มทำการวิเคราะห์นิสัยของผู้จัดการด้วยการนำข้อมูลที่พี่สาวของเขาเล่าให้ฟัง
มาวิเคราะห์แนวคำถามแล้วทำการส่งให้ทุกคนอีกครั้ง โดยไม่กั๊กข้อมูลใดๆ ไว้เลย
อริยะนั่งอย่างอารมณ์ดีแล้วคิดถึงอนาคตอันสดใสตอนที่เขาได้เป็ดาราและทำให้พี่ของเขาภูมิใจ
....
รัฐภูมิเริ่มวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากอริยะ
และข้อมูลที่อยู่ในความทรงจำของเขาผสมรวมกัน
ข้อได้เปรียบแรกของเขาคือความจำของเขาดีมาก ข้อกฎหมายและการปกครองต่างๆ
เขาจำได้แค่อ่านมันเพียงไม่กี่ครั้ง
รัฐภูมิเริ่มดูเงื่อนไขขั้นต่ำของการเป็ไอดอลแล้ววิเคราะห์ตัวเองออกมา
ถ้าระบบมีระบบให้ดูข้อมูลตรงนี้เขาจะดีใจมากแต่ตอนนี้มันยังไม่มีเขาต้องลงมือทำเองก่อน
เสียงร้อง และการควบคุมโทนเสียง
ของเขายังไม่ดีนักแต่ก็ไม่ได้แย่อะไร
การร้องประสานเสียง
จากความทรงจำเก่าของเ้าของร่าง เขาก็ยังอยู่ที่ค่ากลางๆ ของห้อง
ศิลปะการแสดงอยู่ในระดับปานกลาง
แต่ก็มีช่องว่างขนาดใหญ่สำหรับคนที่อยู่ระดับกลางและระดับสูง
การเต้นของเขาก็อยู่แค่ระดับกลางๆ
รัฐภูมิดูข้อมูลของตัวเองแล้วเขาถึงกับปวดหัว
ทุกอย่างอยู่ตรงกลางหมด ไม่แปลกใจที่เขาเป็เด็กฝึกหัดมาถึงสองปี
จากนั้นเขาก็เขียนข้อความขนาดใหญ่และเน้นคำนั้น
“รับแค่เก้าคน?”
แม้ว่าการคัดเลือกศิลปินเพื่อเข้าร่วมในครั้งนี้จะเน้นที่เสียงร้องและการเต้น
แต่รัฐภูมิรู้ดีว่าผลงานเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ทั้งหมด
การสัมภาษณ์ก็เป็หัวใจสำคัญเช่นกัน
รัฐภูมิครุ่นคิดและเขียนข้อความอีกครั้ง
"สัมภาษณ์"
หลังจากเขียนเสร็จเขาก็นึกถึงเพื่อนร่วมชั้นในอดีต
"มานพ"
การสัมภาษณ์นั้นเป็เพียงวิธีการประเมินบุคคล,
แม้แต่ผู้สัมภาษณ์ที่เก่งที่สุดก็ไม่สามารถตัดสินบุคคลได้อย่างครอบคลุมในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง
ทักษะในการสัมภาษณ์มีความสำคัญมาก
เขาต้องผ่านการสัมภาษณ์และทำให้ผู้จัดการเชื่อว่าเขาเป็หนึ่งในเก้าคนที่เหมาะสมกับรายการนี้มากที่สุด
“ไม่ว่าจะอย่างไร, ฉันต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเข้าแข่งขันรายการนี้”
รัฐภูมิจุดแข็งของเขาคือ
"เขามีเพลงยอดฮิตมากมายจากอีกโลกซึ่งมันไม่เคยปรากฏในโลกนี้
แต่เขาไม่มั่นใจนักว่าเพลงของเขาจะเป็ที่ชื่นชอบในโลกนี้หรือไม่ เขาควรจะลองเสี่ยงดูกับเพลงเ่าั้ไหม"
รัฐภูมิเริ่มเขียนอีกครั้ง
"บทเพลงจากอีกโลก"
....
