เสียงผิวปากยังคงดังออกมาจากห้องควบคุมที่แง้มประตูอยู่
เจสสิก้าทำสัญลักษณ์มือให้เบอร์รี่หลบอยู่ข้างหลังอย่างรวดเร็ว
ก่อนที่ร่างในชุดสูทของเธอจะเคลื่อนไหวราวกับนักล่าผู้ไร้เสียง
เธอพุ่งเข้าไปในห้องอย่างเงียบเชียบ
ปลายดาบคาตานะที่เย็นเฉียบจ่อเข้าที่ลำคอของเ้าของเสียงผิวปากนั้นในเสี้ยววินาที
ภาพที่เห็นทำให้เจสสิก้าถึงกับขมวดคิ้ว
ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หมุน ร่างโปร่ง เสื้อยืดพิมพ์ลายเกมเก่าๆ ผมเผ้ายุ่งเล็กน้อย
เท้าทั้งสองข้างของเขาวางพาดอยู่บนแผงควบคุมอย่างสบายอารมณ์
รอบตัวมีซองขนมขบเคี้ยวและกระป๋องน้ำอัดลมกองสุมอยู่ราวกับรังนก
เขากำลังจดจ่ออยู่กับภาพบนจอซีซีทีวี จนไม่ทันระวังตัวแม้แต่น้อย
“ห้ามขยับ ห้ามส่งเสียง”
“เฮ้ย! เจ๊! ใจเย็นก่อน!” ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัวจนเก้าอี้หมุนคว้าง
ขนมมันฝรั่งทอดในมือร่วงกระจายเต็มพื้น “ดาบเลเซอร์รึเปล่านั่น!? ผมยอมแล้ว! อย่าทำอะไรผมเลย ผมยังไม่ได้เคลียร์เกมที่ดองไว้เลย!” ˃ ᵕ ˂
เบอร์รี่ค่อยๆ ชะโงกหน้าเข้ามาจากประตู
ชายหนุ่มดูทรงน่าจะเป็เ้าถิ่น เหลือบไปเห็นเธอ
แล้วหันกลับมามองเจสสิก้าสลับกันไปมา
“นักฆ่าสาวชุดสูทกับพยาบาลสาวสุดโมเอะ? นี่มันวันสิ้นโลกหรือปาร์ตี้คอสเพลย์ธีมเซอร์ไววัลกันแน่วะเนี่ย?”
หลังจากสถานการณ์คลี่คลายลง
เขาก็แนะนำตัวว่าชื่อเอก เป็ช่างเทคนิคไอทีของโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้
“บังเอิญมาซ่อมเซิร์ฟเวอร์ตอนที่นรกแตกพอดี” เอกเล่าไปเคี้ยวขนมทอดกรอบไป
“เลยตัดสินใจเปลี่ยนห้องควบคุมนี้ให้กลายเป็ฐานบัญชาการส่วนตัวมันซะเลย”
เจสสิก้าเมินมุกตลกทั้งหมดของเขา
เธอเก็บดาบเข้าฝักแล้วเข้าเื่ทันที “มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เล่ามาให้หมด”
เอกยืดอกทำท่าภูมิใจ “ได้เลยเจ๊! ขอต้อนรับสู่ศูนย์บัญชาการชั่วคราวของผม”
เขาหมุนเก้าอี้กลับไปที่แผงควบคุม
“จากภาพวงจรปิดที่แฮ็ก...เอ๊ย! เข้าถึงได้เนี่ยนะ ไอ้พวกคนที่กลายเป็สัมพเวสีจกเปรตเนี่ยมีหลายคลาสมาก...”
“คลาส? หมายความว่าไง?” เบอร์รี่ที่เดินเข้ามาใกล้ถามขึ้นด้วยความสนใจในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยา
เอกชี้ไปที่จอมอนิเตอร์หลายจอที่แสดงภาพจากมุมต่างๆ ของโรงพยาบาล
“ดูนะคุณพยาบาล ไอ้ตัววิ่งเร็วๆ ที่เราเจอข้างนอกนั่นผมเรียกคลาสสายวิ่ง(Runner Class) แต่ในตึกเนี่ยมีคลาสสายยืดยาด(Lurker Class) ก็คือไอ้ตัวที่เจ๊เพิ่งไปฟันแขนขาด แถมยังมี...”
