ดวงใจที่ถูกลืม...
เช้าที่แสนวุ่นวายของทาริกาดำเนินไปตามวิถี เธอต้องตื่นั้แ่ตี 4ในทุกๆวัน เพื่อเตรียมหุงหาอาหารสำหรับทุกชีวิตในบ้านหลังใหญ่บ้านที่เธอเข้ามาพึ่งพาั้แ่วัยเด็ก เธออยู่กับแม่บ้านเก่าแก่ซึ่งมีศักดิ์เป็พี่สาวของแม่ญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่บนโลกป้าสายใจเป็แม่บ้านเก่าแก่ของบ้านเศรษฐี เ้านายของเธอเป็บุคคลในสังคมชั้นสูงตอนวัยเด็กทาริกายังไม่ได้รู้เดียงสาอะไรมากมาย เธอคิดว่าทุกคนที่เข้ามาเล่นด้วยก็คือเพื่อนคนหนึ่งแต่เมื่อวันเวลาผ่านไปจึงรู้ว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิด
เสียงดังของประตูทำให้หญิงสาวที่กำลังวุ่นวายหันไปมอง
“ป้า ทรายบอกป้าแล้วให้นอนพักผ่อนเยอะๆไงคะทำไมไม่เชื่อกันบ้างเลย” ทาริกาเอ่ยอย่างเหนื่อยใจเวลานี้ไม่มีใครดื้อไปกว่าป้าของเธอ
“เอ็งจะให้ป้านอนได้อย่างไรว่ะไอ้ทรายนี่มันจะเช้าแล้วนะเว้ย” แม่บ้านพูดพร้อมเยื้องย่างเข้ามาใกล้ๆด้วยสภาพน้ำหนักที่เกินมาตรฐานไปมาก กอรปกับอาการป่วยที่นับวันยิ่งรุนแรงขึ้นส่งผลให้นางสายใจทำงานไม่กระฉับกระเฉงเหมือนเมื่อก่อน ดีที่ได้หลานสาวคนนี้แหละ ทาริกาคนเดียวต้องทำงานให้ได้ปริมาณเท่ากับคนสองคน...แล้วแบบนี้จะไหวเหรอ
“ที่เหลือเดี๋ยวป้าจัดการเองเอ็งเข้าไปดูลูกของเอ็งเถอะ ท่าทางจะไม่สบาย จะไปโรงเรียนได้หรือเปล่านะวันนี้”เมื่อเห็นว่าทุกอย่างหลานสาวจัดการเสร็จสรรพหมดแล้ว เหลือแค่เก็บกวาด เช็ดถูนิดหน่อยสายใจก็ไล่ให้ไปดูหลานสาวตัวน้อยที่ช่างพูดช่างเจรจา ออดอ้อนพาที ดูเหมือนว่าเมื่อวานตอนเย็นเด็กน้อยดูซึมๆสาเหตุเป็เพราะเปียกฝนตอนเดินกลับบ้านหลังเลิกเรียน น่าสงสารเหลือเกินแม่คุณของยาย
มือเล็กๆที่ตรากตรำทำงานใช้ป้องหน้าผากของบุตรสาวทาริกาคิ้วย่น...น้องทับทิบคนเก่งของเธอเป็ไข้จริงๆด้วยทั้งๆที่เมื่อวานตอนเย็นให้ทานยาพาราป้องกันอาการหวัดไปแล้ววิธีหนึ่ง ผลลัพธ์คือไม่สามารถรักษาได้ทันการเป็อันว่าวันนี้คนเก่งของเธอต้องหยุดการเรียนไปโดยปริยายคงต้องรอให้สายกว่านี้หน่อยเธอจึงจะมีเวลาพาบุตรสาวไปหาหมอที่คลินิกในละแวก คนเป็แม่ได้แต่ภาวนาให้ลูกน้อยเป็แค่ไข้หวัดธรรมดา
