“เ้าที่บินวนไปทั่ว เห็นร้านค้าด้านล่างของสำนักไหม พวกเขาเอาอะไรไปซื้อกัน ข้าก็ไม่อยากขโมยกินหรอก ถ้าเราสามารถซื้อเองได้ จะดีกว่านี้ ข้าไปอยู่แดนมนุษย์มาก่อน พวกเขาใช้ตำลึงในการซื้อจ่าย”
“ไม่ใช่ว่าเ้านั่งไม้กายสิทธิ์ได้ไม่ใช่หรือ กลางคืนเราแอบลงเขาไปดูไหม ตรงที่มีแสงสว่าง ถ้าเ้าไม่อยากให้ใครเห็นหน้า ก็หาผ้ามาปิดไว้”
เซียวเหยาค้นในตัว ชุดที่นางใส่มีชุดเดียว และมีความพิเศษอยู่ในตัว ถึงไม่คิดจะเปลี่ยนหรือหาใหม่
“โอ๊ะ! มีผ้าเช็ดหน้าสีเหลืองอ่อน อยู่ในสาบเสื้อ!” นางลังเลว่าจะไปด้านหลังของสำนักศึกษา แต่ไม่มีอะไรไปซื้อ หรือว่าจะไปห้องครัว
“ถ้าอย่างนั้นไปห้องครัวก่อน กินอิ่มแล้วค่อยไปด้านล่างของสำนัก”
วันนี้เซียวเหยา ไม่ต้องะโไปและวิ่งหลบซ่อนตัวให้เมื่อย แค่ขี่ไม้กายสิทธิ์ไปตามมุมมืด ก็ไปถึงโรงครัวได้อย่างง่ายดาย
“ประตูล็อกอย่างแ่าจริงด้วย พวกเขาห่วงของกินยิ่งกว่าสมบัติล้ำค่าเสียอีก ถ้าจะพังประตูเข้าไปก็รู้กันหมด เข้าตรงประตูไม่ได้ก็หน้าต่าง” เซียวเหยา เดินดูประตูหน้าต่าง ที่ถูกล็อกแ่าเหมือนกัน
“ช่างหวงของกินกันเสียจริง เมื่อวานนี้ข้าก็หยิบไปกิน แค่นิดหน่อยเอง เข้าหน้าต่างไม่ได้ก็ต้องเป็ หลังคา!”
“ผิงผิงเ้าดูต้นทางให้ข้าด้วย” เซียวเหยาค่อยๆ ถอดกระเบื้อง ที่สร้างจากไม้ดินผสมปราณ ที่ค่อนข้างจะยกยาก ต้องใช้พลังในการถอด
“แค่ถอดกระเบื้องแผ่นเดียว แทบหมดแรงแล้ว จากที่จะกินน้อยตอนนี้คงไม่อิ่มแล้ว” นางวางกระเบื้องไว้ข้างตัว ก่อนจะะโลงไปในห้องครัว หยิบขนมใส่ปากครึ่ง อีกครึ่งห่อใส่ผ้าเช็ดหน้า
“แค่นี้น่าจะพอแล้ว ถ้าข้าสามารถซื้อเองได้ จะไม่มารบกวนแล้ว” ไม้กายสิทธิ์ พานางลอยจากพื้นขึ้นมาที่หลังคา แล้วค่อยปีนขึ้น ยกแผ่นกระเื้ัคาไว้ที่เดิม ก่อนจะขี่ไม้เท้ากายสิทธิ์กลับกระท่อม
“ผิงผิงเ้ามากินให้อิ่ม เดี๋ยวเราจะออกไปข้างนอกกัน” ผ้าเช็ดหน้าที่ใส่ขนมมา ถูกสะบัดทำความสะอาด ก่อนจะใช้ปิดหน้า
“ไปกัน! เ้านำหน้าไปก่อนเลย” นกน้อยบินนำหน้าไป ผ่านหุบเขาหลายลูก กว่าจะมาตรงที่มีแสงสว่าง ในเมืองของแดนเซียน เป็เวลาที่ชาวบ้านธรรมดา นอนพักผ่อนกันหมดแล้ว
