Mom in the 70s ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70

    บทที่29. แผนชั่วที่ไม่สำเร็จกับสิ่งที่ได้รับกลับมา

    บทที่29. แผนชั่วที่ไม่สำเร็จกับสิ่งที่ได้รับกลับมา

     

    ผ่านมาหลายวันจนใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้วลู่เกาพยายามทำตามแผนของญาติผู้น้องแต่ก็ไม่สำเร็จเลยสักครั้งจนเริ่มที่จะหงุดหงิดแล้วเพราะซีอินไม่ยอมออกจากบ้านเลย หรือถ้าออกมาก็จะมีลูกๆ หรือไม่ก็สามีอยู่ด้วยเสมอจนตอนนี้ลู่เกาพาลไม่อยากทำตามแผนนั้นอีกแล้วเพราะรู้สึกว่าตัวเองเสียเวลาเปล่าอีกอย่างเมื่อสองสามวันก่อนเพื่อนในแก๊งของเขามาหาเพื่อส่งข่าวว่าคนในแก๊งกำลังถูกทางการตามกวาดล้างอย่างหนักเพราะเกิดการปฏิวัติประเทศขึ้นเขาจึงอยากหลบหนีแต่ก็จำเป็นจะต้องใช้เงินทุนในการหนีด้วย


    ในเมื่อไม่อาจทำตามแผนรีดไถเงินได้แต่เขายังมีญาติผู้น้องอย่างลู่ฉิงอยู่นี่นะ แม้จะไม่ได้สวยสดเหมือนสาวแรกแย้มแต่ก็คงพอเอาไปขายให้ได้เงินมาเป็นทุนในการหนีได้ เขารู้จักนายหน้าค้าผู้หญิงหลายคนอยู่แล้ว


    เมื่อคิดได้อย่างนั้นลู่เกาจึงทำทีเป็นส่งข่าวนัดให้ลู่ฉิงออกมาพบที่ชายป่าตรงตีนเขาที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านแล้วบอกว่าจะคุยเรื่องแผนที่จะเข้าหาหลินซีอินตัวลู่ฉิงก็คิดว่าญาติผู้พี่อาจจะอยากคุยเรื่องแผนการอีกครั้งจึงยอมออกมาพบแต่ไม่รู้เลยว่าตอนที่เธอทำท่าทางลับๆ ล่อๆแอบออกมานั้นชิงเหมี่ยวที่เห็นแม่เดินออกไปข้างนอกคนเดียวทั้งทำท่าทางแปลกๆได้แอบเดินตามออกมาด้วยเงียบๆ…

     

    ณ.ชายป่าจุดนัดพบ


    “ฉันมาแล้วพี่ลู่เกาแล้วนั้นใคร”ลู่ฉิงเอ่ยทักขึ้นก่อนจะถามเมื่อเห็นผู้ชายหน้าตาน่ากลัวมากอีกคนที่อยู่ข้างๆ ญาติผู้พี่


    “เพื่อนฉันเองแหละเธอไม่ต้องสนใจหรอกน่า”ลู่เกาตอบอย่างตัดความรำคาญ


    ลู่ฉิงเห็นสายตาน่ากลัวของคนที่ญาติผู้พี่บอกว่าเป็นเพื่อนแล้วไม่ชอบใจนักมันกวาดตามองร่างกายเธอเหมือนกำลังประเมินอะไรสักอย่างอยู่แต่ก็คิดว่าญาติผู้พี่คงให้เพื่อนมาช่วยงานนี้ด้วยนั้นเองโดยไม่ได้เฉลียวใจอะไรเลยว่าเรื่องนี้มันไม่ปกติแล้ว


    “แล้วพี่เรียกฉันมามีอะไร”


    “ก็เรื่องแผนของเธอมันต้องใช้เวลานานมากเกินไปฉันรีบใช้เงิน”


    “แล้วพี่จะให้ฉันทำยังไงล่ะไม่รู้ทำไมช่วงนี้นังซีอินมันไม่ออกจากบ้านเลย”ลู่ฉิงตอบเสียงสะบัดอย่างหงุดหงิดใจ


    “ก็เพราะแบบนั้นไงฉันกับเพื่อนต้องรีบใช้เงินมากเลยต้องเปลี่ยนแผน”


    “เปลี่ยนแผนพี่จะเปลี่ยนยังไงรีบๆ บอกมาเร็วๆ”


