ถ้าพูดถึงการต่อสู้ ผมไม่เคยสู้กับผู้มีพลังพิเศษเหมือนกันมาก่อน ยิ่งเป็ผู้จำแลงร่างอย่างที่เบิร์ดบอก ยิ่งไม่เคยเจอด้วยซ้ำ เขาทำอะไรได้บ้าง ผมยิ่งไม่รู้เลย แต่ถ้าฟังจากที่เบิร์ดพูดก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าเขาจะมีพละกำลังที่สูงมากเป็พิเศษ แค่20เปอร์เซ็นต์ที่เขาใช้ยังรุนแรงขนาดนี้
'จะประมาทไม่ได้'
"ไม่บุกเข้ามางั้นเหรอ" เบิร์ดพูดขึ้น "งั้นทางนี้ขอบุกก่อนละกัน"
ฟึบ
ศิลปะการต่อสู้ของเบิร์ดมีระยะโจมตีที่ไกลกว่าของผม เขาเพียงดีดขาข้างที่อยู่ใกล้ผมขึ้นมาเตะที่หัวพร้อมกับสลับขาอีกข้างมายืนแทนที่ก็สามารถเข้าถึงตัวผมได้แล้ว แต่นั่นก็เข้าทางผมอยู่ดี เพราะผมเจอคู่ต่อสู้ที่ใช้เทควันโด้มามากพอสมควร
หมับ
"!!?"
ผมใช้พลังกับร่างกายตัวเอง เพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกเพื่อให้สามารถรับการโจมตีที่รุนแรงนั้นเอาไว้ เบิร์ดเหมือนจะใเล็กน้อย จังหวะนั้นผมก็ใช้ขาข้างหนึ้งเตะตัดขาข้างที่เขาใช้ยืนอยู่เพื่อให้เขาล้มลง
"!!!?"
คราวนี้เป็นผมที่ต้องทำหน้าใบ้าง เบิร์ดใช้ขาข้างนั้นดีดตัวกลางอากาศเพื่ออ้อมมาเตะผมซ้ำที่จุดเดิม นั่นคือศีรษะของผม
ฟ้าว!!
"...!!!?"
ผมรีบลดมวลตัวเองลงทันที แล้วดีดตัวหลบได้ทัน แต่เบิร์ดก็ทำให้ผมประหลาดใจอีกครั้ง เมื่อตัวเขาวาดมือทั้งสองไปด้านหลังอย่างเร็วขณะที่ยังค้างอยู่กลางอากาศ แล้วตัวเขาก็พุ่งมาหาผมทันที เหมือนมีแรงบางอย่างช่วยผลักเขาอยู่
ฟ้าว! ปึก!
ด้วยพลังพิเศษของผม การโจมตีนั้นไม่ได้ทำอันตรายเท่าครั้งก่อนแม้จะโดนเข้าที่อกอีกครั้ง แต่เพราะโดนเข้าที่เก่าก็ทำให้เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมานิดหน่อยเหมือนกัน ถ้ายังทำได้แค่ตั้งรับแบบนี้ มีหวังผมต้องเจ็บหนักมากแน่ๆ
"เป็อะไร ใงั้นเหรอ?" เบิร์ดพูดพลางใช้หางตามองมาที่ผม "ถ้านี่คือการเอาจริงของนายละก็ ฉันก็คงผิดหวังน่าดู"
"....." ผมไม่ได้ตอบ ความรู้สึกโกรธจะทำให้เสียสมาธิ และตอนนี้ผมจะออมมือไม่ได้แล้ว
พลังของผมใช้งานได้หลายแบบ ผมสามารถควบคุมมวลร่างกายทุกส่วนได้อย่างอิสระ ผมสามารถควบคุมมวลของวัตถุรอบตัวได้ และผมสามารถควบคุมมวลของสิ่งที่ััได้ไม่ว่าจะวัตถุหรือสิ่งมีชีวิต เพียงแต่ผมจะใช้รูปแบบของพลังเหล่านี้พร้อมกันไม่ได้ แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว
เบิร์ดเข้าโจมตีผมอีกครั้ง คราวนี้เขาวิ่งเข้ามาแล้วะโหมุนตัวกลางอากาศหมายจะฟาดเท้าใส่ผมเต็มแรง ผมเลิกควบคุมมวลของร่างกายตัวเอง แล้วหันไปควบคุมมวลของวัตถุรอบตัวแทนทันที เป้าหมายคือเสื้อยีนสีดำนั่น ถ้าอยู่บนพื้น ด้วยเรี่ยวแรงที่น่าเหลือเชื่อของเขา คงสามารถถ่วงการเคลื่อนไหวให้ช้าลงได้บ้าง แต่ถ้าอยู่กลางอากาศแบบนี้แล้วละก็…
ตึง!
