กลยุทธ์ที่ 8 าากับดาบ
มันไม่ผิดจากเพื่อนชายของคุกกี้ที่พูดไว้เลยเกี่ยวกับสายนักปราชญ์ว่าเป็สายี้เีที่แค่นั่งอยู่เฉยๆให้คนอื่นเก็บระดับแทนตัวเองก็สบายไป เพราะจักรพรรดิไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากจ้องจ้อง จ้องแล้วก็จ้อง ปล่อยให้ผู้รับใช้ไปเก็บระดับคนเดียวจนกระทั่งตัวเองมีระดับอยู่ที่39 ทั้งๆ ที่ไม่ทำอะไรเลยถึงจะมีบางครั้งที่เขาจะตามพวกที่แยกไปล่ามอนเตอร์ต่างหากบ้างแต่ก็ยังแค่จ้องอยู่ดี
กระทั่งฟ้าเริ่มมืดคุกกี้จึงได้เข้ามาคุยกับจักรพรรดิอีกครั้งหลังจากที่เขาและทวนกินข้าวเย็นเสร็จเมนูทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็เมนูหมีที่ทวนภาคภูมิใจ
“พวกเราจะกลับกันแล้วเตรียมตัวได้แล้วเ้าหนอนี้เี”
ความตรงไปตรงมาของคุกกี้ทำให้จักรพรรดิอดเห็นความน่ารักที่แฝงอยู่ด้านในนั้นไม่ได้จริงๆแต่เขาคงต้องปฏิเสธคำเตือนนี้ไป
“ไม่ล่ะครับผมจะอยู่ต่อ แล้วพบกันใหม่พรุ่งนี้เช้านะครับ”
“เฮ้ นี่นายรู้รึเปล่าว่าตอนกลางคืนกับกลางวันมันต่างกันแค่ไหน”
“รู้ครับเพราะผมศึกษามาแล้ว” คุกกี้ยังอยู่ในท่าทีนิ่งๆก่อนจักรพรรดิจะยื่นของบางอย่างที่ถูกห่อพลาสติกเอาไว้อย่างดีให้เธอพอเธอรับมันไว้น้ำหนักของมันถึงกลับทำให้เธอเซเลยทีเดียว
“อะ อะไรเนี่ย?”
“เนื้อหมีขนเงินนะครับ ขอโทษนะครับพอดีว่าตอนนี้ผมไม่มีเงินโปรดรับของสิ่งนั้นเป็ของตอบแทนที่อุตส่าห์ให้ผมติดตามมาด้วยนะครับ”
คุกกี้ยิ้มแข็งๆกับท่าทีเป็พิธีของจักรพรรดิก่อนจะค่อยๆ พูด
“เอ่อ...ถ้าอย่างนั้นก็ระวังตัวด้วยนะ”ไม่นานกลุ่มคนที่จับกลุ่มล่ามอนเตอร์ก็พากันกลับเข้าเมืองเหลือทิ้งไว้ก็แค่นักปราชญ์ที่ต่อสู้ไม่ได้กับผู้ติดตามผู้ล่าหมีเอาไว้
กลางวันกับกลางคืนในเกมนี้นั้นไม่ต่างจากโลกจริงนักมอนเตอร์บางจำพวกกลางวันอาจจะอ่อนแอแต่กลางคืนกลับแข็งแกร่งกลางวันอาจไม่เห็นแต่กลางคืนอาจจะเห็นหากเป็ผู้เล่นมือใหม่ที่ยังไม่มีสกิลหรือของสนับสนุนแล้วละก็ไม่ต่างจากถูกปล่อยให้เป็อาหารของสัตว์ร้ายในยามค่ำคืนเลยคุกกี้ถึงต้องกล่าวถามจักรพรรดิด้วยความแน่ใจ