“นั่งสิ” คุณพลอยประดับผู้เป็เ้าของบ้านหลังใหญ่ป้าหลานที่เป็คนดูแลบ้านที่หลงเหลืออยู่นั่งลงตรงพื้นเย็นๆ
“เื่ที่ฉันจะคุยวันนี้ฉันไม่อยากให้มองว่าฉันเองใจร้ายนะแม่สายใจ นังทราย” คุณนายถอนหายใจอย่างหนัก
“ดิฉันพอจะเข้าใจค่ะคุณนาย คุณนายจะตัดสินอย่างไรก็สุดแล้วแต่คุณนายเถอะค่ะ”ั้แ่ที่คุณผู้ชายประมุขที่แท้จริงของบ้านจากไปอย่างไม่มีวันกลับเมื่อ 5 ปีก่อน บ้านหลังนี้ที่เคยมีลูกน้องบริวาร 6 คนต่างต้องทยอยลาออกหรือเลิกจ้างไปทีละคนสองคน แต่เดิมคุณพลอยประดับเป็ลูกสาวผู้ดีเก่าสะดวกสบายมาตลอดชีวิต ไม่เคยทำงานอะไร เมื่อสูญเสียสามีที่รักไปก็ต้องเป๋เป็เื่ธรรมดาบุตรสาวคนเดียวของนาง ก็เพิ่งพาได้ยากเช่นกัน
“ขอบใจนะแม่สายใจ สายใจเองก็ป่วย เจ็บออดๆแอดๆมาหลายปีแล้ว งานการอะไรก็ทำไม่ได้เต็มที่ พวกเธออาศัยอยู่บ้านของฉัน 3 ชีวิตแต่ช่วยทำงานได้เพียงหยิบมือเท่ากับคนๆเดียวทำ" ทาริกากำมือแน่นทุกเื่เกือบจะเป็เื่จริงตามที่เ้าของบ้านพูด แต่มีอยู่เื่เดียวที่เธออยากจะปฎิเสธแต่ทำได้แค่พูดมันในใจเท่านั้นเธอทำงานทุกอย่างในบ้านหลังนี้ไม่เคยมีอะไรขาดตกบกพร่องเหน็ดเหนื่อยกายและใจแค่ไหนไม่เคยปริปากบ่นให้ใครได้รับรู้ คุณนายของบ้านพูดเกินไปหรือเปล่า
“คุณนายหมายความว่า...” สายใจรู้สึกใกลัวว่านางและหลานๆต้องตกระกำลำบากกันหมด
“ไม่ใช่อย่างนั้นฉันแค่อยากจะบอกว่าต่อไปฉันจะจ้างนังทรายแค่คนเดียวแต่สายใจกับลูกสาวของนังทรายก็สามารถอยู่ที่นี่ต่อไปได้ นี่ฉันเห็นว่าสายใจเป็คนเก่าคนแก่ที่อยู่ที่นี่มานานก่อนที่ฉันจะตบแต่งเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้เสียอีก ฉันเองก็เห็นใจ หวังว่าสายใจและนังทรายจะเข้าใจฉันด้วยเหมือนกัน”สายใจพยักหน้าอย่างยอมรับ นางก็ไม่ค่อยได้ทำงานอะไรอย่างที่ว่าจริงเดือนๆหนึ่งเล่นวิ่งเข้า-ออกโรงพยาบาลเหมือนบ้านหลังที่สอง ทำงานให้เขาไม่เต็มเหม็ดเต็มหน่วยแล้วแบบนี้จะไปกล้าขอเงินเดือนเ้านายได้อย่างไร
เ้านายทั้งสองคนในบ้านหลังโตออกจากบ้านไปแล้วหลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จสิ้น ตอนนี้ก็เป็คิวของนางและหลานๆกินข้าวที่เป็ของเหลือบ้าง
