“ท่านหญิงจินเยว่! ท่านก็อยู่ที่นี่เหมือนกันหรือ ช่างบังเอิญจริงๆ” ฉินซีหลินหันไปมองซ่งอี้เซวียนอย่างเอียงอาย “ซื่อจื่อก็อยู่ที่นี่เหมือนกันหรือเ้าคะ ข้าไม่ทันสังเกต ต้องขออภัยด้วยนะเ้าคะ”
ซ่งอี้เซวียนไม่ตอบ เขาทำเมินเหมือนว่าไม่ได้ยินคำพูดของฉินซีหลินเลยแม้แต่น้อย
จูจื้อโหยวเห็นสีหน้าที่บ่งบอกถึงความรำคาญของพี่ชายทำให้นางอดที่จะนึกไปถึงอดีตของตนเองไม่ได้ คนเราต่อให้สวยหยาดฟ้ามาดินหรือต่อให้ร่ำรวยจนล้นฟ้า แต่ถ้าใจเขาไม่ชอบก็คือไม่ชอบสินะ ชีวิตที่แล้วนางยอมทุ่มเททุกอย่างให้อดีตคนรักอย่างสุดกำลัง สุดท้ายเขาก็ทิ้งนางไปมีคนอื่นอยู่ดี
ฟู่ซีซวนเห็นภรรยาที่อยู่ดีๆ ก็หน้าเครียดขึ้นมา เขาเอื้อมมือไปจับมือภรรยาไว้ “เ้าเป็อะไรหรือเปล่า”
จูจื้อโหยวสบตากับฟู่ซีซวน ซึ่งก็น่าแปลก นางเพิ่งรู้จักกับผู้ชายคนนี้ไม่นาน แต่ทำไมนางถึงรู้สึกดีและไว้ใจเขาได้มากมายขนาดนี้ หรือนางจะได้พบรักแท้แล้วจริงๆ “ไม่มีอะไรเ้าค่ะ แค่รู้สึกว่าคุณหนูฉินคนนี้น่าสนใจมากทีเดียว”
“น่าสนใจอะไรกัน น่ารำคาญเสียมากกว่า” ซ่งอี้เซวียนพูดขึ้นมาอย่างไม่เห็นด้วย เพราะเขายืนอยู่ไม่ไกลจากทั้งคู่ ทำให้ได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่อย่างชัดเจน “พวกเ้าอย่าคิดว่าพี่ชายของเ้าเป็คนไม่ดีที่ไม่รักษาน้ำใจสตรี แต่แม่นางคนนี้ไม่ใช่คนอ่อนโยนอย่างที่พวกเ้าเห็น สตรีที่ข้ารังเกียจที่สุดก็คือสตรีหลายหน้าอย่างนาง”
จูจื้อโหยวกับฟู่ซีซวนหันไปมองซ่งจินเยว่อย่างขอความเห็น พวกเขาไม่เคยเห็นพี่ใหญ่ทำท่าทางรังเกียจใครมากขนาดนี้มาก่อน
“เอาไว้กลับจวนแล้วข้าจะเล่าให้พวกท่านฟังนะเ้าคะ” ซ่งจินเยว่กระซิบบอก
“โอว...ไม่คิดว่าฉีอ๋องซื่อจื่อก็อยู่ที่นี่ด้วย เป็เพราะธุระของข้า ทำให้พวกท่านต้องเดือดร้อนเสียแล้ว เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน ข้าจะเลี้ยงน้ำชาพวกท่านเพื่อเป็การไถ่โทษดีหรือไม่” ฉินซีหลางเดินเข้ามาทักซ่งอี้เซวียน เขากวาดสายตามองไป สุดท้ายสายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่จูจื้อโหยว แม่นางน้อยที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน หากเทียบกับซ่งจินเยว่แล้ว จูจื้อโหยวดูโตกว่าและมีเสน่ห์ของความเป็ผู้ใหญ่มากกว่า
