รวมเรื่องสั้นอีโรติก 20+

    กฎข้อเดียวของคืนบาป -1-

    เสียงแซ็กโซโฟนลอยคลอเหมือนควันหวานปนขมลลินเอนหลังบนโซฟากำมะหยี่ ไขว่ห้างอย่างมีจังหวะริมฝีปากเธอแตะขอบแก้วแชมเปญเบาๆ ก่อนจะยิ้มรับบางคำจากเพื่อน

    กลิ่นน้ำหอมแนบกับกลิ่นเครื่องดื่มแรงพอจะทำให้ใครก็ตามที่เดินผ่านต้องชะลอฝีเท้าผิวต้นขาที่โผล่พ้นกระโปรงขึ้นมาสะท้อนแสงไฟระยิบตัดกับความมืดรอบตัวเธอเหมือนแสงที่เคลื่อนที่ช้าแต่ดึงสายตาไม่ให้คลาด

    ผมลลินสยายลงบนบ่าเมื่อเธอเอนคอฟังบทสนทนาเพื่อนอย่างแผ่วเบาแต่ตาเธอเหลือบมองอะไรบางอย่างไกลออกไปชั่ววินาทีหนึ่งที่เธอหยุดพูด ทุกอย่างรอบโต๊ะดูจะนิ่งลงตามโดยอัตโนมัติ

     

    ชายเสื้อเชิ้ตดำพับแขนนั่งอยู่มุมบาร์แสงจากโคมไฟส่องเพียงพอให้เห็นโครงหน้าคมดวงตานิ่งของเขาทำให้ทุกการเคลื่อนไหวดูเหมือนช้าลงรอบตัว ไม่ใช่ความหล่อที่สะดุดตาแต่เป็นแรงดึงที่เหมือนมีสนามแม่เหล็กบางอย่างอยู่ในนั้น

    และเมื่อสายตาพวกเขาชนกันครั้งแรกเธอชะงัก ความรู้สึกเหมือนประตูบางบานเปิดออกในอก แม้จะเป็นเพียงวินาทีเดียวแต่เธอรู้ว่าเขาเห็น และเขาเลือกแล้วว่าจะมองเธออย่างไร

     

    เธอเป็นฝ่ายเบือนตาออกก่อน แต่กลับรู้สึกเหมือนเขายังมองตามมาแม้ไม่หันหน้าไปทางกันอีกดวงตาคู่นั้นร้อนกว่าทุกแสงไฟในห้อง พอๆ กับลมหายใจที่เริ่มติดขัด

    กลีบปากเม้มเข้าหากันแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวเธอกำลังคิดอะไรบางอย่างที่เกินคำพูดจังหวะมือที่ยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่นั่นก็เพียงพอให้หัวใจตัวเองสะดุด

    เธอกำลังสนุกกับความนิ่งของเขาสนุกกับความจริงที่เขายังไม่เข้ามา แต่ก็ยังไม่ละสายตาเธอรู้สึกเหมือนเป็นเหยื่อที่เลือกนักล่าด้วยตัวเอง

    ในหูได้ยินเสียงเพื่อนพูดชัดถ้อยแต่ไม่มีประโยคไหนเข้าถึงสมอง เธอเอียงคอเล็กน้อย ผมไหลลงคลอไหล่ มือไล้นิ้วบนขาอีกข้างอย่างเหม่อลอย

    ครั้งที่สองที่สายตาทั้งสองคู่สบกันมันนานขึ้น ไม่ใช่แค่บังเอิญ แต่เป็นการหยั่งเชิงใจเธอเต้นแรงขึ้นในจังหวะเดียวกับมุมปากเขาที่ขยับขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่มีคำอธิบาย

     

    เขายกแก้วขึ้นเล็กน้อย คล้ายจะดื่ม แต่ไม่เคยแตะริมฝีปากเขาแค่ใช้จังหวะนั้นซ่อนสายตาไว้ชั่วคราวเหมือนต้องการให้เธอลองจินตนาการระหว่างที่ไม่เห็นกันตรงๆ

    ลลินขยับตัวเล็กน้อยบนโซฟาเปลี่ยนท่านั่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ กลายเป็นว่าชายกระโปรงสั้นถูกดึงขึ้นอีกนิดเธอไม่ได้ดึงลง จงใจให้เป็นอย่างนั้น

    ตอนที่เพื่อนสาวถามว่าเธอจ้องใครเธอแค่หัวเราะแล้วส่ายหน้าเบาๆ ไม่มีคำตอบใดออกจากปากแต่มือกลับยกขึ้นแตะแก้มตัวเอง เธอรู้ว่าหน้ากำลังร้อนแบบไม่มีแอลกอฮอล์เกี่ยว