“นายท่านจะพักที่นี่เหรอขอรับถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวข้าจะกางเต็นท์ให้”ทวนถามขึ้นมา
“...เราจะทำงานของเราให้จบก่อนก่อนที่จะพัก ทั้งงานของนายแล้วก็งานของฉัน” จักรพรรดิชี้พัดไปที่ทวนก่อนจะกลับมาชี้ที่ตัวเอง
ทวนพยักหน้าอย่างช้าๆฟ้าเริ่มมืดจนแทบจะไม่เห็นอะไรขณะนี้หากไม่ได้คบเพลิงจากในมือทวนละก็ทุกอย่างแทบไม่รู้ถึงตัวตนกันและกัน
ตอนนี้ระดับของจักรพรรดิอยู่ที่ 39 ชั้นชาวบ้าน ถือว่าขึ้นมาอย่างก้าวะโและยังไม่ใช่เพราะฝีมือตัวเองอีกส่วนทวนนั้นอยู่ที่ 100 เต็มขั้นทหารแล้วเรียบร้อยหลังจากจัดการหมีขนเงินได้พอมาบวกกับที่เขาพยายามล่ามอนเตอร์เพื่ออัพระดับของตัวเองและอัพเ้านายอีกมันก็ขึ้นมาอย่างพรวดพราด
"ตกลงนายท่านคิดจะทำอะไรกันแน่ขอรับ” ทวนถามจักรพรรดิขึ้นมาอีกครั้ง
จักรพรรดิเริ่มรำคาญความสงสัยของทวนแล้วจึงตอบไป
“ฉันจะเลื่อนขั้นให้นายเป็ขั้นอัศวิน ส่วนฉันอยากจะฝึกฝนตัวเองสักหน่อยแค่นี้ล่ะ”
“นายท่าน นายท่านคิดจะทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างงั้นเหรอขอรับ!!”ทวนพูดขึ้นมาด้วยความดีใจ เพราะทั้งวันหรือก่อนหน้านี้เขายังไม่เคยเห็นความสามารถของจักรพรรดิที่จะทำอะไรแบบนั้นได้เลย
พอฝีเท้าของจักรพรรดิหยุดลงคบเพลิงในมือของทวนก็เริ่มสั่นไหวพร้อมกับมีเสียงของสายลมที่ราวกับเสียงิญญาลอยผ่านไปอากาศที่เย็นนิดๆ สามารถปลุกความรู้สึกของพวกที่กลัวเื่ทำนองนี้ได้เป็อย่างดีแต่สำหรับจักรพรรดิและทวนนั้นเป็สิ่งที่ชวนตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด
การเลื่อนขั้นจากขั้นๆ นึงไปอีกขั้นๆนึงนั้นต้องมีเงื่อนไขถึงจะเลื่อนได้ ลำดับแรกปกติต้องให้ถึงระดับ 100 เต็มของขั้นนั้นๆ เสียก่อน จากขั้นชาวบ้านทหาร อัศวิน องครักษ์ยังพอถือว่าทำได้ไม่ยากเกินแรง แต่พอเริ่มเลื่อนไปถึงชั้นบารอน ดยุค เคาท์ พวกนี้เริ่มจะยากขึ้นถึงยากมาก และพอถึงาา จักรพรรดิและเทพแล้วถือว่าเป็สิ่งที่ยากและต้องมีความมุ่งมั่นอย่างมากเท่านั้นถึงจะเป็ได้
