# ตอนที่ 6 งานเล็กของคนจน
งานเก็บถังเชื้อเพลิงรั่วจ่ายสามร้อยเครดิต
ในกระดาษประกาศ มันถูกเขียนไว้แค่บรรทัดเดียวเหมือนเป็เื่เล็ก
ในความเป็จริง มันเริ่มต้นด้วยการที่เรย์ต้องยืนสวมชุดเก็บกู้เก่าซึ่งเปลี่ยนซีลด้วยของที่มีราโยนให้ และพยายามโน้มน้าวตัวเองว่าคำว่า `รั่วระดับควบคุมได้` บนใบงานนั้นไม่ใช่การโกหกในแบบเดียวกับที่คนบนคาร์คัสใช้กับทุกอย่าง
ลานรวมถังเชื้อเพลิงร้างอยู่ขอบเขตรอบนอกของสแครปเฮเวน ติดกับชั้นซากที่ลมแม่เหล็กพัดแรงเป็่ๆ จนเศษโลหะเล็กๆ ลอยครูดกันเองในอากาศเหมือนฝนมีด ที่นั่นเคยเป็จุดพักแทงก์เชื้อเพลิงของยานบรรทุกเก่าสมัยสถานีวงแหวนยังมีคนดูแลดีกว่านี้ แต่ตอนนี้มันเหลือเพียงแท่นเหล็กบิดงอ รอยไหม้บนพื้นคอนกรีตผสมโลหะ และกองถังทรงกระบอกหลากขนาดที่ถูกทิ้งกองกันไว้เหมือนกระดูกกลวงของสัตว์ั์
เรย์มาถึงตอนแดดยังตกไม่เต็มลาน แต่กลิ่นสารเคมีรั่วผสมสนิมก็แรงจนกรองอากาศในหมวกทำงานหนักั้แ่วินาทีแรก มีคนอีกสี่คนมารอรับงานอยู่ก่อนแล้ว คนคุมงานเป็หญิงวัยกลางคนไหล่หนาในชุดเสื้อกั๊กสะท้อนแสงซีดจนแทบไม่สะท้อนอะไรอีก ชื่อบนป้ายอกเขียนว่า `มาเธน`
เธอกวาดตามองแต่ละคนแล้วพูดเร็วเหมือนอ่านคำเตือนเดิมซ้ำจนเบื่อ “งานวันนี้ง่าย ใครดึงถังที่มีแถบแดงไปกองฝั่งเหนือ ใครดึงแถบเหลืองไปฝั่งตะวันตก ถังที่มีเสียงซ่าหรือมีน้ำแข็งเกาะผิดปกติห้ามแตะ เรียกฉันก่อน เข้าใจไหม”
ไม่มีใครถามว่าถ้าแยกผิดแล้วะเิขึ้นมาจะนับเป็ความผิดส่วนบุคคลหรือเปล่า เพราะทุกคนรู้ดีว่าคำตอบคือใช่
มาเธนโยนตะขอลากกับสายค้ำให้คนละชุด เรย์รับของตัวเองมาอย่างเงียบๆ สายค้ำที่ได้มีรอยปะตรงกลางสองชั้น ตะขอลากมีรอยเชื่อมที่ดูเหมือนเพิ่งทำเมื่อคืนแบบรีบๆ เขาชั่งน้ำหนักมันในมือแล้วถาม “มีของดีกว่านี้ไหม”
คนคุมงานมองหน้าเขาเหมือนมองเด็กถามหาเมนูพิเศษในร้านแจกข้าว “มี ถ้านายอยากจ่ายเพิ่มจากค่าจ้างสามร้อย”
เรย์เงียบลงทันที
หนึ่งในคนงานอีกสี่คนหัวเราะหึ คนพูดเป็ชายร่างสันทัดหน้าตาเหมือนอดนอนมาหลายวัน เขามีรอยสักแก๊งจางๆ ที่ต้นคอและนิ้วชี้ข้างขวาหายไปหนึ่งข้อ “มาทำงานถูกๆ แล้วหวังของดี” หมอนั่นพูด “ดูทรงก็รู้ว่าใหม่กับงานแบบนี้”
เรย์ไม่ได้ตอบว่าเขาใหม่กับงานถังเชื้อเพลิง แต่ไม่ใหม่กับการเกือบตายจากอุปกรณ์ห่วยๆ แล้ว
“เริ่มได้” มาเธนตัดบท “ใครอยากได้เงินก็ขยับ ใครอยากยืนคุยก็กลับบ้านไปอด”