“อย่าคิดมากเลยไอ้ทรายเอ๊ย”สีหน้าของหลานสาวทำให้นางอดเป็ห่วงไม่ได้
“เราไปหางานอื่นทำดีไหมคะป้า?”ทาริกาเอ่ยชวน ทั้งชีวิตของเธอมีแค่ลูกและป้าที่สำคัญยิ่งคนอื่นจะรู้สึกอย่างไรจะว่าอย่างไรไม่อยากสนใจใครอีกแล้ว
“จะไปทำงานอะไรว่ะไอ้ทราย เอ็งเรียนแค่ ม.6 ก็ยังไม่จบแต่ดันมาทะ...” โชคดีสายใจปิดปากได้ทัน ฟื้นฝอยหาตะเข็บไปก็เท่านั้นเดี๋ยวจะพาลอารมณ์เสียให้หลานสาวช้ำใจเหมือนครั้งก่อนๆอีก ทาริกาเองก็เงียบ อิ่มตื้ออย่างฉับพลันเธอหันไปตักอาหารให้ลูกน้อยที่ทานอาหารอย่างเศร้าซึมผิดปกติตัวเธอเองไม่ได้ร่ำเรียนเก่งอะไรอาศัยความขยันจึงเรียนได้ทันเพื่อน แม้มีเหตุให้เรียนไม่จบในการศึกษาชั้นมัธยมตอนปลายแต่ภายหลังก็เรียน กศน จนจบแล้ว
“ไปทำงานอื่นจะได้เงินเดือนสักกี่บาทก็พอๆกับเป็คนใช้ที่นี่ล่ะว่ะไอ้ทราย แต่อยู่ที่นี่บ้านไม่ต้องเช่าข้าวก็ซื้อไม่มากนะ ป้าเองก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะไปช่วยเหลืออะไรเอ็งได้เลย"ความหวังที่จะหวังพึ่งพาหลานสาวคนเดียวในบั้นปลายชีวิตดับวูบไปหลายปีแล้ว
“ทรายเข้าใจแล้วป้า ป้าไม่ต้องห่วงนะต่อไปไม่ว่าอย่างไงทรายจะดูแลป้าเอง”ทาริกากล่าวพร้อมรอยยิ้มสู้ ไม่ว่าชีวิตจะเป็อย่างไรเธอจะดูแลท่านอย่างดีเหมือนที่ท่านเลี้ยงดูเธอมาั้แ่พ่อแม่จากไป
“แล้วนี่จะพาเ้าทับทิมไปหาหมอกี่โมง?” สอบถามด้วยความเป็ห่วง
“ทานข้าวเสร็จก็จะออกไปเลยค่ะจะได้กลับมาทำงานที่เหลือต่อ น้องทับทิมทานเสร็จแล้วก็ไปล้างหน้า แปรงฟันนะลูกแล้วแต่งตัวให้เรียบร้อยรอคุณแม่นะคะ แม่ขอไปจัดห้องคุณๆให้เสร็จก่อน แล้วเดี๋ยวเราไปหาคุณหมอกันนะ”ลูกสาวพยักหน้ารับทราบอย่างเนือยๆ ไม่สดใสร่าเริงเหมือนทุกวัน
เด็กผู้ชายตัวเล็กผิวขาวเนียนดูน่ารักเดินมาด้อมๆมองๆหน้าบ้านได้สักพักหนึ่งก่อนที่จะกดกริ่งเพื่อเรียกเพื่อนวัยใสที่ไม่ได้ไปเล่นกับตนเหมือนทุกวัน
“อ้าว! คุณหนูนนท์นั่นเองยายนึกว่าใคร” สายใจเดินช้าๆมาหาคุณหนูน้อยบ้านฝั่งตรงข้าม สองตระกูลผู้ดีรู้จักกันมานมนาน
“สวัสดีครับยายสายใจ” เด็กชายพนมมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ตามที่ผู้ปกครองสั่งสอน