รัฐภูมิถูกปลุกด้วยเสียงข้อความสั้น ๆ
ในเวลา 8 โมงเช้า
"นายรัฐภูมิการสัมภาษณ์ของคุณที่แผนกทั่วไป
ในเวลาบ่ายสี่โมงเย็นวันนี้ โปรดเข้าร่วมให้ตรงเวลา โปรดตอบกลับหากคุณได้รับ .”
ข้อความถูกส่งมาจากครูแมว
เขาลุกขึ้นทันทีและตอบว่า:
"ได้รับแล้ว เขาจะเข้าร่วมตรงเวลา"
จากนั้นก็มีข้อความแจ้งรายละเอียด
ว่าผู้ฝึกอบรมทุกคนที่เข้าร่วมการสัมภาษณ์ในสัปดาห์นี้ ไม่จำเป็ต้องมาซ้อม
ทำให้เขามีเวลาค้นหาข้อมูลต่างๆ มากขึ้น
เขาคาดเดาว่าอาจจัดลำดับการสัมภาษณ์ตามคะแนนการฝึกอบรม
เพราะในแชทกลุ่มมีคนออกมาบอกว่าตัวเองถูกนัดแล้ว คนเหล่านี้คะแนนเท่าเขา
ส่วนคนก่อนหน้านี้คะแนนสูงกว่าเขา แสดงว่าอาจจะคัดคนจากแต่ละกลุ่มมา 1-2
คน ทำให้เขามีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ซึ่งทำให้เขากระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมการสัมภาษณ์มากขึ้น
เขารู้ดีว่าความประทับใจแรกเป็สิ่งสำคัญมากในระหว่างขั้นตอนการสัมภาษณ์และเสื้อผ้าที่เหมาะสมก็เป็สิ่งที่ขาดไม่ได้
เหมาะสมหมายความว่าเวลาสถานที่และรูปแบบควรเหมาะสม
รัฐภูมิเปิดตู้เสื้อผ้าและพบว่าเขามีเสื้อผ้าน้อยมาก
เขากำลังวางแผนที่จะไปช้อปปิ้ง, แต่พอนึกถึงยอดเงินในบัญชีธนาคารและเวลาที่กระชั้นชิด
เขาเลือกเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงยีนสีดำที่เข้าได้กับทุกโอกาสแทน
ราคาของชุดนี้ก็ไม่ได้แพงมาก
นี่คือกรณีที่เรียกว่า
"จ่ายเพื่อแลกความสบายใจ"
แค่ใช้เงินเดือนเล็กน้อยและไม่กระทบยอดเงินมากนัก
ก่อนการสัมภาษณ์, เขาต้องเดาว่าผู้สัมภาษณ์้าบุคคลประเภทใด
จากนั้นในขั้นตอนการสัมภาษณ์ แค่ทำตามที่เขาอยากได้ก็พอ
สมัยประถมเขาเคยได้รับเลือกหลายครั้งเพราะทักษะการพูดที่ดี
่มัธยมต้นและปลายก็เคยถูกครูสัมภาษณ์
และได้รับคําชมจากครูอยู่บ่อยๆ รัฐภูมิเตรียมคำถามสองสามข้อที่อาจถูกถามและอาจจะมีคำถามที่เขาอาจจะตอบไม่ได้และวิธีแก้ไข
จากนั้นก็ลุกออกเดินทางไปที่บริษัท
โดยหวังว่าจะได้รับข้อมูลบางอย่างจากคนที่เข้าไปสัมภาษณ์ก่อนหน้าเขา
ที่สัมภาษณ์ของสำนักงานปั้นดารานี้ตั้งอยู่บนชั้น
12 ชั้น ตอนนี้ที่ชั้นแรกเต็มไปด้วยผู้คน
