บทที่ 17
ทางด้านของเจ้าเมืองที่กำลังนั่งสงบสุขอยู่ที่ริมสระหลังจวน ทหารหลายนายเดินเข้ามาหาอย่างเร่งรีบ“ท่านเจ้าเมืองขอรับ เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ” ทหารนายหนึ่งรีบรายงานทันที“อะไรรึที่ว่าเรื่องใหญ่ ถ้าหากไม่ใช่เรื่องใหญ่ เจ้าคงจะรู้ใช่มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้น..ข้ากำลังนั่งสบายอารมณ์กับลูกสาวข้าอยู่ ไม่เห็นรึ” มอรัสซัสกล่าว“ท่านพ่อก็อย่าไปว่าอะไรเขาเลย เรื่องเล็กเรื่องใหญ่ยังไงคนเป็นเจ้าเมืองก็ต้องคอยช่วยเหลือบ้านเมือง และประชาชนนะเจ้าค่ะ”หญิงสาววัย 19-20 ปีเอ่ยขึ้นมากับบิดาของนาง เธอมีชื่อว่า ‘มีเรีย วีสแตนเกอร์’ บุตรีเพียงคนเดียวของท่าเจ้าเมือง เธอคือหญิงงามอันดับ 1 ของเมืองที่ชายหนุ่มทุกคนต่างก็หมายปอง แต่บุรุษมากมายที่เข้ามาหานาง ต่างหวังเพียงแค่ร่างกายของเธอ ไม่ได้จริงใจกับนางเลยแม้แต่น้อย คนที่นางสนใจจริงแล้ว แทบไม่มีเลยด้วยซ้ำในเมืองแห่งนี้ เพียงแต่เมื่อเร็วๆนี้ ท่านพ่อของเธอเอาแต่ชื่นชมบุคคลคนหนึ่งที่นางหารู้จักไม่ ท่านฌอนอย่างนู้นอย่างนี้ มันทำให้เธอเริ่มที่จะสนใจในตัวของฌอนมากขึ้นไปเรื่อยๆ เธอคิดว่าในวันพรุ่งนี้จะเข้าไปเยี่ยมเยียนร้านของเขาคนนั้นสักหน่อย “เจ้าก็รู้ว่าข้าหวงเจ้ามากแค่ไหน ลูกข้า ...เผลอแป้ปเดียวก็จะมีพวกแมลงวันมาตอมอีก ข้าต้องระวังไม่ให้เจ้าพวกคุณชายพวกนั้นมาตอมเจ้าอีก” เจ้าเมืองกล่าว“ท่านพ่ออย่าได้เป็นกังวลเลย ข้าเองก็มีสายเลือดของตระกูลไหลเวียนอยู่ไม่น้อย หากเรื่องแค่นี้จัดการไม่ได้คงเสียชื่อตระกูล วีสแตนเกอร์แย่เลย“นั่นสิน่ะ.....ว่าแต่ที่ว่าเรื่องใหญ่นั้นมันเรื่องอะไรกันล่ะ ทหาร” เจ้าเมืองเอ่ยถาม“คือว่าตอนนี้มีนักผจญภัยกลุ่มหนึ่งกำลังหาเรื่องท่านฌอนที่ตลาด ข้าว่าท่านฌอนคงไม่ได้รับบาดเจ็บอีกเช่นเคย เพียงแต่ข้าเกรงว่า บ้านเมืองจะเสียหายเข้าไปอีกขอรับ” ทหารคนนั้นเอยกล่าวฟู่!! เสียงของการพ่นน้ำชาที่พึ่งดื่มเข้าไปออกมาจนหมด“เจ้าว่าอย่างไงนะ....แล้วเจ้าส่งทหารไปแล้วหรือยัง” เจ้าเมืองเอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้าที่ดูกังวลสุดๆ“ขอรับ ข้าส่งออกไปแล้ว จำนวน 10 นาย เป็นมือดีที่สุดที่เรามีอยู่ในตอนนี้ขอรับ”“ไปๆ เราต้องรีบแล้ว ไม่อย่างนั้นเมืองจะเสียหายไปมากกว่านี้” เจ้าเมืองพูดจบตัวของเขาก็ค่อยๆลอยขึ้นสูง และกระโดดไปไกลราวกับเป็นวิชานินจาในตำนานเรื่องนารูตะ“ท่านฌอนอีกแล้วรึ..