ลิ่งเสียนเฟยเปิดประตูเข้ามาในตำหนัก ก็เห็นเกากุ้ยเฟยนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“สนมเกาท่านมานานแล้วหรือเจ้าคะ”
“ได้ข่าวว่าฮองเฮาเรียกพบเจ้าหรือ นางถามอะไรเจ้าบ้าง” ไม่เพียงไม่ตอบคำถามนางยังถามกลับด้วยท่าทางที่ไม่เป็นมิตรนัก
“ไม่ได้ถามอะไรมาก พระองค์เพียงแค่เรียกข้าไปดื่มชา พูดคุยสัปเพเหระเท่านั้นเจ้าค่ะ”
“หากจะพูดอะไรเจ้าต้องคิดให้รอบคอบอย่าลืมว่าชีวิตของเด็กคนนั้นขึ้นอยู่กับเจ้า” เกากุ้ยเฟยขู่
“ทำไมท่านต้องทำเช่นนี้ด้วยเจ้าคะ เด็กคนนั้นทำอะไรผิด ทำไมถึงต้องลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องสกปรกพวกนี้ด้วย”
ลิ่งเสียนเฟยพูดอย่างเหลืออด
“หากไม่ทำเช่นนี้ เจ้าจะเชื่อฟังข้าหรือ”
“ท่านปล่อยเขาไปเถอะข้าสัญญาจะเชื่อฟังท่านทุกอย่าง” นางขอร้องเกากุ้ยเฟยด้วยน้ำตา
“เจ้าเป็นแค่ลูกสาวเจ้าเมืองเล็กๆมีสิทธ์อะไรมาต่อรองกับข้า หรือว่าข้าควรทูลเรื่องเด็กคนนั้นดี ข้านึกภาพไม่ออกเลยโทษหลอกลวงเบื้องสูงของตระกูลลิ่งนี่จะตัดสินยังไงนะ เมืองซีโจวจะถูกตัดเสบียงหรือตระกูลลิ่งจะถูกประหารทั้งตระกูลกันแน่” พูดจบเกากุ้ยเฟยก็หยิบพัดขึ้นพัดเบาๆเดินหัวเราะออกไป ทิ้งให้ลิ่งเสียนเฟยนั่งร้องไห้มืดแปดด้านอยู่ตรงนั้น
“ เสด็จแม่จะไปไหนหรือพะยะค่ะ” องค์ชายสามถามฮองเฮา ขณะที่นางเดินออกจากตำหนัก
“แม่จะไปจวนท่านฉางผิงวันก่อนเสด็จพ่อของเจ้าประทานงานเลี้ยงฉลองชัยให้แม่ทัพฉางกงและบุตรชายแม่จะไปร่วมงานเสียหน่อยเจ้าจะไปด้วยหรือ”
“ไม่ดีกว่าลูกเห็นแม่ทัพแล้วคิดถึงพี่ใหญ่” องค์ชายสามทำหน้าเศร้า
“เสด็จพ่อของเจ้าบอกว่ามีคำสั่งเรียกตัวพี่ใหญ่กลับมาแล้ว ตอนนี้กำลังเดินทางอีกไม่กี่วันก็คงถึง ก่อนที่พี่ใหญ่ของเจ้าจะกลับมาถึง เจ้าก็ทำตัวดีๆก็แล้วกัน”
“ลูกดีใจจริงๆพะยะค่ะ”
“คุณหนูลั่วมาถึงแล้วเพคะ” จื่อซางรายงานยังไม่ทันจบเสียงแหลมเล็กก็ดังมาแต่ไกล
“หม่อนฉันมาแล้วเพคะ” ลั่วชิงหยางทำความเคารพฮองเฮาและองค์ชายสาม
“วันนี้ลำบากเจ้าไปเป็นเพื่อนคนแก่อย่างข้าแล้วชิงหยาง”
“ไม่เลยเพคะ หม่อมฉันเป็นเพื่อนกับ
เยี่ยนหลียังไงก็ต้องไปอยู่แล้วเพคะ”