ฉินซีหลางเป็ผู้ชายเ้าชู้คนหนึ่ง ถึงแม้เขาจะพอใจในความงามของซ่งจินเยว่ แต่เพราะนางเป็บุตรสาวของอ๋องฉี เขาไม่อาจล่วงเกินอ๋องฉีได้ แต่กับแม่นางที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานี้ไม่เหมือนกัน ฉินซีหลางคิดว่าจูจื้อโหยวเป็เพียงสาวใช้ของซ่งจินเยว่ เขาจึงมองสำรวจจูจื้อโหยวอย่างไม่คิดจะเกรงใจ
ฟู่ซีซวนคิดที่จะเดินมาบังภรรยาเขาไว้ แต่ซ่งอี้เซวียนเร็วกว่า กลายเป็เวลานี้ทั้งจูจื้อโหยวและฟู่ซีซวนกลับยืนอยู่ด้านหลังซ่งอี้เซวียนแล้ว
“ขออภัยที่ข้าต้องปฏิเสธ ที่จวนยังมีธุระให้ต้องจัดการ พวกข้าคงต้องขอตัวก่อน” ซ่งอี้เซวียนปฏิเสธคำเชิญ
“ซื่อจื่อ...หรือว่าท่านไม่คิดที่จะให้เกียรติข้าเช่นนั้นหรือ แค่เลี้ยงน้ำชาครู่เดียวคงไม่ทำให้ท่านเสียเวลาไปมากขนาดนั้นหรอกกระมัง หรือไม่เช่นนั้นก็เห็นแก่มิตรภาพของน้องสาวเราสักหน่อยเป็ไร ไม่ใช่ว่าท่านหญิงจินเยว่กับซีหลินน้องสาวของข้าเป็สหายร่วมเรียนที่สำนักศึกษาหญิงด้วยกันหรอกหรือ” ฉินซีหหลางยังพูดอย่างอารมณ์ดี ความตั้งใจของเขาเวลานี้จะต้องทำความรู้จักกับจูจื้อโหยวให้ได้ หากจูจื้อโหยวเป็เพียงสาวใช้อย่างที่เขาคิด แค่เขาเสนอตำแหน่งอนุให้ ไม่แน่แม่สาวใช้หน้าสวยผู้นี้ต้องยอมตกลงเป็แน่ เพราะไม่มีผู้หญิงคนใดอยากเป็สาวใช้คอยรองมือรองเท้าเ้านายไปตลอดชีวิตหรอก
“นั่นสิท่านหญิงจินเยว่ อย่างน้อยเราสองคนก็เป็สหายร่วมสำนักเดียวกัน ท่านให้เกียรติไปดื่มน้ำชากับข้าสักหน่อยได้หรือไม่ ชวนซื่อจื่อไปด้วยก็ได้ ข้าไม่ถือสากับเื่นี้หรอก อีกอย่างพี่ชายข้าก็จะไปกับเราด้วย ไม่มีใครกล้าว่าร้ายพวกเราแน่นอน” ฉินซีหลินสนับสนุนคำพูดของพี่ชาย
“หากข้าปฏิเสธคำเชิญของเ้าแล้วเ้ามีสิทธิ์อะไรมาถือสา ตัวข้าเป็ถึงท่านหญิงของจวนอ๋อง ทั้งยังเป็ถึงหลานสาวของฝ่าา คำที่เ้าพูดมาควรเป็ของข้ามากกว่าไม่ใช่หรือ” ซ่งจินเยว่ตอบกลับอย่างไม่เกรงใจ
“ท่านหญิงกำลังดูถูกตระกูลฉินของเราหรือ” ฉินซีหลางหุบยิ้มในทันที
“ไม่ได้ดูถูก ข้าแค่พูดความจริง” ซ่งจินเยว่ยังตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน
“เยว่เอ๋อ เ้าไม่ควรพูดกับคุณชายฉินและคุณหนูฉินเช่นนี้ ท่านพ่อไม่เคยสอนให้เราพูดจาดูถูกผู้อื่น เ้าขอโทษพวกเขาเดี๋ยวนี้” ซ่งอี้เซวียนสั่งน้องสาวเสียงเข้ม เพราะสิ่งที่เขาพูดล้วนเป็ความจริง บิดาไม่เคยสอนให้คนในจวนพูดจาดูิ่ผู้อื่น ครั้งนี้เขาจำเป็ต้องสั่งให้น้องสาวขอโทษ หากไม่แล้วบิดาทราบเื่นี้เข้า น้องสาวต้องถูกบิดาสั่งลงโทษรุนแรงกว่านี้แน่
