ตัวเมืองบาซาห์
ร่างชายหญิงสูงสง่าที่ขับเคลื่อนมาพร้อมกันนั้นทำให้ชาวเมืองหันมองให้ความสนใจกันอย่างคับคั่ง เสียงพูดคุย กระซิบกระซาบแผ่ลั่นไปทั่วตลาดประจำเมือง.. ชีคหนุ่มพร้อมหญิงสาวงามสง่า ไร้ซึ่งองครักษ์ประจำองค์.. ประเด็นเด่นที่หลายคนสามารถหยิบยกมาพูดคุยไปได้อีกหลายครา..
หากเป็เพราะชาร์เลโอเชื่อว่าซาบาห์ที่เขาปกครองอยู่นั้นสงบร่มเย็น เนื่องจากความเคร่งครัดในกฎหมายทั้งตัวของเขาเอง และประชาชน.. ดั่งเช่นเื่ราวที่เคยเกิดขึ้น.. หากผู้ใดทำผิด คนผู้นั้นจะต้องได้รับผิดโดยไม่มีสิทธิ์ที่จะต่อรองใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นองครักษ์จึงไม่จำเป็มากนักสำหรับชายหนุ่มร่างสูงผู้นี้.. จะมีก็แต่ธามา เ้าหนุ่มองครักษ์ที่มีความสามารถในการต่อสู้ประชิดตัว แม้ว่าการใช้อาวุธของเ้านั่นคงยังไม่ถึงขั้นที่จะเรียกได้ว่าทหาร..
ชาร์เลโอกวาดสายตามองไปรอบๆบริเวณเพื่อตรวจตราความสงบสุขของชาวเมืองไปพร้อมๆกัน
“ชาร์ล ข้าจะไปดูผ้าสำหรับตัดชุดตรงมุมโน้นของตลาดนะ..” เคน์น่าบอก ก่อนจะะโลงจากม้าที่ขี่มา และพามันไปผูกในที่ๆจัดไว้
“ให้ข้าไปเป็เพื่อนไหม?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม แต่หญิงสาวก็ส่ายหน้าปฏิเสธ
“อย่าเลย.. เดี๋ยวคนขายไม่เป็อันขายผ้าให้ข้า” ร่างเพรียวหัวเราะขันๆ “เดี๋ยวข้าไปเจอเ้าที่บ้านของชารีฟก็แล้วกัน” ร่างบางยิ้มบอก ก่อนจะเดินจากไป
ชาร์เลโอได้แต่ชายตามองตามคนที่จากไป เขาสะกิดม้าให้เดินต่อไปเรื่อยๆเอื่อยๆระหว่างทาง ผู้คนจับจ้องสายตามาที่เขาเสียเป็ส่วนใหญ่ บ้างก็เดินเอาผักผลไม้เข้ามาให้ซึ่งร่างสูงก็น้อมรับอย่างอ่อนโยน
เมื่อเคลื่อนตัวไปได้ซักพัก พลันสายตาคมก็สังเกตเห็นชายแก่คนหนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางผู้คน
บิดาของผู้หญิงที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นางสนมของเขานั่นเอง
เมื่อสายตาประสบกัน อัสลานจึงเดินตรงมาไปยังชายหนุ่มหลังจากเขารวบรวมความกล้าเดินตามชาร์เลโอมาสักพักหนึ่ง..
“ขะ..ข้า.. ได้โปรดช่วยมองสิ่งนี้ให้แก่ไอรีนด้วย” เสียงแหบกล่าวก่อนจะยื่นถุงผ้าขนาดไม่ใหญ่นักให้อีกฝ่ายที่มองลงมาจากม้า ชาร์เลมองถุงนั้นแว่บหนึ่งก่อนจะรับมันมาไว้ในมือ..
“ไอรีนสบายดีหรือขอรับ” อัสลานถามต่ออย่ากล้าๆกลัวๆ ั์ตาสีจางเต็มไปด้วยความหวัง
“นางสบายดี” เสียงทุ้มตอบ ก่อนขายาวจะกระทุ้งม้าเป็สัญญาณให้เดินหน้าต่อ
อัสลานมองร่างสูงจนลับสายตาไปด้วยความโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง แม้ท่าทางจะดูโหดร้ายเพียงใด แต่หากคำกล่าวของผู้นำนั้นมักเชื่อได้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีคหนุ่มผู้ให้ศักดิ์ศรีแก่ทุกคำพูดของตนผู้นี้
“ใครก็พูดได้ว่านางสบายดี” คีย์ลอฟตอบเสียงปึงปัง หัวเสียเมื่ออัสลานเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นให้เขาฟัง
ชายแก่มองเด็กหนุ่มวัยเดียวกับลูกสาวด้วยความเป็ห่วง ยิ่งนานวันเข้า คีย์ลอฟดูเหมือนจะค่อยๆเปลี่ยนไปเป็คนละคน ชายผู้ชายที่เคยสงบ ใจเย็น และเฮฮา เริ่มกลายเป็ชายหนุ่มที่อารมณ์ร้อนรุนแรง เก็บเนื้อเก็บตัว และหายไปจากสายตาคนในหมู่บ้านครั้งหนึ่งเป็วันเลยทีเดียว
“หากมันจริงอย่างที่ลุงว่า.. เหตุใดจึงไม่พาไอรีนมา” คีร์ลอฟเอ่ยต่อ “กลับพายายแก่ที่ไหนก็ไม่รู้มาเที่ยวชมเมือง..” ชายหนุ่มหยุดเว้นจังหวะหายใจ
“จะให้ข้าเชื่อได้อย่างไร!!!” ร่างกำยำตบโต๊ะดังปัง! โดยไม่สนใจความตื่นตระหนกของบุคคลรอบข้าง.. พลันภาพหญิงสาวร่างเพรียวที่ได้ชื่อว่า ‘เคน์น่า’ แว่บผ่านเข้ามา ใบหน้าเชิ่ดหยิ่งที่เขานั้นแสนเกลียดแม้จะได้เห็นเพียงวูบเดียว ไหนจะท่าเดินดั่งนางพญาที่ก้าวออกไปจากร้านขายผ้าของมารดาของเขานั่นอีก
อัสลานตบบ่าคีย์ลอฟเบาๆ พร้อมมองชายหนุ่มด้วยสายตาเป็ห่วง ชายแก่ถอนหายใจอีกครั้ง
ทุกอย่างเป็เพราะข้าแท้ๆ..
