ในเมื่อเด็ก ๆ อยากเห็น นางคงต้องขอซื้อปลาจากวงจรเืปริศนา ให้ปล่อยปลาให้นางสักตัวเถอะนะ
"เ้าคิดราคาเท่าใด หากข้า้าซื้อปลาสักตัว" ฟางจวิ่นเหม่ยเอ่ยถามระบบเืปริศนาในใจ ระบบจอมอนิเตอร์ก็มีภาพปลามากมายตรงหน้าให้เลือก พร้อมราคาของปลา นางจึงส่งจิตขอปลาทองตัวเล็ก ๆ ๑ ตัวที่เชื่อง ๆ ทำตามคำสั่งและตายยาก
"ข้าเอาปลาทอง แต่ขอตัวที่มันอึด ๆ หน่อยได้หรือไม่ ข้ากลัวมันจะตายทันทีที่จับขึ้นมาจากบ่อ"
"ปลาทองะ ราคาแพงไม่น้อย" ระบบเืเอ่ย
"ไม่ต้องะหรอก ข้าขออายุขัย ราว ๆ ๑ เดือน"
"อ้า ถ้าเพียง ๑ เดือน ก็เพียงแค่ ๓๐ เหวิน...๑ เหวินต่อ ๑ วัน หากมีเงินก็ต่อชีวิตปลาทองไปได้เรื่อย ๆ"
"..." ฟางจวิ่นเหม่ยค่อนข้างงง ถ้านางมีเงินสัก ๑๐๐ ตำลึงทอง ปลาตัวนี้ ไม่ต้องอยู่ไปจนนางแก่หรือ
"ท่าน้าให้มันพูดกับท่านรู้เื่หรือไม่"
"วะ ว่าเยี่ยงไรนะ ปลาทองสามารถพูดกับข้าได้ด้วยหรือ"
"ได้ขอรับ มันสามารถสอดแนมความลับได้ แต่ความสามารถนี้ ต้องจ่ายเพิ่มอีก ๓๐ เหวิน หรือแลกกับไก่ป่า ๑ ตัว"
"ว็อททททท...เอา ๆ จัดมาเลย ๆ แต่ขอผ่อนนะ วันนี้ข้าจะขึ้นเขาไปดักสัตว์และเก็บของป่า" ฟางจวิ่นเหม่ยใช้เวลาไม่นานนักในการสนทนากับระบบเืปริศนา
.
.
กลับมาที่อาจิงตัวน้อยที่ถามขึ้น พวกเขาเห็นท่านแม่อ้ำอึ้งไปเล็กน้อยก่อนพยักหน้าตกลงพลางมองไปรอบ ๆเพื่อหาก้อนหินสีสันออกสีทองแดง ๆ ๑ ก้อนเล็ก
"อาจิง หากมีปลาจริง ๆ เ้าต้องเลี้ยงมันนะ มันเป็ความรับผิดชอบที่เ้าขอสิ่งนี้"
"อาจิงเลี้ยงได้หรือขอรับ อาจิงอยากเลี้ยงปลายิ่งนัก" อาจิงเอ่ยอย่างตื่นเต้น
เด็กอีกสองคนมองน้องชายโง่ที่หลงเชื่อแม่เลี้ยง น้องใครหว่า ทำไมเชื่อคนง่ายเยี่ยงนี้
แต่ถึงกระนั้นทั้งสองก็ยังช่วยกันมองหาก้อนหินรอบ ๆ ฟางจวิ่นเหม่ยเห็นใบหน้าสงสัย นางจึงเอ่ยว่า "ไม่ใช่ทุกก้อนหินจะมีเวทมนตร์ จะต้องเป็ก้อนหินที่มีสีสันแตกต่างและหายากเท่านั้น"
"ท่าน้าให้พวกเราช่วยหาก้อนหินหรือไม่เ้าคะ" อาหลิงเอ่ยถาม
"ไม่เป็ไร ข้าพบแล้ว ก้อนหินออกสีทอง ๆ" ฟางจวิ่นเหม่ยเอ่ยขึ้น แล้วก็นำก้อนหินนั้นมาบริกรรมคาถาใต้ลมปากของนาง แสร้งทำเป็จริงจังแล้วก็โยนลงไปในบ่อทันใด
เด็ก ๆ รอดูที่ปากบ่ออย่างใจจดใจจ่อ
เมื่อเม็ดก้อนหินเล็ก ๆ จมลงไป จู่ ๆ ก็เกิดเป็ปลาทองงดงามลอยขึ้นมาจากท้องบ่อ ๑ ตัว มันเป็สีทองงดงามจนสีน้ำรอบ ๆ เหมือนมีสีทองตามสีของมันไปด้วย
"ปะ ปลาจินหยู" อาิอุทาน
"จริงด้วย" อาหลิงที่ตาแทบถลนออกมาจากเบ้าเอ่ยขึ้นอย่างตะลึง
"สวยจังเลยขอรับ อาหยู เ้าคือ อาหยู" อาจิงตั้งชื่อให้สัตว์เลี้ยงของเขาทันใด
ฟางจวิ่นเหม่ย นำมือของนางแช่ในน้ำแล้วใช้จิตเรียกปลาจินหยูให้ลอยมาที่อุ้งมือของนาง มันก็ทำตามทุกอย่างราวกับสุนัขเชื่อง ๆ ตัวหนึ่ง "ถ้าเยี่ยงนั้น เ้าก็ชื่อว่า อาหยู และเป็สัตว์เลี้ยงของอาจิง จงเชื่อฟังเขา เข้าใจหรือไม่"
เมื่อนางเอ่ยจบ ปลาทองก็พยักหน้า อาจิงทำอุ้งมือประกบกันคล้าย ๆ ฟางจวิ่นเหม่ย นางจึงปล่อยปลาและน้ำใส่ในอุ้งมือเล็ก ๆ ของเขา
