คู่ของนายท่านหน้าตาเป็อย่างไร
- นอกเขตเมืองทาเลียฟรีซ -
วิ๊งงง! ฟรึ่บ!
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนสองคนที่ะโออกมาจากอากาศ คนสองคนมองหน้ากันก่อนจะวาปหายไปจากบริเวณนั้นทันทีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นก็เกิดเสียงเตือนภัยดังไปทั่วเมือง
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าหลายสิบคู่รีบวิ่งมายังที่ๆเป็ต้นตอที่ทำให้เสียงเตือนภัยดังขึ้น เมื่อมาถึงก็จะเห็นทหารลาดตระเวนยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“ั้แ่เมื่อไหร่” หัวหน้ากองกำลังที่ 9 เซธ ไมเยอร์ ถามลูกน้องใต้บังคับบัญชาเสียงเข้ม “เป็ไปได้ยังที่มีคนนอกเข้าผ่านระบบป้องกันระดับสุดยอดของเผ่าเบรน*ได้” เซธขมวดคิ้วแล้วคิดในตามสิ่งที่จะเป็ไปได้ “ระบบมีการหละหลวมรึเปล่าหรือเกิดเหตุขัดข้อง”
“ทุกอย่างปกติไม่มีการขัดข้องหรือชำรุดเลยครับหัวหน้า” อัลฟ่า หนึ่งในคนควบคุมดูแลระบบป้องกันตอบตามความเป็จริง “แต่ผมคิดว่าพวกเขาจงใจที่จะทำให้พวกเราจับได้นะครับหัวหน้า” อัลฟ่าบอกหัวหน้าตามสิ่งที่เขาคิดเพราะพวกที่สามารถผ่านระบบป้องกันนี้ได้ก็มีแต่พวกเบรน แต่พวกนั้นไม่จำเป็ที่ต้องทำแบบนั้นเลยสักนิด
“ใช่ แต่ฉันม่คิดว่าเป็พวกเบรนหรอกนะ ฉันคิดว่าพวกอื่น สิ่งที่เราควรทำตอนนี้คือแจ้งไปยังกองกำลังต่างๆที่ประจำอยู่ทุกเมืองซะว่ามีผู้บุกรุกยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็เผ่าไหนให้เพิ่มระดับการป้องกันภัย2เท่าจากเดิมเดี๋ยวนี้!” กล้ามากที่บุกเข้ามา! ไม่ว่าแกจะเป็เผ่าไหนก็ช่าง เขาจะเด็ดหัวพวกมันอย่างไม่ปราณี!
“รับทราบ!” อัลฟ่ารีบเชื่อมต่อพลังจิตเข้าเครือข่ายการรับสารของกองทัพแล้วบอกข่าวทันที
.
.
.
ตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือนแล้วที่เชลบี้บอกระดับพลังจิตของตัวเองให้พ่อกับแม่รู้ เขาก็รีบสมัครเข้าเรียนที่GA-PWAทันทีที่ทางสถาบันเปิดระบบรับสมัครผ่านเครือข่ายสำหรับการศึกษาบนอินเทลวอช เขาะโโลดเต้นอยู่บนเตียงอย่างมีความสุข
ตัดภาพไปที่เซเลน่ากับชาร์ลีที่ตอนนี้ก็ยังไม่หายข้องใจกันสักทีว่าทำไมเชลบี้ถึงมีพลังจิตได้ พวกเขาสองคนรู้เื่นี้ดีกว่าใครๆ
“ชาร์ลี ฉันเป็ห่วงลูกจังเลย ถ้าเขาเข้าเรียนได้จริงๆแต่หลังจากที่เข้าไปแล้วเขาใช้พลังจิตไม่ได้แล้วละคะ เราจะทำยังไงดี” สีหน้าของเซเลน่าย่ำแย่ขึ้นมาเมื่อคิดแบบนั้น
