<><><><><><><><><><><><>
เมื่อหยางมี่กลับมาถึงรถม้า ลุงขายข้าวสารก็เข้าไปคุยกับลุงห่าวที่ห้องทำงานทันที
ส่วนหยางมี่ก็กลับขึ้นรถม้าของตัวเองเพื่อไปบอกเล่าเื่าให้กับน้องชายฟังเช่นกัน
"เฉินเอ๋อร์พี่ว่าเราต้องรับเดินทางกันแล้วล่ะ แคว้นหนานกำลังจะเกิดา"
"จริงหรือขอรับ..."
"จริงๆ"
"พี่สาว..ข้ากลัว"
"เ้าไม่ต้องกลัวนะ เรามีสี่ยอดองครักษ์อยู่ ทั้งยังมีม้าที่วิ่งเร็วที่สุด เราต้องหนีทันแน่นอน"
"ขอรับพี่สาว"
'เ้าต้องไปบอกลุงห่าวว่าาจะลามมาถึงที่นี่'
...กึก…
หยางมี่ชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงเ้าหู่เข้ามาในหัว นางหันมองไปที่สี่ยอดองครักษ์เมื่อเห็นพวกมันพยักหน้าพร้อมกัน
นางก็รีบไปบอกลุงห่าวว่าจะเดินทางไปหาพ่อในวันพรุ่งนี้ตอนเช้า ทั้งยังบอกลุงห่าวด้วยว่า
าจะมาถึงที่เมืองนี้แน่นอน แล้วนางก็ให้เหตุผลไปว่า ก่อนหน้านี้นางอยู่ที่หมู่บ้านหนางจง นางได้ยินทหารหน้าเมืองไห่หนานพูดกันว่า
เมืองไห่หนานและเมืองข้างเคียงจะกลายเป็สนามรบ และอาจจะมีผลกระทบกับเมืองจูซานด้วย
"ถ้าอย่างนั้นลุงจะอพยพไปอยู่บ้านเดิมภรรยาที่เมืองที่เมืองิเจียง แล้วเ้าล่ะหยางมี่ตัวน้อยเ้ากับพ่อจะไปที่ใด"
"ข้าคิดว่า ท่านพ่อน่าจะพาข้าไปบ้านเดิมของท่านแม่ที่แคว้นตงเปียนเ้าค่ะ"
"อืม..ดีๆๆ แคว้นนั้นแข็งแกร่งและสงบสุขมาก เสียอย่างเดียวพื้นที่มีแตู่เาหาที่เพาะปลูกยาก แต่ก็ดีแล้วเ้าสองพี่น้องจะได้ไม่ต้องเร่รอนอยู่แบบนี้อีก"
"เ้าค่ะท่านลุง"
หยางมี่นึกขึ้นได้ว่า จะต้องซื้อยามาไว้ใช่ในยามฉุกเฉินด้วย จึงวิ่งไปที่โรงหมอคนเดียวอีกครั้ง
"ท่านลุงหมอเ้าค่ะ ข้ามาซื้อยาเ้าค่ะ"
หยางมี่ะโบอกท่านลุงหมอด้วยน้ำเสียงเล็กๆน่ารัก ทำให้คนงานอมยิ้มเพราะเอ็นดูหยางมี่ทันที
"เ้าจะเอายาอะไรหรือ"
"ข้าจะซื้อยาแก้ไข้ตัวร้อนเ้าค่ะ "
"เอากี่ห่อล่ะ 1 ห่อ ต้มได้ 1 หม้อ 1หม้อต้มได้ 10 ถ้วย "
"ห่อล่ะเท่าไหร่เ้าค่ะ"
"ห่อล่ะ 20 อีแปะ"
"ข้าเอา 20 ห่อเ้าค่ะ"
"ทั้งหมด 4 ตำลึงเงิน"
"นี่เ้าค่ะท่านลุง"
"ข้าได้ข่าวว่าเ้าจะเดินทางวันพรุ่งนี้แล้วหรือ"
"ใช่เ้าค่ะท่านลุงหมอ ข้าต้องรีบเดินทางเพราะแคว้นหนานกำลังจะเกิดา "
"ข้าก็กำลังเตรียมตัวอพยพเช่นกัน ข้าขอให้เ้าเดินทางปลอดภัยนะ"
"ขอบคุณเ้าค่ะท่านลุงหมอ ท่านเป็หมอที่ใจดีและหล่อเหลาที่สุดเ้าค่ะ ข้าขอให้ท่านเดินทางปลอดภัยนะเ้าคะ"