เรย์ลากถังแถบเหลืองลูกแรกจากกองด้านตะวันออกไปยังจุดคัดแยกที่กำหนด ล้อฐานลากฝืดจนแขนเขาตึงั้แ่แรก ถังลูกนั้นหนักกว่าที่คิดมาก และทุกครั้งที่มันครูดพื้นจะมีเสียงโลหะก้องออกมาคล้ายสัตว์ป่วยครางในท้องของมันเอง เขาพยายามไม่คิดว่าของเหลวหรือก๊าซอะไรหลงเหลืออยู่ข้างในบ้าง
“ระดับแรงดันภายในถังลูกนี้ต่ำกว่าค่าเสี่ยงฉับพลัน” ลูเมนรายงานในหู “ความน่าจะเป็ในการะเิระหว่างลากตรงต่ำกว่า 4 เปอร์เซ็นต์”
เรย์กระชากตะขออีกที “นายช่วยพูดอะไรที่ทำให้สบายใจน้อยกว่านี้ได้ไหม”
“ได้” ลูเมนตอบทันที “ถังลูกถัดไปด้านซ้ายของคุณมีโอกาสะเิสูงกว่าลูกนี้สามเท่า”
เรย์กัดฟัน “นั่นแย่กว่าเดิม”
“คุณร้องขอสิ่งที่ทำให้สบายใจน้อยลง”
เรย์ไม่ตอบ เขาเริ่มรู้แล้วว่าการเถียงกับลูเมนตอนทำงานที่ต้องใช้แรงมีแต่กินลมหายใจเปล่าๆ
ลานถังเชื้อเพลิงไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นแบบหลุมซาก ไม่มีวิหาร ไม่มีสัญลักษณ์เรืองแสง ไม่มีของโบราณรอเลือกคน มันมีแค่กล้ามเนื้อที่ตึงทีละส่วน เหงื่อที่ไหลเข้าตา แม้ข้างในชุดกรองอากาศยังเย็นกว่าข้างนอก และเสียงถังเหล็กครูดพื้นซ้ำๆ จนความคิดในหัวเริ่มกลายเป็จังหวะเดียวกับมัน
นี่แหละคืองานเล็กของคนจน
เสี่ยงน้อยกว่าเื่ใหญ่ แต่ไม่ได้ปลอดภัย
น่าเบื่อกว่าเื่ใหญ่ แต่ฆ่าคนได้เหมือนกัน
และที่เลวร้ายที่สุดคือ ต่อให้ทำจบสมบูรณ์ มันก็จ่ายไม่พอแก้ปัญหาจริงสักอย่าง
ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง ถังแถบเหลืองกองแรกถูกแยกออกไปได้เจ็ดลูก ไหล่ของเรย์เริ่มล้า ซีลตรงต้นขาที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่ยังใช้ได้ดี แต่เขารู้สึกได้ว่าข้อต่อเข่าขวาของชุดเก็บกู้มีจังหวะสะดุดเป็พักๆ ทุกครั้งที่ย่อตัวมากเกินไป เขาจำได้ทันทีว่านั่นคือส่วนที่ยังไม่ได้เปลี่ยนฟิวส์ย่อยเพราะเงินไม่พอ
งานเล็กทุกงานบนคาร์คัสเริ่มด้วยการประหยัดผิดจุดแบบนี้เสมอ
“นาย” เสียงหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆ เรย์เงยหน้าพบชายนิ้วขาดข้อเดิมยืนพิงถังอยู่ห่างไปไม่กี่เมตร “ถ้าไม่อยากใช้แรงมาก ไปช่วยดึงกองด้านเหนือสิ ตรงนั้นเบากว่า”
เรย์มองตามปลายคางของอีกฝ่ายไป เห็นกองถังแถบเหลืองอีกชุดวางซ้อนกันหลวมๆ ใกล้แนวกำแพงเก่า ฝุ่นสนิมบนพื้นตรงนั้นน้อยกว่าฝั่งอื่นเหมือนเพิ่งมีใครเคลื่อนย้ายบางลูกออกไปไม่นาน
ลูเมนพูดขึ้นพอดี “ไม่แนะนำ พื้นที่นั้นมีค่าอุณหภูมิต่ำผิดปกติใต้ผิวกองถัง”
ชายนิ้วขาดทำหน้าเบื่อ “ยานนายชอบสั่งเยอะเนอะ”
