23 | บทสรุปของกฎ 21 วัน
คืนที่ยี่สิบสองของกฎ 21 วัน ไม่ต่างกับการวัดใจดี ๆ นี่เอง เพลงพนัสวางโทรศัพท์ไว้บนหมอน นั่งกอดเข่าจ้องมองอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งถึงเวลาสามทุ่มตรง หญิงสาวก็หลับตาลง ไร้เสียงใดแทรกขึ้นในความสงบของค่ำคืน มีเพียงเสียงหรีดหริ่งเรไรนอกบ้านที่ดังอื้ออึง
“ไม่เป็ไร เพิ่งคืนแรก สงสัยคุณแสนย์คงคิดว่าแกลืม” ลลิตา เพื่อนสาวนักวิจัยก็คอยลุ้นไปด้วย
คืนต่อมา เพลงพนัสก็ยังทำเช่นเดิม วางโทรศัพท์ไว้บนหมอน ใกล้กับสายยูโดสีน้ำตาลปลายดำซึ่งพับวางไว้ข้าง ๆ แต่เ้าเครื่องมือสื่อสารเครื่องน้อยก็ยังคงเงียบ
“ไม่เป็ไร เพิ่งสองคืน เขาอาจจะยังไม่รู้ตัวว่าแกหายไป หรือถ้ารู้ ก็อาจจะยังงง ๆ อยู่”
คืนที่สาม สี่ และห้าที่เพลงพนัสอันตรธานสาบสูญไปจากชีวิตเขา ทุกอย่างก็ยังนิ่งเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาไม่เดือดร้อนที่เธอหายไป ต่างจากตัวเธอเองที่ได้แต่กอดหมอนแน่น แล้วซุกหน้าลงไปราวกับจะยึดเป็ที่พึ่งพิงยามหัวใจเ็ป
ถ้าว่ากันตามทฤษฎี กฎ 21 วันก็คือการนำหลักการทางสมองของมนุษย์มาใช้ ที่ว่าหากคนเราทำอะไรอย่างต่อเนื่องเป็เวลานานอย่างน้อยยี่สิบเอ็ดวันแล้ว สิ่งที่กระทำนั้นจะติดเป็นิสัย หญิงสาวส่งข้อความถึงชัชแสนย์ตอนสามทุ่มทุกคืนก็เพื่อให้เขาเริ่มติดการอ่านข้อความของเธอนั่นเอง แต่มาตอนนี้ ผลลัพธ์ของกฎ 21 วันได้ย้อนกลับเข้าตัวคนทำเสียแล้ว เธอเสพติดการส่งข้อความถึงเขา พอถึงคราวต้องหยุดถึงได้ทรมานเสียจนแทบนอนซม
“ไม่เป็ไรนะแก อดทนไว้นะ แล้วมันจะผ่านไปด้วยดีนะ” ลลิตายังคอยเป็ห่วงเป็ใย โทร. มาถามไถ่เสมอ คงกลัวว่าเธออยู่บ้านพักนักวิจัยคนเดียวจะฟุ้งซ่าน
“แก...ฉันอดทนเดินทางมายี่สิบเอ็ดวันเพื่อจะได้รู้ว่า การที่ฉันหายไปมันไม่มีความหมายอะไรกับเขาเลย เขาไม่ทักมาจริง ๆ ชีวิตที่ไม่มีฉันมันดีกว่าใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นฉันไปก็ได้ ใช่สิ...ฉันก็คงต้องจากไปจริง ๆ นั่นแหละ”
“ใจเย็นสิลูกไม้ บางทียี่สิบเอ็ดวันอาจน้อยไปสำหรับคุณแสนย์ก็ได้ อาจจะยังไม่ซึมเข้าไปในความรู้สึกของเขา”
“หมายความว่า แกยังคิดว่าฉันควรจะเดินหน้าต่อเหรอ”
“ต้องแล้วแต่ใจแกสิ ถ้าแกอยากเดินก็เดิน ถ้าอยากหยุดก็หยุด หรืออยากเปลี่ยนไปเดินกับใครคนอื่นก็ไปได้ หัวใจเป็ของแกนี่นา แล้วแกคิดยังไงล่ะตอนนี้”