“รอเดี๋ยวนะคุณหนูยายรีบเดินเต็มที่แล้ว” คนแก่ร่างท้วมเดินไปหาเด็กน้อยในชุดนักเรียนเอกชนชื่อดังค่าเทอมเพียงแค่เทอมเดียวแต่เป็เงินที่นางคงใช้เวลาเก็บสะสม10 ปี
“ทับทิมไปไหนเหรอครับยายสายใจน้องนนท์ไม่เห็นทับทิมมาเล่นด้วยกันั้แ่เมื่อวานแล้ว” นี่คือจุดประสงค์ของการมาทำลับๆล่อๆหน้าบ้านฝั่งตรงข้าม
“ทับทิมมันป่วยค่ะคุณหนูนี่น้าทรายพามันไปหาหมอั้แ่ตอนเที่ยงแล้ว จะสี่โมงเย็นแล้วยังไม่เห็นกลับมาเลยค่ะ”สายใจเล่าให้ฟัง เด็กน้อยได้ยินดังนั้นหน้าเศร้าลงทันที
“อย่างนั้นเหรอครับ”ถ้าทับทิมไม่อยู่แล้วใครจะเล่นและสอนการบ้านเขาล่ะเสียงรถมอเตอร์ไซด์เคลื่อนที่มาใกล้เรื่อยๆคณานนท์ยิ้มกว้างเมื่อเห็นเพื่อนรักโผล่หน้าออกมาจากหลังคุณลุงวินหน้าปากซอย
“ทับทิม”เสียงใสของหนูน้อยในวัยเดียวกันเรียกชื่อเพื่อนทันที
“นนท์” เด็กหญิงขานตอบแต่เธอสะลึมสะเลือแล้ว
“ทับทิมไปเล่นกัน” คณานนท์เดินเข้ามาจับจูงมือเพื่อนทาริกาจ่ายค่าวินมอเตอร์ไซด์แล้ว ตอนนี้กำลังนั่งย่องๆข้างๆเด็กทั้งคู่แล้วอธิบายเหตุผลให้ฟังอย่างใจเย็น
“วันนี้น้องทับทิมป่วยครับน้องนนท์น้าทรายคงต้องให้นอนพักผ่อน ไปเล่นกับน้องนนท์ไม่ได้รอให้น้องทับทิมหายดีก่อนนะครับแล้วค่อยไปเล่นด้วยกัน” พูดไปด้วย ลูบผมลูกน้อยที่เพลียเต็มที่ต้องรีบให้กินข้าวกินยาแล้วนอนพักผ่อนเยอะๆเพราะคุณหมอบอกว่าพรุ่งนี้อาการน่าจะดีขึ้น
“จริงเหรอครับน้าทราย”คณานนท์จ้องมองแม่ของเพื่อนรัก ก่อนหันไปมองคนป่วยด้วยสายตาผิดหวัง แต่สักพักก็ยิ้มกว้างเมื่อนึกบางอย่างออก
“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้เรามาหาใหม่นะทับทิมพรุ่งนี้น้าคิมจะกลับมาแล้ว ที่บ้านจะมีคนมามากมายเลย มีของอร่อยๆเยอะด้วยนะยังไงทับทิมก็ต้องไปเล่นกับเรานะ สัญญานะ" เด็กชายชูนิ้วก้อยขึ้นมาส่วนหนูน้อยทับทิมก็ชูนิ้วก้อยของตัวเองไปเกี่ยวก้อยกันเป็อันว่าเกิดสัญญาขึ้นระหว่างคนสองคน
“ถ้าอย่างนั้นน้องนนท์กลับก่อนนะครับน้าทราย ยายสายใจ สวัสดีครับ”คณานนท์พนมมือไหว้ผู้สูงวัยกว่า เ้าตัววิ่งลิงโลดกลับไปทางบ้านตัวเอง
ทาริกานั่งนิ่งไร้เรี่ยวแรงไปชั่วคราว...เขากำลังจะกลับมาแล้วเหรอ?
