ตอนที่ 7 : วิถีพยัคฆ์ซ่อนเร้น ในอุโมงค์มืดมิด
แรงกดดันจากผู้าุโลำดับสามดั่งขุนเขาที่ถล่มทลายลงมาหมายบดขยี้ร่างของอวิ๋นเซียวให้แหลกลาญอวิ๋นเซียวที่อาศัยจังหวะความโกลาหลพุ่งกายเข้าสู่ความมืดมิดภายในวิหารบรรพชนลมหายใจของเขาหอบถี่ระรัว โลหิตข้นคลั่กไหลทะลักจากาแภายในเส้นชีพจรทั่วร่างปวดร้าวราวกับถูกเปลวเพลิงนรกแผดเผาอย่างมิหยุดหย่อนทว่าในยามคับขันเช่นนี้ เจดีย์หมื่นวิถีที่ซ่อนเร้นในห้วงจิตกลับสั่นไหวสอดประสานเข้ากับกลิ่นอายโบราณที่อบอวลอยู่ในวิหารแห่งนี้อย่างน่าประหลาด
"เ้าเด็กโง่ อย่าได้หยุดพัก!พวกนิกายเงากลืนดาราและสุนัขรับใช้ตระกูลอวิ๋นกำลังล้อมรอบวิหารไว้หมดสิ้นแล้วหากเ้าเร่งเข้าสู่ชั้นใต้ดินของวิหารบรรพชน ที่นั่นมีค่ายกลเคลื่อนย้ายโบราณอยู่หากใช้มัน เ้าอาจพอมีทางรอดชีวิตไปได้บ้าง!" เสียงของหลิงทงดังขึ้นในโสตประสาทมันแม้ปากร้ายแต่แฝงด้วยความกังวลอย่างยิ่ง
อวิ๋นเซียวไม่รอช้าเขาฝืนทนต่อความเ็ปอันมหาศาลกัดฟันฝ่าความมืดมิดภายในอุโมงค์ที่ทอดตัวลึกลงไปใต้พื้นพิภพอากาศเบื้องล่างนี้เบาบางและเย็นเยียบประหนึ่งอยู่ในห้วงอเวจี ทันใดนั้นสายตาของเขาก็เหลือบเห็นแสงเรืองรองจางๆ จากอักขระโบราณที่สลักอยู่บนผนังหิน มันคือวิชาจารึกระดับมนุษย์ขั้นสูงที่สาบสูญไปนานนับศตวรรษ"ค่ายกลสะกดเงา"
ชายหนุ่มหยุดชะงักฝ่ามือที่สั่นเทาััลงบนผนังหินปราณหลอมภพในกายกระเพื่อมไหวตอบสนองต่ออักขระเ่าั้อย่างรุนแรงราวกับว่าเจดีย์หมื่นวิถีในจิตของเขากำลังกลืนกินและหลอมรวมวิชาจารึกนี้เข้าเป็หนึ่งเดียวความรู้เื่การจัดวางค่ายกลที่ซับซ้อนหลั่งไหลเข้าสู่สมองดุจสายน้ำเชี่ยวเขาตระหนักได้ในทันทีว่า หากตนสามารถจารึกค่ายกลนี้ลงบนร่างได้ความสามารถในการพรางกายและตบตาผู้ฝึกตนขั้นเปิดชีพจรย่อมไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไป
ทว่าเวลาหาได้เข้าข้างเขาไม่เสียงฝีเท้าหนักแน่นของเหล่าศิษย์ตระกูลอวิ๋นเริ่มดังใกล้เข้ามาจากเบื้องบนพร้อมกับกลิ่นอายพลังปราณที่เปี่ยมด้วยเจตนาสังหารที่แผ่พุ่งลงมาอวิ๋นเซียวหรี่ตาลง แววตาอันเรียบนิ่งดุจน้ำค้างแข็งฉายแววตัดสินใจเด็ดขาดเขาไม่ได้เลือกที่จะหลบหนีเพียงอย่างเดียวแต่กลับดึงหินิญญาก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในถุงมิติออกมามือหนาตวัดเขียนอักขระลงบนพื้นหินด้วยปราณหลอมภพที่เข้มข้นถึงขีดสุดเขาคิดจะเปลี่ยนอุโมงค์แห่งนี้ให้กลายเป็สุสานของพวกมัน!
"มาสิ... หากพวกเ้าปรารถนาชีวิตข้านักก็จงลองเข้ามาลิ้มรสความตายในค่ายกลที่ข้าสร้างขึ้นนี้ดู!"
เสียงกระซิบอันแ่เบาดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดสิ้นคำพูด อักขระสีทองบนผนังพลันสว่างวาบขึ้นแสงสว่างนั้นมิใช่เพียงแค่การเรืองแสงแต่มันคือการเปิดประตูสู่ห้วงมิติที่บิดเบี้ยวร่างของอวิ๋นเซียวจางหายไปในเงามืดดุจภูตผีในขณะที่เสียงประตูกลของวิหารบรรพชนถูกพังทลายลงมาด้วยแรงปราณมหาศาลของผู้มาเยือน!