ในปัจจุบันนี้เกมนี้ยังไม่มีใครเคยไปถึงขั้นเทพเลยทว่าขั้นจักรพรรดินั้นมีแล้วถึง 3 คน คนแรกเป็คนที่จักรพรรดิเพิ่งเจอมาหมาดๆ เ้าชายในปราสาทอดัมอีกคนคือไทหยางซึ่งข้อมูลนี้เขาได้มาจากอดัมส่วนอีกคนนั้นเป็โซโล่เพลเยอร์ที่ไม่สังกัดที่ไหนชื่อจริงๆ นั้นเป็ปริศนา
กลับเข้าเื่ เงื่อนไขต่างๆในการเลื่อนขั้นนั้นในเกมนี้ต่างจากเกมอื่นๆ ที่ว่าหากอยู่อาชีพไหนก็จะมีเงื่อนไขที่ต่างกันในการเลื่อนขั้น
สำหรับอาชีพนักรบแล้วจากชาวบ้านเป็ทหารต้องฆ่ามอนเตอร์50 ตัวเท่านั้นถึงจะเป็ได้และในระหว่างนั้นต้องไม่ตายเด็ดขาดแล้วจากขั้นทหารเป็อัศวินคือต้องฆ่ามอนเตอร์ 100 ตัวแล้วตนเองไม่ตายและ 1 ในนั้นจะต้องเป็ระดับมินิบอสขึ้นไปอีกด้วย
ทวนพอเข้าใจแล้วว่าทำไมจักรพรรดิถึงได้พาเขาเข้ามาจนถึงกลางป่าแบบนี้ยามดึกดื่น
“ถ้าเป็ความประสงค์ของนายท่าน ข้าคนนี้พร้อมจะทำอย่างเต็มที่”ทวนพูดขึ้นมาด้วยความมั่น
“ไม่ต้องพูดดีไปเลยเ้าบ้า คราวนี้ฉันก็จะร่วมสู้กับนายด้วยเห็นฉันเป็พวกี้เีสันหลังยาวอย่างที่ใครๆคิดกันแล้วรึไง”
“เปล่านะขอรับ” ทวนรีบปฏิเสธแต่ก็จริงอย่างที่เขาพูดเพราะค่าความคิดของเขานั้นยังอยู่ในระดับนับถืออยู่เลย
จักรพรรดิหยิบคบเพลิงออกมาจากมือทวนพอแสงไฟต้องเข้ากับใบหน้าของจักรพรรดิอย่างชัดเจนทวนก็เห็นรอยยิ้มที่ดูน่ารังเกียจของเขาจนอดขนลุกไม่ได้พอเขาเหวี่ยงมันออกจากมือไปด้านหน้า
“!!?” เปลวไฟจากคบเพลิงก็กระทบลงสู่พื้นก่อนจะสว่างวาบขึ้นมา่เวลานึงตอนนั้นเองภาพของมอนเตอร์จำนวนมากที่น่าจะมีสักเกือบร้อยตัวก็ปรากฏขึ้นมาสู่สายตาของทั้ง2
มอนเตอร์ชั้นทหารเลเวล 12 ที่มีชื่อว่าหมาโครงกระดูกซึ่งตรงตามชื่อดวงตาคู่สีแดงจางๆจ้องมองพวกจักรพรรดิแต่เมื่อเปลวเพลิงดับมอดไปดวงตาของพวกมันก็ส่องแสงเด่นชัดขึ้นอีกหลายคู่คราวนี้รอบๆ ตัวของทั้ง 2 ก็สว่างขึ้นมาทันตาโดยไม่ต้องพึ่งไฟไม่มีเสียงขู่หรือเสียงอะไรแต่พอดวงตาของพวกมันเริ่มแดงเด่นมากขึ้นเรื่อยๆไปอีกพร้อมพวกมันเยื้องย่างเข้ามาสู่ทั้ง 2 อย่างช้าๆ
ทวนจับอาวุธมั่นยืนอยู่หน้าเ้านายของตนแต่ตอนนั้นเองนิ้วจักรพรรดิกลับสะกิดเขาจนเขาหันกลับไปดูเ้านายตน
“เอานี่ ไอเทมที่ได้จากหมีที่นายล่ามาใส่มันซะ”