“ฉัน...ฉันคิดถึงเขา”
“ถ้างั้นแกก็จีบต่อ ไม่ได้จำกัดซะหน่อยว่าครบยี่สิบเอ็ดวันไม่ได้ผลแล้วต้องเลิกจีบ แกหามุกไปทักเขาใหม่ก็ได้”
“ฉันคิดถึงเขาก็จริง แต่เหนื่อยจังเลยลิลลี่ ขอพักก่อนก็แล้วกันนะ”
“จะว่าไป ฉันมีทฤษฎีใหม่นะ เพิ่งอ่านเจอเมื่อกี้นี้เอง” น้ำเสียงลลิตาฟังดูตื่นเต้น “ทฤษฎีการรับรู้ V A R K”
ลลิตาเล่าว่าคนเรามีความถนัดทางการรับรู้และเรียนรู้แตกต่างกันไป บางคนถนัดดูรูป แผนที่ แผนภูมิ สัญลักษณ์ต่าง ๆ ก็จะจัดเข้ากลุ่มแรกคือตัว V หรือ Visual
บางคนถนัดทาง ‘การฟัง’ จัดเข้ากลุ่ม A หรือ Auditory จึงเป็เหตุผลว่า ทำไมนักเรียนบางคนชอบฟังครูสอนในห้องเรียน ชอบเรียนพิเศษ หรือตอนใกล้สอบมาฟังเพื่อนติวแล้วรู้เื่กว่าอ่านเอง
ส่วนกลุ่ม R คือ Read กับ Write เป็คนชอบข้อมูลที่เป็ตัวอักษร ก็คงไม่พ้นนักวิชาการ หรือนักเขียน นักอ่าน ที่ชอบหนังสือ ตำรา สังเกตได้ว่าคนกลุ่มนี้จะชอบอ่านทุกสิ่งอย่าง และพกปากกากับสมุดโน้ตติดตัวด้วย
“คุณแสนย์ของแกเป็นักกีฬา น่าจะถนัดการรับรู้ทาง ‘การัั’ นะ เป็คนกลุ่มสุดท้ายคือตัว K มาจาก Kinesthetic อ้อ...เขาเล่นยูโดนี่ ยิ่งชัดเลยว่าน่าจะถนัดทางการััมากกว่าอย่างอื่น แต่ที่ผ่านมาแกพิมพ์ข้อความจีบเขา เท่ากับว่าแกสื่อสารผ่านทาง ‘ตัวอักษร’ จึงไม่แปลกเลยที่เขาจะไม่รู้สึกอะไรกับแก เพราะมันผิดช่องทางการรับรู้ไปหน่อยไง”
“โธ่ พยายามมาตั้งนาน มันไม่ได้เข้าไปในซีรีบรัมของเขาเลยหรือนี่”
เพลงพนัสรำพึงรำพันกับตัวเอง เพิ่งรู้ว่าโลกนี้มีทฤษฎีอะไรแบบนี้ด้วย
เพื่อนสาวฝั่งปลายสายหัวเราะ “ก็ทำนองนั้นแหละมั้ง”
“นี่แปลว่าฉันต้องเอาตัวไปให้เขาััสินะ” พูดไปแล้วก็บิดม้วนขวยเขิน ลูบแขนไปมา
ลลิตาหัวเราะใหญ่ “ถ้าทำได้ก็เอาสิ ไปให้เขาทุ่มสักทีเป็ไง”
เพลงพนัสหัวเราะหึ ไม่อยากจะบอกเลยว่าทำมาแล้ว
เพื่อนสาวขยายความต่อ “ััที่ว่า ไม่ใช่การลูบ ๆ คลำ ๆ อย่างที่แกคิด แต่หมายถึงประสบการณ์และการลงมือปฏิบัติย่ะ คนกลุ่มนี้จะเรียนรู้ได้ดีเมื่อได้ลงมือทดลอง มีประสบการณ์ร่วม ได้ดูการสาธิต ดังนั้นถ้าแกจะเข้าหาเขาให้ถูกช่องทางก็ต้องเข้าไปผูกพัน ทำอะไรต่าง ๆ ร่วมกัน มันจะช่วยให้เขารับรู้ถึงนิสัยใจคอและความเป็ตัวแกมากขึ้น ฉันว่าอย่างคุณแสนย์ต้องช่องทางนี้แหละ ถ้าแกพิมพ์จีบเขาไม่สำเร็จ ก็ต้องลองเข้าทางนี้ดู”