เ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่หน้าลิฟต์สองคนคอยสอบถามและกดลิฟต์ให้เพื่อกันการก่อกวน
เวลาเที่ยงครึ่งประตูสำนักงานปั้นดาราถูกเปิดออก
อริยะกำลังตื่นเต้นเล็กและประหม่าเล็กน้อย ทุกครั้งที่มีคนถูกสัมภาษณ์
ออกมาเขาจะรีบเข้าไปถามทันที
อริยะอายุ 17
ปี เขาถูกพบในรายการดันดาราเด็กเมื่อสี่ปีก่อนและได้รับคัดเลือกให้เป็เด็กฝึกหัด
แต่เขายังไม่ได้เดบิวต์
นอกจากหน้าตาที่หล่อของเขาแล้วพัฒนาการของเขาไม่ก้าวตามอายุของเขาเลย
รัฐภูมิถามเขาด้วยรอยยิ้มที่สดใส:
"คุณกินข้าวหรือยัง? "
เขาไม่ได้คิดที่จะถามเกี่ยวกับการสัมภาษณ์และคำถามในการสัมภาษณ์เพราะเขารู้ถึงความคิดของเด็กหนุ่มตรงหน้าเขา
หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบหรือทำสิ่งหนึ่งเขาอดไม่ได้ที่จะ้าแบ่งปันและบอกเล่าเื่ราวทั้งหมดเพื่อคลายความกดดันภายใน
“ผู้จัดการบอกว่าถ้ามาถึงก่อน
ควรจะเข้าไปข้างใน” เด็กสาวที่ไม่เคยปรากฏในความทรงจำของเขากล่าวขึ้นมา
หญิงสาวคนนี้ดูเหมือนอายุยี่สิบต้น ๆ
สวมชุดเดรสสีชมพูอ่อนมีเสื้อคลุมสีขาวลายลูกไม้สวมทับอีกที่ เธอดูสวย
น่ารักและน่าทะนุถนอมมาก
รัฐภูมิแสยะยิ้มและคิดว่าแผนการล้มเหลว
เขาหลอกถามอริยะไม่ทัน แต่ไม่เป็ไรเขายังคงเดินเข้าไปด้านในเมื่อถึงเวลา
ก็มีคนมาเรียกเขาเข้าห้องสัมภาษณ์
เขากล่าวทักทายผู้จัดการที่เดินผ่านเขาไปด้วยรอยยิ้ม
ผู้จัดการดูเหมือนว่าเขาจะอยู่ในวัยสามสิบต้น
ๆ แต่ก็ไม่สามารถระบุชัดได้ว่า 30 เท่าไหร่กันแน่
หญิงสาวบอกเขา “นั่งลงตรงนี้ค่ะ”
หญิงสาวในชุดเดรสก็ยืนมองเขา ด้วยความสงสัยว่าทำไมไม่นั่ง
รัฐภูมิไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง, เขายิ้มเล็กน้อยและรออยู่ที่เดิม
ทันใดนั้นหญิงสาวก็เอามือแตะที่หน้าผาก:
"ฉันลืมแนะนำตัวเองฉันชื่อนิภา ฉันเป็ผู้ช่วยของเฮียกวง
ฉันยินดีมากที่ได้พบคุณ"
"เฮียกวง? "
อ้อชื่อผู้จัดการนั้นเอง
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าผู้จัดการก็มีชื่อ เพราะในความจำของเขา
เขาเรียกผู้จัดการมาตลอด
"มีคนบอกว่าคุณหล่อมาก"
เสียงของนิภาเบามาก
"ผมไม่ได้แค่หน้าตาดี
แต่อ่อนโยนและน่ารัก, เป็มิตร, ฉลาด,
มีอารมณ์ขัน ผมทำอาหารได้ด้วย .... ผมอยากจะบอกคุณให้รู้?!
