แสงจันทร์สาดลงบนใบกระบี่ที่อี้เหวินกำลังฝึกกระบี่แสงจันทราร่างเขาเคลื่อนไหวอย่างสง่างามแต่แฝงด้วยความเฉียบขาดทุกท่วงท่าราวกับสะท้อนแสงจันทร์ที่สาดลงบนพื้นหญ้า
กวนจิงยืนเงียบๆ อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ดวงตาเขามองศิษย์ด้วยความพึงพอใจ
“ดีมากฝีมือเ้าพัฒนาขึ้นมาก” กวนจิงเอ่ยชม
“ขอบคุณอาจารย์ที่สอนสั่ง...วันนี้ท่านหมอหงให้ข้าเดินทางไปต่างเมือง เพื่อมอบของขวัญวันแต่งงานให้กับเพื่อนท่านหมอที่เมืองิจู และจะเดินทางพรุ่งนี้เช้าเลยครับ” อี้เหวินบอกกล่าว
“อ่องั้นหรอ..ถ้าเช่นนั้น ข้ามีเื่จะให้เ้าช่วยทำ 2 เื่” อาจารย์ กวงจิงพูดขึ้น
อี้เหวินกล่าวตอบอย่างเต็มใจ“สั่งมาได้เลยครับ ท่านอาจารย์”
กวนจิงหยิบคัมภีร์เล่มหนึ่งออกมาแล้วยื่นให้กับอี้เหวิน
“นี่คือคัมภีร์ลมปราณไร้สำนึก ที่ข้าขโมยมาจากวัดเส้าหลิน”
“เพราะเหตุใดกัน?”อี้เหวินเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“จริงๆแล้วคัมภีร์ กระบี่แสงจันทรา ที่ข้าให้เ้าฝีกฝน ข้าก็ขโมยมาจาก สำนักพรต ิเหมิน”กวนจิงกล่าวพร้อมถอนหายใจ
“ห๊า!เพราะเหตุใด ท่านอาจารย์” อี้เหวิน อุทานขึ้นด้วยความแปลกใจ
“เมื่อหลายปีก่อนข้าถูกตามล่า เกือบเอาชีวิตไม่รอดจนหนีไปซ่อนตัวที่สำนักพรติเหมินเพื่อรักษาตัวรอดข้าจึงขโมยมันมาเพื่อหวังฝึกยุทธป้องกันตัวนอกจากนั้นข้าก็ยังไปขโมยคัมภีร์อีกเล่มหนึ่งที่วัดเส้าหลินด้วย ชื่อว่า คัมภีร์ลมปราณไร้สำนึก ซึ่งเป็วรยุทธที่รายกาจ แต่ถ้าพลังภายในไม่แข็งแกร่งเพียงพอก็จะไม่สามารถควบคุมพลังลมปราณได้ และธาตุไฟอาจเข้าแทรก และทำร้ายคนใกล้ตัวได้ข้าจึงไม่ได้ให้เ้าฝึกวิชานี้”
“แล้วท่านอาจารย์จะให้ข้าทำการใด”อี้เหวินเอ่ยถาม
“เ้าจงเอาคัมภีร์กระบี่แสงจันทรา เล่มที่ข้าเคยมอบให้เ้า ไปคืนที่สำนักพรติเหมิน และนำคัมภีร์ลมปราณไร้สำนึกนี้ ไปคืนที่วัดเส้าหลิน ข้าจะเขียนจดหมายสำนึกผิดและอธิบายถึงความจำเป็ที่ต้องขโมยคัมภีร์ มอบให้กับเ้าไปด้วยหวังว่าทั้งสำนักพรต และวัดเส้าหลิน จะให้อภัยกับความวู่วามสิ้นคิดของข้าในวัยหนุ่ม”กวนจิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สำนึกผิด
“น้อมรับคำสั่งครับท่านอาจารย์”อี้เหวิน ตอบรับคำสั่งอาจารย์
“เ้าจงจำไว้เ้าต้องระมัดระวังตัว ยุทธภพ มีผู้คนมากมาย ไม่ได้สงบปลอดภัยอย่างที่เ้าคิด”กวนจิงกล่าวเตือน
“ศิษย์จะจัดการให้เรียบร้อยครับ”อี้เหวินรับคำ
แสงจันทร์สาดลงบนใบหน้าของอี้เหวินเขากำคัมภีร์ไว้แน่นในมือ ดวงตาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นทำภารกิจให้สำเร็จเพื่อเป็การตอบแทนคุณ อาจารย์กวนจิง
ความเงียบสงบของค่ำคืนแสงจันทร์ที่สาดลงบนใบหน้าของอี้เหวินกลับสะท้อนเงามืดบางอย่างราวกับรู้ถึงภารกิจที่กำลังจะเริ่มต้น เสียงใบไม้สั่นสะท้านดังคล้ายคำเตือนว่าการเดินทางครั้งนี้จะไม่ใช่เพียงการคืนคัมภีร์หากแต่เป็บททดสอบที่อาจพลิกชะตาชีวิตของอี้เหวินไปตลอดกาล