เรย์ไม่ตอบเขา แต่หันออกห่างจากกองนั้นทันที อีกฝ่ายยักไหล่แล้วเดินไปเองพร้ะขอลากในมือ เหมือนตั้งใจจะพิสูจน์ว่าแค่คนมีเอไอชอบจุ้นจ้านถึงได้กลัวทุกอย่างเกินเหตุ
มาเธนกำลังคุยกับคนงานอีกฟาก จึงไม่ทันเห็นว่าชายคนนั้นไปแตะกองที่เธอสั่งให้เว้น
เรย์เห็นก่อน
เห็นนิ้วขาดข้อนั้นคล้องตะขอเข้าใต้ขอบถังลูกหนึ่ง
เห็นแรงกระชากครั้งแรกทำให้ถังเหนือมันขยับครึ่งนิ้ว
เห็นไอน้ำขาวบางๆ รั่วออกมาจากรอยปะด้านล่าง
เวลาทั้งหมดในโลกเหมือนชะลอลงวูบหนึ่ง
ลูเมนพูดในหูทันที “ถอย”
ชายนิ้วขาดยังไม่รู้ตัว เขากระชากอีกครั้ง คราวนี้ถังบนสุดหมุนออกจากตำแหน่งและกระแทกถังด้านหลังจนเกิดเสียงกังวานผิดปกติ เหมือนมีอะไรข้างในสั่นตอบ
“เฮ้ย!” เรย์ะโลั่น “ปล่อย!”
อีกฝ่ายหันมามองเขาด้วยสีหน้างงงันครึ่งวินาทีช้าเกินไป
ถังลูกกลางะเิวาล์วออกด้วยเสียงปังสั้นรุนแรง ไอเย็นจัดพุ่งกระแทกออกมาราวกับสัตว์มองไม่เห็นกระโจนออกจากกรง กองถังทั้งชุดะเืแล้วเริ่มไถลเข้าหากัน เสียงเหล็กเสียดสีกรีดแหลมจนฟันของเรย์ปวดไปทั้งปาก
เขาควรวิ่งออกด้านข้างทันที
ควรรักษาชีวิตตัวเองก่อน
ควรปล่อยให้มาเธนจัดการ
ควรทำทุกอย่างที่คนมีแผลจากการช่วยคนพลาดมาหมาดๆ จะเลือกทำ
แต่ร่างกายกลับขยับไปก่อนความคิด
เรย์พุ่งไปทางชายนิ้วขาด ลื่นผ่านฝุ่นสนิมกับน้ำแข็งก่อตัวฉับพลันบนพื้นจนเกือบหัวคะมำ เขาคว้าเสื้อเกราะอกอีกฝ่ายได้แล้วกระชากเต็มแรง สองร่างล้มกลิ้งออกมาทันจังหวะที่ถังบนสุดหล่นกระแทกพื้นตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่ก่อนหน้าเพียงเสี้ยววินาที
เสียงะเิรองดังตามมาเล็กกว่า แต่ใกล้พอให้แรงสั่นกระแทกหลังเรย์ เขากระแทกพื้นไหล่ซ้ายก่อน กลิ่นสารเคมีเย็นจัดพุ่งเข้ากรองอากาศจนระบบเตือนในหมวกกะพริบถี่
`WARNING: FILTER LOAD SPIKE`
เขาพยายามดันตัวลุก แต่เข่าขวาของชุดเก็บกู้สะดุดวูบแล้วล็อกค้างทันที ข้อต่อไม่ตอบสนองตามสั่งเพราะฟิวส์ย่อยราคาถูกนั่นเอง
“บ้าชิบ” เรย์สบถ ขณะกองถังอีกฝั่งเริ่มล้มตามแรงกระแทกลูกโซ่
ชายนิ้วขาดถลาออกจากมือเขาได้แล้วคลานหนีแบบเสียสติ ส่วนเรย์กลับติดอยู่กับเข่าที่งอค้างครึ่งหนึ่งตรงกลางพื้นที่ซึ่งกำลังจะกลายเป็เขตอันตรายเต็มรูปแบบ
มาเธนะโคำหยาบจากอีกด้านแล้ววิ่งเข้ามาพร้อมไม้ค้ำยาวสำหรับดันถัง แต่เธอไกลเกินไป
ลูเมนพูดเร็วขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย “แนวถังด้านหลังคุณจะล้มในอีก 3.2 วินาที ปลดชุดส่วนขาขวาทิ้ง”
“ถ้าปลดตอนนี้ ฉันวิ่งไม่ไหว!”