“มีตรงนี้ที่เดียวที่มีแสงสว่าง พวกเขาค้าขายตอนดึก มีทั้งของกินอาหารอัญมณี ผักผลไม้ก็มี ตลาดกลางคืนอย่างนั้นหรือ” เซียวเหยาเก็บไม้กายสิทธิ์หดให้เล็กลง เสียบไว้ที่เอว เดินดูร้านค้าและฟังเสียงพูดคุยของชาวบ้าน
“ราคานี้ไม่แพงไปหน่อยหรือ สมุนไพรต้นนี้ก็ไม่ได้หายาก สักยี่สิบศิลาิญญาได้ไหม ถ้าได้ข้าจะเอาห้าต้นเลย”
“ก็ได้เห็นแต่ที่เ้าซื้อเยอะ ข้าให้เ้าต้นละยี่สิบศิลาิญญา”
เซียวเหยายืนมอง พวกเขาแลกเปลี่ยนสินค้ากัน ที่ไม่ได้ใช้ตำลึง แต่เป็ก้อนที่มีผนึกพลังอยู่ข้างใน
‘สมุนไพรต้นหนึ่ง ยี่สิบศิลาิญญา แล้วหนึ่งศิลาิญญา ซื้ออะไรได้บ้าง’ นางยืนดูสมุนไพร แล้วแอบจดจำ
“แม่นางน้อยเ้าสนใจสมุนไพรหรือ เห็นมองอยู่นานแล้ว”
“ข้าสนใจสมุนไพร ถ้าเก็บมาขายจะได้ราคาดี เหมือนท่านขายไหม”
“เ้าจะเก็บสมุนไพรมาขายอย่างนั้นรึ มันไม่ได้หาง่ายๆ น่ะ แล้วเ้ารู้จักสมุนไพรหรือ”
“ตอนนี้ยังไม่รู้จัก แต่ถ้ายืนไปอีกสักพักน่าจะรู้จัก”
“ถ้าเ้าสนใจ มาทำการค้ากับข้าก็ได้นะ แค่เ้าเอาตำราสมุนไพร ไปหาสมุนไพรในป่า แล้วเอามาส่งให้กับข้า ไม่ต้องมานั่งขายเอง รับรองว่าข้าจะให้ราคายุติธรรมแก่เ้า ว่ายังไงสนใจไหม”
“ถ้าได้ตำราก็ดี แต่…ตลาดนี้เปิดขายทุกวันไหม”
“ห้าวันเปิดขายครั้งหนึ่ง ข้านั่งขายตรงนี้เป็ประจำ ถ้าเ้าได้สมุนไพรก็เอามาให้ข้าตรงนี้ นี่คือตำราสมุนไพร” เซียวเหยารับตำรามาเปิดอ่านดู
‘อย่างนี้ข้าไม่ต้องรอไปถึงห้าวันหรือ กว่าจะมีศิลาิญญามาซื้อของกิน’
“ตลาดนี้เปิดถึงกี่ยามหรือ เพื่อข้าจะกลับมาใหม่ ในคืนนี้”
“ตลาดเพิ่งเปิดได้ไม่นาน กว่าจะปิดก็ใกล้สว่าง อีกประมาณสองชั่วยามหน่อยๆ เ้าจะกลับมาอีกรึ บ้านเ้าอยู่แถวนี้หรือ ทำไมข้าไม่เคยเห็น เ้ากันล่ะ”
“ข้าเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ เลยไม่เคยมาที่นี่”
“เดี๋ยวข้าจะกลับมาใหม่ในไม่ช้านี้ ขอยืมตำรานี้ให้ไปก่อน” เซียวเหยาถือตำราเดินออกมาจากตลาด
“ตำรานี่มีราคา ลุงคนขายกลับให้มา แสดงว่าข้าท่าทางไว้ใจได้ นับว่ามองคนออก”
“ผิงผิงเ้าเคยเห็น สมุนไพรตามตำรานี้ไหม” นางอาศัยแสงไฟ ในตลอดเปิดตำราให้นกน้อย ที่เกาะอยู่บนไหล่ดู