เื่ที่ลลิตาเล่าให้ฟังนั้นก็น่าสนใจอยู่ แต่ในทางปฏิบัติจะทำยังไง เพลงพนัสยังไม่มีแรงพอจะวางแผนอะไรทั้งนั้น หญิงสาวกอดเข่าอยู่บนเตียงเงียบ ๆ ปล่อยเวลาให้ไหลไปกับการคิดทบทวนถึงเื่ราวที่ผ่านมา ไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากทำอะไร เ้าจีจี้มาส่งเสียงงี้ด ๆ หน้าประตูก็ไม่อยากเปิด
แล้วเพลงพนัสก็ได้พบว่า ใน่เวลาแห่งความเศร้าซึมนั้นยังมีเื่ดี ๆ อยู่บ้าง ธัชชัยเพื่อนรักโทร. มาแสดงความยินดีกับเธอก่อนใคร น้ำเสียงของมันตื่นเต้นเสียจนเธอใ นึกว่าใครเป็อะไร
“อ้าว นี่แกยังไม่รู้อีกเหรอ งานวิจัยของแกได้รางวัลชนะเลิศนะโว้ย” มันว่าอย่างนั้น
“หา! จริงเหรอ แกพูดจริงนะ”
“จริงสิ ไอ้บ้า เขาแชร์กันกระหน่ำบนหน้าเฟซ ไม่ได้ดูเลยเหรอ”
เพลงพนัสเช็กโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง พบว่าเป็จริงดังเพื่อนว่า
“เฮ้ย แก ฉันทำได้จริง ๆ ด้วย”
หญิงสาวยิ้มกว้างออกมาได้เป็ครั้งแรก รีบคว้ากุญแจรถแล้วออกเดินทางกลับบ้านที่อำเภอเมืองกาญจนบุรี ตั้งใจจะไปบอกข่าวดีทำเซอร์ไพรส์สักหน่อย ถ้าพ่อกับแม่รู้จะต้องดีใจมากแน่ ๆ
พอมาถึงบ้านปรากฏว่าเธอโดนเซอร์ไพรส์กลับ เพราะนอกจากพ่อกับแม่จะรู้ข่าวแล้ว ทั้งธัชชัย ทอรุ้ง และลูกศรผู้เป็น้องสาวยังมาคอยอยู่ที่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตา บนโต๊ะอาหารมีกับข้าวคอยท่ามากมาย ทั้งปลากะพงทอดน้ำปลา ปลานิลนึ่งมะนาว ของโปรดเธอทั้งนั้น
เพื่อน ๆ ในโซเชียลมีเดียเห็นข่าวก็โทร. มาแสดงความยินดี บ้างส่งข้อความ แม้แต่เพื่อนที่ไม่ได้คุยกันมานานยังทักมายินดีด้วย กรุ๊ปไลน์ของทีมนักวิจัยก็แทบแตก ยิงข้อความกระหน่ำยังกับปืนกล ถ้าอยู่ด้วยกันคงะโโลดเต้นกันใหญ่
เพลงพนัสขอบคุณทุก ๆ คน คุยเื่งานวิจัยซึ่งเพิ่งชนะเลิศหยก ๆ อย่างไม่รู้เบื่อ พอทุกอย่างเริ่มสงบ หญิงสาวก็ออกมาเดินเล่นหน้าบ้านซึ่งมีแปลงผักสวนครัวและแปลงดอกไม้ อดที่จะคิดถึงใครคนหนึ่งไม่ได้ เขาคงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเธอ ลูกไม้คนนี้กำลังได้รับเกียรติยศสูงสุดครั้งหนึ่งของการเป็นักกีฏวิทยาเชียวนะ