เบิร์ดหล่นลงพื้นอย่างจัง ราวกับมีบางสิ่งดึงเขาลงมา ผมไม่รอช้ารีบเข้าโจมตีเขาจากทางด้านข้าง กลับมาใช้พลังควบคุมมวลที่มือของตัวเอง ทำให้ทุกหมัดที่รัวออกไปรุนแรงพอจะทำให้เขาาเ็
ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!
เบิร์ดพยายามยกแขนขึ้นมากันบริเวณใบหน้า แต่ผมก็ยังไม่หยุดรัวหมัดใส่เขา ตอนนี้เบิร์ดกัดฟันแน่นเหมือนคนโกรธแค้น เขาสะบัดแขนทั้งสองข้างออกทางด้านข้างเหมือนกำลังกางแขน ทำให้เขาไร้การป้องกัน ผมไม่รู้ว่าเขาทำแบบนั้นไปทำไม หรือเขาคิดที่จะยอมแพ้ แต่เพียงพริบตาเดียวผมก็เข้าใจ
ซูม!
มีลมที่รุนแรงราวกับพายุขนาดเล็กๆซัดเข้ามาปะทะร่างกายผม มันแรงพอที่จะเป่าผมจนกระเด็นออกมา เบิร์ดใช้จังหวะนั้น ดันตัวเองขึ้นจากพื้นลอยกลางอากาศ แล้วหมุนตัววาดขาขวาเตะเข้าที่หัวผมอีกครั้ง
'เกราะจิต!'
ปึก!
ผมใช้เกราะจิตที่ป้องกันได้น้อยกว่าการเพิ่มมวลให้ท่อนแขนรับการโจมตีนั้น มันเจ็บนิดหน่อยแต่ก็พอทนได้ ที่เลือกใช้เกราะจิตแบบนี้นั่นเพราะ ผม้าที่จะจับขาของเขาไว้และใช้พลังควบคุมมวลกับร่างกายเขาแทน
หมับ ฟึบ! ตึง!
ร่างกายของเขาเบาหวิวราวกระดาษ ผมจับเขาฟาดเข้ากับกำแพงได้สบายๆโดยไม่ต้องออกแรง แต่การโจมตีนั้นเบิร์ดได้รับไปเต็มๆ ผมไม่ยอมปล่อยโอกาสอันน้อยนิดนี้หลุดมือ จับเขาฟ้าดซ้ำกับพื้นอีกหลายครั้ง
ตึง! ตึง! ตึง! ฟิ้ว!
ในการโจมตีสุดท้าย ผมเหวี่ยงเขาไปไกลจนตกขอบอาคาร ตรงจุดนั้นเป็ทางเดินโล่งทอดยาวไปจนถึงสนามเปตองที่หลบสายตาคนอยู่ด้านหลังห้องดนตรี เบิร์ดกลิ้งไถลกับพื้นทรายกรวดจนเสื้อผ้าขาดเป็รอยถลอก เบิร์ดจุกจนแทบลุกไม่ขึ้น ตอนนี้เขามีสีหน้าฉุนเฉียวทีเดียว
"พลังนายน่าสนใจดีนี่ ควบคุมน้ำหนักได้อะไรแบบนั้นสินะ" เขาลุกขึ้น "แล้วนายอยากรู้มั้ย? ว่าฉันแปลงเป็อะไรได้"
เบิร์ดถอดเสื้อยีนสำดำที่ขาดของเขาออก วางกองไว้ที่พื้นข้างตัว ผมเดาไม่ออกเลยว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่ แล้วบางอย่างก็เกิดขึ้นกับร่างกายของเบิร์ด ิัรอบดวงตาซ้ายของเขาเริ่มเหี่ยวย่นเล็กน้อย และมีขนนกเล็กๆงอกออกมารอบดวงตา นัยตาซ้ายเปลี่ยนเป็สีเหลืองกลมโต แขนทั้งสองข้างของเขามีขนนกงอกออกมา ั้แ่ข้อมือไปจนถึงข้อศอก เป็ขนนกสีขาวปนเทาสลับกัน
"ก็แปลงเป็นกตามชื่อเล่นนั่นแหละ"
พรึบ!
การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วขึ้น แค่พริบตาเดียวเบิร์ดก็พุ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม ใช้ขาซ้ายเป็จุดหมุนวาดขาขวาถีบเข้าที่ท้องของผมเต็มแรง ผมพยายามจะยกมือขึ้นกันแต่ไม่ทันเสียแล้ว เขาว่องไวเกินไป
"อึก!?"
สัญชาติญาณของผมสั่งให้เร่งพลังเพิ่มมวลทั่วร่างกายเพื่อป้องกัน ทำให้ทนการโจมตีนั้นได้โดยไม่กระเด็นไป แต่เบิร์ดไม่หยุดแค่นั้น เขากระหน่ำโจมตีผมอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเร็วที่มองแทบไม่ทัน
หมุนตัวเหวี่ยงเตะกลางอากาศด้วยเท้าซ้าย หมุนตัวตอกส้นซ้ำด้วยเท้าขวา หมุนตัวตอกส้นเท้าเข้ากลางหัวด้วยเท้าซ้ายอย่างน่าเหลือเชื่อ หมุนตัวอีกรอบและตอกส้นเท้าขวา ถีบซ้ำด้วยเท้าซ้าย เขาทำทุกอย่างได้แม้จะอยู่กลางอากาศ รวดเร็วและแม่นยำ ผมทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากยกแขนขึ้นป้องกันศีรษะของตัวเอง ทนรับการโจมตีเ่าั้ แถมมันยังรุนแรงกว่าเดิมด้วย
'ต้องโจมตีกลับ'
ในจังหวะที่เบิร์ดแตะพื้น ผมพยายามจะพุ่งเข้าโจมตีกลับไปด้วยความเร็วทั้งหมดที่มี แต่เบิร์ดกลับหลบได้ทันที พุ่งตัวไปมาตามพื้นและกำแพงรอบตัวผม เขาควบคุมร่างกายได้ดีมาก 'คนละระดับเกินไป'
เขาโจมตีผมจากทุกทิศทาง แม้ผมจะพยายามดักทางแล้วโจมตีสวนกับตอนที่เขาพุ่งเข้ามา แต่เบิร์ดก็หลบมันได้หมด แถมยังโจมตีผมได้อีกอย่างต่อเนื่อง พลังของผมมีจุดอ่อนตรงที่ใช้งานพร้อมกันไม่ได้ เพราะต้องเพิ่มมวลร่างกายเพื่อป้องกัน ทำให้ความเร็วของผมช้าลง ถ้าจะควบคุมเสื้อผ้าของเขาให้หนักขึ้น ก็ยังช้ากว่าการโจมตีของเขาอยู่ดี 'ไม่มีทางเอาชนะได้เลยหรือไง!?'
"ฉันจะบอกอะไรให้เป็ความรู้นะ นกน่ะมีระบบการทำงานของกล้ามเนื้อและดวงตาที่เหนือกว่ามนุษย์" เบิร์ดพูดขณะที่ยังคงโจมตีผมอย่างต่อเนื่อง
"กรอด" ผมกัดฟันแน่น นึกแค้นใจที่ตอบโต้อะไรไม่ได้นอกจากทนตั้งรับ
"สายตาที่เฉียดคม บวกกับการทำงานของกล้ามเนื้อที่ดีกว่า ทำให้ไม่ว่านายจะพยายามโจมตีหรือเคลื่อนไหวอะไร ฉันก็สามารถมองเห็นและคาดเดาล่วงหน้ามันได้ทั้งหมด และยังเปลี่ยนการเคลื่อนไหวของตัวเองได้ทันที"
ปึก! ปัก! ปึก! เปี้ยง! ตุบ! ปัก! ปัก! ปึก! ตุบ!
แทนที่ผมจะรู้สึกสิ้นหวังที่จะเอาชนะ ผมกลับคิดอะไรดีๆออก ถ้าต้องตั้งรับอย่างเดียวแบบนี้ มันก็มีวิธีเอาชนะอยู่!
"เป็อะไรไปเล่า! มีดีแค่ตั้งรับรึไง!"
ปึก! ปัก! ปึก! ตุบ! ตุบ! เปี้ยง!