ภาพบนจอกลางตัดไปที่ร่างมหึมาของผู้ติดเชื้อที่เคยเป็รปภ. ร่างกำยำ
มันกำลังใช้มือเปล่าหักประตูเหล็กให้บิดเบี้ยว
“...คลาสสายแทงก์ไงเล่า(Tank Class) อีก” เอกพูดต่ออย่างไม่รู้จักหนาวเหน็บ ( ´ཀ` )
เจสสิก้ากับเบอร์รี่มองหน้ากัน
ข้อมูลของไอ้หนุ่มสายกวนคนนี้ มีประโยชน์กว่าที่คิดไว้เยอะ
“ยังไม่หมดแค่นั้นนะ” เอกพูดพลางกดคีย์บอร์ดสองสามที “ผมมีฟุตเทจเด็ดให้ดูด้วย”
เขาเปิดคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งบริเวณรั้วด้านนอกของโรงพยาบาล
มันถูกบันทึกไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน
เป็ภาพของกลุ่มคนในชุดฮีโร่สามคนกำลังต่อสู้อยู่กับฝูงผู้ติดเชื้อ
“นั่นมันทีมผู้พิทักษ์ภูทอกนี่!” เบอร์รี่ร้องออกมา
ในคลิปนั้น
ฮีโร่เกราะหนาสีน้ำตาลเข้มปนแดงเืหมูครอบคลุมทั่วร่าง
เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้านามว่าขุนกระทิง
ใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งดุจหินผาของเขาทะลวงฝ่าฝูงชน
ขณะที่เนตรราตรี ฮีโร่ชุดบอดี้สูทสีดำรัติกาลที่เข้ารูป เสริมเกราะเบาบริเวณไหล่และหน้าอก
ผ้าคลุมหลังสีเทาควันบุหรี่คล้ายปีกเหยี่ยวราตรี หน้ากาก ดวงตาสามารถเรืองแสงสีแดงในความมืดได้
เคลื่อนไหวอย่างว่องไวราวกับเหยี่ยวในความมืด
...และฮีโร่สวมเสื้อฮู้ดดี้แขนยาวสีเขียวขี้ม้าทับเสื้อเกราะกันะุบางๆ พร้อมกางเกงคาร์โก้
ที่เต็มไปด้วยกระเป๋าสำหรับใส่อุปกรณ์
โดดเด่นด้วยหน้ากากผ้าสีดำที่สกรีนลายเส้นชีพจรสีขาวที่ค่อยๆ แบนราบลง
สนับมือทองเหลือง
นามของเขาคือชีพจรดับ!
กำลังใช้พลังของเขาสยบเหล่านรกเดินดินอย่างง่ายดาย
แต่แล้วภาพที่น่าใก็เกิดขึ้นจนได้
มีผู้รอดชีวิตคนหนึ่งวิ่งโซซัดโซเซเข้ามาหาพวกเขาเพื่อขอความช่วยเหลือ...
ปัง!
ขุนกระทิงหันกลับไป แล้วยิงชายคนนั้นทิ้งอย่างเืเย็น
เบอร์รี่ใจนยกมือขึ้นปิดปาก “เป็ไปไม่ได้..น..นั่นฮีโร่นะ!?”
เอกเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“ผู้ผดุงความยุติธรรมหรือตัวร้ายในคราบฮีโร่กันแน่ บอกเลยว่าข้างนอกนั่นไว้ใจใครไม่ได้ทั้งนั้นแหละ”
เจสสิก้าไม่ได้แสดงอาการใแม้แต่น้อย
แววตาของเธอกลับเ็าขึ้นกว่าเดิม
ข้อมูลนี้เป็เพียงการยืนยันสิ่งที่เธอรู้อยู่แล้ว
โลกใบนี้มันเน่าเฟะเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้
ท่ามกลางความเงียบ เบอร์รี่ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
“แผลของคุณ เจสสิก้า” เธอหันไปมองาแที่สีข้างของนักฆ่าสาว
“เราต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่งั้นแผลจะติดเชื้อเอานะคะ”
“ห้องยาอยู่ที่ไหน?” เจสสิก้าถามทันที
เอกหมุนตัวกลับมาที่คอมพิวเตอร์อีกครั้ง เขาเปิดแผนผังดิจิทัลของโรงพยาบาลขึ้นมา
“ห้องยาอยู่ชั้นใต้ดิน แต่เส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดต้องผ่านโซนห้องดับจิตเก่านะเจ๊ เป็โซนที่เรายังไม่เคยเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดด้วย”
เจสสิก้ามองเอกที่นั่งอยู่ด้วยสายตาเรียบนิ่ง “นายจะอยู่ที่นี่ หรือจะไปกับเรา”
เอกมองซองขนมที่ว่างเปล่าเกลื่อนโต๊ะ สลับกับมองสองสาวสุดอันตรายตรงหน้า
“อยู่ต่อก็อดตายสิเจ๊! ไปด้วย!” เขาลุกขึ้นยืนทันที
“ทีมเราสามคนเนี่ยนะ ผมว่ารอดชัวร์! ว่าแต่...ทีมเรายังไม่มีชื่อเลยนะ เอาชื่อเจสซี่และเหล่าผองเพื่อนดีไหม?”
เจสสิก้าไม่ตอบ
เธอเพียงแค่หันหลังแล้วเดินนำออกจากห้องไปทันที
เป็การปฏิเสธที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
เบอร์รี่ถอนหายใจ แล้วจึงเดินไปตบบ่าเอกเบาๆ “ไปกันเถอะคุณเอก แล้วก็เรียกฉันว่าเบอร์รี่ก็พอ”
ประตูห้องควบคุมความปลอดภัยเปิดออกอีกครั้ง
เผยให้เห็นทางเดินที่มืดมิดและน่ากลัวกว่าเดิม
คราวนี้พวกเธอไม่ได้มีกันแค่สองคนแล้ว...
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ทางออกอยู่หนแห่งใด (*>ㅅ<)՞՞