เมื่อฮ่าวหรานสงบสติอารมณ์ได้แล้ว ทั้งคู่จึงใช้่เวลานั้นพูดคุยกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้น หลินเฟิงซินไม่นึกโกรธอันใดแต่ว่าในใจลึก ๆ ยังคงรู้สึกว่าพักหลังฮ่าวหรานทำตัวแปลกไปจากเดิม
ไม่รู้ว่าเป็เพราะโตขึ้นแล้วหรืออย่างไร การกระทำที่เคยทำั้แ่เยาว์วัยดูจะกระตุ้นให้ใจของเขาวาบหวิวโดยไม่รู้ตัว
“ต่อไปนี้ เ้าห้ามกอดข้าด้วยสีหน้าเช่นนั้น” หลินเฟิงซินเอ่ยขึ้น “เ้าจะมาหอมแก้มข้าอย่างที่เคยทำไม่ได้ หรือกระทั่งใกล้ชิดข้าเพื่อสูดกลิ่นรัญจวน”
“เหตุใดจึงทำไม่ได้ เมื่อก่อนท่านพี่ไม่เห็นห้ามข้า” เขาคัดค้านอย่างหนัก
หากแต่หลินเฟิงซินเพิ่งเข้าใจคำพูดของฮ่าวหรานที่อธิบายตอนนั้น การกระทำเช่นที่เขาทำลงไปมีไว้ใช้กับคู่ครองต่างหาก มันคือการเล้าโลมัักระตุ้นอารมณ์คนรักก่อนมีสัมพันธ์
ในเมื่อก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าการกระทำเหล่านี้คืออะไรก็คงต้องปล่อยให้เป็อดีต แต่คราวนี้รู้ชัดแจ้งแล้วจะทำอย่างเดิมไม่ได้ต่อให้ฮ่าวหรานไม่ยอมทำตามก็คงต้องขัดใจเขาเป็ครั้งแรก
เขาเอ่ยขึ้นมาพลางสบตาคนตรงหน้า “ฮ่าวหราน เ้าคงแอบไปกินดอกไม้แปลก ๆ ในป่าใช่หรือไม่จึงได้ออกอาการกระสับกระส่ายอย่างนั้น สติความนึกคิดคงจะถูกปิดกั้นชั่วคราวจึงทำให้ไม่สามารถไตร่ตรองถึงสิ่งที่ถูกที่ควรได้ สัญชาตญาณครอบงำเหนือเหตุผลทั้งปวงจึงทำให้เ้าอยากลองทำสิ่งนั้นกับข้าโดยไม่รู้สาเหตุ ส่วนข้าเองมักใจอ่อนกับเ้า ไม่เข้าใจว่าควรทำอย่างไรก็โง่เง่าไม่แพ้กัน แต่เวลานี้รู้แล้วว่าไม่เหมาะสม เราสองคนก็ควรเว้นระยะห่าง ถึงอย่างไรเ้าก็อายุเกือบยี่สิบแล้ว อยู่ในวัยสมควรแก่การออกเรือน หากกำหนัดกำเริบขึ้นมาอย่างนั้นก็ให้สตรีผู้เป็คู่ครองของเ้ารับมือเถิด”
“ท่านพี่พูดเสียยืดยาวแต่ก็หนีไม่พ้นเื่เดิม ๆ” ฮ่าวหรานควบคุมอารมณ์ของตัวเองเอาไว้
“เพราะเป็เื่ที่ต้องบอกให้เ้ารู้เอาไว้” คนเป็พี่ทำสีหน้าจริงจัง พยายามไม่ใจอ่อนเวลาเห็นใบหน้าเศร้าสร้อยของอีกฝ่าย
ฮ่าวหรานถอนหายใจ ยิ้มเจื่อน อารมณ์หม่นหมองทันใดแล้วเบือนหน้าหนี เอ่ยกับหลินเฟิงซินว่า “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ท่านพี่ เมื่อวานนี้ข้าไม่ได้เก็บสมุนไพรมาเพราะฝนตก วันนี้อากาศแจ่มใส ข้าขอตัวไปทำงานที่คั่งค้างนะขอรับ”