ทวนมองมันด้วยความแปลกใจ ทั้งความสง่าและน่าเกรงขามของมันเพิ่มขึ้นยิ่งกว่าที่เคยเห็นตอนมันมีชีวิตเป็ไหนๆและยิ่งแปลกใจไปอีกที่เ้านายของตนแยกชิ้นส่วนมันจนกลายเป็ไอเทมได้
สิ่งที่ทวนเห็นในมือของจักรพรรดิก็คือผ้าคลุมที่ทำมาจากหนังหมีที่เขาล่าเมื่อตอนบ่ายทว่าแม้จะล่าได้แต่การแยกชิ้นส่วนแล้วได้ไอเทมนั้นก็ไม่ใช่เื่ง่ายๆ อัตราส่วนของการได้ไอเทมชิ้นนี้นั้นอยู่ที่1 ต่อ 10 นั่นก็หมายความว่าเขาต้องล่าหมีสักสิบตัวถึงจะได้ผ้าคลุม 1 ผืนจากการชำแหละมันแต่เ้านายของเขากลับทำมันขึ้นมาได้ในตัวเดียว
ผ้าคลุมหมีขนเงิน ไอเทม 3 ดาว เพิ่มพลังป้องกัน 30 หน่วย สร้างความฮึกเหิมให้ผู้สวมใส่อีก 5% สามารถสวมทับกับไอเทมที่สวมใส่ได้
ค่าพลังป้องกันอาจไม่เท่าไหร่แต่ค่าความฮึกเหิมกับที่สามารถสวมทับของที่ใส่อยู่แล้วได้ทำให้ผ้าคลุมนี้วิเศษจนกลายเป็ระดับ3 ดาว เพราะค่าความฮึกเหิมจะบวกให้ทั้งเืมานา และพลังใจให้แก่ผู้ที่สวมใส่
ยิ่งมองดูก็ยิ่งแปลกใจต่อความสามารถของเ้านายที่เขายังคงไม่รู้แล้วทวนก็หยิบมันมาสวมใส่จนตัวเขาดูมีความสง่าน่าเกรงขาม
“ต่อจากนี้ฉันคือาาส่วนนายคือดาบของฉันที่พร้อมจะฟาดฟันศัตรู นายพร้อมรึยังที่จะต่อสู้กับศัตรูเบื้องหน้านี้!?” คราวนี้จักรพรรดิเป็คนถามทวนบ้าง
ทวนที่ยังไม่ทันปลาบปลื้มกับผ้าคลุมที่เ้านายให้รีบตอบกลับไปทันที
“ข้าพร้อมแล้วขอรับ!!”
“ดี...พวกมันเองก็ดูเหมือนจะพร้อมแล้วเหมือนกัน” จักรพรรดิพูดขึ้นมาเรียบๆก่อนจะกางพัดในมือสวมหน้ากากสั่งทวนขึ้นมาเพื่อตอกย้ำ
“ฆ่ามันให้หมด!!!”
“ขอรับนายท่าน!!!”
ทวนกู่ร้องออกมาราวกับสัตว์ป่าจนกลบฝีเท้าของพวกมันนับร้อยที่วิ่งเข้ามาแล้ววาดดาบั์ในมือฟันพวกมันเพียงดาบเดียวของทวนหมาโครงกระดูกนับหลายตัวได้ลอยไปตามคมดาบแต่ด้วยที่ระดับไม่ต่างกันเท่าไหร่เืของพวกมันจึงยังไม่หมดทันทีทั้งๆที่เป็มอนเตอร์สายนักฆ่าก็ตาม