     

    ครั้งที่สามที่เธอมองไปอีกเขายังอยู่ตรงนั้น ราวกับไม่ขยับเลยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา แววตาเขาดูนิ่งเหมือนผิวน้ำแต่ลึกข้างในเหมือนมีอะไรที่พร้อมจะกระชากเธอลงไป

    เขายิ้มรอยยิ้มที่มุมปากเพียงเสี้ยววินาที ไม่ชัดเจนจนดูเจ้าชู้ ไม่อ่อนโยนจนเรียกว่าหวานแต่คมกริบพอจะทำให้ลมหายใจเธอชะงัก และหัวใจเต้นแรงเหมือนมีมือมารัดไว้ในอก

     

    เธอตอบกลับด้วยการเม้มริมฝีปากเบาๆ แล้วปรายตามองอย่างมีจังหวะมันไม่ใช่การยิ้ม ไม่ใช่การท้าทายอย่างเปิดเผยแต่แฝงไว้ด้วยคำถามที่เขาเท่านั้นจะได้ยิน

    ระหว่างที่เพื่อนยังหัวเราะกับเรื่องของตัวเองลลินก็ยกแก้วขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอเลียริมฝีปากก่อนจะจิบทิ้งแสงสะท้อนไว้บนกลีบปากอย่างจงใจ รสของแชมเปญอ่อนลงกว่าตอนแรกหรืออาจเป็นเพราะเลือดในตัวกำลังร้อนขึ้น

    เขาขยับบ้างแล้วเปลี่ยนจากพิงบาร์เป็นนั่งตรงขึ้นหลังตรง มือที่เคยประคองแก้ววางลงบนโต๊ะไม้เข้มหนึ่งในนั้นแตะนิ้วไปตามขอบแก้วเบาๆ จังหวะนั้นดูธรรมดาแต่ลลินกลับกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว

    เธอเริ่มหายใจไม่เป็นจังหวะแม้จะยังนั่งท่าเดิมแต่ความรู้สึกทุกอย่างในร่างกายไม่เหมือนเดิมแล้วบางอย่างในเธอกำลังเต้นเร่า ไม่ใช่ความตื่นเต้นแบบเด็กสาว แต่มันลึกลงกว่านั้น

    เหมือนร่างกายกำลังตื่นเต็มที่ เตรียมพร้อมกับการเกิดอะไรบางอย่างเธอหลบสายตาอีกครั้งแต่รู้ดีว่านั่นไม่ใช่เพราะอายมันเป็นเพราะถ้าเธอมองนานกว่านี้ เธออาจลุกขึ้นไปหาผู้ชายคนนั้นทันที

     

    เธอไม่ได้เป็นฝ่ายรุกแต่คืนนี้กลับรู้สึกเหมือนเธอกำลังเปิดเกม ทั้งที่ยังไม่พูดอะไรกับเขาสักคำไม่แม้แต่จะยิ้มตรงๆ ให้ แต่ไฟบางอย่างมันเริ่มไหม้ใต้ผิวหนังไปหมดแล้ว

    เสียงหัวเราะของเพื่อนเริ่มเบาลงเหมือนโดนกลืนไปกับบรรยากาศที่ร้อนขึ้นทีละน้อยลลินรู้สึกว่าคนรอบตัวกลายเป็นภาพเบลอมีเพียงโต๊ะหนึ่งและบุรุษหนึ่งที่ยังชัดเจนในสายตาเธอ

     

    เขาไม่ใช่ผู้ชายที่แต่งตัวหรู ไม่มีแหวนไม่มีนาฬิกาวาว ไม่มีท่าทางเจ้าชู้ เงียบ ขรึมแต่สิ่งที่เขาทำอยู่คือการมองแบบไม่หลบ ไม่ถอย และไม่ปล่อย

    ใจเธอเต้นเร็วขึ้นจนสัมผัสได้เธอวางแก้วช้าๆ กับโต๊ะแล้วเอนหลังไปกับพนักดวงตาจ้องตรงไปที่เขาอีกครั้งคราวนี้ไม่มีเบือนหน้าอีกต่อไป เธอปล่อยให้เขาเห็นว่ารู้สึกอะไร

    แล้วเธอก็ลุกขึ้น ยืดตัวเบาๆคล้ายกำลังจะเดินออกไปจากตรงนี้ แต่ก่อนจะก้าวพ้นโซฟาลลินหันกลับไปสบตาเขาอีกครั้ง พร้อมแววตาที่ไม่มีคำถามใดอีกมีเพียงประโยคเดียวที่ชัดเจนว่า ถ้ากล้า... ก็ตามมา