น่าเศร้าที่ทุกคนแสดงความยินดีกับเธอหมดแล้ว แต่คนที่เธอแคร์ที่สุดกลับเงียบเฉย เธอไม่อยากอวดตัวหรืออยากได้คำยกยอปอปั้นอะไรจากเขา เพียงแค่อยากแบ่งปัน่เวลาดี ๆ อยากมีเขาอยู่ใน่เวลาสำคัญของชีวิตเท่านั้นเอง
สุดท้ายหญิงสาวก็ตัดสินใจส่งข้อความไป
ลูกไม้: คุณแสนย์คะ งานวิจัยของทีมลูกไม้ได้รางวัลอาร์โทรโพดาด้วย ให้ทายค่ะว่าได้รางวัลอะไร
หญิงสาวยิ้มขำ ส่งไปแบบนี้ดูตลกดี
ครู่ใหญ่ต่อมา เขาก็ตอบว่า
แสนย์: ชนะเลิศสิครับ
เพลงพนัสยิ้มให้แก่คำตอบสั้น ๆ นั้น พิมพ์ตอบไปว่า
ลูกไม้: ใช่ค่ะ ทีมเราชนะเลิศ ตอนนี้ดีใจกันใหญ่เลยค่ะ
แล้วบทสนทนาก็จบลงเพียงเท่านั้น ในเมื่อเธอไม่ได้ถามคำถาม เขาก็เพียงแค่อ่านแล้วไม่ตอบเหมือนเดิม
เพลงพนัสทรุดนั่งบนม้าสนามหน้าบ้าน เจ็บชาไปทั้งหัวใจ ใจคอเขาจะไม่แสดงความยินดีกับเธอสักคำหรือ ในขณะที่คนอื่น ๆ รอบตัวตื่นเต้นดีใจจนแทบจะจุดพลุฉลอง แต่คุณแสนย์กลับเฉยเมยเสียจนเธอชักไม่แน่ใจว่าความสำเร็จครั้งนี้มีค่าอะไรหรือเปล่า
“เอาน่า...” ธัชชัยนั่งลงข้าง ๆ ตบบ่าเธอเบา ๆ “เขาไม่รู้นี่ว่ารางวัลอาร์โทรโพดามันยิ่งใหญ่ขนาดไหน แปลว่าอะไรก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำมั้ง”
“อาร์โทรโพดา ก็ไฟลัมของแมลงไง”
“ก็นั่นแหละ ใครจะไปรู้วะ”
“อ้าวเหรอ คนทั่วไปไม่รู้หรอกเหรอ” นักกีฏวิทยาสาวครางหงอยเหงา
“แกทำใจเถอะวะ เขาไม่รู้กับแกหรอกว่ากว่าจะได้รางวัลมาต้องทำงานลำบากขนาดไหน เขาไม่เข้าใจลักษณะงานของแก เพราะเขากับแกอยู่บนโลกคนละใบ สนใจคนละอย่าง”
ทอรุ้งก็มานั่งข้างเธอบ้าง แต่ไม่ได้เอ่ยคำใด เงียบจนธัชชัยต้องชะโงกหน้ามาถาม
“ว่าไงขอรับคุณทอรุ้ง ไม่มีคำปลอบใจสวย ๆ จากทุ่งลาเวนเดอร์มาฝากเพื่อนแล้วเหรอ ทีก่อนหน้าละสุมไฟเสียจนแทบจะไหม้บ้าน หรือไฟมันลามไหม้ทุ่งลาเวนเดอร์แกตายหมดแล้ววะ”
“อ้าว ไอ้นี่ ตอนจีบสาวน่ะ ให้มันปากเก่งอย่างงี้บ้างสิวะ”
ธัชชัยเหล่มองแล้วยักไหล่ทำเป็ไม่สนใจ แต่ก็จริงอย่างที่ธัชมันว่า ทอรุ้งไม่ได้พูดปลอบใจเธออย่างเคย คงมองหาแง่ดีจากเื่ที่เกิดขึ้นไม่เจอเสียแล้วกระมัง
สำหรับทอรุ้งแล้ว พอได้คุยกับธัชชัยมากขึ้นก็ชักไม่แน่ใจ จากที่เคยมองว่าไอ้เพื่อนชายเป็พวกมองโลกในแง่ร้าย มองอะไรก็เห็นเป็ปัญหา เป็อุปสรรคไปหมด มาตอนนี้เธอชักเริ่มคล้อยตามบ้างแล้ว สิ่งที่มันพูดก็จริงหลายอย่าง รวมทั้งเื่ที่มันชอบด่าว่าเธอเป็พวกลุยไม่ดูตาม้าตาเรือก็อาจจะจริงเช่นกัน