ซ่งจินเยว่รู้ว่าตนเองพูดผิดไปแล้วจริงๆ เมื่อครู่เป็นางที่ผิดเองที่ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ดี “ข้าขอโทษ”
ฉินซีหลางยิ้มและกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ฉินซีหลินชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน
“ท่านหญิงไม่จำเป็ต้องขอโทษเรา อย่างไรเราก็เป็สหายกัน เื่แค่นี้ข้าไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ว่าแต่ท่านหญิงกับซื่อจื่อจะไปดื่มชากับเราก่อนหรือไม่” ฉินซีหลินยังมองไปที่ซ่งอี้เซวียนไม่วางตา
“วันนี้ที่จวนยังมีธุระ คงไปดื่มชากับเ้าไม่ได้” ซ่งจินเยว่ตอบ ก่อนที่นางจะหันไปพูดกับพี่ชาย “ข้าขอขึ้นไปรอบนรถม้าก่อนนะเ้าคะพี่ใหญ่ พอดีรู้สึกไม่สบายนิดหน่อย สงสัยจะยืนตากลมนานไป”
ฉินซีหลางเห็นซ่งจินเยว่ขึ้นรถม้าไปแล้ว แต่จูจื้อโหยวยังยืนอยู่ที่เดิม เขายิ้มกรุ้มกริ่มแล้วหันไปพูดกับนาง “เ้าชื่ออะไร ทำไมไม่ตามไปดูแลท่านหญิง ไม่ปฏิบัติหน้าที่สาวใช้ให้ดี ไม่อยากเป็สาวใช้แล้วหรือ”
“คุณชายฉินโปรดสำรวมกิริยาด้วย นี่คือน้องสะใภ้ของข้า” ซ่งอี้เซวียนพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ ทั้งยังจงใจใช้ตัวบังจูจื้อโหยวให้พ้นจากสายตาของฉินซีหลางมากกว่าเดิม
“น้องสะใภ้?” ฉินซีหลางขมวดคิ้ว ผู้ติดตามของเขาจึงมากระซิบบางอย่าง ก่อนที่เขาจะหันไปมองฟู่ซีซวน “นี่คงเป็คุณชายรองใช่หรือไม่ ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าฉินซีหลาง บุตรชายคนโตของอัครเสนาบดีฝ่ายขวา”
“คุณชายฉินให้เกียรติข้าเกินไปแล้ว ข้าเป็เพียงบุตรชายบุญธรรมของท่านพ่อ ท่านไม่จำเป็ต้องลดตัวลงมาทักทายข้าอย่างสุภาพเช่นนี้” ฟู่ซีซวนตอบออกไปอย่างรู้ความหมายในการแนะนำตัวอันใหญ่โตของฉินซีหลางว่าอีกฝ่าย้าจะกดข่มสถานะของเขา
“คุณชายรองอย่าเข้าใจเจตนาของข้าผิดไปสิ ข้าแค่กลัวว่าเ้าจะไม่รู้ว่าข้าเป็ใครเท่านั้นเอง แต่ว่า...เ้าไม่คิดที่จะแนะนำฮูหยินของเ้าให้ข้ารู้จักสักหน่อยหรือ”
“ข้ากับน้องๆ ยังมีธุระที่จวน ขออภัยที่พวกเราคงต้องขอตัวก่อน” ซ่งอี้เซวียนพูดตัดบท