“ถ้าไม่ปลด คุณจะวิ่งไม่ได้เลย”
เรย์กัดฟันมือซ้ายคว้าตัวปลดฉุกเฉินตรงต้นขา แต่ในเสี้ยววินาทีเดียวกันเขาก็เห็นชายนิ้วขาดนั่นสะดุดล้มอยู่ห่างออกไปไม่ถึงห้าเมตร ขาข้างหนึ่งถูกตะขอลากพันแน่นกับขาถังที่พลิกตะแคง ทำให้มันขยับหนีไม่ได้เต็มที่
ภาพนั้นกระแทกเขาทันที
มือที่หลุด
เสียงสัญญาณชีพ
คนที่ควรรอดกว่า
ลูเมนพูดอีกครั้ง “เรย์ ถอยเดี๋ยวนี้”
เขาควรฟัง
แต่คราวนี้เขาไม่ฟัง
เรย์ดึงตัวปลดฉุกเฉิน เข่าขวาของชุดเกราะหลุดชิ้นครอบออกครึ่งหนึ่งพร้อมเสียงแตกเปรี๊ยะ แรงยึดลดลงพอให้เขากระชากขาขยับได้ แม้ขาขวาจะชาและรับน้ำหนักแทบไม่อยู่ เขาก็ยังฝืนถีบตัวพุ่งไปหาชายคนนั้นอีกครั้ง
“นายแม่งบ้าไปแล้ว!” อีกฝ่ายะโแตกตื่น
“ใช่!” เรย์ตะคอกกลับขณะก้มลงฉีกสายตะขอที่พันรอบข้อเท้าอีกฝ่าย “วันนี้ไม่ใช่วันที่เหมาะจะให้ใครพูดว่าฉันทิ้งคนอีกแล้ว”
เขาไม่รู้ว่าตัวเองพูดกับหมอนั่นหรือะโใส่เงาในหัว
ตะขอไม่ยอมหลุดง่ายเพราะแรงบิดของถังที่ล้มค้างทำให้ลวดเหล็กตึงแน่น เรย์ใช้มีดสนามที่มีราให้มาเฉือนสายรัดมือสองขาดหนึ่งชั้น อีกชั้นยังพันติด เขาหอบหนักจนภาพในหมวกเริ่มมืดตรงขอบจอ
“1.1 วินาที” ลูเมนพูด
“ช่วยสักอย่างแทนการนับได้ไหม!”