พอพวกมันตั้งตัวขึ้นมาได้ก็ได้กระโจนเข้ามาหาทวนพร้อมกับเ้าตัวอื่นอีกครั้งด้วยความรวดเร็วทวนวาดดาบฟันไปอีกครั้งคราวนี้มีสองตัวที่ตายแต่เ้าพวกที่เหลือก็กลับเล่นงานเขาได้โดยใช้ความเร็ว ทั้งๆที่เมื่อบ่ายถึงเย็นยังไม่มีมอนเตอร์ตัวไหนเคยเล่นงานเขาได้พอถูกเล่นงานและรุมล้อมทวนจึงยกโล่ของตัวเองขึ้นมากำบังและผลักพวกมันพอพวกมันทิ้งระยะออกไปเขาก็ฟันดาบออกไปอีกครั้ง
ทุกๆอย่างดูเหมือนอาจจะดำเนินไปอย่างนี้แต่กลับไม่ใช่เลย ความคล่องตัวและความรวดเร็วของพวกมันกลับเป็อุปสรรคสำหรับเขาหากเป็ด้านหน้าละก็เขาเห็นพวกมันอยู่ในสายตาอยู่แล้ว แต่หากเป็ด้านหลังเขานั้นไม่มีทางเห็นมันแน่นอนและยิ่งเป็้าที่พวกมันปีนต้นไม้แล้วะโลงมาหาเขาหรือะโกระโจนเข้าใส่เขาจากระยะไกลแล้วล่ะก็เป็สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงและยากรับมือเป็อย่างยิ่ง
สกิลทุกสกิลของสายนักรบถูกใช้ออกมาอย่างต่อเนื่องจนเป็คอมโบสาดกระจายสกิลที่ทวนใช้บ่อยที่สุดคือ พุ่งแทง และนักรบตั้งมั่น ระดับชั้นที่ปลดล็อกชาวบ้าน
ในเกมนี้นั้นสกิลมีอยู่ 3 รูปแบบที่ได้มา รูปแบบที่ 1 ง่ายที่สุดคือเลือกสายอาชีพพอเลื่อนขั้นไปเรื่อยๆสกิลแต่ล่ะสกิลก็จะปลดล็อกตามลำดับั้แ่ชาวบ้านถึงองครักษ์แต่ล่ะชนชั้นจะมีสกิลอยู่ 3 สกิล พออยู่ที่ระดับที่ 1 จะเลือกได้ทันที 1 ใน 3 สกิลที่มีไว้ให้ต่อสู้และฝึกฝน พอได้ระดับ 15 ก็จะเลือกได้อีกสกิล พอระดับ 30 ก็จะได้อีกสกิล ระดับสูงหรือการเลื่อนขั้นไม่เกี่ยวกับการใช้ท่าสกิลรุนแรงหรือชำนาญยิ่งกว่าเดิมมันเกี่ยวกับการใช้บ่อยเท่าไหร่และการพลิกแพลงเข้าใจของผู้ใช้เองเท่านั้น
พอขึ้นขั้นบารอนจนไปถึงจักรพรรดิสกิลทั้งหมดจะมีเหลือเพียงแค่2 สกิล ระดับ 1 เลือกได้เลย 1 ใน 2 สกิล จะเลือกได้อีกครั้งคราวนี้ก็ต่อเมื่อระดับอยู่ที่ 40 ส่วนชั้นสุดท้ายชั้นเทพนั้นมีอยู่ 1 สกิลใช้ได้เลยเมื่อถึงขั้นนั้น
รวมทั้งหมดมี 24 สกิล(ยกเว้นนักเวทเพราะมีสกิลหลากหลายที่สุด)ซึ่งนับรวมสกิลพื้นฐานไปด้วยซึ่งสกิลนี้จะได้มาั้แ่ได้อาชีพเลยไม่ต้องเลือก
ในกรณีหากตายบ่อยๆ จนตกชั้นแน่นอนสกิลพวกนี้ก็จะหายไปด้วยทว่าหากไต่ขึ้นไปได้อีกครั้งระดับที่เคยใช้มันก็ยังคงมีเหมือนเดิม
