หลังจากที่เอกเสนอสิ่งต่างๆ เสร็จเขาก็กลับเข้าห้องของเขา สิ่งที่เขาเสนอไปนั้นแน่นอนว่าอยากให้ความเป็อยู่ของครอบครัวดีขึ้น ไม่ต้องลำบากไปรับจ้างทำงานให้คนอื่นอีก
แน่นอนว่าสิ่งที่เขาพึ่งพูดเมื่อสักครู่ก็เป็งานที่เหนื่อยไม่แพ้กัน แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราทำงานให้ตัวเราเอง เราอยากพักเมื่อไหร่ก็พัก อยากหยุดเมื่อไหร่ก็หยุด ไม่มีใครมาห้าม หรือต่อว่าเราที่หยุดงานเหมือนไปทำงานให้คนอื่น
ที่สำคัญที่สุดก็คือผลตอบแทนมันมากกว่าไปทำให้คนอื่นหลายเท่าตัว!
ถ้าเป็คุณอยากทำของตัวเอง หรืออยากทำงานรับจ้างให้คนอื่นล่ะ?
แม้การทำเกษตรผสมผสานกับการเลี้ยงสัตว์จะเป็งานที่เหนื่อยเอามากๆ แต่มันก็ทำให้สภาพความเป็อยู่ของครอบครัวดีขึ้น สุดท้ายท้ายสุดเอกไม่ยอมให้ครอบครัวของเขาต้องลำบากอย่างนี้ไปตลอดแน่นอน...
นี่เป็เพียงแค่การเริ่มต้นสู่ความร่ำรวยที่แท้จริงเท่านั้น!
..
ภายในห้องนอนของเอก ตอนนี้เขานั่งอยู่บนโต๊ะใช้นิ้วเคาะเบาๆ คล้ายกับกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ ผ่านไปสักพักเขาก็จดบันทึกลงในกระดาษรายงานเป็บางครั้ง
ดูเหมือนว่าในตอนนี้เอกเริ่มจะเขียนนิยายเก็บไว้แล้ว..
เอกไม่อยากปล่อยให้เวลามันผ่านเรื่อยๆ จนเสียเปล่า อย่างน้อยก็ต้องหาอะไรสักอย่างทำ ต้องกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา จะี้เีไม่ได้ เดี๋ยวมันจะติดเป็นิสัย
ดังนั้นการเขียนนิยายเก็บไว้ก็เป็อันตอบโจทย์ของเขาพอดี
...เตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อม ย่อมดีกว่าทุกอย่างพร้อมแต่เรายังไม่ได้ทำอะไร...
เวลาผ่านพ้นไปอีกวัน วันนี้เอกก็วิ่งออกกำลังกายเช่นเดิม สิ่งที่เพิ่มเติมจากการวิ่งก็คือซิทอัพและก็สควอช น่าเสียดายที่เขาหาที่ดึงข้อแถวๆ นี้ไม่ได้
พอเอกออกกำลังกายเสร็จก็เป็เวลาเจ็ดโมงเช้าพอดี เขารีบอาบน้ำแล้วแต่งชุดนักเรียนไปรอรถรับส่งที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน
พูดถึงรถรับส่งแล้วเอกก็รู้สึกสงสารพ่อกับแม่ที่ต้องจ่ายค่ารถเดือนละแปดร้อยบาท สำหรับเขากับพี่น้ำทั้งสองคน ในอดีตพวกท่านต้องลำบากมากเพื่อที่จะให้พวกเราได้เรียนหนังสือ...
แต่ทุกอย่างไม่เป็อย่างเดิมอีกต่อไปแล้ว อะไรที่เราแบ่งเบาได้เราก็จะช่วย!
ต่อมาไอ้เจมส์กับไอ้บาสก็เดินออกมาพร้อมกันอีกตามเคยเพราะอยู่บ้านใกล้กัน พอเดินมาถึงพวกมันทั้งคู่ก็มานั่งข้างๆ เอก
และบทสนทนาของทั้งสามหน่อก็เริ่มต้นขึ้น
“เอก! มึงว่ากูจะอยู่ห้องไหนวะ!” เจมส์ผู้ห้าวหาญพูดขึ้น
“เอาน่าก็เดี๋ยวไปถึงเราก็รู้เองแหละ”เ้าของใบหน้าใสตอบ เขารู้อยู่แล้วว่าทั้งคู่อยู่ห้องอะไรในชีวิตที่แล้วของเขา และมันน่าจะเหมือนเดิมในชีวิตนี้
“ชิ! ไม่สนุกเลย ทำไมทุกวันนี้มึงทำตัวเ็าจังวะ พูดน้อยมาก ปกติมึงจะพูดมากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ” เจมส์ถามด้วยความสงสัย ซึ่งบาสก็พยักหน้าเห็นด้วย
“เหรอวะ? ก็ปกตินี่!”
“แค่นี้! เฮ้อเอาเป็ว่ากูไม่ได้ถามมึงแล้วกัน”
บทสนทนาของทั้งสามจบลงแค่นั้นแล้วก็ไม่ได้คุยกันอีกเลยจนถึงโรงเรียน
เป็ไปตามคาดเอกได้อยู่ห้องหนึ่ง ส่วนเจมส์และบาสอยู่ห้องเดียวกันนั่นคือห้องห้า ห้องห้าก็ถือว่ามีความรู้พอสมควร และก็ไม่ค่อยมีเด็กเกเรเท่าไร
แต่นี่เป็เพียงการเริ่มต้นเท่านั้น!
ในระดับชั้นมัธยมต้นทุกคนสามารถย้ายห้องได้ในทุกๆ ปี ขึ้นอยู่กับผลการเรียนว่าจะดีแค่ไหน ซึ่งเอกเตรียมความพร้อมที่จะติวเพื่อนรักของเขาเอาไว้แล้ว...รอรับบทเรียนสุดโหดได้เลยเพื่อนรัก!