หยางมี่พูดด้วยเสียงที่สดใส พร้อมกับยิ้มแฉ่งให้ท่านลุงหมอ แล้ววิ่งกลับไปที่รถม้าในทันที จึงไม่ทันได้เห็นท่านหมออมยิ้มให้หยางมี่อย่างเอ็นดู
เช้าวันใหม่
"ท่านลุงข้าไปก่อนนะเ้าค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านช่วยเหลือข้าสองคนพี่น้อง"
"ไม่เป็ไร พบกันถือเป็วาสนา ถ้าเ้าผ่านมาทางนี้ก็อย่าลืมมาเยี่ยมข้าบ้างนะนังหนูมี่"
"เ้าค่ะท่านลุงห่าว ข้าขอให้ท่านลุงสุขภาพแข็งแรง และเดินทางอพยพอย่างปลอดภัย"
"เ้าด้วยนะนังหนูมี่ ข้าขอให้เ้าเดินทางไปหาพ่ออย่างปลอดภัย ระวังตัวให้ดีๆล่ะ"
"แล้วพบกันใหม่เ้าค่ะ"
"อืม..แล้วพบกันใหม่"
หยางมี่โบกมือลาท่านลุงห่าวแล้ว ก็บังคับรถม้าพร้อมกับเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองจงซาน
เงินขายขนมของหยางมี่หมดไปกับการซื้อข้าวมาตุน ยังดีที่ยังมีเงินจากการขายโสมซานซี
'เฮ้อ...่หน้าหนาวอะไรๆก็แพงจังเลยนะ...เอาไว้ถึงเมืองถัดไปข้าจะขายขนมอีกครั้งเอาทุนคืนก่อน '
หลังจากที่รถม้าของหยางมี่ออกจากเมืองจูซานมาได้3 ชั่วยาม กลุ่มของหยางเจี้ยนก็เพิ่งจะมาถึงเมืองจูซานและเข้าพักที่โรงเตี๊ยม1วัน
เพราะต้องให้ม้าได้พักหลังจากใช้งานม้าอย่างหนักมาตลอดหลายวัน
กลุ่มของหยางเจี้ยนที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่โรงเตี๊ยม พร้อมกับฟังโต๊ะข้างๆพูดคุยไปด้วย
'รถม้าของหนูน้อยหยางมี่เดินทางไปแล้วหรือ เฮ้อ..เสียดายยิ่งนัก ขนมของนางอร่อยมากเลย ข้าจะมีโอกาสได้กินอีกหรือไม่นะ'
'ลุงห่าวบอกว่า รถม้าของหยางมี่จะเดินทางขายไปเรื่อยๆ'
'ยังเป็เด็กตัวน้อยอยู่แท้ๆเหตุใดถึงได้เร่ร่อนขายของเช่นนี้ เห็นว่าน้องชายของนางขาหักด้วย '
'ใช่ๆ..ข้าเห็นนางตอนพาน้องไปหาโรงหมอ เด็กทั้งสองยังผอมแห้งมากอีกด้วย น้องชายของนางน่าจะอาการหนักหน้าดู'
หยางเจี้ยนและหยางจื่อที่กำลังตั้งใจฟังอยู่นั้น พวกเขาก็มั่งใจแล้วว่า เด็กสองคนที่โต๊ะข้างๆพูดถึงคือบุตรชายหญิงของเขา
หยางเจี้ยนกำตะเกียบแน่นทั้งยังมีน้ำเอ่อคลอออกจากดวงตา เขาทำใจไม่ได้จริงๆที่ได้รับรู้สภาพของลูกชายหญิงของเขา
คนอื่นๆที่ได้เห็นหยางเจี้ยนและหยางจื่อร้องไห้ ก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กสองคนที่โต๊ะข้างๆพูดถึง อาจจะเป็ลูกชายหญิงของหยางเจี้ยน
"ข้ารู้สึกเจ็บตรงนี้ยิ่งนัก"