ในที่สุดเบิร์ดก็หยุดการโจมตี เขาไม่ได้มีท่าทีเหนื่อยหอบเลย คงเพราะพลังของเขาทำให้ปอดแข็งแรงมากขึ้นไปด้วย แต่เขากับมีสีหน้าเ็ป ขาสั่นเหมือนลูกนก ตอนนั้นเองที่ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมคิดนั้นถูกต้อง
"เป็อะไรไป? ไม่ไหวแล้วเหรอ?" ผมยิ้มเยาะใส่เขาในขณะที่ยังอยู่ในท่าตั้งรับ "เห็นแบบนี้ผมก็ได้เกรดสี่วิชาชีววิทยานะ ทำไมผมจะไม่รู้เื่สัตว์ปีกล่ะ"
"ไอแว่นนี่" เบิร์ดได้แต่กัดฟันมองผมอย่างแค้นเคือง ตอนนี้ขาของเขามีรอยแดงที่เกิดจากการโจมตีของเขาเอง ถึงผมจะโจมตีเขากลับไม่ได้ แต่การป้องกันที่ดีก็คือการโจมตี และสัตว์ปีกที่เป็นร่างจำแลงของเขาก็มีจุดอ่อนสำคัญอยู่อย่างนึง
"สัตว์ปีก มีกระดูกที่พรุนมากกว่ามนุษย์ ทำให้ร่างกายเบาและบินในอากาศได้ง่าย ต่อให้นายจะมีพลังและความเร็วมหาศาลแค่ไหน ก็ลบจุดอ่อนนี้ไม่ได้อยู่ดี ใช่มั้ยละ?"
"กรอด" เบิร์ดได้แต่กัดฟันแน่น
"ในระหว่างที่นายโจมตีผมไม่ยั้ง ผมก็ใช้พลังทำให้มวลของกระดูกทั่วร่างของตัวเองแข็งแรงขึ้น ยิ่งนายโจมตี กระดูกของนายก็จะยิ่งาเ็ขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้มันคงจะร้าวนิดๆแล้วสินะ"
ฟุบ!
ผมเคลื่อนที่เข้าเบิร์ดในพริบตา ด้วยการควบคุมมวลให้ร่างกายเบาขึ้น เบิร์ดไม่ทันตั้งตัวจึงถูกผมคว้าแขนขวาไว้ได้ เขาพยายามจะะโหนี แต่ผมใช้พลังทั้งหมดเพิ่มมวลกระดูกในร่างกายท่อนบนของเขาจนหนักขึ้นหลายเท่า ขาของเขาที่สั่นเพราะความเจ็บปวดจึงทนไม่ไหวและทรุดลงกับพื้น
"ขอคืนที่โดนเมื่อกี้ละนะ" ผมพูด ใช้พลังเพิ่มมวลแค่เฉพาะที่ร่างกาย่ลำตัวของเบิร์ด และลดมวดกระดูกและกล้ามเนื้อส่วนขาและใบหน้า จากนั้นจึงจับคางของเขาเขิดหน้าขึ้นจากทางด้านหลัง และเข้าที่หน้าของเขาด้วยเรี่ยวแรงธรรมดาที่ไร้การเสริมพลังใดๆ
ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! ปัก!
ผมต่อยเขาเต็มแรง ไม่รู้ว่ามันจะได้ผลหรือไม่ แต่เบิร์ดมีสีหน้าเ็ปอย่างเห็นได้ชัด เขามีเืไหลกกจมูก แต่ผมยังไม่ยอมหยุด จนกระทั่ง
หมับ!