     

    ฝีเท้าของเธอช้าแต่มั่นคง เดินแทรกผ่านกลุ่มคนในเลานจ์โดยไม่หันกลับไปมองไม่มีคำพูดหรือสัญญาณใดจากเขา แต่ลลินรู้ว่าเขาจะลุกตามเพราะคืนนี้มันไม่มีที่ว่างให้ถอย

    แสงไฟเหนือโถงทางเดินส่องสลัวพอให้เห็นเงาตัวเองบนพื้นหินเธอหยุดที่หน้าห้องน้ำ มองเงาของตัวเองครู่หนึ่งก่อนจะดึงผมทัดใบหู ก้าวเข้าไปโดยไม่มีใครสังเกต

    เสียงน้ำจากก๊อกไหลเบาเธอล้างมืออย่างใจเย็น แล้วเงยหน้ามองกระจก บางอย่างในแววตาตัวเองเปลี่ยนไปไม่ใช่แค่เมา ไม่ใช่แค่ร้อนแต่เป็นสายตาของคนที่พร้อมจะเผาอะไรสักอย่างให้มอดคามือ

     

    เธอหายใจเข้าลึกแล้วผลักประตูออกจังหวะที่เธอเดินออกมานั้น เขายืนอยู่ตรงนั้นแล้วพอดีพิงกำแพงหินเย็นใต้แสงส้มหม่น ไม่เอ่ยอะไรสักคำ แค่สบตาเหมือนรอให้เธอกลับออกมา

    เธอหยุด ยืนนิ่งอยู่ห่างกันเพียงสองก้าวไม่มีบทพูด ไม่มีคำถาม มีเพียงแรงดึงที่รัดแน่นกว่าอากาศรอบตัว จนเธอรู้ว่าตอนนี้มันไม่ใช่เกมแล้ว มันคือจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างที่ไม่อาจย้อนกลับ

     

    เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินเงาวับอย่างมั่นคงลลินเดินออกจากเลานจ์ด้วยท่าทางที่ดูสงบแต่ไฟในอกยังสาดวาบอยู่ทุกวินาทีปลายนิ้วไล้ไปตามต้นแขนเบาๆ คล้ายกำลังปลอบตัวเองให้ช้าลง

    เธอรู้ว่าเขากำลังมองตามแม้ไม่ได้หันหลังกลับไปดู แต่แผ่นหลังของเธอรับรู้ได้ชัดเจนกว่าตาความตึงเครียดที่ติดอยู่บนผิวหนังไม่ได้หายไปตอนที่ลุกจากโต๊ะแต่มันยิ่งแน่นขึ้นทุกย่างก้าว

     

    ห้องน้ำอยู่สุดทางเดินแคบๆสว่างแค่พอประมาณ แยกตัวจากความวุ่นวายของเลานจ์อย่างชัดเจนเสียงแจ๊สกลายเป็นแค่เงา เสียงหัวเราะกลายเป็นเสียงลมหายใจของเธอเอง

    เธอหยุดหน้ากระจก ล้างมือช้าๆไม่ใช่เพราะต้องการความสะอาด แต่เพราะต้องการอะไรสักอย่างที่เย็นเฉียบมาตัดไฟในอกแล้วเธอก็มองตัวเองในกระจกอีกครั้ง

    ดวงตาในเงาสะท้อนไม่ใช่สายตาที่เธอเห็นทุกวันมันเต็มไปด้วยแรงกดดัน แรงดึงดูด แรงเตือน ว่าถ้าเดินกลับไปที่โต๊ะเธออาจพังอะไรบางอย่างลงจริงๆ ในคืนนี้

     

    เสียงรองเท้าส้นสูงดังสะท้อนในโถงยิ่งฟังยิ่งเหมือนจังหวะหัวใจที่เร็วขึ้นลลินเดินกลับมาทางเดิมช้าๆ มือแตะแก้มที่ยังอุ่นเหมือนไฟไม่ยอมมอดเธอไม่เห็นเขาตรงจุดเดิมที่เคยนั่ง

    ข้างในห้องเลานจ์ยังเหมือนเดิมทุกอย่างผู้คนยังคุยกัน เสียงเครื่องดื่มยังริน แต่โต๊ะของเขาว่างเปล่า แค่เห็นภาพนั้นใจเธอเหมือนสะดุดแรงๆ อยู่หนึ่งจังหวะ

    เธอขยับเดินต่อ กลืนน้ำลายลงคอทั้งที่ไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ ความรู้สึกตอนนั้นคือทุกอณูของผิวหนังเหมือนกำลังตั้งคำถามว่า“เขาไปไหน” และ “ยังอยู่ไหม”