พี่แสนย์กับลูกไม้อยู่บนโลกคนละใบ สนใจคนละอย่าง ไอ้ธัชว่าไว้ถูกเผง
ก็แล้วยังไงเล่า เพื่อนเธอจะข้ามเขตไปในโลกของเขาบ้างไม่ได้หรือ พี่แสนย์ก็ไม่ได้ห้ามสักคำนี่
แต่ถึงจะไม่เคยห้าม ก็ไม่เคยเปิดประตูต้อนรับอยู่ดี ทอรุ้งคิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าทำไมพี่แสนย์ถึงได้เ็ากับเพื่อนเธอนัก ทั้ง ๆ ที่เขาลงเพจ ‘โสดเสงี่ยมเลี่ยมทอง’ ประกาศหาคู่ออกอย่างนั้น แต่พอมีลูกไม้เข้ามากลับไม่สนใจไยดีเลยสักนิด คิด ๆ ดูแล้วก็มีเหตุผลเดียวนั่นคือ พี่แสนย์คงมีแฟนอยู่แล้ว
แต่ลูกไม้เคยเล่าว่าคุณแม่ของพี่แสนย์มาแสดงความคิดเห็นแซวเื่อธิษฐานขอเนื้อคู่ ก็แสดงว่าเขายังไม่มีแฟน หรือหากมีก็อาจเป็แฟนที่คบกันโดยที่ครอบครัวยังไม่รู้ แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้ามีแฟนจริง มาลงเพจประกาศหาคู่โต้ง ๆ อย่างนั้น แฟนไม่เอาตายหรือ
ความคิดของหญิงสาวเริ่มวนอยู่ในอ่าง อยากจะถามชายหนุ่มตรง ๆ เสียให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ไม่กล้า จริงอยู่ว่าชัชแสนย์เอ็นดูเธอไม่น้อย แต่ความนิ่งและสุขุมของเขาทำให้เธอเกรงใจเกินกว่าจะถามละลาบละล้วงเื่ส่วนตัว อาจต้องรอให้สนิทกันมากกว่านี้ก่อน หรือไม่ก็...ไปถามจากคนที่สนิทกับเขามากกว่าเธอ
“มะกอก ๆ เอาหูมานี่” ทอรุ้งกระดิกนิ้วเรียกคนที่นั่งหลังเคาน์เตอร์ให้ชะโงกมาหา “พี่แสนย์มีแฟนหรือยังน่ะ”
แม่บ้านสาวน้อยกระเด้งตัวกลับ “ฮึ้ย...หนูไม่รู้”
“อะไร ถามแค่นี้ทำไมต้องดีดด้วย ต้องมีอะไรแน่ ๆ ใช่ไหม”
มะกอกส่ายหน้ากลมป้อมปฏิเสธ ทอรุ้งรู้ดี มะกอกจงรักภักดีต่อเ้านายจะตาย ไม่ยอมนินทาลับหลังเด็ดขาด
ทอรุ้งยิ้มร้าย...แต่ถ้าจำเป็ละก็ไม่แน่
“ตำเจ๊นก” เธอยื่นข้อเสนอ
สาวสุพรรณโบกมือใหญ่ “โฮ้ย พอแล้วพี่รุ้ง คราวนี้หนูไม่รู้จริง ๆ จ้ะ เอาเป็ว่าหนูไม่เคยเห็นผู้หญิงแปลกหน้ามาหาพี่แสนย์ที่นี่ แต่ถ้าเป็ที่อื่นหนูไม่รู้ พี่รุ้งลองถามพี่โอห์มสิ สนิทกับพี่แสนย์อันดับหนึ่ง รับรอง รู้ทุกเื่”
ทอรุ้งทำปากเบ้ อุตส่าห์เลี่ยงแล้วเชียว
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
ท้อแทนลูกไม้เลย ทำยังไงเขาก็ไม่สนใจอ่าเนอะ แต่ว่านะ...ยังโชคดีที่ส่งสายเข้าไปในยูโดซันนั่นก็คือทอรุ้ง อิอิ
เดี๋ยวทอรุ้งจะมาช่วยเองจ้ะ อย่าเพิ่งถอดใจนะลูกไม้ ฮ่าา