“คุณแม่ขา ทับทิมง่วงนอนจังเลยค่ะ”เมื่อเห็นมารดานิ่งเงียบไปนาน แต่หนูน้อยรู้สึกว่าจะยืนไม่ไหวอยู่แล้ว เธอคิดถึงที่นอนอยากจะนอนเหลือเกิน เสียงเ้าตัวเล็กทำให้คุณแม่ยังสาวหลุดจากพะวงที่สร้างขึ้น
เ้านายแจ้งไว้ว่าวันนี้จะกลับค่ำๆมื้อเที่ยงและมื้อเย็นของวันนี้จึงถูกยกยอดไป แต่งานบ้านอีกมากมายยังรอให้ทาริการีบสะสางกว่าจะเสร็จธุระจากโรงพยาบาลของรัฐก็นานพอสมควร จากเดิมที่คิดจะพาบุตรสาวไปหาหมอที่คลินิคเป็อันต้องคิดใหม่เงินเดือนแค่ 8.000 บาทกับ 3 ชีวิตต่อไปเธอคงไม่สามารถฟุ่มเพือยในเื่ใดเื่หนึ่งได้อีกเงินทั้งหมดต้องเก็บไว้สำหรับการศึกษาของลูกสาวที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆน้องทับทิมเป็เด็กหัวดี สอบไล่ได้อันดับที่ 1 ของเด็กในระดับสายชั้นตัวเองตลอดทุนการศึกษาต่างๆก็พลอยมีเข้ามาบ้าง ส่วนเงินอีกส่วนก็สำหรับค่ารักษาพยาบาลของป้าสายใจแม้ท่านจะไม่เคยรบกวนเงินในส่วนนี้กับเธอเลยสักครั้งแต่ต่อไปคงมีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณ ปัญหาที่ประดาเข้ามาตอนนี้ก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็ห่วงแต่ข่าวใหม่ที่ทราบจากคุณหนูคณานนท์บ้านตรงข้ามนี่สิ...น่ากังวลที่สุด...ทำให้เธอเสียสมาธิในการทำงานไปได้มากทีเดียว
เด็กน้อยตัวมอมแมมในเสื้อกางเกงสีดำนั่งอยู่บนพื้นใกล้พี่สาวคนเดียวของแม่ที่ใส่เสื้อผ้าสีเดียวกับเธอทาริกาที่ไม่ค่อยได้เจอป้าบ่อยหนักเพราะท่านทำงานในกรุงเทพส่วนเธออาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่เป็ชาวสวนชาวไร่ในต่างจังหวัด
“คนนี้นะเหรอสายใจ?” ทาริกาเงยหน้าไปมองเสียงทุ้มของผู้ชายคนหนึ่งเธอรู้ด้วยว่าเขาคือเ้านายของผู้เป็ป้า
“ใช่แล้วค่ะคุณผู้ชาย ทรายเอ่ยไหว้คุณๆเขาสิลูก”สายใจหันไปมองเด็กหญิงด้วยความสงสารจับใจ ทาริกา โชคตระกูล หนูน้อยวัย 9 ขวบพนมมือไหว้คุณผู้ชายและคุณผู้หญิงของบ้านตัวโยน ก่อนจ้องมองเด็กผู้หญิงในชุดกระโปร่งฟูฟ่องที่นั่งระหว่างท่านทั้งสองคนด้วยความสงสัยเด็กคนนั่นเป็ใครกันนะ
“ยังเด็กอยู่เลยนะ ต้องมากำพร้าพ่อแม่เสียแล้วอายุเท่าไหร่แล้วล่ะสายใจ?” ท่านยังคงสอบถามต่อไปเรื่อยๆ
“ทรายมันอายุ 9 ขวบแล้วค่ะ...ฎ”สายใจเล่าประวัติคร่าวๆต่อ
“อืม งั้นก็อยู่ด้วยกันเสียที่นี่กับสายใจนี่แหละสายใจเองก็ไม่มีลูกที่ไหน แก่เฒ่าไปจะได้พึ่งพาหลานสาวคนนี้”ประมุขกล่าวด้วยความปราณี