“คุณอย่าคิดมากไปเลย ผมเชื่อว่าจะไม่มีทางเกิดเื่แบบนั้นขึ้นแน่ๆ” ชาร์ลีกุมมือเซเลน่าแล้วบีบเบาๆปลอบใจเธอ ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักไม่ห่วงลูก เพียงแต่เขาเชื่อว่าเชลบี้จะต้องไม่เป็อะไร
“ตอนนี้ลูกสมัครเรียนต่อที่นั่นเรียบร้อยแล้ว เขาคงะโโลดเต้นใหญ่เลย เฮ้ออ… ฉันคงคิดถึงลูกมากแน่ๆ” เธอเอาหัวพิงกับไหล่ของชาร์ลี
“ผมรู้” พูดจบชาร์ลีก็จูบที่หน้าผากของเซเลน่าด้วยความอ่อนโยน “ผมก็คงคิดถึงลูกมากเหมือนกัน” พวกเขาสองคนนั่งกอดกันบนโซฟาโดยไม่รู้ว่าถ้าหันหลังไปก็จะเห็นเ้าเด็กน้อยแสนซนแอบดูพ่อกับแม่กอดกันอยู่หลังเสา
“คิคิ หวานกันแต่เช้าเชียว” เชลบี้ยิ้มจนแก้มปริ น่าอิจฉาจริงๆเลย คนมีความรักเนี่ย ตอนนี้เขาก็19แล้วแต่ทำไมยังไม่มีใครเข้ามาจีบเลยนะ เขาออกจะน่ารัก ใครๆเขาก็ชมแบบนี้ทั้งนั้น เชลบี้มองพ่อกับแม่อีกครั้งแล้วแอบย่องออกไปเงียบๆ พอออกมาถึงหน้าบ้านเชลบี้ก็รีบโทรหามัลโก้ทันที
ติ๊ด
“ว่าไงเชลบี้” มัลโก้ที่กำลังออกกำลังกายอยู่ต้องหยุดมารับสายเชลบี้ทันที “มีอะไรรึเปล่า”
“ไปซื้อของกันนนน!” เชลบี้ตอบมัลโก้อย่างกระตือรือร้น ตอนนี้เขาออกไปข้างนอกบ้านมากๆ เพราะในบ้านเขาคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายของความรักของพ่อกับแม่จนจะหน้ามืดไปหมดแล้ว เขาต้องหนี! “ฉันไม่อยากอยู่บ้านมากเลยตอนนี้ พ่อกับแม่ฉันหวานกันจนฉันเอียนหมดแล้ว”
“หึหึ ไอ้เด็กเอ๊ย!” มัลโก้เอามือปิดหน้าหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูเชลบี้ ให้ตายเถอะ น่ารักชะมัดยาด “ฉันก็อยากจะไปด้วยหรอกนะ แต่่นี้อย่าเพิ่งออกจากบ้านดีกว่า”
“อ่าวทำไมละ มีเื่อะไรหรอ” เกิดเื่อะไรขึ้น? “พ่อแม่ฉันไม่เห็นพูดอะไรเลย”
“เื่เพิ่งเกิดเมื่อคืนนี้น่ะ น่าจะออกข่าวบนเครือข่ายเร็วๆนี้แหละ”
“เื่อะไร ทำไมนายพูดเหมือนมันร้ายแรงมากเลย” ไม่นะ ถ้ามันเป็เื่ร้ายแรงล่ะ ถ้ามันจริงแล้วเขาจะออกจากเมืองได้ไหม เขายังต้องไปที่เมืองหลวงเพื่อเตรียมตัวเรียนต่อนะ “ฉันกลัวที่จะออกเมืองไม่ได้อย่างเดียวเลยมัลโก้ ขออย่าเป็แบบนั้นเลยนะ”
“ไม่ถึงขนาดปิดเมืองหรอก แต่ระวังภัยเพิ่มขึ้นเป็2เท่าจากเดิมน่ะ เพราะมีผู้บุกรุกเข้ามา ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็ใครมาจากเผ่าหรือดาวไหน ฉันเลยไม่อยากให้นายออกจากบ้าน่นี้น่ะ” มัลโก้เตือนเชลบี้ด้วยความเป็ห่วง เขาจะไม่ห่วงมากเลยถ้าเชลบี้ฟังคำเขาสักหน่อย
“ผู้บุกรุกหรอ! เป็ไปได้ไง! แล้ว.. แล้ว.. เห็นหน้าไหม” ให้ตายเถอะ นี่มันไม่ใช่เล่นๆแล้ว!