“ข้าเคยเห็นบางต้นในตำรานี้ อยู่แถวตีนเขาของสำนัก เ้าจะไปดูไหม” ทั้งคู่อยู่ในป่ามานาน ไม่ได้กลัวเื่ความมืด แต่อย่างใด
“ไปสิไปดูกัน ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีของกิน ไปอีกหลายวัน” เซียวเหยาเดินมาที่ลับตา เอาไม้กายสิทธิ์ออกมา ขี่กลับไปสำนักเหยี่ยวฟ้า
“ถ้าเดินเฉยๆ ไม่เท่าไหร่ แต่มองหาสมุนไพร มองไม่ถนัดเลย เ้ามองเห็นไหมผิงผิง”
“ตอนเป็ดวงจิต ข้าเหมือนจะใช้ไฟได้ ลองดู”
แป๊ะ! เสียงดีดนิ้วดังขึ้น พร้อมกับไฟที่ปลายนิ้วมือด้านขวา
“ไฟใช้ได้ มองเห็นแล้ว ผิงผิงเ้ามองเห็นไหม ถ้าไม่เห็นข้าจะเพิ่มแสงสว่างขึ้น” แสงสว่างที่มองเห็นได้แค่ หนึ่งจั้ง (3.3เมตร)
“ถ้าเพิ่มได้ก็ดี จะได้มองกว้างขึ้น” เซียวเหยาเลยเพิ่มแสงไฟขึ้นอีกเท่าตัว เดินหาสมุนไพรอยู่ตีนเขา ห่างจากทางถนน ที่ชาวบ้านใช้สัญจรประมาณสิบลี้
“รีบช่วยกันหาดู ได้สักต้นสองต้นก็ยังดี เอาไปขายตอนนี้ จะได้มีศิลาิญญาซื้อของกินมาเก็บไว้” เซียวเหยา เดินหาตามที่นกน้อย บอกจุดไว้
“ถ้าไม่กลัวถูกกล่าวหาว่าเป็ขโมย ข้าจะไปเก็บสมุนไพรที่สำนักปลูกไว้ ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย จะได้ไม่ต้องมาส่องหาในป่าแบบนี้”
“อยู่ตรงนี้! สมุนไพรในรูปอยู่ตรงนี้ เ้าเอาไฟมาส่องดู” เสียงนกน้อยดังขึ้นด้วยความดีใจ
เซียวเหยารีบเดินไปดู เจอสมุนไพรตามรูป จะแตกต่างกันบ้างตรงที่ รูปสีขาวดำเป็แบบร่าง แต่สมุนไพรมีสีสันกว่า “มันน่าจะใช่ ก้านกิ่งใบคล้ายกัน ดูเหมือนจะมีอยู่สามต้นเก็บไว้ให้หมด”
“กลับไปที่ตลาดกันเถอะ จะได้รีบกลับมาพักผ่อน” เซียวเหยาขี่ไม้กายสิทธิ์ นำหน้านกน้อยออกจากป่าไป
“โอ้แม่นางน้อย เ้ามาแล้ว! ข้ารู้แล้วว่าบ้านเ้าไม่ไกลจากที่นี่ ไหนข้าดูสมุนไพร ที่เ้าเก็บมาหน่อย”
“ข้าได้มาแค่สามต้นเอง ข้ากลัวตลาดจะปิดก่อนเลยรีบกลับมา” นางพูดพร้อมกับเอาสมุนไพรออกมาจาก ด้านหลังที่นางซ่อนไว้
“ข้าไม่รู้ว่า มันเป็สมุนไพรที่ท่าน้าไหม แต่มันมีรูปอยู่ในหนังสือ”
“สมุนไพรฝูหลิงแดง หายากปานกลาง ขายอยู่ต้นละยี่สิบห้าถึงสามสิบ ข้าให้เ้าต้นละยี่สิบก็แล้วกัน ถ้าเ้าอยากได้สมุนไพรที่ราคาดี ต้องหาตามแถวหน้าตำราท้ายเล่ม”