    “ก็เปลี่ยนเป็น...จับเธอไปขายแทนยังไงล่ะหึ หึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”ลู่เกานั้นชั่วร้ายเข้าสายเลือดไม่คิดเห็นแก่อะไรทั้งนั้นตัวเขาได้ประโยชน์เป็นพอพูดทั้งยังยื่นหน้าที่คาบบุหรี่ไว้ในปากเข้ามาหาลู่ฉิงช้าๆ


    “กะแกบ้าไปแล้ว แกจะจับฉันไปขายงั้นหรอไอ้สารเลวอย่ามายุ่งกับฉันนะ”ลู่ฉิงที่เริ่มรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกหักหลังเบิกตากว้างแหกปากลั่นเมื่อลู่เกาและเพื่อนของเขาเดินเข้ามาหาจนเธอถอยหลังหนีไปแต่กลับสะดุดขาตัวเองที่พันกันจนล้มหงายหลังลงทางพุ่มไม้ข้างทาง


    “แม่”


    เสียงเล็กๆของชิงเหมี่ยวที่คู้กายแอบอยู่ข้างๆพุ่มไม้เอ่ยเรียกขึ้นทำให้ลู่ฉิงสะดุ้งหันไปมองอย่างตกใจไม่คิดว่าลูกสาวเธอจะมาอยู่ตรงนี้ได้ เธอส่ายหน้าเบาๆแล้วเบือนหน้าหนีไปมองผู้ชายสองคนที่เดินเข้ามา


    หากเธอร้องเรียกชื่อเหมียวเหมี่ยวออกมาแล้วไอ้ชั่วสองคนนี้จะรู้ว่าลูกสาวเธออยู่ตรงนี้ด้วย ต้องถูกพวกมันจับไปทั้งคู่แน่แม้จะขี้อิจฉาคนอื่นไปทั่วและไม่ชอบลูกสาวเท่าลูกชายแต่เธอก็ไม่ได้เลวถึงขั้นจะให้คนจับลูกสาวตัวเองไปขายหรอกนะต่อให้โง่งมแค่ไหนก็ต้องรู้ว่าสถานที่ที่จะถูกเอาไปขายก็ไม่พ้นต้องเป็นซ่องโสเภณีอยู่แล้ว


    ยังไม่ทันได้คิดว่าจะทำยังไงดีลู่ฉิงก็ถูกมันจับที่ข้อเท้าไว้เธอพยายามดิ้นต่อสู้จนถูกเพื่อนของลู่เกาต่อยเข้าที่ท้องและยังถูกตบตีจนร่างถลาไปชนต้นไม้ใหญ่จนหัวแตกเลือดอาบหน้าปากแตกจนเลือดไหลย้อยออกมาจากปากเต็มไปหมด


    “แม่แม่ฮื้อออ”ร่างเล็กของชิงเหมี่ยววิ่งออกมาหาแม่อย่างตกใจพร้อมร้องไห้อย่างตื่นกลัว


    “หื้มของดีนี่” เพื่อนของลู่เกามองชิงเหมี่ยวตาลุกวาว เด็กๆยิ่งได้ราคาดีเลย


    “เอานังเด็กนี้ไปขายด้วยเลยก็ดีพอโตก็คงใช้งานได้แล้ว” ลู่เกาพูดพร้อมแสยะยิ้ม


    “นี่หลานสาวแกนะไอ้ชาติชั่ว”ลู่ฉิงโมโหและโกรธมาก หรือนี่คือผลกรรมจากการที่เธอคิดไม่ดีกัน


    “หลานแล้วยังไงก็แค่หลานนอกไส้ขนาดเธอที่เป็นญาติผู้น้องฉันยังจะขายได้เลย”


    “กะแกมันเลว”


    “ฮ่าฮ่า ฮ่า เธอกล้าด่าฉันทั้งที่ตัวเองก็เลวไม่ต่างกันงั้นหรอ” ลู่ฉิงพยายามกระเถิบร่างถอยหนีโดยมีชิงเหมี่ยวที่จับแม่ของเธอไว้แน่นก่อนมือน้อยๆชองชิงเหมี่ยวจะก้มลงจับก้อนหินเขวี้ยงออกไปยังคนตรงหน้า


    “คนเลวคนไม่ดี ฮึก ๆ ๆ ฮื้ออ”ชิงเหมี่ยวกลัวมากแต่ก็อยากช่วยแม่ด้วยจึงเขวี้ยงก้อนหินออกไปแต่เพราะด้วยความเป็นเด็กแรงจึงน้อยนิด ก้อนหินเล็กๆที่ขว้างออกไปไม่ระคายผิดด้านๆหนาๆของพวกมันด้วยซ้ำ