หยางเจี้ยนทุบไปที่อกของตนเองอย่าง้าระบายความเ็ปที่มันอยู่ในอก
"อาเจี้ยน อย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่าเด็กทั้งสองยังคงปลอดภัย ลุงคาดว่าอีกประมาณ1วันคงจะตามทันหรืออาจจะเร็วกว่านั้นก็ได้"
"ขอรับท่านลุง"
"ท่านลุงซ่งท่านป้าซ่ง ท่านไม่คิดที่จะไปอยู่หมู่บ้านเดียวกับพี่เจี้ยนหรือขอรับ"
"ข้าสองคนคุยกันแล้วว่าจะย้ายไปอยู่ที่แคว้นตงกับอาเจี้ยน แล้วจะหาซื้อที่ดินให้ห่างจากผู้คนสักหน่อย พวกข้าชอบความสงบ"
"ข้าดีใจมากขอรับที่ท่านลุงท่านป้าซ่ง จะไปอยู่ที่แคว้นตงกับพวกเรา"
"หลังจากที่พ่อแม่ของเ้าตายไป ข้าก็คอยดูแลสั่งสอนเ้ามาตลอด รวมถึง3หน่อตัวน้อยด้วย ข้าจึงไม่อาจตัดใจปล่อยให้พวกเ้าไปกันตามลำพังได้ "
"ขอบคุณลุงซ่งขอรับ ข้าก็รักพวกท่านไม่ต่างไปจากท่านพ่อท่านแม่เลย "
สองสามีภรรยาพยักหน้ายิ้มอย่างคนใจดี แล้วหลังจากนั้นทุกคนต่างก็แยกย้ายกันพักผ่อน
แต่หยางเจี้ยนกลับนอนไม่หลับ เพราะในหัวคิดถึงแต่ลูกสาวและลูกชาย
"ท่านพ่อ..ท่านนอนไม่หลับหรือ"
"ใช่..พ่อนอนไม่หลับ พ่อเป็ห่วงน้องของเ้า พวกเขายังเด็กมากนักไม่รู้เื่โลกภายนอกว่ามันน่ากลัวมากเพียงใด"
หยางเจี้ยนพูดออกมาทั้งน้ำตา คำบอกเล่าของคนในโรงเตี๊ยมกับสภาพของลูกสาวลูกชายที่ผอมแห้ง
มันยังคอยวนเวียนอยู่ในหัวของเขาไปมาซ้ำๆไม่จางหายหยางจื่อที่เห็นบิดาร้องไห้เขาก็อดน้ำตาซึมไม่ได้
เขาเองคิดถึงน้องตัวน้อยเช่นกัน ตอนที่พวกเรายังอยู่ด้วยกัน ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่ได้ร่ำรวย แต่ข้ากับท่านพ่อก็ไม่เคยปล่อยให้น้องสาวน้องชายต้องอยู่อย่างอดอยากจนผอมแห้ง
ก่อนที่จะออกไปทำงานแล้วหลงเข้าไปในกับดักที่สุสานโบราณ น้องทั้งของข้าสองออกจะอ้วนท้วนน่ารักน่าชัง
"จื่อเอ๋อร์เ้านอนพักสักหน่อยเถิด พรุ่งนี้จะได้ไม่เพลีย"
"ท่านพ่อก็ต้องนอนด้วยนะขอรับ"
"ได้ๆ"
สองพ่อลูกหลับอย่างรวดเร็ว ทั้งยังหลับข้ามคืนไปจนถึงเช้าของอีกวัน
จนกระทั่งหยางเจี้ยนสะดุ้งตื่นแล้วก็รีบจัดการตัวเองและปลุกลุกชาย
อวี่เหวินเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมพร้อมกับะโขึ้นมาอย่างคล่องเเคล่ว
ร่วมถึงคนอื่นๆที่เดิมตามมาด้วยเช่นกัน เมื่อทุกอย่างพร้อมต่างก็บังคับม้าวิ่งออกไปในทันที
"พวกเราออกเดินทางเถอะ"
เมืองต่อไปก็จะเป็เมืองจงซาน เส้นทางเมืองจงซานทุกคนรู้ดีว่ามันเป็เส้นทางอันตรายถ้าคนไม่ชินทางอาจจะพลัดตกเหวได้
