ตอนที่ยี่สิบหก Right’s Hand of God
มีผู้ที่มีพลังพิเศษในการเสกริบบิ้นหรือหรือผ้าแพรต่างๆออกมาได้ในการต่อสู้กับศัตรูแต่อันที่จริงแล้วพลังที่แท้จริงของเธอคนนั้นคือการเปลี่ยนพลังงานเป็สสาร
Matter creation
การสร้างสสาร
สามารถทำได้อย่างแอสทรัลบีอิ้งที่มีทั้งร่างจริงและร่างพลังงานได้
การสร้างร่างมนุษย์สำหรับพวกเขาอย่างร่างกายของเซย์นั้นถึงได้เป็เื่ง่ายดายหากเทียบกับพลังที่พวกเขามีอยู่แต่ไม่คิดที่จะใช้มันนอกเหนือไปจากการการฆ่าล้างหลายมิติและหลายจักรวาล
บางครั้งผมมักจะคิดว่า
ข้อจำกัดของพลังหรือข้อจำกัดของจิตใจนี้แม้แต่ข้อจำกัดของแอสทรัลบีอิ้งเองก็ตามนั้นมีไว้เพื่อแสดงความเก่งกาจของเด็กสาวผมสีชมพูว่าเธอเก่งทั้งที่ไม่มีพลังพิเศษหรือเปล่า?
เป็อะไรที่”สมดุลย์ไอย่างประหลาดว่าสามารถฆ่าผมหรือฆ่าผุ้มีพลังพิเศษหรือแม้แต่แอสทรัลบีอิ้งได้แต่กลัวหน่วยรบพิเศษที่ตัวเปราะจำนวนไม่กี่ร้อยคน
แต่อย่างว่าล่ะ
เอวานเกเลี่ยนอาจจะทำให้คนเข้าใจผิดว่าเราหนีไม่ได้หากเจอปัญหา
ทั้งที่ตามเนื้อเื่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเอาเด็กมัธยมปลายธรรมดาไปสู้กับหน่วยรบพิเศษขององค์กรลับเื้ัของโลกมันไม่เวิร์ก
ต้องใช้หุ่นยนต์ั์ถึงพอจะสู้ได้
บางครั้งผมรู้สึกว่าเนื้อเื่พยายามจะอวยและเนิร์ฟหน่วยรบพิเศษในเวลาเดียวกัน
ประดุจดั่งองค์กรพิทักษ์โลกของอุลตร้าแมน
ว่าทางเทคนิคอาวุธของหน่วยพิทักษ์โลกใช้งานได้ดีทุกอันแต่คนใช้มันกาก เลยใช้พลาดบ่อยๆ
[Right’s Hand of God]
หัตถ์ขวาของพระเ้า
คือความสามารถที่ผมคิดค้นขึ้นมาในการจัดการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
อันที่จริงไม่จำเป็ต้องใช้ “มือขวา”หรือแม้แต่ต้อง “ัั”
ความสามารถของผมก็สามารถสร้างสิ่งของขึ้นมาได้จากวัตถุดิบที่ตนเองมีอยู่
ผมสร้างขึ้นมาเพราะหวังที่จะต่อสู้กับองค์กรเื้ัของโลกด้วยตัวคนเดียวหากจำเป็
หมายความว่าผมต้องมีกำลังการผลิตที่มากกว่าและความยืดหยุ่นในการใช้ทรัพยากร
ว่ามีผมคนเดียวเท่ากับมีหน่วยงานอุตสาหกรรมที่ก้าวล้ำเหนือกว่าการร่วมมือกันของเหล่านักวิทยาศาสตร์ขององค์กร
นี่คือข้อเสียอีกอย่างของการอยู่ในโลกปัจจุบันไม่ใช่โลกอิเซไคหรือปราณยุทธที่การสื่อสารไม่ดี
หากผมเคลื่อนไหวอะไรไป
พวกองค์กรลับจะรู้ทันทีและผมต้องคอยรับมือของพวกเขาทันที
มันไม่มีโอกาสดีดีในการสร้างพลังฝีมือของตนเองเพิ่มขึ้นอย่างปราณยุทธหรือแนวการสร้างฟาร์มของอิเซไค
การอยู่ในโลกปัจจุบันคือการยอมรับว่าฝ่ายศัตรูนั้นสามารถโจมตีใส่เราด้วยทรัพยากรที่พวกเขามีได้เฉกเช่นกัน
มันมีเหตุผลอยู่ที่ผมต้องหลบมาในห้วงมิติส่วนตัวที่อยู่ข้างๆแอสทรัลบีอิ้งอย่างนี้
นิยายเกาหลีหรือแนวอิเซไคมักจะพยายามอ้างว่าสายประดิษฐ์ขไอเท็มต่างๆนั้นโดนคนรังเกียจแต่ความจริงนั้นOP
ทั้งที่ตามแนวคอมมิคทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่ามันOP ถึงได้มีคนพยายามแซวรี๊ด ริชาร์ดสุดยอดอัจฉริยะของโลกในเื่สิ่งประดิษฐ์ต่างๆว่าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดใดแก่โลกเลย
แต่พอกลายเป็ตัวร้ายกลับทำลายแม้กระทั่งมิติหรือมัลติเวิร์สได้
เพราะสายประดิษฐ์นั้นโกงเกินไปหรือจะเรียกว่าเป็อะไรที่หลากหลายเกินไปก็ว่าได้ความหลากหลายเกินไปนั้นจะเรียกว่า
“ทำอะไรก็ได้”
ไม่ใช่ความสามารถที่ควรจะให้มีในฟากเดียวกับพระเอก
โชคดีที่ผมเลือกมาอยู่ฟากเดียวกับตัวร้ายอย่างแอสทรัลบีอิ้งแล้วเพราะผมคิดเชื่อตามแนวนิยายว่า
“มนุษย์นั้นเลวร้ายที่สุด”
ฟึ้บ
หัตถ์ขวาพระเ้า
ของผมยื่นมือไปที่ทุ่งหญ้าที่พื้นเปลี่ยนหญ้ากลายเป็หอกไม้ไผ่
หอกไม้ไผ่กลายเป็ธนู
ธนูกลายเป็กรรไกรตัดหญ้า
การเปลี่ยนแปลงแต่ละอย่างไม่ต้องมีการตั้งสมาธิใดใด
สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างราบรื่นในเสี้ยววินาที
และกรรไกรตัดหญ้ากลายมาเป็ริบบิ้นที่ผมประดับติดไว้บนผมของเซย์อีกครั้ง
ผมสีทองของเธอสยายไปด้านหลังอย่างสวยงามแม้ที่นี่จะยังไม่มีลมก็ตาม
“ขอบคุณดาร์ลิงก์มากจ๊ะ รักที่สุดเลย”
เซย์เข้ามากอดผมอย่างดีใจสมกับเป็นางเอกไวฟุที่ผู้ชายให้ของเล็กน้อยก็นับว่าดีใจแล้ว
ที่ผู้หญิงในยุคปัจจุบันไม่ใช่ทาสในอิเซไคต่างโลกนั้น
ไม่มีทางดีใจอย่างแน่นอน
มองในแง่หนึ่งนี่อาจจะเป็สิ่งที่ทำให้คนภายนอกมาเห็นคงมองว่าเธอไม่ใช่มนุษย์มากกว่าผมสีทองที่ปลิวสยายไปด้านหลังทั้งที่ไม่มีลมพัดก็ว่าได้