บทที่11 ความโกรธที่ปะทุ
วันต่อมา เหวินหน่วนยังคงนอนหลับอยู่บนเตียง แต่ก็ถูกหวังเซียนฮัวดึงให้ลุกออกมาจากที่นอน
"ลุกขึ้นเร็ว ๆ เข้า ลูกต้องรีบไปที่สหกรณ์การจัดหาและการตลาดเพื่อซื้อเนื้อ ถ้าไปช้าเดี๋ยวเนื้อจะหมดเอา"หวังเซียนฮัวพูดอย่างมีความสุข "พ่อของลูกยังให้ตั๋วเงินสำหรับซื้ออาหารทานเล่นด้วย เราเอาไปซื้อติ่มซำถั่วแดงที่ลูกชอบกันดีไหม?”
วันนี้คือวันที่ลู่กัวจื่อจะมาที่บ้านตระกูลเหวิน แม้ว่าเหวินเฟิงฉีจะเห็นว่าเหวินหน่วนยังคงนอนอยู่บนเตียงอย่างเกียจคร้านไม่มีความกระตือรือร้น แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะโกรธเธอ
ทุกอย่างยังไม่เรียบร้อยดี เขาต้องปล่อยเหวินหน่วนทำตามใจไปก่อนในวันนี้
เหวินหน่วนลุกขึ้นช้า ๆ เหลือบมองไปที่ชุดคลุมสีดำข้างเตียงด้วยความขยะแขยง "ตั๋วเงินสำหรับซื้อเสื้อผ้าอยู่ไหน"
นี่ก็เป็วันสิ้นปีแล้ว แต่หวังเซียนฮัวแกล้งทำเป็ลืมว่าปีใหม่กำลังจะมาถึง เธอซ่อนตั๋วเงินเอาไว้ ไม่ค่อยอยากใช้มัน
“เดี๋ยวแม่หาให้ทีหลัง” หวังเซียนฮัวยิ้มกว้าง “เหวินหน่วนของแม่ดูดีอยู่แล้ว เอาเสื้อผ้าของแม่ไปใส่ก่อนก็ได้”
เธอสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อเกลี้ยกล่อมลูกสาวให้ตกลงแต่งงานกับลู่กัวจื่อ
เมื่อเหวินหน่วนแต่งงาน เดี๋ยวก็ได้คืนมาในอนาคต ไหนจะงานของลูกชายเธออีก แม้คนงานประจำในโรงงานปูนซีเมนต์จะมีรายได้ไม่ค่อยดีนักก็ตาม นอกจากเ้าหน้าที่ของฐานทัพแล้วคนงานของโรงงานปูนซีเมนต์ที่ทุกบ้านมองหาลูกเขยที่ทำงานอยู่ในนั้น
หวังเซียนฮัวชอบลูกชายมากกว่าลูกสาว และเหวินหน่วนก็รับรู้ถึงความคิดของอีกฝ่ายดี เธอไม่อยากอธิบายอะไรออกไป
อย่างไรก็ตาม วันนี้ลู่กัวจื่อไม่มาที่นี่อย่างแน่นอนเพราะว่าเขาถูกส่งไปทีู่เาชั่วคราว เพื่อแสดงความเสียใจกับผู้นำบางคนของฐานทัพ
และโชคไม่ดีก็เกิดขึ้น
รถของลุู่กัวจื่อเกิดอาการผิดปกติขณะอยู่บนูเา เขาเกือบเสียชีวิตแต่ทีมกู้ภัยช่วยเหลือไว้ได้ทัน เขาถูกนำตัวไปรักษาและพักฟื้นที่โรงพยาบาลในเมืองทันที
เขายังไม่กลับมาที่นี่จนกว่าอากาศจะอุ่นขึ้นในฤดูกาลหน้า
ณ สหกรณ์การจัดหาและการตลาด เหวินหน่วนดึงผ้าลายดอกไม้สีฟ้าอ่อนผืนเล็กออกมาเพื่อซื้อให้ตัวเธอเอง ทุกวันนี้ทุกคนในหมู่บ้านชอบใส่เสื้อผ้าสีแดงในงานรื่นเริง และไม่มีใครอยากใส่สีฟ้าอ่อนแบบนี้เพราะมันมีราคาถูก
หวังเซียนฮัวรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเธอ้าซื้อมัน "สีนี้ไม่ดีหรอก ซื้อสีแดงเถอะ"
ชุดสีแดงใส่ได้ทั้งตอนไปงานเทศกาลและตอนแต่งงาน มันคุ้มกว่ามาก
“หนูเป็คนใส่ ไม่ใช่แม่” เหวินหน่วนพูดอย่างใจเย็น “ถ้าแม่ไม่อยากซื้อ ก็อยู่เฉย ๆ เถอะ”
เธอหน้าเสียกลางกองผ้าสีแดงและสีเขียว
“ลูกนี่ชักจะเอาใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ” หวังเซียนฮัวจ้องที่เธอ “แม่ไม่ได้บอกว่าจะไม่ซื้อ”
เหวินหน่วนไม่สนใจอีกฝ่าย
เมื่อจ่ายเงินเสร็จ หวังเซียนฮัวแสดงความรู้สึกเ็ปผ่านทางสีหน้า จนเหวินหน่วนเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เมื่อกลับถึงบ้าน เหวินหน่วนไม่ได้ไปที่ครัวเพื่อเก็บข้าวของตามปกติ แต่นำขนมที่เธอซื้อมาไปให้แม่เฒ่าจ้าวแทน