หยางมี่ตื่นนอนั้แ่เช้า เพื่อออกเดินหาฟืนเก็บสะสมไว้ให้ได้เยอะที่สุดแล้วก็ตักน้ำใส่ถัง หยางมี่เดินตักน้ำในลำธารตั้งหลายรอบกว่าน้ำจะเต็มถัง
เมื่อหยางมี่ตักน้ำเสร็จแล้วนางก็มาทำโจ๊กใส่หมูชาชูและเช็ดตัวให้น้อง
"ถ้าขาของเ้าดีขึ้นพี่จะพาเ้าขึ้นไปนอนข้างบน ข้างบนนั้นถึงจะไม่กว้างมากแต่ก็มีเตียงนอนสองชั้นตั้งสองเตียงเลยนะผ้าปูที่นอนทั้งนุ่มและอุ่น"
"ข้าอยากนอนขอรับพี่สาว"
"งั้นก็กินยาห้ามบ่ายเบี่ยงเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่"
"เข้าใจขอรับ"
หยางเฉินทำหน้ายู่ยี่เมื่อนึกถึงยาขมๆ กว่าเข้าจะกินมันลงไปได้ช่างทรมานยิ่งนัก
"เอาล่ะเสร็จแล้ว เ้ากินข้าวรอพี่อยู่ในรถม้ากับจางหลงและเ้าหู่ก่อนนะ พี่จะออกไปหาอะไรที่มันพอกินได้มาเก็บไว้ แต่ไม่รู้ว่าจะมีหรือไม่"
"พี่สาวรีบกลับมานะขอรับ"
"แล้วพี่จะรีบกลับมา"
หยางมี่ะโลงจากรถม้า และรีบวิ่งตามหวังเฉากับหม่าฮั่นเข้าไปในป่าทันที หยางมี่เดินเข้ามาในเขตป่า อากาศก็เริ่มเย็นลงจนเริ่มแสบจมูก
"ถึงหรือยัง ข้าเหนื่อยยิ่งนัก"
'ขึ้นหลังของข้าสิ'
หยางมี่ขึ้นหลังหวังเฉาทันที เพราะขาของนางวิ่งต่อไปไม่ไหวแล้ว
"เ้าจะพาข้าไปไหน"
'ไปหาสมุนไพร'
"อ่อ..."
หวังเฉากับหม่าฮั่นวิ่งเข้าไปในป่าลัดเลาะไปตามเส้นทางลำธาร หวังเฉาพาหยางมี่ะโข้ามน้ำเพื่อข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง และเดินมุดเข้าไปหลังต้นไม้ใหญ่
"พวกเ้ามุ่งหน้ามาทางนี้ราวกับว่ารู้ที่อยู่ของสมุนไพร"
'ใช่..นั้นเป็เพราะข้าเก่งมาก'
หวังเฉาพูดชมตัวเองด้วยเสียงนิ่งๆ ทำให้หยางมี่ต้องอมยิ้มให้กับความมั่นหน้าของหวังเฉา
"แล้วแต่เ้าจะคิดเลย"
'มี่มี่...รีบเก็บต้นฉั่งฉิกเร็วเข้า'
"ได้เลยหม่าฮั่น...ว่าแต่ต้นฉั่งฉิกเป็แบบไหน แล้วใช้ทำอะไรหรือ"
"ต้นฉั่งฉิกเป็สมุนไพรห้ามเื เอาไปตากให้แห้งแล้วบดให้เป็ผงเอาไว้โรยที่าแ
แล้วสามารถแก้อาการกระอักเืได้ มีเก็บเอาไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน แล้วเ้าก็เก็บรากเหง้ามันไปด้วยเอาไว้ไปปลูกที่บ้านของเ้า"
"ได้เ้าค่ะท่านหวังเฉาท่านหม่าฮั่น"
สุนัขทั้งสองส่ายหน้าอย่างระอาใจกับนิสัยเด็กๆของเ้านายตัวน้อยไม่ว่าจะภพนี้หรือภพก่อนก็ยังคงชอบทำตัวเป็เด็กเหมือนเคย
><><><><><><><><><><><>
ขอบคุณนักอ่านทุกคนนะคะ