รูปแบบที่ 2 ที่ได้รับสกิลคือทำเควสหรือให้คนอื่นถ่ายทอดให้วิธีนี้จะง่ายที่สุดแต่ก็เปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขที่มากกว่ากรณีแรก
หากพูดถึงรูปแบบที่ 2 ยากแล้วรูปแบบที่ 3 นั้นกับยากกว่าอีกเพราะมันนั้นเป็คำพูดง่ายๆแต่ทำยากมีผู้เล่นน้อยคนที่ทำมันจนสำเร็จได้แล้วได้สกิลมาวิธีนั้นก็คือการเรียนรู้และการลักจำฝึกใช้มานาพร้อมรูปแบบร่างท่วงท่าจนกว่าระบบจะยอมรับว่ามันนั้นเป็สกิลที่เรา้า
พุ่งแทงสามารถเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วพร้อมออกอาวุธเข้าหาศัตรูได้ทันทีเริ่มต้นในระยะ3 เมตร ดาเมจ+ 30% ของพลังโจมตี
นักรบตั้งมั่นเพิ่มพลังป้องกันให้ตัวเอง 3% นาน 8 วินาที
2 สกิลดังกล่าวอยู่ในขั้นชาวบ้านมานาจึงไม่เปลืองมากทวนจึงใช้ 2 สกิลนี้บ่อยพุ่งแทงใช้เวลาหาช่องโหว่โจมตีพวกมันได้พร้อมกันหลายๆ ตัวนักรบตั้งมั่นใช้ตอนที่พวกมันเขามารุมกลุ่มตน
แต่หากเห็นโอกาสดีๆทวนเองก็ทุ่มสุดตัวทันทีโดยใช้สกิลขั้นทหารฟันซ้ำซ้อน 2 ครั้งและกระแทกเช่นกัน
ฟันซ้ำซ้อน 2 ครั้งฟันครั้งเดียวเหมือน 2 ครั้ง
กระแทกใช้อาวุธหรือลำตัวกระแทกให้อีกฝ่ายถอยไปได้แม้ค่าดาเมจจะน้อยกว่าปกติแต่ก็ทำให้เรามีระยะหายใจเพิ่มจังหวะโจมตี
เวลาผ่านไปหลายสิบนาทีจนในที่สุดทวนก็เริ่มอ่อนล้ามานาเริ่มหมดกลับกันจำนวนของพวกมันกลับดูไม่ลดลงเลยพอคิดได้ว่าตัวเองอาจจะไม่ไหวเขาจึงเริ่มนึกถึงเ้านายของตน ทว่าพอหันหลังกลับไปดู
“!!?” เ้านายที่น่าจะยืนอยู่ด้านหลังของเขากลับหายไปแล้ว
หากเ้านายของตนเองเสียชีวิตและกลับไปยังจุดเซฟแล้วละก็จะมีระบบแจ้งเตือนผู้ติดตามอย่างเขาอยู่แล้วแต่นี่จักรพรรดิกลับหายไปเฉยๆ ทั้งๆ ที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมของมอนเตอร์ทวนน่าจะฉุดใจคิดให้เร็วกว่านี้ั้แ่ที่มีพวกมันอ้อมหลังมาเล่นงานเขาแล้วถึงแม้ที่สุดเขาไม่รู้ว่าเ้านายของตนเองหายไปไหนก็ตาม
จิตใจที่สับสนเริ่มทำให้ความแน่วแน่ของทวนลดลงพอความแน่วแน่ลดลงก็ส่งผลกระทบถึงพลังใจที่ขับเคลื่อนร่างกายกระทั่ง
“ฉันไม่ได้ไปไหน สู้ต่อไปแบบนั้นเรื่อยๆ อีกไม่นานมันก็จะจบลงแล้ว”
“นายท่าน!! นั่นนายท่านเหรอขอรับ!!!”
“ฉันบอกนายไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันเองก็จะมาฝึกฝนตัวเอง...นี่ก็เป็ส่วนนึงของมันส่วนนายทำหน้าที่ของนายต่อไปซะอีกไม่นานนายก็จะชนะแล้ว”พูดจบเสียงหัวเราะของจักรพรรดิก็ได้เล็ดลอดออกมา
ถึงจะไม่รู้ว่าเ้านายของตนคิดจะทำอะไร ทวนก็ยังทำตามสิ่งที่จักรพรรดิบอก
เสียงกู่ร้องของทวนดังก้องขึ้นมาอีกครั้งยาฟื้นพลังที่จักรพรรดิให้เทลงท้องขวดต่อขวดเพื่อที่ว่าเขาจะยื้อการต่อสู้นี้จนชนะแม้จะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเ้านายของตนเลยก็ตาม
พอสู้ไปเรื่อยๆ 1 ใน 3 สกิลชั้นชาวบ้านสายนักรบก็ได้ถูกใช้ออกมาบ้าง
จิตใจนักรบเพิ่มพลังโจมตีให้ตัวเอง 10% นาน 10 วินาที
พอใช้สกิลทวนก็วาดดาบฟันออกไปอย่างบ้าคลั่งอย่างไม่กลัวตายโล่ที่เคยถืออยู่ได้ถูกปล่อยลงพื้น มือทั้ง 2 จับดาบแน่นมือค่าดาเมจและความรวดเร็วในการทำดาเมจเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณแต่ก็ต้องแลกด้วยกับการถูกทำดาเมจกลับด้วยเช่นกัน
“ทวน ต่อจากนี้นายห้ามใช้สกิลอื่นนอกจาก 3 สกิลที่ฉันบอกนะ”อยู่ดีดีเสียงจักรพรรดิก็ดังขึ้นมา
“ว่าไงนะขอรับนายท่าน!?” ทวนไม่ทันถามกลับจักรพรรดิก็พูดต่อทันที
“3 สกิลที่ฉันจะบอกก็คือ พุ่งแทง ฟันซ้ำซ้อน 2 ครั้ง และกระแทก นอกจากนั้นนายห้ามใช้สกิลอื่นสู้เด็ดขาดแม้จะตายก็ตามนี่คือคำสั่ง!”
“แต่...!!?” ทวนเริ่มลังเลแล้ว จักรพรรดิจึงตอกย้ำความคิดของเขาลงในใจ
“ถ้านายเชื่อในตัวฉันและไม่อยากตายจงทำมันซะ!!!”
“ขอรับ!!!” ทวนขานรับต่อความเชื่อที่ตัวเองยังหลงเหลืออยู่
แม้ทวนยังคงไม่รู้ว่าจักรพรรดิคิดอะไรเขายังคงฟาดฟัน ฟาดฟัน ฟาดฟัน ใน 3 สกิลและพละกำลังของเขาที่มี จนสุดท้ายเมื่อยาทั้งหมดหมดสต๊อกไปพวกหมาโครงกระดูกเหลือกันประมาณครึ่ง
จิตใจของทวนก็เริ่มจมดิ่งอีกครั้งแล้วจักรพรรดิก็ได้โผล่ขึ้นมาตรงหน้าเขา
“ดีมาก ที่เหลือฉันจัดการเอง...”
ว่าจบจักรพรรดิก็ได้ผละร่างทวนให้ถอยออกไปจากตนขยับเท้าเข้าหาพวกหมาโครงกระดูกจนทวนได้แต่ทำหน้าแปลกใจและแปลกใจยิ่งกว่าเมื่อหมาโครงกระดูกที่เหลือจำนวนมากถึงครึ่งร้อยกลับเล่นงานจักรพรรดิที่เคลื่อนตัวอยู่ท่ามกลางฝูงพวกมันไม่โดนเลย
เท้าของจักรพรรดิเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วผสานกับความพลิ้วไหวดูเผินๆ ราวกับเต้นรำพวกหมาโครงกระดูกได้แต่กระโจนไปทางซ้ายทีขวาทีเหมือนกับว่าพวกมันนั้นถูกอ่านทางออกหมด