ลิสวาบีบคอผมจากทางด้านหลัง และยกผมจนตัวลอย ใบหน้าที่เคยใสซื่อตอนนี้มันดูน่ากลัวเป็พิเศษราวกับคนละคน
"พอได้แล้วเจมินี่" ลิสวาพูด
"ทุกคนพอแค่นั้นแหละ" มาลีเสริม เธอยืนกอดอกมองพวกผมด้วยสีหน้าปลาตายของเธอ "พวกนายก็ด้วยลิสวา วิราภะ"
ลิสวาที่ได้ยินมาลีก็ยอมวางผมลงแต่โดยดี เบิร์ดเองก็ลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ก่อนจะคัดเืออกจากจมูกก้อนใหญ่ เขายังดูสบายๆแม้จะโดนหมัดของผมเข้าไปเยอะขนาดนั้น
"เจ็บใช้ได้เลยว่ะ" เบิร์ดเช็ดเืที่เลอะจมูก แล้วหันมามองหน้าผม "นายผ่าน"
"สรุปว่านี่มันเื่อะไรกัน?" ผมยังคงสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากที่ต้องสู้กับคนที่พึ่งรู้จักอย่างดุเดือด และท่าทีสบายๆเหมือนเป็เื่ปกติแบบนี้ ผม้าคำตอบสำหรับเื่นี้อย่างมาก "อยู่ดีๆทำไมถึงท้าสู้กับผม"
"เื่มันค่อนข้างยาว นายก็น่าจะได้เห็นแล้ว นอกเหนือจากพวกเรายังมีคนอื่นๆที่มีพลังพิเศษอยู่อีก" มาลีแทรกขึ้น "คนที่มีพลังจิตอย่างเราสองคน คนที่จำแลงร่างเป็สัตว์ได้เหมือนเบิร์ดหรือลิสวา หรือแม้แต่คนที่ควบคุมธาตุได้ หลังจากที่ฉันเข้ามาที่นี่ก็ได้พบกับความจริงข้อนี้"
ผมพยายามตั้งใจฟังสิ่งที่มาลีกำลังพูดอย่างถี่ถ้วน ที่เธอพูดมามีเหตุผล การต่อสู้เมื่อสักครู่เป็ข้อพิสูจน์ที่ดี
"แน่นอนว่ามันมีทั้งคนที่ใช้พลังในทางที่ถูกต้อง และคนที่ใช้มันในทางที่ผิด จึงจำเป็ต้องมีกลุ่มคนที่เข้าแทรกแซงพวกเขาเ่าั้อย่างลับๆ เพื่อปกป้องพวกเรากันเอง รวมถึงยับยั้งคนแบบเราเอาไว้ ฉันกับสองคนนี้คือสมาชิกของกลุ่มผู้มีพลังพิเศษในโรงเรียนนี้ คอยยับยั้งเื่ร้ายๆที่เกิดขึ้นในโรงเรียน และหมู่บ้านนี้จากภัยอันตรายที่คุกคามพวกเขา"
"เื่ร้ายๆ? ภัยอันตราย? ภัยแบบไหนกัน?"
"นายก็น่าจะเดาได้นะ จากผู้มีพลังพิเศษคนอื่นยังไงล่ะ รวมถึง… องค์กรลับที่จับพวกเราไปด้วย"
เมื่อมาลีพูดถึงองค์กรลับนั่น ความรู้สึกนึกแค้นของผมก็ปะทุขึ้นมาทันที ไอพวกสารเลวนั่น ไอพวกจิตใจต่ำช้าที่พรากน้องชายของผมไป
"พวกเรามีอยู่เพื่อการนั้น เพื่อปกป้องและทำลาย ใช้พลังของพวกเราเพื่อปกป้องคนที่อ่อนแอ ยับยั้งเหล่าวายร้ายที่ใช้พลังในทางที่ผิด ฟังๆดูก็เหมือนฮีโร่เลยใช่มั้ยละ?" เบิร์ดเสริม "การต่อสู้เมื่อสักครู่คือการทดสอบว่านายเหมาะสมจะเข้าร่วมกับเรารึป่าว ถ้านายสอบไม่ผ่าน เราก็จะแค่จับตาดูนายไม่ให้ไปก่อปัญหาก็แค่นั้น"
"นายจะเอายังไงล่ะเจมินี่ จะเข้าร่วมกับเรารึป่าว?" มาลีถาม ตอนนี้ทั้งสามคนจ้องมองที่ผมเป็ตาเดียว ทั้งมาลี ทั้งเบิร์ด และลิสวา พวกเขากำลังรอคอยคำตอบจากผมอย่างใจจดใจจ่อ
"เื่นั้น…" ตอนนี้ผมลังเลที่จะตอบเอามากๆ ไม่ใช่ว่าผมไม่สนใจ แต่เพราะผมยังไม่อยากด่วนตัดสินใจต่างหาก คำเชื่อเชิญนี้มันเร็วเกินไปสำหรับผม และส่วนตัวผมเองไม่ชอบเข้าไปยุ่งกับเื่ของชาวบ้านด้วย
"ไปกดดันเขาแบบนั้นไม่ดีเลยนะพวกนาย" เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้น เด็กนักเรียนชายคนหนึ่งกำลังนั่งมองพวกเราอยู่ตรงบันไดขึ้นอาคารเรียน เขามีผิวคล้ำที่เกรียมแดด ผมหยักศกแสกกลาง ตัดด้านข้างเกรียนติดหนังหัว ดูๆไปแล้วก็เหมือนทรงผมของขุนศึกในสมัยก่อน เขามีใบหน้าที่ยิ้มแย้มดูขี้เล่น เหนือสิ่งอื่นใด เขาสวมเสื้อฮู้ดสีดำสนิทเอาไว้ด้วย
'สีดำอีกคน'
"ให้เวลาเขาหน่อยสิ กลุ่มของเรางานหนักนะ"
"หุบปากของแกไปเลยไอพรก" เบิร์ดพูดกับชายคนนั้น เขาเองก็คงเป็หนึ่งในสมาชิกอะไรนั่นแน่ๆ "แกเป็คนบอกให้พวกเราลองเชิญเขาเข้าร่วมเองไม่ใช่เหรอ?"