การทำแบบนี้ของโรงเรียน ก็เพื่อหาว่านักเรียนเหมาะจะเรียนสายไหนในมัธยมปลายนั่นเอง
หลังจากทราบผลสอบแล้ว ทางโรงเรียนจะให้นักเรียนจองชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน แน่นอนว่าต้องเอากลับมาให้ผู้ปกครองเซ็นเท่านั้น
หลังจากทุกอย่างเสร็จทุกคนก็กลับบ้าน รอเปิดภาคเรียนในอีกสามสิบวัน
...
หลังจากกลับจากโรงเรียนทั้งสามหนุ่มนัดเจอกันอีกครั้ง ในครั้งนี้เอกชวนไปตกปลาเหมือนเดิม อย่างน้อยสิ่งนี้ก็เป็ประโยชน์ต่อครอบครัว
ถามว่าทำไมเขาถึงไม่พาเจมส์กับบาสไปหาเงินละ?
ก็..บ้านของทั้งคู่ดูท่าว่าจะมีการเป็อยู่ที่ดีกว่าเอกซะอีก พ่อแม่ของบาสก็รับเหมาก่อสร้าง พ่อแม่ของเจมส์ก็เลี้ยงวัวกับหมูตั้งหลายสิบตัว พวกเขาไม่ขาดเงินหรอก ถึงจะไม่ค่อยได้ควักออกมาใช้ก็ตาม
ตกเย็นทั้งสามก็ยังได้ปลาคนละสี่ถึงห้าตัวหลังจากแบ่งเท่าๆ กันเหมือนเดิม
เมื่อเอกกลับไปถึงบ้านเขาก็มองเห็นกองทราย เสาปูน แล้วก็อิฐ วางเรียงรายอยู่ในพื้นที่บ้าน ดูเหมือนว่าพ่อกับแม่ของเขาจะเริ่มงานที่เขาเสนอไป
จากนั้นเอกก็ไปให้อาหารจิ้งหรีดของเขาตามปกติ แต่ดูเหมือนว่าจะไปได้สวยเพราะเขาเริ่มเห็นจิ้งหรีดรุ่นที่สองแล้ว
นี่พึ่งผ่านไปเพียงแค่สี่วันเท่านั้นก็มีลูกจิ้งหรีดเกิดใหม่ ถ้าเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ อีกสามสิบวันน่าจะเก็บเกี่ยวไปขายได้แล้ว
'กว่าจะถึงวันนั้นเราเตรียมที่เพาะเลี้ยงไว้อีกสักสองบ่อดีกว่า...'
หลังจากเอกให้อาหารจิ้งหรีดเสร็จทุกคนก็กลับบ้านพอดี ทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตาล้อมวงอาหาร กินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย
ความสุขของครอบครัวก็อยู่ตรงนี้เองแหละ
“แม่ครับผมเห็นอุปกรณ์ก่อสร้างมาส่งแล้ว จะเริ่มงานวันไหนเหรอครับ” เอกเป็คนเปิดบทสนทนา
“อันนี้ต้องถามพ่อ เพราะพ่อไปคุยกับลุงแดงมาแล้ว” แม่บอกปัด จากนั้นเอกก็หันหน้าไปหาพ่อ
พ่อที่กำลังกินข้าวอยู่ก็ตอบว่า“พรุ่งนี้เลย เห็นว่า่นี้เขาว่าง”
“ครับ! แล้วคาดว่าจะใช้เวลาสร้างกี่วันครับ”
“น่าจะสี่ถึงห้าวันแหละ บ้านไม่ใหญ่มาก”
เอกถามสัพเพเหระไปเรื่อยๆ จนจบมื้ออาหาร เขามีความสุขมากที่ได้ย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง และมีคำถามภายในใจตั้งมากมายที่อยากจะถาม แต่ในใจลึกๆ เขาก็ไม่มีความกล้าอยู่ดี...
ทุกอย่างกำลังไปในทิศทางที่เอกได้วางแผนไว้ ถ้าไปได้สวยแบบนี้อีกไม่ถึงห้าปีครอบครัวของเขาก็สุขสบายกว่านี้แน่นอน
ถ้าหากมีอะไรผิดพลาดก็ไม่ส่งผลเสียอะไรมากนัก อย่างน้อยก็ต้องเริ่มแผนที่สองที่สามใหม่ ไม่มีอะไรตายตัวในชีวิตอยู่แล้ว
...สิ่งที่แน่นอนคือความไม่แน่นอน...
ระหว่างที่ทุกคนกำลังดูทีวีอยู่นั้นเอกก็เอาเอกสารสำหรับการจองชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนมาให้แม่ดู
ซึ่งแม่ก็เลือกอย่างพิถีพิถันทีเดียว รวมหมดทุกอย่างการจ่ายในครั้งนี้มากกว่า2,000บาท ซึ่งทางโรงเรียนก็วางแผนมาดีว่าให้จ่ายวันเปิดเรียน หรือก็คืออีกสามสิบวันเพื่อให้เวลาในการเตรียมเงิน
'พอมีเวลาหาเงินอยู่!'เอกคิดในใจ
ถึงพ่อกับแม่จะไม่ค่อยคิดอะไรมากสำหรับเงิน2,000บาท แต่เอกนี่สีหน้าเคร่งเครียดมาก ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากชาติที่แล้วเขามีลูก ชีวิตเขาจะเป็อย่างไร
และสิ่งที่ต้องจ่ายสำหรับเล่าเรียน มันไม่จบที่สองพันบาทแน่นอน?
นี่เป็เพียงแค่ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเท่านั้น...