    “ฮ่าฮ่า ฮ่า สหายนายโดนนังเด็กนี้ด่าว่ะ”เพื่อนหน้าโหดของลู่เกาหัวเราะพร้อมชี้นิ้วมาทางเขา


    “ปากดีนักนะนังเด็กนี้”ลู่เกาเดินเข้ามายกมือทำท่าจะตีชิงเหมี่ยวแต่ลู่ฉิงดึงร่างเล็กๆของลูกสาวให้หลบไปข้างหลังได้ก่อน ฝ่ามือของลู่เกาจึงฟาดใส่ตัวของลู่ฉิงเต็มๆจนเธอถลาไปกับพื้น หัวสมองมึนงงไปหมด


    “ฮึกๆ แม่” ชิวเหมี่ยววิ่งไปหาแม่ทันที


    ปัง! ปัง!


    เสียงดังจากปืนที่ถูกยิงสกัดที่พื้นข้างๆเท้าทำให้ลู่เกาและเพื่อนของมันสะดุ้งโหยงตกใจกลัวในทันที


    “หยุดนะลู่เกาฉางไช่”เสียงคนที่มาใหม่เป็นเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบทางการทั้งยังมีคนของฝ่ายผลิตที่มาด้วยอีกหลายคน

    เมื่อเห็นว่าเป็นทหารมาทั้งยังจ่อปืนมาหาสองอันธพานก็กลัวจนฉี่ลาดออกมาจนเลอะกางเกง และรีบยกมือขึ้นแล้วคุกเข่าก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้ามาคุมตัวไว้


    “แม่ๆ ฮึก ฮืออ” ส่วนลู่ฉิงที่นอนหมดแรงเพราะเจ็บแผลและยังมึนงงอยู่แต่ยังไม่ถึงกับสลบ เธอยังได้ยินชิงเหมี่ยวเอาแต่เรียกว่า แม่ ๆ ๆ อยู่ข้างๆ

    “ลู่ฉิงเหมียวเหมี่ยว” เซียวฉิงไห่ตกใจมากเมื่อเห็นว่าภรรยาและลูกสาวอยู่ตรงนั้นและบาดเจ็บไม่น้อยเลยจึงรีบเข้ามาดูทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด

    หัวหน้าฝ่ายผลิตเฉิงคุนกับเลขาธิการปิงฮัวและเจ้าหน้าที่กองพลน้อยที่ตามมาก็ช่วยให้ความร่วมมืออำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลเกี่ยวกับอันธพานทั้งสองคนเท่าที่รู้ทั้งหมดอย่างเต็มที่ก่อนลู่ฉิงจะถูกพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในเมืองอำเภอ


    “ขอบคุณสหายเซียวมากที่ให้เบาะแสเพราะทางรัฐบาลกำลังตามกวาดล้างอันธพานของแก๊งที่อยู่ในเมืองต่างๆ อยู่ครับครั้งนี้สหายเซียวช่วยได้มากจริงๆ”เป็นรองหัวหน้าสันติบาลประจำเมืองอำเภอที่มาพร้อมกับทหารเพื่อจัดการเรื่องครั้งนี้ได้เอ่ยขึ้น


    “ไม่เป็นไรครับ”ฉิงเฟิ่งเพียงรับคำแต่ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มว่าเรื่องเกิดจากพี่สะใภ้รองของเขาตอนที่โทรไปหาเพื่อนของเขาฉิงเฟิ่งเพียงแต่บอกชื่อของลู่เกาไปและขอให้ช่วยตรวจสอบเท่านั้นดังนั้นเรื่องที่พี่สะใภ้รองวางแผนคิดไม่ดีกับภรรยาเขาจึงไม่มีคนรู้เพิ่มนั้นเอง


    “ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมคงต้องขอตัวไปจัดการเรื่องนี้ก่อนครับ”


    “ครับ”


    ฉิงเฟิ่งมองความวุ่นวายก่อนหน้าที่ตอนนี้ได้สงบลงแล้วก่อนนี้มีเจ้าหน้าที่มาหาเขาที่บ้านแจ้งว่าได้รับเรื่องจากเบื้องบนให้เข้ามาตรวจสอบและแจ้งให้ประสานงานติดต่อมาที่เขาฉิงเฟิ่งก็ทราบทันทีว่าคงเป็นเหิงซานเพื่อนของเขาที่ประสานงานให้พอดีกับที่พี่รองวิ่งกระหืดกระหอบออกมาหาที่บ้านบอกว่าหาเหมียวเหมี่ยวไม่เจอและพี่สะใภ้รองก็หายไปด้วย