“่น่าจะไม่เพราะพวกเขาหายไปก่อนหน่วยลาดตระเวนไปถึง ยังไงก็ระวังตัวไว้” พวกที่บุกรุกเข้ามาได้ไม่ธรรมดาแน่ ตอนนี้พลังเขาแค่นี้ ปกป้องตัวเองยังยากเลย คนเดียวที่เขาเป็ห่วงมากที่สุดตอนนี้ก็คือเชลบี้ “ดูแลตัวเองดีๆล่ะ ฉันอาจจะไม่ค่อยได้คุยด้วยเหมือนแต่ก่อนแล้วนะ่นี้ ฉันต้องฝึกก่อนที่จะเปิดเรียนน่ะ”
“หรอ… โอเค ดูแลสุขภาพด้วยนะ อย่าหักโหมล่ะ นายทำได้อยู่แล้ว!”
“ขอบใจนะ”
ติ๊ด
เฮ้อ… ทำไม่นี้มีแต่เื่ทั้งนั้นเลยนะ……
.
.
.
เื่ที่มีผู้บุกรุกเข้ามาแผร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทำเอาชาวเมืองเมืองต่างๆแตกตื่นกันเป็แถบ ทางสภากองกำลังหลักของดาวไกอาก็ได้ออกมาประกาศให้ชาวเมืองทุกคนแสดงหน้าบัตรประจำตัวบนอินเทลวอชทุกครั้งที่เข้าออกเมืองต่างๆ รวมถึงเผ่าอื่นๆก็ต้องแสดงใบอนุญาตการอยู่อาศัยในดาวไกอาและใบอนุญาตเข้าออกเมือง
ด้วยเหตุนี้ทำเอาชาวเมืองบางส่วนไม่พอใจและทำการร้องเรียนไปทางสภากองกำลังหลัก แต้ก็ต้องหยุดลงเพราะชาวเมืองที่ไปร้องเรียนทุกคนไดถูกระงับการเข้าออกเมือง 3 เดือน ทำเอาร้องโอดโอยกันเป็แถว
“เฮ้ออ…” เขาถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ ทางสภากองกำลังเขาเป็ห่วงความปลอดภัยของพวกเราทั้งหมดแท้ๆ แต่ถูกพวกบ้าบอมาร้องเรียนเฉยเลย ไม่ว่าจะเปิดอะไรดูบนไวซ์เน็ต*ก็มีแต่ข่าวเกี่ยวกับผู้บุกรุกเต็มไปหมด
“เชลบี้ มัวแต่ถอนหายใจอยู่นั่นแหละลูก เดี๋ยวจะไปถึงเมืองหลวงมืดเอา” เซเลน่าะโเรียกเชลบี้จากหน้าบ้านเพราะตอนนี้รถพร้อมแล้วที่จะออกเดินทาง
เชลบี้ได้ยินดังนั้นก็รีบลุกขึ้นจากโซฟาวิ่งไปขึ้นรถทันที
“เราจะไปถึงเมืองหลวงกี่โมงหรอครับพ่อ”
“ประมาณ 3 ชั่วโมง แต่ถ้าคนเข้าออกเมืองเยอะก็อาจจะช้ากว่าปกติเยอะเลยละ” ชาร์ลีตอบเชลบี้ด้วยความเอ็นดู เขารู้ว่าลูกเขาตื่นเต้นที่จะได้ไปเมืองหลวงสักทีแต่ก็ยังกังวลถึงเื่ผู้บุกรุกอยู่ตลอดเวลา “เื่นั้นลูกไม่ต้องกังวลนะ ทางกองกำลังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของชาวเมืองเป็อันดับหนึ่งอยู่แล้ว”
“ครับพ่อ ผมแค่กลัวว่าเื่นี้จะทำให้ผมไม่ได้ไปเรียนที่นั่นเฉยๆ” เื่ผู้บุกรุกนั่นเขาไม่กังวลมากหรอก เขากลัวแค่ว่าเพราะเื่นี้จะทำให้สถาบันปิดรับนักศึกษาจากต่างเมืองแล้วทำให้เขาไม่ได้เรียน
“อย่าคิดมากเลยลูก”
“ครับพ่อ” ตอบพ่อเสร็จเชลบี้ก็รีบพักผ่อนสายตาทันที เพราะอีกตั้งนานกว่าจะถึงทางเข้าเมืองหลวง ขนาดเขาไปที่เมืองหลวงก่อนเวลาเปิดเรียนของสถาบันเกือบตั้งสองอาทิตย์ แต่คนที่ไปวันเดียวกับเขาก็เยอะมากเช่นกัน รถโฟลตติ้งทุกคันก่อนออกจากเมืองจะต้องขับอยู่บนถนนก่อนดังนั้นรถติดขนาดนี้เขาหลับดีกว่า
.