“…” เ้าตัวไม่คิดว่าฮ่าวหรานจะเชื่อฟังโดยไม่ถกเถียงกลับมาจึงคิดไปว่าเขาคงเติบโตขึ้นมากแล้วจริง ๆ จึงบอกไปว่า “ตามใจเ้าเถอะ ข้าเองก็มีเื่ที่ต้องทำเช่นกัน”
ครั้นได้อยู่ตามลำพัง ฮ่าวหรานทิ้งตัวลงนอนบนทุ่งหญ้าริมน้ำตกลี่ชิง ดวงตาสีเงินมองก้อนเมฆที่ลอยอยู่บนฟ้าพยายามไม่คิดสิ่งใดให้เ็ปใจ
ข้ารักท่านพี่แต่ข้ากลับทำเช่นนั้นไม่ได้ ท่านพี่จะมองข้าเป็น้องชายไปจนถึงเมื่อใด ไม่มีวิธีไหนทำให้ท่านพี่ยอมรับข้าบ้างเลยหรือ ข้าอยากกอดท่านพี่ยิ่งนัก
ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้า ฮ่าวหรานทำให้ตัวเองหลุดจากภวังค์ความคิดเช่นนี้ไม่ได้เลย พอหาทางออกไม่เจอ น้ำตาก็ไหลเอ่อจนเปียกแพขนตา ได้แต่เอามือปิดใบหน้าอาดูรของตัวเองเอาไว้แล้วปล่อยให้เวลาผ่านไปเอื่อยเฉื่อย ไร้เรี่ยวแรงทำสิ่งใด
เมื่อวันครบรอบยี่สิบปีมาถึง หลินเฟิงซินคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องทำอย่างที่ตั้งใจจึงชวนฮ่าวหรานไปเที่ยวในตัวเมืองมนุษย์อีกครั้งแต่โดนปฏิเสธทันควัน
“ข้ามีของขวัญให้เ้าแต่ถ้าไม่อยากไป ข้าไปคนเดียวก็ได้” เขายิ้มให้ฮ่าวหรานแล้วลูบเรือนผมสีเงินแ่เบา “รออยู่ที่นี่เถิด หากข้ากลับช้า มืดค่ำเ้าจะเข้านอนก่อนก็ได้”
ฮ่าวหรานเลิกคิ้ว แค่เข้าไปในเมืองเหตุใดจึงต้องกลับบ้านดึกดื่น พอได้ยินอย่างนั้นก็ไม่อาจเกี่ยงงอนได้อีกจึงจับมือเขาแล้วบอกว่า “ข้าไปด้วย”
“ฮ่าวหราน ไม่จับมือ โตจนป่านนี้แล้วเ้าคงไม่หลงกระมัง” เ้าตัวขีดเส้นกั้นชัดเจน
ดวงตาของชายหนุ่มวูบไหว ถูกห้ามทุกสิ่งที่ใจ้า ่ไม่กี่เดือนมานี้ไม่ได้ััอีกฝ่ายแม้แต่ปลายเส้นผม เขานึกอยากร้องไห้อีกครั้งแต่ต้องอดทนไว้เพราะภาพอย่างนั้นคงทำให้ท่านพี่รู้สึกสมเพชเขามากกว่าเดิม
ครั้นมาถึงตลาดใจกลางเมืองแล้ว หลินเฟิงซินจึงชวนเขาไปทานโน่นกินนี่อย่างเคย หวังว่าจะช่วยทำให้อารมณ์ขุ่นเคืองเบาลงไปบ้าง เที่ยวเล่นด้วยกันอยู่ครึ่งค่อนวันโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยก่อนจะพาคนเป็น้องเข้าไปนั่งเล่นในโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ที่มีการแสดงร่ายรำของหญิงสาวใจกลางลานกว้าง