    ฉิงเฟิ่งจำได้ว่าอี้เหวินบอกว่าครั้งก่อนที่ไปได้ยินแผนของพี่สะใภ้รองนั้นก็คือแถวชายป่าที่ไปหาฟืนนั้นเองดังนั้นทุกคนจึงรีบออกตามไปที่แถวชายป่าท้ายหมู่บ้านทันทีโดยมีเจ้าหน้าที่สันติบานไปแจ้งหัวหน้าฝ่ายผลิตให้ทราบด้วย ที่ต้องเร่งลงมือเพราะเบื้องบนสั่งมาว่าต้องจัดการกวาดล้างอันธพานพวกนี้ให้เรียบร้อยภายในวันนี้ดังนั้นจึงทำให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือพี่สะใภ้รองและเหมียวเหมี่ยวได้ทันเวลา


    เมื่อเจ้าหน้าที่พาตัวอันธพานสองคนไปแล้วส่วนพี่สะใภ้รองก็ถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว


    ชิงเหมี่ยวที่ยังตกใจอยู่ก็ต้องให้คนเป็นพ่ออุ้มและกอดปลอบไว้ตลอดเวลา


    "คนไม่ดีจะตีแม่ๆ" 


    "ไม่เป็นไรแล้วๆนะเหมียวเหมี่ยวแม่ปลอดภัยแล้วนะตอนนี้แม่ไปหาหมออยู่ต่อไปมีอะไรเหมียวเหมี่ยวต้องมาบอกพ่อหรือคนที่บ้านก่อนอย่าออกไปเองแบบนี้อีกเข้าใจมั้ยหื้ม" เซียวฉิงไห่ค่อยๆบอกลูกสาวเบาๆ


    "หนูเข้าใจแล้วค่ะ" พยักหน้าเข้าใจแล้วก็ซบหน้าเข้าหาไหล่พ่ออีกครั้ง


    กว่าที่เรื่องราวจะจบลงก็ผ่านเวลาหลายวันแต่ลู่เกาให้การเรื่องที่ลู่ฉิงวางแผนให้ทำเรื่องไม่ดีแม้ยังไม่สำเร็จแต่ถือว่ามีการวางแผนไม่ดีคิดใส่ร้ายคนอื่นจึงทำให้ลู่ฉิงเองก็ไม่อาจพ้นความผิดไปได้แต่เพราะเธอก็ถูกลู่เกาทำร้ายและหักหลังจะจับไปขายด้วย ดังนั้นหลังจากรักษาตัวหายจากโรงพยาบาลแล้วเธอจะต้องถูกส่งตัวไปค่ายกักกันของสตรีเป็นเวลานาน6เดือน นับว่าโทษเบามากแล้วดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ต้องถูกประจานความผิดต่อหน้าผู้คนให้อับอาย


    ลู่ฉิงได้แต่ร้องไห้ออกมากับสิ่งที่ตัวเองต้องไปเจอในค่ายกักกันนั้นแม้ไม่มีการทำร้ายกันข้างในแต่ก็ถูกคุมให้ทำงานต่างๆ ทั้งเหนื่อยทั้งลำบากแม้ไม่อยากไปแต่โทษใครไม่ได้เป็นเพราะเธอเองที่สร้างเรื่องจนทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้เป็นเพราะความอิจฉาทั้งนั้นจะมาสำนึกเสียใจตอนนี้ก็สายไปแล้ว


    เจ้าหน้าที่พาตัวลู่ฉิงกลับมาที่บ้านตามคำขอเพื่อเจอคนในครอบครัวอีกครั้งบ้านใหญ่เซียวออกมาที่ลานบ้านทุกคนแม้แต่บ้านสามเซียวก็มาด้วยเช่นกันเรื่องที่ลู่ฉิงวางแผนร้ายนั้นชาวบ้านและคนนอกไม่รู้เรื่องพวกเขาเข้าใจเพียงว่าลู่ฉิงถูกญาติที่เป็นอันธพานทำร้ายและอยู่ในเหตุการณ์น่าตกใจนั้นก็เท่านั้นเองดังนั้นตอนนี้จึงมีเพียงคนในครอบครัวเซียวเท่านั้นที่อยู่ในบ้าน