“รับทราบ”
ในวินาทีถัดมา เสียงหวีดแหลมจากลำโพงฉุกเฉินของชุดเรย์ก็ดังสนั่นออกมา ถังแถวหลังสองลูกที่กำลังเอียงเข้ามาหยุดชะงักเสี้ยวหนึ่งจากแรงสะท้อนเสียงความถี่สูงพอให้แนวการล้มเสียจังหวะ แค่นั้นพอแล้วให้เรย์เฉือนสายชั้นสุดท้ายขาดและกระชากชายนิ้วขาดออกมาได้ทัน ทั้งสองกลิ้งพ้นแนวล้มได้แค่ไม่กี่เมตรก่อนถังสองลูกนั้นจะกระแทกกันเองเสียงดังสนั่นและพ่นก๊าซไอเย็นออกมาเต็มลาน
พื้นะเืยาวอีกสองสามครั้ง ก่อนทุกอย่างจะเหลือเพียงเสียงลมหอบ เสียงไอของคนที่สำลักก๊าซผ่านกรองไม่ทัน และเสียงมาเธนด่าทุกคนรวมกันโดยไม่เว้นคนเจ็บ
เรย์นอนแผ่อยู่บนพื้นเย็นเฉียบ มองเพดานซากเหล็กผุเหนือหัวผ่านกระจกหมวกที่ขึ้นฝ้า เข่าขวาของชุดแจ้งเตือนแดงค้าง เขาแทบแยกไม่ออกแล้วว่าความเจ็บที่ขาเป็ของตัวเองหรือของชุด
ชายนิ้วขาดนอนหอบข้างๆ เขา ก่อนจะหันมามองด้วยสีหน้าเหมือนยังไม่เชื่อว่าตัวเองรอด “ทำไม...” หมอนั่นไอสองที “ทำไมนายย้อนกลับมาช่วย”
เรย์หลับตาเพียงชั่วครู่แล้วตอบทั้งที่ลมหายใจยังไม่เข้าที่ “เพราะฉันเกลียดการปล่อยคนไว้ข้างหลังมากกว่าที่คิด”
อีกฝ่ายเงียบไป ไม่รู้เพราะเข้าใจหรือเพราะหมดแรงจะพูด
มาเธนเดินเข้ามายืนคร่อมเงาพวกเขาเหมือนพายุลูกย่อมๆ “ใครสั่งให้แตะกองนั้น!” เธอะโใส่ชายนิ้วขาดก่อน แล้วหันมาทางเรย์ “แล้วใครสั่งให้นายพุ่งเข้าไปแบบนั้น!”
“ไม่มีใคร” เรย์ตอบ
“ดี งั้นถ้าตายขึ้นมาจะได้ไม่ต้องมีใครเสียเวลารับผิด” เธอสวนทันที แต่ถึงจะปากร้าย เธอก็ยื่นมือดึงเขาลุกขึ้นพร้อมกันตรวจซีลหมวกให้อย่างเร็วมืออาชีพ “เข่าชุดนายพังแล้ว ไปนั่งข้างลาน อย่ามายุ่งอีก”
เรย์พยายามยืน น้ำหนักลงขาขวาแล้วทรุดเกือบอีกรอบ หน้าต่างสถานะในหมวกขึ้นตัวเลขการซ่อมชั่วคราวที่ไม่น่าดูนัก
`KNEE T RESPONSE: 21%`
ลูเมนรายงานเรียบ “ฟิวส์ย่อยข้อเข่าขวาไหม้จากการโอเวอร์โหลดเพิ่มเติม ค่าเปลี่ยนอะไหล่ขั้นต่ำ 110 เครดิต หากฝืนใช้งานต่อโดยไม่ซ่อม ความเสียหายอาจลามไปถึงเซอร์โวมอเตอร์ย่อย”
เรย์หัวเราะหอบๆ “ยอดเยี่ยม งานสามร้อย กำไรหายไปแล้วเกือบครึ่ง”
มาเธนเหลือบมองเขา “นายยังมีแรงประชด แปลว่ายังไม่แย่สุด”
“ขอบคุณสำหรับการวินิจฉัย”
เธอแค่นเสียงแล้วเดินไปจัดการลานต่อ
เรย์ถูกสั่งให้นั่งรออยู่ข้างกำแพงจนจบงาน ความอับอายของการเป็คนถูกกันออกจากแรงงานทั้งที่ยัง้าเงินแสบไม่แพ้เข่าที่เจ็บ เขานั่งดูคนอื่นลากถังต่อไปทีละลูกอย่างระวังขึ้นแต่ยังทำต่อ เพราะบนคาร์คัส ต่อให้เกือบะเิตาย งานก็ยังต้องเสร็จถ้าคนจะได้ค่าจ้าง