     

    จังหวะที่เดินพ้นมุมเสาเธอก็เห็นเขายืนอยู่ตรงโถงทางเดินริมด้านในสุด มือหนึ่งล้วงกระเป๋าอีกข้างพิงผนังหินเงา สายตาเขามองตรงมาที่เธอ ราวกับรู้ว่าจะต้องเจอกันตรงนี้

    ลลินชะงัก ไม่พูดอะไร ไม่ยิ้ม ไม่กระพริบตาเธอเพียงแค่เดินช้าๆ ตรงเข้าไปหาชายคนนั้นจนระยะห่างระหว่างพวกเขาเหลือเพียงแค่คำเดียวในอากาศที่ไม่มีใครพูดมันออกมา

    “คุณตามฉันมาทำไมคะ”เสียงของลลินนุ่มแต่ไม่เบา ใบหน้าเธออยู่ห่างจากเขาไม่ถึงหนึ่งช่วงแขนสายตาที่สบกันไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีการเล่นเชิงมันมีแต่แรงกระทบที่ร้อนเหมือนโลหะกำลังหลอมตัว

    เขายกมุมปากเพียงเล็กน้อยก่อนตอบ“ผมคงนอนไม่หลับถ้าไม่ได้เข้ามาทำความรู้จักเจ้าของรอยยิ้มที่ทำให้ผมละสายตาไม่ได้เลย”คำพูดนั้นไม่ได้ดังนัก แต่กระแทกเข้ากลางอกเหมือนเสียงกระซิบในห้องเงียบ

     

    ลลินยิ้ม ไม่ได้ยิ้มเพราะคำชมแต่เพราะเขาเข้าใจวิธีเลือกคำที่ทำให้เธออยากรู้ว่าต่อจากนี้เขาจะพูดอะไรอีก“ระวังนะคะ คืนนี้อาจจะไม่ได้นอนจริงๆ ก็ได้”เสียงเธอเหมือนยั่วยวนแต่ไม่ใช่แบบอ่อนหวาน มันคือคำเตือนที่พันด้วยไฟ

    เขาไม่พูดอะไรอีกหัวเราะในลำคอเพียงครั้งเดียว แล้วเลื่อนตัวเข้าใกล้อีกนิดกลิ่นตัวเขาผสมกับอุณหภูมิรอบตัวทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกแผดเผาโดยไม่ต้องแตะต้องกันแม้แต่น้อย

    ลลินไม่ขยับหนี ไม่หลบสายตาไม่มีท่าทางหวาดหวั่น ทุกอย่างในตัวเธอคือการยืนยันว่า ถ้าเขาจะก้าวมาอีกเธอจะไม่ถอยสักก้าวเดียวเช่นกัน

    ทุกอย่างรอบตัวเหมือนช้าลงจนเหลือแค่เสียงหัวใจตัวเองลลินรู้ว่าเธอกำลังเดินอยู่บนเส้นที่ไม่มีใครบอกว่าจะพาไปถึงไหนแต่มันเร้าใจเกินกว่าจะถอยราวกับคืนทั้งคืนกำลังรอให้เธอตัดสินใจเพียงแค่ครั้งเดียว

    เธอยืดตัวขึ้นเล็กน้อยจนหน้าอกแทบแตะกับเขาดวงตาไม่ได้เบือนหนีแม้แต่นิดเดียว เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่เคยเงียบเวลาต้องการอะไรและคืนนี้... เธอต้องการเขาอย่างไม่ต้องพูดให้เสียคำ

    “ขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะคะ”เสียงเธอทิ้งไว้เบาๆ เหมือนไม่สำคัญ แต่จังหวะที่หันหลังกลับไปเธอจงใจหันหน้ากลับมาสบตาเขาอีกครั้ง ส่งแววตาที่พูดชัดกว่าทุกคำในโลก

     

    นั่นไม่ใช่คำเชิญชวนแต่คือคำสั่งลับเฉพาะสำหรับคนที่กล้ากล้าพอจะเดินตามเธอไปในที่ที่ไม่มีใครควรจะเห็น ไม่มีใครควรจะรู้ว่าค่ำคืนนี้มันจะร้อนและลึกลงแค่ไหน

    แล้วเธอก็เดินจากไป เสียงส้นสูงค่อยๆห่างออกไปทีละก้าว ทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มที่ยังติดอยู่บนใบหน้าเขา... พร้อมกับไฟที่เพิ่งถูกจุดขึ้นอย่างเงียบงัน