หย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้หวายเทียมสีขาวหน้าระเบียงได้พันดาวก็หันไปสั่งพนักงานหญิงที่เดินตามมา “เอาชาร้อนมาสองแก้วนะ” เธอหวังว่า ชาร้อนจะทำให้ใจเธอสงบลงได้
สองคนเลือกนั่งเก้าอี้เยื้องกันโต๊ะวางแก้วมีกระจกกลมตรงกลาง รอบๆ เป็ลวดลายเลียนแบบหวายสาน
“เห็นทีแรก นึกว่าคู่รักที่ไหนมาหนุงหนิงกันในล็อบบี้”
“ห่ะ!ตาถั่วหรือไงคะ ดูยังไงเป็คู่รัก” พันดาวทั้งยังใและโมโหไม่หายความฉุนพุ่งถึงหัว
“ก็เห็นนั่งชะโงกหน้าเอาหัวแทบจะชนกันแบบนั้น”
“ชนกันตรงไหน?พี่ฟ้าไปยืนอยู่ด้านหลังเองต่างหากล่ะ โซฟาออกจะไกลกัน” ถ้าจะบอกว่าเธอโกรธจนตาเขียว ตอนนี้มันน่าจะเขียวจนคล้ำไปแล้ว
“ก็เห็นท่าทางสนิทสนมขนาดนั้น ใครจะกล้าเสียมารยาทเดินมาขวางเผื่อคนรักกันชอบกันจะคุยกัน พี่ก็จะกลายเป็หมาหัวเน่าน่ะสิ”รอยยิ้มที่ยกขึ้นนิดๆ ตรงมุมปาก ชวนให้คนฟังรู้สึกหมั่นไส้
“ใครบอกล่ะค่ะว่าเป็คนรักกันชอบกัน”
“ก็เพราะไม่รู้นี่ล่ะถึงไม่กล้าเข้ามา” ฝ่ายยั่วแสร้งทำเสียงอ่อนลง เหมือนกลัวจะผิดมารยาทนักหนา
“หรา?”พันดาวเบ้ปากจนตาหยี เธอนึกอยากจะทุบคนที่นั่งข้างๆ “เกรงใจหรือแอบฟังกันแน่”
“พี่ยืนสังเกตการณ์อยู่ตั้ง...นาน...นะ”น้ำเสียงยังยั่วเย้าไม่เลิก
“อ๋อ...ถ้ารอดูนานขนาดนั้นทำไมไม่รอให้เขาฉีกเสื้อฉีกผ้าดาวไปเลยล่ะ ค่อยมาช่วย”เสียงเธอสูงขึ้นบอกอารมณ์ที่เริ่มพุ่ง
เมื่อเห็นใบหน้ากลมน่ารักนั้นออกอาการหงุดหงิดเต็มกำลัง สายฟ้ารีบทำท่าเจี๋ยมเจี้ยม “ก็ใครจะไปคิดว่า เขาจะกระโจนเข้าใส่แบบนี้ล่ะพี่ก็ใเหมือนกัน”
“ดาวใแทบตายผลักก็ไม่ได้ ถีบออกก็ไม่ได้” พอนึกถึง่ฉุกละหุกหน้าเธอก็ซีดลงเล็กน้อย“ใจนลืมร้องเรียกให้คนช่วยแน่ะ”
สายฟ้าขยับเก้าอี้เข้ามาชิดเก้าอี้เธอเอื้อมมือมาตบเบาๆ ที่ต้นแขน แม้ใจเขาอยากจะโอบกอดเธอเพื่อปลอบโยน แต่สถานะตอนนี้ที่ยังไม่สนิทสนมมากพอหากทำเช่นนั้นอาจจะทำให้เธอมองเขาเหมือนมิ่งเมืองก็ได้
“ขอบคุณนะคะที่มาช่วยดีที่พี่ฟ้าอยู่ตรงนั้นพอดี ไม่งั้นคงจะแย่”
เห็นเธอท่าทางดีขึ้น เขาก็อมยิ้ม “พี่ไม่ได้ตั้งใจมาช่วยนะพี่มาทวงสัญญาต่างหาก”
“เอ๊ะ!” กำลังจะซาบซึ้งผู้ชายคนนี้ก็กระชากอารมณ์เธออีกแล้ว
“ไหนว่าจะยอมบริการตามใจพี่15 ครั้งยังไงล่ะ?”
“นี่ตั้งใจมาแค่นี้เหรอคะ?”