ช่างเป็นบุรุษที่น่าสนใจอะไรเช่นนี้...หากท่านไม่ได้เหมือนกับบุรุษคนอื่น ข้าก็พร้อมที่จะเปิดใจให้กับท่านอย่างแน่นอน” หญิงสาวเอ่ยออกมา ข้างกายของนางมีสาวใช้คนสนิทอยู่“คุณหนูเจ้าค่ะ ท่านต้องชั่งใจสักหน่อย ข้าน้อยอยู่จนมาถึงอายุปูนนี้แล้ว บุรุษที่ไหนๆก็เหมือนๆกันทั้งนั้นแหละเจ้าค่ะ” หญิงรับใช้คนหนึ่งกล่าว“พี่ก็พูดเกินไป บางทีท่านฌอนคนนั้นอาจจะเป็นดังเจ้าชายในฝันของสตรีหลายๆคน” มีเรียกล่าว“ถ้าคุณหนูว่าอย่างนั้น เราก็ควรดูให้เห็นกับตาตัวเอง” สาวใช้อีกคนกล่าว กลับมาทางด้านของฌอน“หยุดเดี๋ยวนี้!!” เจ้าเมืองเอ่ยออกมาเสียงดังไปทั่ว ในขณะที่นักกล้ามทั้งสี่คนกำลังพุ่งเข้าไปหาฌอน“ใครกัน...มาขัดข้า….จิ้งจอกน้ำแข็ง” เขาหันไป ก็ตกใจ มีใครบ้างไม่รู้จักเจ้าเมืองมาลีนผู้นี้ ระดับฝีมือการต่อสู้ของเขาไม่เป็นสองรองใคร ถึงขนาดมีฉายาของตัวเองก็ยิ่งแล้วใหญ่“ถ้าเป็นข้าแล้วจะทำไม...ท่านฌอนโปรดใจเย็นๆลงก่อนนะขอรับ...เดี๋ยวเมืองข้าจะเสียหายอีก...ข้าน้อยไม่มีปัญญาจะซ่อมแล้วขอรับ” เจ้าเมืองเอ่ยออกมาอย่างสีหน้าที่ดูกังวล“ข้าก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ..ถ้าพวกนี้จะทำอะไร มันก็ไม่แน่นะ” ฌอนที่รู้ว่าเจ้าเมืองกลัวเขา และคิดว่าฌอนมีฝีมือที่สูงมาก เขาก็เลยเล่นละครไปชุดใหญ่“ข้าจะจัดการพวกมันเองขอรับ ...เชิญท่านกลับที่พักเถอะข้าจะให้ทหารคุ้มครองท่านกลับที่พักอย่างปลอดภัยเอง..... ทหารคุ้มครองท่านฌอนกลับที่พักเดี๋ยวนี้” เจ้าเมืองสั่งออกมา ที่สั่งให้คุ้มครองไม่ใช่ให้ไปคุ้มครองตัวฌอนนะ แต่ให้ไปคุ้มครองเมืองของตัวเองที่อาจจะถูกฌอนระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ฌอนถูกคุ้มกันโดยทหารมือดีถึง 5 คนเดินจากไป ไม่ไกล เจ้าเมืองก็สั่งเสียงดังลั่น“ทหารจับตัวพวกมันทั้งหมดไปขัง..ข้อหาร้ายแรง ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการล่มสลายของเมืองของเรา...นำตัวมันไปได้แล้ว” นักกล้ามทั้งสี่คนที่โดนข้อหาไปงงเป็นไก่ตาแตก นี่มันเรื่องอะไรกัน มันก็แค่เรื่องของการต่อยตีกันธรรมดาๆ ทำไมถึงโดนข้อหาใหญ่ขนาดนี้“เดี๋ยวก่อนท่านเจ้าเมือง ทำไมพวกข้าถึงโดนข้อหาที่แรงขนาดนี้..