.
.
‘ตื่นสิ ตื่นมาดูข้า’ หลับได้เพียงสองชั่วโมงเท่านั้นก็มีเสียงเรียกในหัวปลุกให้เข้าตื่น ‘มองมาที่ด้านขวาของเ้าสิ แล้วเ้าจะเห็น’ เสียงคนคนนั้นอีกแล้ว เขาลืมเื่เสียงนี้ไปได้ยังไงกัน ตาของเชลบี้พร่ามัวเนื่องจากยังตื่นไม่เต็มตา เขารีบมองออกไปจากหน้าต่างรถตามที่เสียงนั้นบอกทันที
เชลบี้จ้องมองไปยังบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม เหมือนเวลาทุกอย่างได้หยุดลง ในสายตาของเขาตอนนี้มีเพียงชายผมสีเปลือกไม้รับกับดวงตาคมสีแดงเืนกที่ลงตัวกันอย่างน่าประหลาด รูปร่างที่สูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรงนั่นและผิวสีแทนนั่นทำเอาเชลบี้รู้สึกหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันทีแล้วเครื่องเพศนั่นช่างให-
‘หึ ข้ารู้ว่านะเ้ากำลังคิดอะไรอยู่’ เสียงนุ่มทุ้มออกหยอกเย้าเชลบี้ด้วยความเอ็นดูหลังรู้ว่าเชลบี้จะคิดอะไรต่อ
เชลบี้ตื่นจากภวังค์ทันที น่าอายชะมัดนี่เรากำลังฝันอะไรอยู่ แปะ แปะ เขาตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อให้ตื่นจากฝัน ตื่นสิๆ ‘เ้าไม่ได้ฝันเด็กน้อย’ เฮือก! เขาสะดุ้งทันทีที่ได้ยินเสียงนี้อีกครั้ง
“เชลบี้เป็อะไรหรอลูก” เซเลน่าใที่เห็นเชลบี้สะดุ้งสุดตัวขนาดนั้นจึงหันหน้ามาถามด้วยความเป็ห่วง
“ผมไม่เป็อะไรครับ แค่ฝันแปลกๆนิดหน่อย”
“งั้นหรอ… งั้นนั่งพักก่อนค่อยหลับต่อนะครับ เดี๋ยวแม่เปิดเพลงให้” เซเลน่าเปิดเพลงให้คลอเบๆไปทั่วรถเพื่อให้เชลบี้ได้ผ่อนคลายก่อนจะหันกลับไปโฟกัสที่เส้นทางต่อ
‘คุณเป็ใคร มาอยู่ในหัวผมได้ยังไง’ เชลบี้รีบถามคนคนนั้นก่อนที่เขาจะหายไปอีก ‘เดาสิ’ เสียงนั่นตอบกลับมาทำเอาเชลบี้หัวเสียขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ ‘มาให้เดาบ้าเดาบออะไรใครจะไปรู้’
‘หึ ขี้หงุดหงิดจังนะ’ เขายิ้มเล็กๆแล้วสบตากับเชลบี้ผ่านกระจกรถอีกที
‘เหอะ!’ เขาแค่นเสียงในใจแล้วจ้องกลับไปที่ชายคนนั้น ‘คุณชื่ออะไร’
‘เดลรอย’ แปลกแฮะตอบเร็วมาก ทั้งๆที่ถามเื่อื่นละชอบให้เดาอยู่นั่นแหละ ‘พักเถอะ’
‘เดี๋ยว! คุณเป็คนของเผ่าคาเนเลี่ยนรึเปล่า? คุณตาสีแดง เผ่าคาเนเลี่ยนตาสีแดงนะ’ เขารีบถามด้วยความรวดเร็วเพราะกลัวอีกฝ่ายจะไม่ยอมตอบ
‘เดาสิ’ สิ้นเสียงตอบอีกฝ่ายที่อยู่ในสายตาได้อันตรธานหายไปทันทีราวกับเขาตาฝาดไปเอง
ห้ะ! ‘เดี๋ยวสิ เดี๋ยว!’ บ้าเอ๊ย หายไปแล้ว เขาได้แต่เค่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ ให้เดาอยู่นั่นแหละเป็บ้ารึไง! เฮอะ! หลับแม่ง หงุดหงิด!