"ปลาจินหยู เป็ปลาที่บอบบางมาก แต่ตัวนี้ ถ้าเ้าไม่อยากให้มันตาย มันก็จะไม่ตาย เพราะมันเกิดจากก้อนหิน" ฟางจวิ่นเหม่ยเอ่ย แม้อาิกับอาหลิงจะไม่เชื่อสักเท่าใดนัก แต่ก็สงสารน้องชายโง่ ที่เชื่อคารมแม่เลี้ยงหมดทุกอย่าง
"ข้าไม่้าให้มันตายอย่างแน่นอนขอรับ ข้าจะดูแลอาหยูให้ดี" อาจิงพูดเสร็จ ก็รีบวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าไปในครัว เพื่อหาถ้วยเล็ก ๆ ที่มีน้ำให้มันอยู่ในถ้วยนั้นไปก่อน ก่อนที่เขาจะหาที่อยู่ใหม่ให้มัน
เด็ก ๆ เลิกตั้งคำถามต่อ เพราะกลัวจะมืดเสียก่อน งานที่นางเอ่ยมาไม่ใช่งานเล็ก ๆ โดยเฉพาะการซักผ้า และอาบน้ำให้เสร็จก่อนค่ำ
วันนี้ฟางจวิ่นเหม่ยตัดสินใจยังไม่ขึ้นเขา นางคงต้องยืมของจากเืปริศนาออกมากินและใช้ไปก่อน ไม่ใช่เื่ง่ายนักหากจะปล่อยให้พวกเด็ก ๆ ทำงานกันตามลำพัง
"ถ้าทำงานเสร็จวันนี้ พรุ่งนี้ข้าจะขึ้นเขาไปหาของป่า เผื่อมีอันใดที่พอจะกินได้บ้าง พวกเ้าจะไปด้วยกันหรือไม่" ฟางจวิ่นเหม่ยเอ่ยถามเด็ก ๆ ที่กำลังช่วยนางล้างถ้วยข้าง ๆ ครัวเล็ก ๆ
"เราไปได้หรือขอรับ ท่านพ่อบอกว่า มันอันตรายมาก ห้ามขึ้นเขาตามลำพัง หรือไปโดยไม่มีท่านพ่อไปด้วยเด็ดขาด"
"อ้อ ถ้าไม่ไป งั้นข้าไปคนเดียว"
"ไม่นะ ข้าจะไปกับท่านเอง" อาหลิงเอ่ย นางกลัวแม่เลี้ยงจะหนีไปอีก ท่านพ่อต้องเสียเงินไม่น้อยกว่าจะได้แม่เลี้ยงคนนี้มา นางย่อมไม่อยากให้ท่านพ่อเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์
"ข้าไปด้วยนะขอรับ" อาจิงลุกขึ้นมาโอบกอดฟางจวิ่นเหม่ยพลางมองนางตาแป๋วอย่างออดอ้อน
"ในเมื่อทุกคนไป ข้าก็ไม่้าอยู่เฝ้าบ้าน...หากไปกันหมดบ้าน ก็ไม่ได้เป็การขึ้นเขาตามลำพัง และไม่ได้ผิดคำสั่งของท่านพ่อ" อาิเอ่ยแบบเข้าข้างตัวเอง
ในเมื่อท่านพ่อต้องอยู่ในถ้ำ ๑ ถึง ๓ วัน และเวลานี้ก็ไม่เหลืออะไรให้ทานมากนัก ก่อนหน้าที่ท่านพ่ออยู่ ยังพอมีข้าวสารเหลือให้เขาต้มข้าวต้มให้น้อง ๆ แต่เวลานี้แม้แต่ข้าวสารก็เกลี้ยงถังข้าว มองไปทางไหนก็ไม่เห็นว่าจะมีอาหารอะไรให้ทานสักอย่าง
"ข้าวสารหมดแล้ว อาจิงกลัวหิวข้าวจัง เราจะกินอะไรดีหรือขอรับท่านแม่" อาจิงเอ่ยถาม ใบหน้าคล้ายวิตกเื่ปากและท้องน้อย ๆ ของตน
ทุกคนมองอาจิง แล้วก็เกิดความละอายใจขึ้นมา เมื่อเช้านี้พวกเขาไม่น่าตะกละเลย กินบะหมี่จนหมดเกลี้ยง ตอนนี้ก็ไม่เหลืออะไรให้กินอีกแล้ว หากจะโทษก็โทษที่มันอร่อยเสียจนพวกเขาหยุดกินไม่ได้
"แถวนี้มีแม่น้ำหรือไม่ ข้าจะทำเมนูปลาน้ำจืด รับรองว่า อร่อยมากเลยทีเดียว"
"มีขอรับ ไม่ไกลมากนัก แต่น้ำเชี่ยวมาก ไม่มีใครสามารถจับปลาขึ้นมาได้"
อาิเอ่ยขึ้นขณะจ้องไปที่ใบหน้าของฟางจวิ่นเหม่ยที่ยิ้มหวานงดงาม นางใช้ลิ้นเล็ก วาดไปตามริมฝีปาก ราวกับว่าการจับปลาไม่ใช่ปัญหา พวกเด็ก ๆ เห็นท่าทีของนางก็กลืนน้ำลายขึ้นมาด้วยความหิว
.
.
.............TBC
หน้าตาของอาหยู ดังรูป