"
นิภารู้สึกขบขันกับวัยรุ่นที่อยู่ตรงหน้า
เธอรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนดูดีขึ้นมาก
หลังจากนั้นสามนาที
ผู้จัดการก็กลับเข้ามา "นั่งเถอะ"
"ไม่ใช่ว่าสัมภาษณ์บ่ายสามเหรอ? ทำไมมาเร็วจัง"
ผู้จัดการพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ
"ในแง่หนึ่งผมกังวลว่าผมจะมาสายและในทางกลับกันผมหวังว่าจะได้รับข้อมูลบางอย่างจากคนที่เข้ามาสัมภาษณ์ก่อนผม"
ผู้จัดการเงยหน้าขึ้นมองรัฐภูมิ:
"ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่คนโง่"
รัฐภูมิยิ้มอย่างไร้เดียงสา
อย่างไรก็ตามเขารู้ว่าเขาคิดถูกในการมาครั้งนี้ ในการแสดงความสามารถ "Artist
Trainee" ครั้งละประมาณ 2
ชั่วโมงหากคุณ้าโดดเด่นจากเด็กฝึกหัด 100
คนเป็ 9 คน คุณต้องกล้าที่จะใช้โอกาส
ดังนั้นบริษัทจึง้าคนที่กล้าสู้มากกว่า แค่คนตรงต่อเวลา
ผู้จัดการเงยหน้าขึ้นและมองเขา:
"คุณคิดว่าอะไรคือข้อดีของคุณ เมื่อเทียบกับเด็กฝึกหัดคนอื่น ๆ?
"
รัฐภูมิตะลึง เขาไม่อยากได้คำถามนี้
แต่เมื่อได้แล้วเขาเลือกที่จะทำมันอย่างจริงจัง
"ไอเท็มขวดเสน่ห์ถูกใช้งานนับเวลาถอยหลัง"
ผู้จัดการกลับไปสู่ท่าทางปรกติ
เขามองมาที่รัฐภูมิอย่างสนใจ
หลังจากใช้ไอเท็มและคิดได้แล้ว รัฐภูมิ
กล่าวว่า: "ความสามารถในการเรียนรู้, ความสามารถในการเรียนรู้ของผมเป็ข้อได้เปรียบ
เมื่อเทียบกับเด็กฝึกหัดคนอื่น ๆ ผมไม่ได้รับการฝึกฝนด้านดนตรี
ร้องและการเต้นรำมาั้แ่เด็กๆ ผมเพิ่งเริ่มเรียนหลังจากที่ผมเข้า
บริษัทมาสองปีในระหว่างการเรียนรู้ผมได้พบกับเด็กฝึกหัดบางคนที่เรียนรู้มาั้แ่เด็กๆ
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าความสามารถในการเรียนรู้ของผมดีกว่าเด็กฝึกหัดคนอื่น ๆ
ผู้จัดการพยักหน้าเบา ๆ
เพื่อดำเนินการต่อ
และรายการ "Artist Trainee"
ของ Line TC คือการแสดงความสามารถของเด็กฝึกเพื่อความฝันของพวกเขา
การแสดงและเสียงของผมดี ระดับการเต้นและการร้องของผมอาจจะไม่ดีที่สุดในหมู่เด็กฝึกหัด
อย่างไรก็ตามมันมีพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับการพัฒนาและความสามารถในการเรียนรู้ของผมสามารถรับประกันการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของผมในโปรแกรมนี้
และความรู้สึกของคนที่ได้เห็นพัฒนาการของจะชื่นชอบ "
ผู้จัดการพอใจพยักหน้าเล็กน้อยและยิ้มแล้วกล่าวว่า
"ใช่, ในรายการนี้, การทำให้คนมีความสุขสำคัญกว่า"
รัฐภูมิยิ้มกว้าง
ผลของไอเท็มขวดเสน่ห์ยังคงนับถอยหลัง