“น้องไพลินนี่เพื่อนใหม่ของลูกนะครับดีใจไหมครับลูกพ่อ?” ท่านหันไปคุยกับบุตรสาวคนเดียว เด็กสองคนรุ่นเดียวกันจะได้เป็เพื่อนเล่นกันพลอยไพลินหันไปมองหน้ามารดาเมื่อเห็นท่านพยักหน้าเชิงอนุญาตเธอก็ลุกจากโซฟาหรูดิ่งไปหาเพื่อนใหม่ทันที
เด็กหญิงตัวมอมแมมเดินตามเด็กหญิงชุดสวยกระโปร่งฟูฟ่องไปยังบ้านหลังตรงข้ามบ้านหลังนี้มันใหญ่โตกว่าบ้านที่ป้าทำงานเสียอีก เดินตามไปเรื่อยๆจนถึงศาลาริมน้ำ เด็กน้อยได้ยินเสียงเหมือนเด็กผู้ชายสองคนกำลังเล่นต่อสู้กันแล้วก็เป็จริงเหมือนที่เธอคิดเอาไว้เด็กผู้ชายสองคนที่ตัวสูงพอๆกับเธอถือดาบเรืองเเสงในมือคนละข้าง
"พี่โมกข์ พี่คิม น้องไพลินมาแล้วค่ะ"เสียงเพื่อนใหม่ของเธอะโเรียก ทั้งสองจึงหยุดฟาดฟันกันทันทีสายตาคู่คมที่เธอเผลอไปสบตามองกลับมาราวกับจะเอาเื่
"อย่าาาา" ทาริกาสะดุ้งเฮือกสุดตัว ความฝันเเบบนี้กลับมาอีกแล้วเธอไม่ฝันมานานหลายปีแล้ว เช็ดเหงื่อจากหน้าแล้วหันไปดึงผ้าห่มของลูกน้อยที่ถูกเ้าตัวถีบลงไปกองที่ปลายเท้ามาห่มให้สภาพเดิม
บรรยากาศวันนี้คึกคักไปทั่วบริเวณบ้านหลังใหญ่ที่สุดในละแวก งานเลี้ยงสังสรรค์ที่มีอาหารรสเลิศเครื่องดื่มหลากหลายชนิด บรรยากาศหรูหราสวยงามแต่ก็มีกลิ่นอายของความเป็กันเองอยู่มาก นั่นเพราะถูกทีมออแกไนต์เ้าดังเนรมิตสร้างอย่างพิถีพิถันมากนั่นเองแขกผู้มีเกียรติที่เข้ามาร่วมส่วนใหญ่เป็บรรดาไฮโซ ดารา คนดัง ในแวดวงชั้นสูงทุกๆคนต่างกล่าวชื่นชมกับสิ่งๆนี้และนั่นก็เรียกรอยยิ้มจากเ้าสัวคณิน พงศ์ไพศาลที่ใช้งานนี้เลี้ยงต้อนรับลูกชายคนสุดท้องที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศและรวบเป็งานเปิดตัวเขาในฐานะของทายาทรุ่นใหม่ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารในเครือพงศ์ไพศาลกรุ๊ปต่อจากท่านเสียเลย
“ไงตัวแสบของน้าคิม ไม่ยอมพูดยอมจาเลยนะ”สอบถามหลานชายคนเดียวและเป็หลานคนเดียวของทั้งวงศ์ตระกูลด้วย
“ก็ทับทิมนะสิครับทับทิมไม่ยอมมาเล่นกับน้องนนท์”พูดไปด้วยสีหน้าเซื่องซึมเด็กน้อยไปตามเพื่อนรักั้แ่ตอนงานยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ แต่คุณน้าบ้านตรงข้ามไม่ยอมอนุญาติให้ทับทิมมาเล่นกับเขาท่าเดียวไม่เคยมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นมาก่อน เนื่องจากไม่เคยมีใครกล้าขัดใจเลยสักครั้งคณานนท์จึงต้องมานั่งทำหน้าเศร้าหน้าทีวี