“เช่นนั้นก็เชิญซื่อจื่อ” ฉินซีหลางโค้งให้กับซ่งอี้เซวียน แต่สายตาของเขากลับชำเลืองมองจูจื้อโหยวไม่วางตา
รอจนกระทั่งรถม้าของจวนอ๋องฉีทั้งสองคันลับไป ฉินซีหลางจึงยิ้มขึ้นมาแล้วหันไปพูดกับน้องสาว “เ้าเคยเจอแม่นางคนนั้นมาก่อนหรือไม่”
“เคยเจอเ้าค่ะ ตอนนั้นข้าตั้งใจจะไปเยี่ยมท่านหญิงจินเยว่ที่จวน แต่เป็เพราะนางมาขวาง ทำให้ข้าเข้าจวนอ๋องไม่ได้” ฉินซีหลินตอบอย่างไม่พอใจ นางพูดไม่ได้หรอกว่าเป็ซ่งจินเยว่ต่างหากที่ไม่อนุญาตให้นางเข้าพบเพราะนางไม่มีเทียบเชิญ คุณหนูตระกูลใหญ่ส่วนมากเมื่อจะไปพบกันต้องมีเทียบเชิญก่อน แต่วันนั้นนางถือวิสาสะไปขอพบท่านหญิงที่จวนโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า หากบิดาหรือพี่ชายรู้ พวกเขาต้องตำหนินางแน่ เช่นนั้นก็โยนความผิดให้กับจูจื้อโหยวไปก็แล้วกัน
“นางมีนิสัยเช่นนั้นจริงหรือ?”
“ผู้ชายอย่างท่านจะไปรู้อะไร เดิมนางก็เป็แค่สามัญชน พอถูกท่านอ๋องฉียกย่องขึ้นหน่อยก็มาทำตัวเย่อหยิ่ง ข้าจะคอยดูว่าหากมีการจัดงานในสังคมชั้นสูง นางจะได้รับเชิญหรือเปล่า”
“เช่นนั้นก็ไม่น่าจะเข้าถึงยากสินะ” ฉินซีหลางยิ้มกริ่มอยู่ในใจ หากจูจื้อโหยวเป็อย่างที่น้องสาวของเขาบอกมา แสดงว่านางก็ไม่ต่างจากสตรีทั่วไปที่เห็นแก่เงินทองและลาภยศ เป็ฮูหยินของคุณชายรองจวนอ๋องแล้วอย่างไร ในเมื่อคุณชายรองผู้นั้นมีสถานะเป็เพียงบุตรชายบุญธรรมเท่านั้น จะเทียบกับเขาที่เป็ถึงคุณชายใหญ่ซึ่งเป็ผู้สืบทอดสายหลักของตระกูลฉินได้อย่างไร ตำแหน่งอนุลำดับที่สิบของเขาคงทำให้นางพอใจได้แน่นอน
“ท่านกำลังยิ้มอะไรอยู่หรือพี่ใหญ่” ฉินซีหลินถามพี่ชายเมื่อเห็นเขาเอาแต่ยิ้มและไม่พูดกับนาง
“เ้ายังอยากให้ซื่อจื่อหันมาสนใจเ้าอยู่หรือเปล่า”
“พี่ใหญ่มีวิธีใดจะแนะนำข้าหรือเ้าคะ”
“เ้านี่นะช่างไม่รู้จักสังเกตอะไรบ้างเลย เ้าไม่เห็นหรือว่าซื่อจื่อดูจะให้ความสำคัญกับจูจื้อโหยวไม่ต่างจากท่านหญิงซินเยว่ ในเมื่อเ้าอยากมีโอกาสใกล้ชิดกับซื่อจื่อ หากเ้าเข้าทางท่านหญิงไม่ได้ เ้าก็ต้องเปลี่ยนมาเข้าทางจูจื้อโหยวแทน ดังนั้นเ้าต้องเริ่มตีสนิทกับนางให้ได้”
“วิธีนี้จะได้ผลหรือเ้าค่ะ แต่ข้าบอกตามตรงนะว่าข้าไม่อยากลดตัวไปเสวนากับนาง”
“แล้วเ้ามีวิธีไหนที่จะทำให้ซื่อจื่อหันมาสนใจเ้าบ้างเล่า ถ้าไม่มี...เ้าก็ลองเอาวิธีของข้าไปทบทวนดู”