“ก็เห็นหายไปตั้งนานกลัวจำไม่ได้ ก็เลยต้องมาเอง เผื่อเห็นหน้าแล้วจะจำได้ง่ายขึ้น”
“ว่ามาสิคะ”เธอแสร้งพ่นลมหายใจแรงๆ ใส่
สายฟ้ากำลังจะยื่นข้อเสนอที่นั่งคิดนอนคิดมาจากไร่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเหนือศีรษะ “มึงไม่มีสิทธิ์ยุ่งกับดาว!”
เก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ถูกดึงจนหงายไปด้านหลังสายฟ้าม้วนตัวไปด้านหลัง ทำให้เท้าไปงัดโต๊ะวางแก้วหงายแตกกระจายมือที่แก้วชาค้างอยู่ ติดมือไปในท่ากลิ้งตีลังกา เพล้ง! เพล้ง!
สายฟ้าม้วนตัวบิดตัวออกจากเสี่ยมิ่ง แต่มือหนึ่งของอีกฝ่ายก็ยังกำแน่นที่คอเสื้อของเขาสายฟ้าสวนหมัดเข้าตรงๆ ใส่เบ้าตาซ้าย พลั่ก!
“อ๊าก!” มิ่งเมืองผงะเซถอยไปหลายก้าวรีบยกมือขึ้นกุมเบ้าตา บริกรชายสองคนที่หิ้วเขามาแล้วเข้ายึดแขนคนละข้าง “มึงกล้าต่อยกู!” โดนเข้าไปหนึ่งหมัด ความเมาเริ่มหายไปความเจ็บเข้ามาแทรก
“หยุดนะ พี่มิ่ง!อย่านักเลงที่นี่!” เสียงตวาดของพันดาวทำให้มิ่งเมืองยิ่งโมโหเมื่อกี้เขาเห็นเธอนั่งอี๋อ๋ออยู่กับคนหน้าขาวนั่น
ภาวิณีวิ่งออกมาจากล็อบบี้“โอ๊ย! อีกแล้ว”
“รีบลากเสี่ยมิ่งไปหน้าประตู”พันดาวสั่งเสียงดังแทบะโ เธอโมโหจนแทบจะพุ่งเข้าไปบีบคออีกฝ่าย
“จะไปดีๆหรือจะเอาอีกสักหมัด” สายฟ้ายืดอกขึ้น
ความสูงของมิ่งเมืองอยู่ระดับใต้จมูกของสายฟ้าแม้หุ่นจะบางกว่า แต่ก็ได้ััแล้วว่า หมัดของหนุ่มหน้าขาวหนักไม่ใช่เล่นตอนนี้มิ่งเมืองลืมตาขวาไม่ขึ้น แถมยังมีอาการเจ็บร้าว
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง” เสี่ยหนุ่มไม่กล้าแข็งขืนให้พนักงานลากตนเองออกไปรอที่ประตูใหญ่ของรีสอร์ต
พันดาวมองสำรวจความเสียหาย โต๊ะวางแก้วโดนเตะล้มแผ่นกระจกกับแก้วชาของเธอแตกกระจาย เธอมองสำรวจตัวชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ยืนกำหมัดตรงหน้า
“พี่ฟ้า นั่นเื!” เธอรีบถลาเข้าไปจับมือของเขาแต่ละข้างขึ้นมา“ไหนคะ? มีแผลตรงไหนบ้าง?”
มือข้างขวามีรอยบาดขนาดใหญ่“ไปทำแผลกันก่อนเถอะค่ะ” เธอคว้าข้อมือสายฟ้าไว้แน่น “พี่ภา ฝากเก็บหน่อยนะคะ เดี๋ยวแขกจะใ”
หญิงสาวลากเขาเดินลิ่วๆไปตามระเบียงชั้นหนึ่งจนถึงห้องริมสุด เธอควักกุญแจมาเปิด “ห้องดาวเองค่ะเข้ามาก่อน”
ห้องนั้นเหมือนอะพาร์ตเมนต์มากกว่าห้องนอนในรีสอร์ตเธอจูงแขนเขาไปนั่งที่โซฟาตัวยาวกลางห้อง แล้วไปค้นเอากล่องปฐมพยาบาลออกมา
“เจ็บมากไหมคะ?”