ชายนิ้วขาดเดินกะเผลกมาหาเขาตอนลานเริ่มสงบแล้ว เขายื่นขวดน้ำกรองครึ่งขวดมาให้แบบไม่สบตา “ชื่อราส” หมอนั่นพูดเบาๆ “เมื่อกี้...ขอบใจ”
เรย์รับน้ำมา “ไม่เป็ไร”
ราสหัวเราะหึแห้งๆ “เป็สิวะ ถ้านายไม่ดึง ฉันได้เป็ไอแข็งติดผนังแน่”
เขาล้วงจากกระเป๋าเสื้อเกราะแล้วหยิบชิปเครดิตแผ่นบางย่นยับออกมาหนึ่งใบ “นี่ส่วนแบ่งฉันห้าสิบ อย่าทำหน้าแบบนั้น ฉันไม่ได้ให้เปล่า ฉันซื้อไม่ให้ตัวเองนอนคิดว่าติดหนี้คนที่ทั้งท่ากำลังด่าว่าทิ้งคู่ทีม”
เรย์มองชิปนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรับมา “ขอบคุณ”
ราสยักไหล่ “ฉันยังคิดว่านายมีอะไรปิดอยู่เื่แบล็คเรล”
“ทุกคนคิดแบบนั้นกันหมด”
“ใช่” ราสตอบ “แต่วันนี้ฉันเลิกคิดเื่ที่ว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้น นายจะวิ่งก่อนคนอื่น”
ประโยคนั้นไม่ได้ปลอบ เขาเองก็ไม่ได้อยากให้มันปลอบ แต่มันทำอะไรบางอย่างกับก้อนแข็งในอกที่ติดมาั้แ่วันฮาร์คตาย นิดหน่อย อย่างน้อยก็พอให้รู้ว่าโลกยังมีสายตาบางคู่ที่พร้อมแก้คำตัดสินของตัวเอง เมื่อได้รับข้อมูลใหม่ที่แลกมาด้วยแรงจริง
ตอนจ่ายค่าจ้าง มาเธนหักเงินเรย์ไปยี่สิบเครดิตเป็ `ค่าความเสียหายอุปกรณ์ส่วนกลาง` เพราะเสียงหวีดฉุกเฉินจากชุดเขาทำให้เซนเซอร์เตือนลานรวนไปหนึ่งตัว เธอพูดมันหน้าตาเฉยเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศเดิม
สุดท้ายเงินที่เข้าบัญชีคือ
`รับเข้า: 280 เครดิต`
บวกชิปจากราสอีกห้าสิบก็รวมเป็สามร้อยสามสิบ
แต่ฟิวส์เข่าที่ไหม้ไปอย่างน้อยหนึ่งร้อยสิบยังไม่รวมค่าซีลกรองที่สึกหนักจากก๊าซเย็น และไม่รวมยากล้ามเนื้อถ้าเขาไม่อยากเดินเหมือนคนครึ่งพังไปอีกสองวัน
งานทั้งวัน เกือบตายหนึ่งครั้ง ได้เงินจริงน้อยกว่าค่าซ่อมถาวรบางชิ้นของแร็กพิกาหนึ่งจุด
นั่นแหละชีวิตของคนหาเช้ากินค่ำในสุสานดวงดาว
พระอาทิตย์เทียมของสแครปเฮเวนเริ่มลดแสงเป็สีส้มหม่นตอนเรย์เดินกะเผลกกลับอู่ เข่าขวาของชุดดังคลิกเบาๆ ทุกก้าวเหมือนเตือนว่าอย่าลืมว่าความจนชอบคิดดอกเบี้ยผ่านข้อตุ่์เสมอ บรามเงยหน้าจากแท่นซ่อมทันทีที่เห็นสภาพเขา
“ไปทำงานเล็กหรือไปเปิดากับถังเชื้อเพลิงมา” คนแก่ถาม
เรย์โยนชิปค่าจ้างลงบนโต๊ะ “ได้มาสามร้อยสามสิบ”
บรามเลิกคิ้ว “กับสภาพขาแบบนั้น?”
