ตอนที่เจ็ดสิบสามก้าวผ่านขีดจำกัดของร่างกาย
ยาเม็ดสีฟ้าลงท้องลงไปที่ผมพบเจอก็คือกลายเป็นของเหลวไหลลงคอของผมอย่างง่ายดายและย่อยสลายกลายเป็นพลังเย็น
ที่ผมเดินพลังตามแนวมะเมียธาตุไฟประสานทำให้สามารถปรับสมดุลหยินและหยางที่มีอยู่ในร่างกายทำให้รู้สึกว่าพลังเพิ่มพูนขึ้นกว่าเดิม
นี่คือมุกของผมที่ว่า
“หากคิดอะไรไม่ออกฝึกหยินและหยางให้สมดุลเอาไว้ก่อน”
ลมปราณไหลเวียนหลายรอบจนกระทั่งสามารถปรับสมดุลย์ได้ผมปล่อยลมหายใจสีเหลืองออกมาอีกที
เอิ้ก
พลังหยินก็สามารถช่วยเพิ่มพูนพลังลมปราณได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน
อันที่จริงผมแบ่งการทดลองไว้คร่าวๆสามประเภท
“ให้มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายมากที่สุด”
“ให้ย่อยสลายด้วยเวลาที่รวดเร็วที่สุด”
“ให้ย่อยสลายด้วยความปลอดภัยมากที่สุด”
ย่อยสลายประสิทธิภาพมากที่สุดคืออย่างที่คนในโลกเซียนกล่าวว่าได้พลังมากกว่าคนทั่วไปสองเท่า
ส่วนผมมองว่าไม่จำเป็นเท่าไรหากเรามีทรัพยากรมากกว่าคนทั่วไปสิบเท่าอยู่แล้ว
อย่างที่สอง “ย่อยสลายด้วยความเร็วมากที่สุด”
นั้นให้ทดลองโดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์อื่นๆเช่นเดียวกับทางแรก
เราทำแบบการทำวิศวกรรมไปอวกาศ To the Moon
ของอีลอนมัสก์ ที่ทางเทคนิคคือการก็อปปี้แนวคิดช่วงสงครามเย็นการแข่งขันสู่อวกาศ space race
นั่นเอง
เรารู้อยู่แล้วว่าการไปอวกาศนั้นเป็นไปได้ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน ที่เราต้องทำก็แค่หาหนทางไปให้ได้เท่านั้น
อีลอนมัสก์เป็นเพียงแค่คนลอกการบ้านยุคสงครามเย็นแต่แน่นอน เขาต้องแบกรับความเสี่ยงมหาศาลของหลายปีที่อาจจะไม่เกิดผลขาดทุนนับหลายพันล้านดอลล่าร์ในแต่ละปี
ก่อนหน้านี้หลายปี สื่อต่างๆยังมองเขาเป็นนักต้มตุ๋น
แต่พอเขาทำสำเร็จ ก็สามารถเล่นเป็น meme ทางอินเตอร์เน็ตได้ไม่มีใครว่าอีกต่อไป
และยังรับคนมาทำการทดลองในเคล็ดวิชาพลังจิตมโนมยิทธิของนามูมากขึ้นด้วย
ของผมเน้นไปทางสุดท้าย
“ความปลอดภัยที่มากที่สุด”
แบบเดียวกับการแยกเงาพันร่าง
ผมส่งต่องานส่วนอื่นไปให้กลุ่มการทดลองที่มีอยู่จำนวนมากและตนเองใช้พลังที่มากที่สุดกับความรู้ที่ซื้อมามุ่งหน้าเข้าไปสู่เส้นทางที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
การเอางินทุนจำนวนมหาศาลมาศึกษาเรื่องการบ่มเพาะพลังปราณ
ผมไม่ได้ค้นคว้าอยุ่แค่คนเดียวเท่านั้น
แต่มันคือพลังของลมปราณที่ได้รับการศึกษาจากคนจำนวนมหาศาล
ช่วงเวลาที่ผมหลับหรือจิบไวน์
โครงการการทดลองของผมก็ยังดำเนินต่อไปแบบเดียวกับที่เรียกว่ายิ่งกว่าการแยกเงาพันร่างและให้ร่างเงาร่างหนึ่งฝึกฝนอยู่ตลอดเวลาเสียอีก
นี่คือสิ่งที่ได้เจอของการค้นคว้าวิจัยภาคเอกชนเช่นกัน
ชาวนาคนหนึ่งค้นคว้ามาหลายสิบปีในด้านพันธุ์ข้าวก็อาจจะเสียชีวิตไปไร้การสืบต่อ
แต่ของทางมหาวิทยาลัยและของบริษัทที่มีองค์กรเป็นรูปธรรม
ต่อให้นักวิทยาศาตร์คนหนึ่งสิ้นอายุขัยตายไป
องค์กรก็ยังคงค้นคว้าวิจัยต่อไปได้
อย่าให้เรื่องการค้นคว้าเป็นเรื่องของผมแค่คนเดียวทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่จนกระทั่งคนคนเดียวไม่สามารถทำได้นั่นล่ะคือแนวทางของผม
เพราะมันเท่ากับว่าความสามารถของทั้งองค์กรของผมจะเหนือกว่าคนทั่วไปหากการค้นคว้านั้นขยายไปมากพอ
การทะลวงขีดจำกัดด้านความรู้หรือการลงทุนด้านเทคโนโลยีคือการลงทุนที่แม้แต่วอเรนบัฟเฟตยังไม่กล้าลงทุน เพราะไม่สามารถทำความเข้าใจได้ และไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้
นี่คือข้อได้เปรียบอีกอย่างของพระเอกอิเซไคเขารู้ว่าเทคโนโลยีสามารพัฒนาไปได้ในทางทิศทางใดและการรู้ว่าแนวทางนี้เป็นไปได้สามารถทำให้พวกเขาตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่ว่าไปให้ถึงจุดหมายได้ผมเองก็เช่นกัน
ก้าวข้ามขีดจำกัดจากสิ่งที่รู้ไปสิ่งที่ไม่รู้
นั้นต้องอาสัยความกล้า แรงงานและเวลางบประมาณจำนวนมหาศาล จนกระทั่งสามารถคิดจรวดไปสู่อวกาศได้อีกครั้ง
หากคนโบราณหรือคนยุคสงครามเย็น ยังคิดค้นวิชาได้พวกเราที่มีเทคโนโลยีและความรู้หลายอย่างก้าวล้ำกว่าคนโบราณและคนยุคสงครามเย็นก็คงอับอายขายขี้หน้าแล้ว
ย๊าก
ผมกระโดดขึ้นหลังจากทานยาธาตุเย็นหมดตามตารางเวลาการฝึกสังเกตได้จากการไหลเวียนของพลังปราณว่าแฝงความยืดหยุ่นมากกว่าเดิมไม่ใช่แค่มีเพียงความแข็งแกร่งอย่างเดียวแต่เป็นความแข็งแกร่งแฝงความเยือกหยุ่นที่เพิ่มพลังฝีมือขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ!!!
...แต่ยังไม่สามารถตีข้ามขั้นใหญ่ได้หรอกนะ