ราชวังของชาร์เลโอ
กว่าชาร์เลโอและเคน์น่าจะกลับมาถึงที่พัก ดวงตะวันก็ลาลับขอบฟ้ากว้างไปแล้ว ท้องฟ้าสีครามอมม่วงเผยให้เห็นดวงดาวที่ส่องสว่างอยู่บนม่านฟ้า ร่างเพรียวระหงะโลงจากพาหนะพร้อมกับข้าวของหลายชิ้น เคน์น่าเหงนหน้ายิ้มกว้างมองท้องฟ้า ขณะเดียวกันสาวๆรับใช้ต่างก็กรูกันมารับนายหญิงของตน
“ข้าซื้อมาฝากพวกเ้า” เสียงหวานเอ่ย ก่อนจะยื่นผ้าหลายสีให้พวกนาง “เอาไปแบ่งกันก็แล้วกัน” เคน์น่าบอกต่อ ขณะที่สาวน้อยสาวใหญ่ส่งเสียงขอบคุณกันเกรียวกราว ทางฝ่ายชาร์เลโอที่เห็นเคน์น่าสนทนาพาทีกับเด็กในกองคาราวานจึงค่อยๆเดินเลี่ยงตัวออกไปเพื่อกลับเข้าคฤหาสน์หลังใหญ่ แต่ยังไม่ทันจะก้าวผ่านธรณีประตู เสียงโหวกเหวกโวยวายบ่งบอกถึงความโกลาหลก็ดังขึ้น สาวใช้ใหญ่เล็กทั้งจากกองคาราวาน และสาวใช้ประจำราชวังต่างรวมตัวกันอยู่ทางด้านหน้าห้องครัวใหญ่
เสียงพูดคุยระงมไปทั่ว ร่างสูงกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังบริเวณต้นเหตุของเสียงทันที
“เกิดอะไรขึ้น?” เสียงทุ้มเอ่ยดังก้อง.. และดังพอที่จะเรียกความสนใจทั้งหมดให้ไปหยุดอยู่ที่เขา..
“กองคาราวานถูกรื้อเ้าค่ะ” เสียงหนึ่งดังขึ้น
“เสื้อผ้าของข้าถูกขโมย” อีกเสียงกล่าวต่อ ก่อนทั้งวงจะเริ่มโหวกเหวกโวยวายอีกครั้ง เคน์น่าที่เพิ่งเดินตามมาสมทบก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้ามองอย่างใเช่นกัน
“เงียบ!” เสียงตวาดดังก้องออกจากปากของชีคหนุ่มอีกครั้ง “และเงียบจนกว่าข้าจะสั่งให้พูด” เสียงทุ้มอ่อนลงแต่ยังคงความก้องกังวาล..
เคน์น่าหันขวับไปหาชายหนุ่มด้วยสายตาชื่นชม
ไม่ว่าทุกอย่างจะยุ่งแค่ไหน ชาร์เลโอนำความสงบมาเสมอ..
“เ้ามากับข้า เยมินและเคน์น่าด้วย” ร่างสูงชี้ไปยังสาวน้อยที่ตอบเขาเมื่อสักครู่ ก่อนจะหันไปทางแม่บ้านแห่งคฤหาสน์ และเคน์น่าที่ยืนอยู่ข้างเขา
องค์ใหญ่แห่งซาบาห์เดินนำทั้งสามคนออกไปข้างนอกคฤหาสน์
“เกิดอะไรขึ้น.. กองคาราวานของเ้าถูกรื้อได้อย่างไร?” เสียงทุ้มเอ่ยถามทันที
เด็กสาวมองเขา ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” นางตอบตามความจริง
“พวกเราออกไปกันั้แ่เช้าตรู่เพิ่งจะกลับมาก่อนพวกท่านเพียงไม่ถึงชั่วโมง เมื่อเดินกลับเข้ากองคาราวานก็พบว่าช่องเก็บของบางส่วนถูกเปิดออก”
“ข้าเองอยู่ที่นี่ทั้งวันก็ไม่พบสิ่งผิดปกติเ้าค่ะ” หัวหน้าแม่บ้านกล่าวต่อน้ำเสียงงุนงง
“อีกอย่างความจริงหลังจากที่ค้นๆดูแล้ว..” เด็กสาวเอ่ยต่อ “เหมือนที่หายไปก็มีเพียงแค่เสื้อผ้าเท่านั้น”
สายตาคมสบมองเคน์น่า คิ้วเข้มขมวดอย่างไม่สบอารมณ์ หัวหน้ากองคาราวานหญิงรู้ดีว่าใบหน้าเช่นนี้บ่งบอกถึงความฉุนเฉียวที่ประทุอยู่ภายใน มือเรียวจับหมับที่ต้นแขนใหญ่ทันที
“ใจเย็นนะชาร์ล” เคน์น่าออกแรงนวดต้นแขนนั้นเบาๆราวกับว่ามันจะทำให้อีกฝ่ายค่อยๆสงบขึ้นได้