“แปลว่าคุ้มสุดๆ ใช่ไหม”
บรามมองแถบเตือนแดงบนเข่าชุดแล้วสบถ “ฟิวส์ไหม้อีก”
“อย่างน้อยฟิวส์ไม่หายไปพร้อมคน” เรย์ตอบออกไปก่อนคิด
ทั้งอู่เงียบลงชั่วจังหวะหลังประโยคนั้น
บรามถอนหายใจช้าๆ “มุกแย่ลงทุกวัน”
“ก็ยังดีกว่าตัวเลขผม” เรย์พึมพำ
ลูเมนพูดขึ้นจากลำโพงเหนือแท่น “การวิเคราะห์รายได้สุทธิของภารกิจวันนี้ยืนยันอีกครั้งว่างานเก็บกู้ทั่วไปไม่เพียงพอต่อการรักษาความพร้อมของเรย์และแร็กพิกาภายในกรอบเวลาปัจจุบัน”
บรามชี้ประแจใส่ลำโพงทันที “ถ้าแกจะพูดว่า ‘กลับไปแบล็คเรล’ อีก ฉันจะหาวิธีถอดแกออกทั้งที่ไม่รู้ว่าจับตรงไหน”
“ฉันเพียงสรุปข้อเท็จจริง” ลูเมนตอบ “แต่ใช่ ข้อเสนอเชิงประสิทธิภาพสูงสุดยังคงเดิม”
เรย์ทรุดนั่งบนกล่องโลหะใกล้ประตู เขาถอดหมวกออกแล้วปล่อยให้ลมหายใจจริงที่มีกลิ่นน้ำมันกับฝุ่นเหล็กไหลเข้าปอดอย่างเหนื่อยล้า เขาควรเกลียดข้อเสนอของลูเมนให้มากกว่านี้ แต่หลังผ่านงานสามร้อยเครดิตที่เกือบฆ่าเขามาในวันนี้ ความเกลียดนั้นเริ่มเจือด้วยอะไรที่แย่กว่า
มันเริ่มฟังดูมีเหตุผล
เขามองชิปค่าจ้างสามร้อยสามสิบเครดิตในมือ
มองแร็กพิกาที่รออะไหล่
มองเข่าชุดที่พังเพิ่ม
มองบรามที่แม้ปากจะด่าแต่ก็ยังยืนอยู่ตรงนี้ทุกวัน
แล้วนึกถึงศพของฮาร์คที่ยังอยู่ในหลุมเดิม
งานเล็กไม่ได้ช่วยอะไรจริง
มันแค่พิสูจน์อย่างเป็ระบบว่า ถ้าจะเอาทุกอย่างกลับมา เขาไม่มีทางซื้อได้ด้วยชีวิตธรรมดาแบบเดิมอีกแล้ว
“เรย์” ลูเมนเรียกเบากว่าปกติ
เขาไม่เงยหน้า “อะไร”
“จากข้อมูลการสแกนล่าสุดและอัตราการรั่วไหลของข่าว ความน่าจะเป็ที่ทางลงเก่าใต้แบล็คเรลจะถูกผู้อื่นเข้าถึงก่อนภายใน 72 ชั่วโมงข้างหน้า เพิ่มเป็ 38 เปอร์เซ็นต์แล้ว”
บรามสบถคำหยาบยาวเหยียดอีกรอบ
เรย์กลับเงียบ
เพราะหลังจากวันนี้ เขาไม่มีแรงเหลือพอจะหลอกตัวเองอีกแล้วว่าการเลือกหนีจากหลุมเดิมจะทำให้ชีวิตปลอดภัยขึ้นมากนัก
บนคาร์คัส แม้แต่งานสามร้อยเครดิตก็ยังพร้อมฆ่าคนได้
คำถามจึงไม่ใช่ว่าเขาควรเสี่ยงไหม
แต่เป็ว่า ถ้าต้องเสี่ยงอยู่แล้ว เขาควรเอาชีวิตไปแลกกับอะไรต่างหาก