และจักรพรรดิก็ไม่ได้ขยับตัวหลบพวกมันเฉยๆมือของเขายังใช้สกิลใส่พวกมันต่อเนื่องอย่างที่เคยทำมาตลอดจนทวนพึ่งสังเกตเห็นกากบาทสีทองที่ทาบทับร่างของพวกมันหลายๆตัวเอาไว้ พอคิดดูดีๆแล้วมีพวกมันหลายตัวก่อนหน้าที่มีรอยพวกนี้เหมือนกันแต่เขาไม่ทันสังเกตเพราะยุ่งกับการต่อสู้
ค่าพลังใจ สิ่งนี้จะมากจะหน่อยขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกายและจิตใจของตัวผู้เล่นยิ่งมีค่าพลังสูงยิ่งส่งเสริมทักษะต่างๆ ได้ดี กลไกของค่าพลังนี้นั้นมีไว้เสริมพื้นฐานของผู้เล่นมันจึงยากจะพัฒนาขึ้นแต่มันก็สามารถฟื้นฟูได้รวดเร็วกว่าเืหรือมานาแค่พักสักหน่อยมันก็กลับมาแล้วยกเว้นหากฝืนใช้มันจนติดสถานะอ่อนแรงแล้วจักรพรรดิก็พยายามดึงมันออกมาใช้จนถึงขีดสุดอยู่ตอนนี้และเขายังให้ทวนฟื้นมันกลับสู่ตัวเขา
จักรพรรดิยกมือปาดเหงื่อที่หน้าผากของตนพ่นลมหายใจออกมา
“ฮู้ว~~~เสร็จสักที”
ทวนที่ยังทึ่งกับตัวจักรพรรดิที่เืยังไม่ลดลงมาสักหน่วยพูดขึ้นมากับเขา
“เสร็จเหรอขอรับ!? อะไรเสร็จ? แต่เอ่อ...นายท่าน พอแล้วล่ะขอรับต่อจากนี้ให้ข้าคนนี้จัดการเอง!!!”
จักรพรรดิหันมาพูดกับทวนพร้อมโบกพัดรัวๆอัดลมกระแทกใบหน้าตน
“อือได้สิ แต่ถ้านายจะใช้สกิลใช้แค่ 3 สกิลที่ฉันบอกนะ แล้วอีกอย่างอย่าหยิบโล่ขึ้นมาเชียว”
ทวนยังไม่เข้าใจความหมายของมันอยู่ดีว่าจักรพรรดิคิดจะทำอะไรแต่ก็รับคำ
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ!!!” ว่าจบทวนก็วาดดาบฟันใส่พวกหมาโครงกระดูกที่ถูกดึงความสนใจไปจากตนอีกครั้งพวกมันที่สนใจจักรพรรดิอยู่ก็ได้เข้ามาเล่นงานเขาแทนทันที
พอเรี่ยวแรงกลับมาทวนก็จัดชุดคอมโบอัดกับพวกมันเต็มกำลังพวกมันกระเด็นกระดอนเมื่อโดนคอมโบที่รุนแรงของทวนมีบางส่วนที่ตายบ้างแต่พอพวกมันบางส่วนตั้งตัวได้ก็ได้พุ่งเข้ามาเล่นงานเขาอย่างฉับพลันทำให้ทวนเริ่มถูกโจมตีอีกครั้ง
ทว่าเขาคิดไปเองรึเปล่าก็ไม่รู้ที่รู้สึกว่าการโจมตีของพวกมันเบาลงไม่มีเวลาให้คิดมากทวนจับดาบฟันไปสู่พวกมันอย่างไม่ให้ตัวเองพักหายใจและแล้วเมื่อเริ่มถูกจู่โจมอีกครั้ง
“!!?” คราวนี้กลับทำให้ทวนแปลกใจอีกครั้งที่จู่ๆจักรพรรดิกลับเข้ามาบังเขาเอาไว้ โดยมือซ้ายสร้างสกิลโล่ 8 แฉกสีฟ้าขึ้นมา
ท่าทวนจำไม่ผิดมันนั้นเป็สกิลขั้นชาวบ้านของสายนักเวทไม่ใช่รึไงแต่ทำไมจักรพรรดิถึงใช้มันได้เขาคิด
“นายท่านท่านคิดจะทำอะไร!!?”
“ถามมากจริงๆ ฉันบอกให้นายสู้กับพวกมันได้แล้วก็จริงแต่คราวนี้ฉันก็ไม่คิดจะอยู่เฉยๆ แล้วหรอกนะนี่เป็การต่อสู้ของนายกับฉันพวกเราจะจัดการพวกมันร่วมกัน!!!” จักรพรรดิพูดจบด้วยเสียงที่มุ่งมั่น