“ข้าฝากดูแลเสด็จแม่ด้วยนะชิงหยางนานแล้วที่เสด็จแม่ไม่ได้ออกไปไหนมาไหน”
“เจ้าไม่ต้องห่วงข้าจะดูแลฮองเฮาอย่างดีที่สุด”
ทั้งสองขึ้นรถม้าของวังหลวงมุ่งหน้าไปยังจวนฉาง
“องค์ชายท่านเมามากแล้วกระหม่อมจะพาท่านกลับนะขอรับ” จูเหม่าเข้ามาประคององค์ชายรอง
“ข้าไม่กลับ ข้ายังไม่เมาเอาเหล้ามาอีก”
สาวงามที่นั่งล้อมหน้าล้อมหลังต่างก็ปรณนิบัติองค์ชายรองอย่างดี หากกล้าขัดใจองค์ชายหย่งเหอ คงไม่เป็นผลดีกับพวกนาง
“ทำไมจูเหม่าเจ้าไม่พอใจที่ข้าจัดการนางหรือ ก็แค่นางกำนัลเล็กๆเจ้าจะอะไรนักหนา หรือเจ้าชอบนาง หากเจ้าชอบคนไหน คราวหน้าเจ้าก็บอกข้าก่อนข้าจะเก็บไว้ให้เจ้า เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ใช่คนใจแคบ ฮ่าๆๆๆ” ความเมาทำให้หย่งเหอพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา
“องค์ชายท่านเมามากแล้วท่านกำลังพูดจาส่งเดชนะขอรับ”
“พวกเจ้าออกไปให้หมด” เมื่อห้ามหย่งเหอไม่ได้ จูเหม่าก็หันมาไล่สาวงามทั้งหมดให้ออกจากห้องไป เป็นเหตุให้หย่งเหอไม่พอใจจึงอาละวาดเสียงดัง
“เจ้าบังอาจนัก ถือดียังไงมาใล่พวกนางออกไป”
“หากองค์ชายยังเป็นเช่นนี้ อีกไม่นานคงรู้ถึงหูฮ่องเต้แน่ขอรับ”
“เจ้ากล้าเอาเสด็จพ่อมาขู่ข้าหรือ”
ก่อนที่หย่งเหอจะพูดไปมากกว่านั้นหนานตงก็ผลักประตูเข้ามาพร้อมกับเกาหล่าง
“นึกว่าใครที่แท้ก็เป็นท่านลุงนี่เอง”
“เจ้าพาองค์ชายรองกลับไปพักที่จวนของข้าก่อน สร่างเมาแล้วค่อยส่งกลับตำหนัก” เกาหล่างสั่งหนานตง
“ข้าไม่กลับ ข้ายังไม่อยากกลับ”
“แต่ท่านต้องกลับ” เกาหล่างสั่ง
“ท่านเป็นใครถึงกล้ามาสั่งข้า ท่านคิดว่าช่วยข้าแล้วท่านจะสั่งข้าได้ทุกอย่างหรือ ท่านไม่ใช่พ่อข้าอย่าบังอาจมาสั่งข้าเด็ดขาด” หย่งเหอยกมือชี้หน้าเกาหล่างผู้เป็นลุง คำพูดที่ออกจากปากหย่งเหอเสนาบดีเกาหล่างได้แต่กำมือแน่น
“เจ้าสองคนลากองค์ชายกลับไป”
ที่ห้องข้างๆ
“ข้าควรเข้าไปทำความรู้จักองค์ชายหย่งเหอได้แล้วกระมัง”
“องค์ชายหย่งเหอมาที่นี่เกือบทุกวันขอรับ แล้วศพนางกำนัลที่เราพบอยู่ชายป่านอกเมืองก็น่าจะเป็นฝีมือของเสนาบดีเกาหล่างที่เก็บกวาดให้องค์ชายหย่งเหอขอรับ”
“น่าสนใจแล้วสิ” ซือฟางเจิ้ยนยิ้ม