มันก็แค่เรื่องต่อยตีเองไม่ใช่รึ” นักกล้ามลูกน้องคนที่ดูจะฉลาดที่สุดเอ่ยถามออกมา“เหอะ...พวกเจ้าพึ่งกลับมาจากนอกเมืองคงยังไม่รู้...เอาไว้ข้าจะให้ทหารเล่าเรื่องทุกอย่างให้เจ้าฟังทุกอย่างเอง...และเห็นว่าพวกเจ้าไม่รู้ พวกเจ้าทนๆอยู่ในคุกสักวันสองวันก่อนก็แล้วกัน” เจ้าเมืองพูดออกมายาวเป็นหางว่าว จากนั้นทหารก็พาตัวพวกเขาไป พวกนักกล้ามที่ยังงงๆอยู่ก็ตามไปด้วยโดยให้ความร่วมมืออย่างดี เจ้าเมืองถอนหายใจโล่งออกมาเล็กน้อย แต่ในขณะนั้นเอง สมาคมการค้าก็เดินทางมาถึงพอดี“ข้ามาทันมั้ยมอรัสซัส... เหนื่อยเว้ย” เขาหอบออกมาเล็กน้อย แล้วหันมองซ้ายมองขวา แล้วก็ยิ้มออกมา เพราะสถานที่ที่เขาเห็นไม่ได้มีส่วนไหนเลยที่เสียหาย โล่งอกอย่างบอกไม่ถูก“เจ้ามาช้าไปแล้ว ถ้าข้ามาไม่ทัน เมืองเละแน่ๆ” เจ้าเมืองกล่าว“ก็ข้าไม่ใช่พวกผู้มีพลังเหมือนกับเจ้านี่ ...ข้าเป็นพ่อค้าเว้ย....แต่ข้าว่าเรื่องนี้เราควรต้องหารือ และร่วมมือกันอย่างจริงจังเสียแล้ว” นาทาร์กล่าว“ข้าก็ว่าอย่างนั้น..แล้วเราควรจะทำยังไงดีล่ะ” เจ้าเมืองถามต่อ“ข้าว่าเราต้องจ้างคนติดตามท่านฌอนเสียแล้ว ..เอาสักสองคนพอ คนของเจ้าหนึ่ง คนของข้าหนึ่ง เพื่อไม่ให้ท่านฌอนเกิดความสงสัย แล้วพวกนั้นจะได้แจ้งเราได้อย่างรวดเร็วหากมีปัญหาใดๆขึ้นมา” นาทาร์กล่าวออกมา“อื้ม...มีเหตุผล ถ้าคนเยอะไปเดี๋ยวท่านฌอนจะรู้สึกรำคาญเอาได้ ..ถ้าเป็นอย่างนั้นอาจจะส่งผลร้ายมากกว่าผลดี...เอาตามนั้น..เจ้าก็เลือกคนที่มีพลังสายความเร็วล่ะ” มอรัสซัสกล่าว“หึ...ไม่ต้องบอกข้าก็รู้..เรื่องสายลับน่ะข้าถนัด” นาทาร์กล่าวแล้วค่อยๆเดินกลับไปทางสมาคมการค้า เจ้าเมืองที่ได้ยินดังนั้นก็เอ่ยขึ้นมาว่า“ตรวจเช็คคนของเราที่อยู่สมาคมการค้าให้ดีๆ ข้าว่ามันน่าจะรู้ตัวแล้ว...อีกอย่างตรวจเช็คคนของเราด้วยที่ประจำการอยู่..ทุกนายต้องมายืนยันตัวตนให้ครบ..” มอรัสซัสกล่าวกับผู้ช่วยของเขา“ขอรับท่านเจ้าเมือง” ทหารคนสนิทกล่าวแล้วรีบดำเนินการในทันที ทางด้านของนาทาร์“พวกเจ้าคอยตรวจเช็คการเคลื่อนไหวคนของเจ้าเมืองให้ดีๆ..ข้าว่ามันต้องพยายามส่งข่าวให้กับสายของมันอย่างแน่นอน..เราจะได้รู้สักทีว่าใครเป็นหนอน” นาทาร์กล่าวพร้อมกับยิ้มออกมาบนสีหน้าอย่างชัดเจน“ขอรับ”