    “ฮึกฮื้อออ ฉิงไห่คะ ฮึก คุณจะหย่ากับฉันหรือเปล่าคะ”เธอทำใจมาแล้วว่าเมื่อถูกส่งตัวไปสามีคงต้องการหย่าเธอแน่นอนแล้ว


    “คุณไปเถอะอยู่ที่นั่นก็คิดให้ได้ผมกับลูกจะรอคุณอยู่ที่นี่” เสียงเคร่งขรึมเอ่ยออกมา


    “ฮึกฮื้ออ ฉิงไห่ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ ฉัน ฉันขอเจอลูกก่อนได้มั้ยคะ”


    “แม่/แม่” เสียงชิงเหมี่ยวและต้าเป่าเรียกก่อนที่ลู่ฉิงจะดึงร่างเล็กของลูกเข้ามากอดแทบจะเป็นครั้งแรกเลยด้วยซ้ำที่เธอกอดชิงเหมี่ยวเต็มอ้อมแขนแบบนี้


    “แม่จะไปไหนคะ”ชิงเหมี่ยวเอ่ยถามขึ้นมา เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมากนัก รู้แค่มีคนไม่ดีมาตีแม่แล้วแม่ก็จะไปไหนอีกก็ไม่รู้


    “แม่แค่ไปทำงานที่อื่นเท่านั้นไม่นานแม่ก็กลับมาแล้ว ”


    เด็กทั้งสองพยักหน้าว่าเข้าใจก่อนที่ลู่ฉิงจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหาซีอินที่วันนี้เธอก็มาด้วยเช่นกัน


    “ฉันฉันขอโทษ” ลู่ฉิงก้มหน้าลงพูดออกมาเบาๆอย่างละอายใจที่คิดไม่ดีก่อนหน้านี้และไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะให้อภัยง่ายๆ

    “ถ้าพี่สะใภ้รองสำนึกผิดได้แล้วจริงๆก็ดีแล้วล่ะค่ะ”ซีอินพูดเพียงเท่านั้น หวังว่าเวลา6เดือนที่อยู่ที่นั่นจะทำให้พี่สะใภ้รองคนนี้คิดได้บ้างค่ายกักกันไม่ใช่คุกตาราง ที่นั่นเป็นเหมือนหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีคนถูกส่งไปสำนึกผิดและทำงานใช้แรงงานญาติสามารถไปเยี่ยมได้ปกติแต่คนข้างในจะไม่สามารถไปไหนมาไหนได้ตามใจจนกว่าจะถึงเวลาปล่อยตัวออกมา


    ลู่ฉิงเดินตามเจ้าหน้าที่ไปในใจได้แต่คิดว่าแม้สามีไม่เอ่ยออกมาว่าจะหย่าเธอหรือไม่แต่เขาบอกว่าเขากับลูกจะรอเธอกลับมา เธอจึงได้แต่หวังว่าจะได้รับโอกาสอีกสักครั้งเธอไม่แน่ใจว่าอีก6เดือนข้างหน้ากลับมาแล้วจะเป็นยังไงเธอจะยังมีที่ยืนในหมู่บ้านนี้ได้อีกหรือเปล่า...


    “เฮ้ออ”คล้อยหลังสะใภ้รองไปแล้วคุณแม่เซียวก็ถอนหายใจแล้วทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ไม้ข้างๆส่วนคุณพ่อเซียวเองไม่ได้พูดอะไรนอกจากมองลูกชายคนรองอย่างเห็นใจเรื่องคราวนี้คงได้แต่ต้องใช้เวลาในการเยียวยาทุกๆ คน และหากสะใภ้รองกลับมาอีก6เดือนข้างหน้าทำตัวดีขึ้นและลูกชายเขาไม่คิดหย่าเขาก็ไม่คิดจะว่าอะไรเพราะถือว่าชีวิตคู่และครอบครัวคนคนนั้นต้องตัดสินใจเลือกเอง


    “พี่รอง”ฉิงเฟิ่งเดินเข้ามาตบบ่าพี่ชายเบาๆพร้อมทั้งพี่ใหญ่และน้องสี่ก็เดินเข้ามาด้วยเช่นกัน


    “พี่ไม่เป็นไรเป็นแบบนี้ก็ดีแล้วหวังว่าที่นั่นจะช่วยทำให้ลู่ฉิงคิดได้และดีขึ้น”เซียวฉิงไห่พูดสายตายังมองออกไปที่หน้าบ้านตามทิศทางที่ภรรยาของเขาเดินออกไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่...