.
.
.
เขายืนมองรถของเชลบี้วิ่งออกไปจนสุดสายตา อันที่จริงแล้วเขาไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่ทำให้ตัวเองกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมจนเชลบี้มองไม่เห็นเท่านั้นเอง
“เกร็ก” เดลรอยเรียกให้เกร็กที่ยืนอยู่ข้างเขาตลอดเวลาออกมาจากสภาวะกลมกลืนเพื่อถามบางอย่างที่สำคัญ “เป็ไง? เขาน่ารักมากใช่ไหม? เขาเหมือนกันนางไม่มีผิดเพี้ยน มีเพียงแค่สีตาเท่านั้นที่เหมือนกับพ่อของเขา”
“ครับนายท่าน เขาดูดีกว่าที่ข้าคิด” เกร็กตอบนายท่านของเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่คำตอบนั้นของเขาทำเอาสีหน้าของเดลรอยราบเรียบทันที
"ข้าให้โอกาสเ้าตอบใหม่" บรรยากาศโดยรอบเย็นะเืขึ้นมาราวกับจะแช่แข็งเกร็กให้ตายอยู่กับที่ เกร็กได้แต่น้ำตาตกในเขาไม่น่าอยากรู้เลยว่าคู่ของนายท่านหน้าตาเป็อย่างไร……
ติดตามตอนต่อไป……
(เมืองหลวงอันแสนศิวิไล)
**************
เอาพี่เดลรอยมาออกแล้วววววว น้องได้คุยกับอีพี่สักที555555 ส่วนเกร็กก็น่าสงสารเขานะคะ ตอนนี้มีรายละเอียดเพิ่มเติมด้วยนิดหน่อยค่ะ
ฝากเอ็นดูน้องเชลบี้กันเยอะๆนะคะ:)
สามารถติดตามข่าวสารพูดคุยได้ที่กลุ่มเฟสบุ๊ค Neverp NOVEL นะคะ
ถ้าเราสร้างแอคทวิตเตอร์เสร็จแล้วจะมาบอกนะค้าาาาา ชื่อแท็กน่าจะชื่อว่า #เดลรอยเชลบี้ ตรงตัวเลยค่ะ
**หมายเหตุ**
**เผ่าเบรน จากดาวอินเทล นั้นฉลาดเป็กรด ไม่ว่าปํญหาจะยากแค่ไหนพวกเขาก็จัดการได้หมด แต่พวกเผ่าเบรนจะชอบถ่อมตัวแต่ก็เ็าในเวลาเดียวกัน อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับระบบ เทคโนโลยีต่างๆพวกเขาก็จัดการได้หมด แน่นอนว่าระบบต่างๆของดาวไกอาได้จากการซื้อขายกับดาวอินเทลทั้งหมด ลักษณะของเผ่าเบรนเป็ไซบอร์ก100% จึงมีความคล้ายคลึงกับหุ่นยนต์AI
**ไวส์เน็ตเป็เครือข่ายออนไลน์ขนาดั์ของดาวไกอา