"เบิร์ดอย่าพูดคำหยาบสิ" ลิสวาแทรก
"มันก็ใช่ แต่ฉันไม่ได้บอกว่าต้องให้เขาเข้าร่วมกับเราให้ได้สักหน่อย"
ชายคนนั้นเดินลงมาจากบันไดแล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม ยิ่งมองใกล้ๆก็พบว่า ใบหน้าของเขาช่างคมเข้มดูดุดัน แต่เขากลับมีสีหน้ายิ้มแย้มและเป็นมิตร ดูจะร่าเริงเกินไปเสียด้วยซ้ำ จะว่าไปก็รู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยเจอที่ไหนอีกแล้วสิ
"เราชื่อพรกนะ มาจากคำว่าพรกยางในภาษาใต้ ยินดีที่ได้รู้จัก" ชายที่ชื่อพรกคนนี้ยื่นมือมาเหมือน้าจะจับมือ ผมมองเขาอย่างพินิจก่อนจะยอมจับมือตอบ แล้วเขาก็ยิ้มออกมาอีกครั้ง "อย่างที่ไอขี้เก๊กนั่นพูด พวกเราอยากให้นายเข้าร่วมกับพวกเรานะ ยิ่งได้คนเก่งๆอย่างนายมาร่วมทีมก็จะดีมาก แต่นายไม่จำเป็ต้องรีบตัดสินใจหรอก" ท่าทางเป็มิตรของพรกทำให้ผมสบายใจขึ้น เขาคงจะเข้ากับคนอื่นได้ดีด้วยนิสัยที่เป็มิตรแบบนั้น "ถ้านายสะดวก คืนนี้มาเจอพวกเราตอนสี่ทุ่มที่วัดหน้าโรงเรียนสิ แล้วนายค่อยตัดสินใจก็ได้"
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เหมือนคนอื่นๆจะเห็นด้วยกับเขา เพราะไม่มีใครคัดค้านคำพูดของเขาเลย
"แล้วแต่นายเลยไอหัวหน้า" เบิร์ดพูด
"ถ้าพรกว่ายังไงผมก็ว่าอย่างนั้นครับ" ลิสวาพูด
"เอาอย่างนั้นก็ได้" มาลีพูด "งั้นเราไปกันเถอะเจมินี่"
มาลีไม่รอช้ารีบเดินแยกออกไปทันที ทิ้งให้สามคนนั้นยืนอยู่ที่เดิม ผมก็ต้องตามเธอไปอย่างช่วยไม่ได้ เอาจริงๆผมไม่ชอบให้เธอเรียกผมแบบนั้นเท่าไหร่ เพราะมันเป็นชื่อที่ใช้ตอนอยู่ในองค์กรนั่น
"นี่มาลี ช่วยหยุดเรียกฉันด้วยชื่อนั้นจะได้มั้ย ตอนนี้ฉันไม่ใช่เจมินี่แล้วนะ" ผมพูดออกไปขณะที่มาลีเดินนำหน้าโดยที่ผมไม่รู้ว่าเรากำลังจะไปไหน แต่เมื่อผมพูดจบเธอก็หยุดเดินแล้วหันมาในทันที
"นายเองก็ยังติดเรียกฉันว่าเวอร์โก้เหมือนกันนี่" คำพูดนั้นของมาลีทำให้ผมชงัก ถึงผมจะไม่ค่อยได้เรียกเธอ แต่ผมก็จดจำเธอในชื่อเวอร์โก้อยู่บ่อยครั้งจริงๆ "เอาเถอะ ถ้านายไม่อยากให้เรียกฉันก็จะไม่เรียก"
"ฉันก็จะไม่เรียกเธอด้วยชื่อนั้นเหมือนกัน"
"อืม"
แล้วเราสองคนก็เดินกันต่อโดยที่ไม่ได้พูดอะไรอีก ระหว่างนี้ผมคงต้องพิจารณาเื่คำเชิญเข้ากลุ่มของมาลีดูอีกที สงสัยว่าคืนนี้จะไม่มีเวลาว่างอ่านหนังสือเสียแล้ว