เห็นเธอทำหน้าซีดยิ่งกว่าตอนที่โดนมิ่งเมืองกระโจนใส่สายฟ้าจึงนึกขึ้นได้
“โอ๊ย....เจ็บ เจ็บมาก” เขาทำท่าครางโอดโอยหน้าตาห่อเหี่ยว ใบหน้าที่ขาวจัดนั้น ยิ่งพอทำหน้าใยิ่งดูซีดเผือดจนน่าใ
เธอเอาอ่างน้ำเล็กๆ ใส่น้ำ ยกมือเขาขึ้นสูง“ไม่รู้ว่า มีเศษแก้วเหลืออยู่ตรงไหนบ้าง? พี่ฟ้าเคืองตรงไหนคะ?”ฝ่ามือเขาถูกยกจนเกือบจะชิดใบหน้าเธอ ชายหนุ่มแอบยิ้ม
“ตรงปลายๆ นี่” เขาชี้ปลายแผล
“ดีนะที่ไม่ลึกไม่งั้นเราคงต้องไปโรงพยาบาลกันแล้วล่ะค่ะ”
‘ดีแล้วก็เลยได้เข้ามาห้องดาวยังไงล่ะ’ ชายหนุ่มกวาดตาไปรอบๆ ห้อง เขาได้เห็นแล้วว่าเธออาศัยที่นี่
หลังจากใช้ที่คีบเศษแก้วออกจนหมดเธอก็ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อล้างแผลอีกครั้ง “ปวดแผลไหมคะ?” สีหน้ายังกังวลไม่เปลี่ยนแม้แผลในฝ่ามือเขาไม่ลึกมาก แต่มีหลายรอย
“ปวด...”
สีหน้า แววตาสลดของเขาทำเอาเธอใจแป้วความรู้สึกผิดประเดประดังเข้ามา “ขอโทษนะคะ ที่ต้องมารับเคราะห์เพราะดาว”
“อืม! แสบ….” หน้าตาแหยเกที่ไม่คิดว่าจะปั้นได้สายฟ้านึกถึงน้องชายอีกสองคนของตน ถ้ามาเห็นตอนนี้อาจจะพร้อมใจกันถีบเขาก็ได้ปกติเขาสำออยที่ไหนกัน
“ยกมือไว้ก่อนนะคะจะได้ลดอาการบวม” เธอสั่ง ขณะใช้ก้านสำลีชุบยาทาให้ทั่วทุกแผลแล้วบรรจงพันผ้าพันแผลรอบมือของเขา
เมื่อเห็นว่าแผลบนมือนั้นทำเรียบร้อยดีแล้ว ชายหนุ่มก็นึกขึ้นได้ “โอ๊ย! ขาพี่ก็เจ็บ”
“ตรงไหนคะ?”เธอรีบคุกเข่าลงพื้น สำรวจบริเวณขาของเขา ชายกางเกงผ้า มีรอยขาดยาว“สงสัยกระจกโต๊ะจะบาดแน่ๆ เลยค่ะ” เมื่อถลกขากางเกงขึ้นพับจึงเห็นรอยเืซึมออกมายาวประมาณสามนิ้ว าแในแนวทแยงทำให้เืไหลเป็ทางยาวแม้จะไม่มาก แต่ก็มีบางส่วนซึมลงไปในเนื้อผ้า
“รอเดี๋ยวนะคะ”พันดาวรีบเอาอ่างน้ำเล็กๆ นั้น ไปเปลี่ยนน้ำสะอาดมาใหม่ เธอนั่งขัดสมาธิบนพื้นยกเท้าข้างนั้นของเขาวางบนตักตัวเอง
สายฟ้านั่งอยู่บนโซฟามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาวาววับในขณะที่เธอก้มลงทำความสะอาดแผลเขาชะโงกหัวลงมาใกล้เธอ รู้สึกว่าช่องว่างน้อยนิดระหว่างเขากับเธอนั้นมันมีอวลไอความอบอุ่นเจือจางอยู่ ท่าทางแบบนี้ของเธอ ทำให้เขาแอบยิ้มหวานกับตัวเอง
“เสร็จแล้วค่ะ” พันดาวเงยหน้าขึ้น
โป๊ก!
“โอ๊ะ!” คนนั่งอยู่ข้างบนโดนหน้าผากเสยปลายคาง
“อู้ย!” เ้าของหน้าผากเจ็บนิดๆ “ขอโทษคะ”เมื่อเงยหน้าเห็นอีกฝ่ายหน้าหงาย พันดาวละล่ำละลักขอโทษ
ส่วนสายฟ้ามึนไปเล็กน้อย “เออ พี่ดูเพลินไปเองล่ะ”เขาเอื้อมมือมาลูบหน้าฝากพันดาวเบาๆ ไปมา “ไม่โนหรอกใช่ไหม?”
ใบหน้าของคมสันของหนุ่มแวมไพร์ที่อยู่ใกล้แค่คืบทำเอาหญิงสาวใจกระตุก จังหวะนั้นเธอรู้สึกหัวใจเต้นรัวขึ้น หญิงสาวขยับถอยออกมาเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ“ไม่เป็ไรค่ะ โดนนิดเดียว”
เขาแอบเห็นแวววูบไหวในสายตาเธอ ‘อืม! สัญญาณมา’
***********************