“เ้ารอข้าสักครู่ได้หรือไม่ ข้าจะไปเอาของขวัญชิ้นใหญ่มาให้เ้าที่นี่” หลินเฟิงซินเอ่ยกับคนตรงหน้าที่ยังคงไม่สบอารมณ์เหมือนเดิม “ไม่อยากได้ของขวัญจากข้าหรือ วันนี้ข้ายังไม่เห็นเ้ายิ้มเลยนะฮ่าวหราน”
เขาแพ้สายตาอ่อนโยนของคนตรงหน้าเสมอแต่หากปล่อยให้อารมณ์ครอบงำ เขาคงอดใจเอาไว้ไม่ได้แล้วคว้าอีกฝ่ายมากอดจนหนำใจ สีหน้าจึงยังเรียบเฉยเหมือนอย่างเคย
หลินเฟิงซินเอื้อมมือมาลูบศีรษะของฮ่าวหรานเพราะความเคยชินแต่ถูกอีกฝ่ายเบี่ยงหลบไม่ยอมให้จับ คิดในใจว่า ในเมื่อท่านพี่ไม่ยอมให้ข้าแตะต้อง ท่านพี่ก็อย่ามาจับข้า
ทว่า หลินเฟิงซินรู้สึกหัวใจสั่นไหวเจ็บแปลบเล็กน้อย ดวงตาสีเขียวอ่อนมองฮ่าวหรานพลางขมวดคิ้ว วันนี้ข้ายังไม่เห็นรอยยิ้มของเ้าเลย แม้แต่ััเ้าเป็ครั้งสุดท้ายก็ยังทำไม่ได้หรือ แต่ไม่เป็ไรหรอก ข้าขอโทษนะฮ่าวหราน
คนเป็พี่มองฮ่าวหรานอยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้มให้เขาก่อนจะออกไปข้างนอกเพื่อรับของขวัญอย่างที่พูดเอาไว้ ส่วนคนเป็น้องนั่งรอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นว่าของขวัญจะมาถึงเมื่อใดจนกระทั่งสตรีวัยกลางคนรูปร่างท้วมเดินถือของพะรุงพะรังเข้ามากับลูกน้องสองสามคน
“…” เขาปรายตามองด้วยความสงสัย
“คุณชายฮ่าวหรานใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามชายหนุ่มที่นั่งเดียวดาย สีหน้าเศร้าสร้อยพร้อมวางกล่องใบใหญ่สองสามกล่องตรงหน้าเขา
“ท่านเป็ใคร” ฮ่าวหรานเอ่ยถาม ไม่เคยรู้จักสตรีตรงหน้ามาก่อน
“ข้าเป็แม่สื่อที่คุณชายหลินเฟิงซินไหว้วานไว้เ้าค่ะ” นางตอบไปตามตรงแล้วเริ่มอธิบายว่าของในกล่องคือของขวัญที่คนเป็พี่เตรียมเอาไว้ให้ด้วยเห็นว่าฮ่าวหรานอยู่ในวัยที่ควรแต่งงานออกเรือนได้แล้ว
ผ้าชั้นดีถูกนำมาตัดเป็ชุดให้เขาดูสง่าสี่ห้าชุด ทั้งยังมีชุดสีแดงที่เป็ชุดเ้าบ่าว หยกมีค่า พลอยทับทิม อัฐอีกหลายถุงถูกบรรจุไว้ข้างในรวมถึงมีจวนหลังเล็กที่แอบมาซื้อไว้อีกด้วย ทั้งหมดทำไปเพื่อเสริมอำนาจบารมีให้ฮ่าวหราน เด็กเร่ร่อนได้มีที่อยู่อาศัยเป็หลักแหล่งและกลายเป็เศรษฐีใหม่ของเมืองนี้