“ข้าชื่อเหอเป่า เ้าเรียกข้าว่าลุงเป่าก็ได้ นี่ศิลาิญญาหกสิบก้อน”
“ข้าเซียวเหยา ข้าจะลองตามหาสมุนไพรท้ายเล่มดู” นางรับถุงใส่ศิลาิญญา มาด้วยความดีใจ ก่อนจะกล่าวลาลุงเป่า เดินหาซื้อของกิน
‘ศิลาิญญาหนึ่งก้อน ซื้อขนมได้หลายอย่างเลย ถ้าซื้อไปเยอะจะกินไม่ทัน ถ้าหมดแล้วค่อยซื้อ จากตลาดข้างนอกก็ได้’
“ผิงผิงกลับกันเถอะ หรือว่าเ้าอยากกินอย่างอื่นอีก” เซียวเหยามองตาม สายตาของนกน้อยไป เจอผลไม้สีแดงลูกเล็ก วางขายอยู่
“เ้าอยากกินหรือ รูปร่างหน้าตามันก็แปลก ไม่เคยเห็นในป่าอสูร หรือป่าสีเขียวที่เราอยู่ มันอาจจะเป็ผลไม้แดนเซียน” เซียวเหยาเดินเข้าไปถามราคา
“ผลไม้หนึ่งพวงราคา ห้าศิลาิญญา ผลไม้นี่หายากต้องเข้าไปหาในป่าลึก ปลูกไม่ขึ้น ใช้เวลาหลายปีกว่าจะออกลูกออกผล ต้นหนึ่งก็มีไม่กี่พวงเอง เดี๋ยวหมดฤดูก็ไม่ได้กินแล้ว รับรองเ้าซื้อไปคุ้มค่าแน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้นข้าเอาหนึ่งพวง ป่าลึกที่ว่าป่าแถวนั้นหรือ ข้าอยากรู้เท่านั้น ว่ามันหายากแค่ไหน”
“เ้าอย่าบอกใครนะแม่หนู มันต้องเดินทางไกล เกือบถึงสำนักเหยี่ยวฟ้า เพียงแต่มันอยู่ด้านหลังเท่านั้น ไม่ค่อยมีใครเข้าไปมันอันตราย ข้าก็ไม่ได้เข้าไปเองหรอก มีคนที่พอมีฝีมือ เข้าไปหามา”
“อ๋อเ้าค่ะ! มันหายากจริงด้วย” นางพูดพร้อมส่งศิลาิญญาห้าก้อนไปให้
“ผิงผิงกลับได้แล้ว เ้าได้ยินที่พ่อค้าพูดใช่หรือไม่ ถ้าอยากกินก็ต้องไปหา ูเาด้านหลังของสำนักเหยี่ยวฟ้า”
เซียวหลานและผิงผิงกลับมาถึงที่พัก ก็เป็เวลากลางดึกแล้ว
“กินกันเถอะจะได้แยกย้ายกันไปพักผ่อน ต้องเอาไปซ่อนอาจารย์อีก เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเจอจะถามเยอะ”
“อืม! รสชาติอร่อยกว่าห้องครัวทำเสียอีก ผลไม้ก็อร่อยมีรสออกหวานอมเปรี้ยวนิดหน่อย เ้ามีเวลาก็อย่าลืมออกไปหา ถ้าเ้าเก็บไม่ได้ ก็มาเรียกข้า ตอนอาจารย์ไม่อยู่ เราจะได้ออกไปเก็บกัน”
หลังอยากกินอิ่มแล้ว นางถึงได้หันมานั่งโคจรพลัง ก่อนจะนอนหลับ
“เซียวเหยาตื่นได้แล้ว อาจารย์มาแล้ว ทำไมถึงนอนยังไม่ตื่นอีก รีบออกมาเรียนวิชาเดี๋ยวนี้ อาจารย์อยู่ได้ทั้งวัน ไม่มีธุระต้องไปทำ”