“ทับทิมเหรอใครกัน?”เสียงเบาเหมือนจะอยู่ในลำคอมากกว่าเป็คำถาม
“อ้าว! คิมมาอยู่กับน้องนนท์ตรงหน้านี้เองคุณพ่อคุณแม่ท่านกำลังตามหาเราอยู่นะ เห็นบอกว่าจะแนะนำเราให้เพื่อนๆของท่านรู้จักรีบไปหาพ่อกับแม่เสียสิ” คนานางค์พงศ์ไพศาลพี่สาวคนโตและพ่วงตำเเหน่งคุณแม่ใบเลี้ยงเดียวเอ่ยปากกับน้องชายสุดที่รักแต่เหมือนเ้าตัวจะไม่ได้สนใจคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อยเพราะยังสาละวนอยู่กับสมาร์ทโฟนเครื่องหรูใกล้ๆกับบุตรชายคนานางค์เบ้ปากมองบนเอือมระอา จากนั้นเธอหันไปมองหน้าเด็กชายด้วยสีหน้าจริงจัง
“เป็อะไรครับน้องนนท์ใครขัดใจลูกหรือเปล่าบอกคุณแม่มาสิครับ”เพราะสีหน้าที่แสดงออกมาทำให้เธอเข้าใจในรูปแบบนั้น
“แม่ แม่ไปคุยกับน้าทรายให้หน่อยสิครับน้าทรายใจร้ายไม่ยอมให้ทับทิมมาเล่นกับน้องนนท์” ได้ทีเล่นใหญ่ คณานนท์แสร้งทำเสียงสั่นๆเหมือนคนจะร้องไห้เสียด้วย
“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับคนเก่ง เดี๋ยวแม่ไปคุยกับน้าทรายให้เองครับรับรองทับทิมต้องมาเล่นเป็เพื่อนกับลูกแน่นอน” ซิงเกิ้ลมัมตามใจลูกชายเสมอ
“คุณแม่สัญญานะครับ” คณานนท์เกี่ยวก้อยและรอคำตอบ
“ครับ แม่สัญญา” เกี่ยวก้อยกลับและส่งยิ้มในคำสัญญาแต่ดูเหมือนลูกชายไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่หนัก
“แต่เมื่อวานทับทิมก็สัญญากันน้องนนท์แบบคุณแม่แต่ทับทิมก็ยังผิดสัญญากับลูก” อ้อนมารดาของเขาต่อไป
“เอาอย่างนี้ไหมครับ ถ้าทับทิมกับน้าทรายยังไม่ยอมแม่จะไปขออนุญาตคุณยายพลอยประดับดีไหมครับรับรองเลยว่าทับทิมต้องยอมมาบ้านของเราอย่างแน่นอน”ทันทีที่ได้ยินอย่างนั้นจากปากมารดาเด็กน้อยหน้าตาเศร้าก็เปลี่ยนมาเป็ยิ้มร่าเริงะโกอดคอหอมแก้มคุณแม่ซ้ายขวาทันที...คนานางค์มองลูกชายอย่างแสนรักความสุขของลูกคือความสุขของเธอ เพราะต้องแยกทางกับสามีทำให้เด็กน้อยมีปมเื่ครอบครัวอยู่แล้วเพราะเหตุนี้สำหรับเื่อื่นๆไม่มีใครกล้าขัดใจ น้องนนท์ เด็กชายคณานนท์พงศ์ไพศาลหลานชายเ้าสัวใหญ่เ้าพ่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คนนี้เลยสักคน
คิมหันต์ยังคงนั่งนิ่งๆ เขาไม่สนใจเื่ราวต่างๆบนหน้าจอแอลดีอีั้แ่ได้ยินชื่อของผู้หญิงใจร้ายจากปากของหลานชายแล้ว
ทาริกา ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือถึงตอนนี้ เธอมันใจร้ายจริงๆ