หากเป็อย่างนี้แล้ว การหาคู่ครองให้เขาจะง่ายดายขึ้นโดยปริยายและแม่สื่อก็ได้วางรูปวาดของสตรีงามที่คัดเลือกมาแล้วว่าเหมาะสมกับลักษณะนิสัยของเขาเพื่อให้ชายหนุ่มเลือกสรรก่อนจะนัดพบกันเป็ทางการในวันหลัง
“ท่านพี่ฝากบอกข้าว่าอย่างไรหรือ” ฮ่าวหรานแสยะยิ้ม ในใจเดือดระอุที่ถูกกระทำอย่างนั้นโดยที่เขาไม่้า
“คุณชายหลินบอกว่าขอให้คุณชายฮ่าวหรานมีความสุขกับคนรักเ้าค่ะ ครองคู่อย่างยั่งยืน มีครอบครัวอบอุ่นอย่างที่คุณชาย้าและมีเด็กน้อยที่หน้าตาเหมือนคุณชายวิ่งเล่นอยู่ในลานบ้าน” แม่สื่อพูดทุกอย่างที่หลินเฟิงซินฝากฝังเอาไว้ “คุณชายโชคดีจริง ๆ ที่มีพี่ชายที่รักและเอาใจใส่มากถึงเพียงนี้”
“เฮอะ…” เขาส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วบอกนางว่า “ข้าขอบใจที่ท่านทำตามคำสั่งของเขาเป็อย่างดี แต่วันนี้ข้ายังไม่พร้อมเลือกสตรีนางใด ท่านกลับไปก่อนเถอะแล้วก็ข้าขอฝากของพวกนี้เอาไว้ก่อนจนกว่าจะถึงวันนั้น”
“เ้าค่ะคุณชาย” สตรีวัยกลางคนพยักหน้าแล้วสั่งลูกน้องขนกล่องพวกนั้นกลับอย่างที่บอก
ฮ่าวหรานนั่งรอหลินเฟิงซินอยู่ที่เดิมอย่างใจเย็นพลันนึกได้ว่าอีกฝ่ายบอกจะออกไปข้างนอกแต่ไม่ได้บอกว่าจะกลับเข้ามาหาเขาเหมือนอย่างเคย
แววตาเศร้าสลดลงทันใดแต่ในใจยังหวังว่าเขาจะกลับมารับ หากแต่ตะวันลับฟ้าไปแล้วรอบตัวยังคงไม่เห็นแม้แต่เงา มองไปทางใดก็ว่างเปล่าเดียวดายแม้มีผู้คนมากมายรอบตัว
โชคดีที่วันนี้นำหยกมรกตติดตัวมาด้วยจึงสามารถใช้มันกลับไปยังบ้านต้นไม้ได้ดังใจ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้เลยว่าต้องฝ่าดงหนามและสัตว์ที่อาศัยในป่ามู่หลินกี่วันกี่คืนกว่าจะไปถึงใจกลางป่าอันกว้างใหญ่
หากแต่บ้านต้นไม้ก็เงียบเหงาไร้แสงไฟส่องสว่างราวกับว่าหลินเฟิงซินไม่ได้กลับมาที่แห่งนี้ หัวใจของฮ่าวหรานเต้นรัวร้องเรียกคนเป็พี่ไปทั่วแต่ไม่ได้ยินเสียงใดตอบกลับมา
ไม่เพียงเท่านั้น ค่ำคืนนี้ยังเกิดอาการกำหนัดกำเริบครั้งใหญ่ในชีวิต ฮ่าวหรานไม่รู้เลยว่าในวัยนี้เขาสามารถกลายร่างเป็หมาป่าได้ตามสัญชาตญาณ
ชายหนุ่มทรมาน ร่างกายร้อนรุ่มคิดแค่เพียงว่าอาการหนักเพราะใจกำลังเศร้าหมองจึงกดข่มพลังหมาป่าของตัวเองเอาไว้ ทั้งใบหน้าร่างกายแดงก่ำไปหมด สติพร่าเลือนใกล้ถูกสัญชาตญาณดิบเข้าครอบงำ