“อาจารย์มาแล้วหรือเ้าคะ ข้ามัวแต่นั่งโคจรพลัง เผลอหลับไปตอนรุ่งเช้านี่เอง”
“อืม! เ้าขยันก็ดีแล้ว วันนี้อาจารย์จะสอนใช้ไม้เฆี่ยนิญญา มารปีศาจชั่วร้าย ที่มนุษย์ทั่วไปมองไม่เห็นตัว”
นับั้แ่นั้นมา อาจารย์เหวินฟู่มาสอนทุกเช้า จนถึงค่ำ มีแต่…สอนเฆี่ยนตี เหล่าิญญาชั่วร้ายปีศาจมาร สัตว์อสูรมนุษย์
“อาจารย์บอกว่าไม้กายสิทธิ์ สู้ระดับเซียนก็ได้ ไม่เห็นสอนข้าเลยเ้าค่ะ ให้เฆี่ยนตีแต่ปีศาจมาร ซึ่งอยู่ไกลตัว”
“เราให้เ้าใช้ไหมกายสิทธิ์ ให้คล่องแคล่วกว่านี้ก่อน นั่นเป็วิชาค่อนข้างระดับสูง ต้องใช้ทั้งพลังและแรงกาย ในการฟาดฟันต่อสู้ อีกสักสามวันอาจารย์จะสอนเ้า”
“วันนี้อาจารย์ต้องรีบกลับ มีงานที่ต้องไปทำ เ้าก็อยู่ฝึกฝนต่อ อย่าได้ี้เี อีกไม่นานต้องออกไปทำภารกิจ พร้อมกับลูกศิษย์ในหอ เ้ามาทีหลังเพื่อนต้องขยันฝึก ที่อาจารย์แยกเ้ามาไว้ตรงนี้ เพราะว่าถ้าไปเรียนในห้อง จะไม่ทันพวกเขา”
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะท่านอาจารย์ ข้าจะขยันฝึกฝนให้ตัวเองเก่งทันเพื่อน ให้ได้แน่นอนเ้าค่ะ!”
ที่เขาแยกเด็กสาวมาไว้ที่กระท่อม เพราะว่าไม่มีที่มาที่ไป เจอนางอยู่แค่ในป่า เพราะเขาตามกลิ่น และพลังเทพไป แต่ว่าหาจนทั่วป่าแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ เจอแค่เด็กสาวผู้นี้ เขาสงสารหลงอยู่ในป่า เลยรับมาเป็ลูกศิษย์คนแรก
เพราะความที่เหวินฟู่ ไม่ได้เป็มนุษย์หรือเซียน จึงเลี้ยงลูกศิษย์แบบทิ้งขว้าง ไม่ได้สนใจความเป็อยู่มากนัก สอนแค่วิชาความรู้ให้เท่านั้น
“ผิงผิงอาจารย์กลับไปแล้ว ไปหาสมุนไพรกันเถอะ วันนี้ตลาดกลางคืนเปิด ต้องเอาสมุนไพรไปส่งให้ลุงเป่า ได้สักต้นก็ยังดี ให้สมกับเอาตำราเขามาหน่อย อีกอย่างหนึ่งขนมหมดแล้ว”
“ถึงจะมีศิลาิญญาอยู่ แต่ไม่ได้ออกไปซื้อเลย อาจารย์ก็เหมือนรู้ อยู่สอนถึงเย็นทุกวัน ต้องไปวันนี้แหละ”
“ต้องแอบออกไปด้านหลัง เดินออกไปสักพักหนึ่ง แล้วค่อยขี่ไม้กายสิทธิ์ เดี๋ยวคนที่สำนักเหยี่ยวฟ้าจะเห็นเข้า” เดินที่ว่าก็คือทะยานตัว ไปตามบนต้นไม้ เหมือนที่เคยทำอยู่ในป่า