เธอเคยเปิดร้านติ่มซำในชีวิตที่แล้ว เธอจึงไม่สนใจติ่มซำจากสหกรณ์และตลาดเลย
หวังเซียนฮัวรู้สึกโกรธ แต่เธอก็เก็บมันเอาไว้และเดินไปที่ครัวเพื่อล้างเนื้อ
เหวินหน่วนเกลี้ยกล่อมคุณย่าให้กินขนมก่อนกลับ จากนั้นก็เอาผ้าที่ซื้อมาเก็บเข้าตู้แล้วจึงค่อย ๆ เดินไปที่ครัว
“เหวินหน่วน ลูกคิดว่าจะทำอาหารอะไรจากเนื้อพวกนี้” หวังเซียนฮัวรีบถามทันทีที่เธอมาถึง “พ่อของลูกกำลังไปเชิญลู่กัวจื่อมา เราต้องรีบทำได้แล้ว”
คนใกล้มาถึงแล้ว แต่อาหารยังไม่พร้อมเลย
เหวินหน่วนเหลือบมองแม่ตัวเองโดยไม่พูดอะไร ม้วนแขนเสื้อขึ้นและจัดการกับเนื้อสัตว์ทั้งหมดที่ซื้อมาอย่างรวดเร็ว
ในความเป็จริง สหกรณ์การจัดหาและการตลาดไม่ได้มีอะไรให้ซื้อมากมายนัก มีแค่หมูสามชั้นและซี่โครงหมูเล็กน้อยเท่านั้น แต่เมื่อเช้าหวังเซียนฮัวได้ขอให้เหวินเชี่ยงฆ่าแม่ไก่หลังบ้านให้แล้ว
หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊ว ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน ไก่กับมันฝรั่งนำมาทำเป็ผัดไก่จานโตได้
นอกจากนี้ เธอยังจะทำกะหล่ำปลีผัดน้ำส้มสายชู ถั่วงอกเย็น และผักโขมด้วย
มื้อนี้ยิ่งใหญ่กว่ามื้อค่ำวันส่งท้ายปีเก่าเสียอีก
ข้าวกำลังหุงรอสุก เมื่อทำอาหารเสร็จ ข้าวก็จะสุกพอดี ก่อนที่คนจะกลับมา อาหารทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย
ทันทีที่เหวินเฟิงฉีเดินมาถึงประตูลานบ้าน เขาก็ได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาจากข้างใน
ถ้าลู่กัวจื่อมากับเขาในเวลานี้ เขาคงภูมิใจมากที่ได้ชมทักษะการทำอาหารของเหวินหน่วน
แต่เมื่อครู่นี้เขาไปชวนชายหนุ่มแล้ว แต่คนถูกชวนกลับไม่อยู่ เขาอยากจะบ้าตาย…
“คุณกลับมาแล้วเหรอ” หวังเซียนฮัวรีบเข้าไปทักทายผู้เป็สามี แต่เธอเห็นเพียงเหวินเฟิงฉียืนอยู่ตามลำพัง “กัวจื่อล่ะ…?”
ลู่กัวจื่อ?
น่าเสียดายที่พวกเขาพลาดโอกาสพูดคุยกับว่าที่ลูกเขยอีกแล้ว!
เหวินเฟิงฉีจ้องมองเธอด้วยความโกรธ "เขาไม่ได้มาด้วย!"
“อะไรนะ? ไม่มา?” หวังเซียนฮัวถามด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า
ตั๋วเงินซื้อเนื้อและตั๋วเงินซื้อขนมที่เธอเก็บไว้สำหรับปีใหม่ใช้ไปหมดแล้วในวันนี้
แถมแม่ไก่ก็ถูกฆ่าตายไปด้วย แม้ว่าฤดูหนาวมันจะไม่ออกไข่แต่ฤดูร้อนเธอจะได้เก็บไข่ของมันแน่นอน
“ฉันจะไปรู้ได้ไง!” เหวินเฟิงฉีคำรามอยู่ด้านหลัง
เขาไม่ได้เจออีกฝ่ายด้วยซ้ำ
"ฉัน... แม่ไก่ของฉัน ฉันควรทำอย่างไรดี…" หวังเซียนฮัวอยากจะร้องไห้
เหวินเฟิงฉีเสียใจมากเช่นกัน เมื่อเขาเห็นความนิ่งสงบของเหวินหน่วนที่ยืนอยู่ที่ประตูห้องครัว จู่ ๆ เขาก็รู้สึกบางอย่าง
หรือว่าเหวินหน่วนรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่สามารถเชิญลู่กัวจื่อได้ในวันนี้? เธอจึงไม่ทำตัวมีปัญหา?
เขาสะบัดความคิดนั้นออกไปในทันที
เหวินหน่วนจะรู้ได้อย่างไร?
แล้วอาหารบนโต๊ะนี้ล่ะ? ในเมื่อเก็บไว้จนถึงวันปีใหม่ไม่ได้ ก็ต้องกินให้หมดในตอนนี้
หมูตุ๋นและไก่จานใหญ่อร่อยมาก
ทักษะระดับนี้เทียบได้กับพ่อครัวร้านอาหารในเมืองได้เลย
"อาหารมื้อนี้เป็มื้อค่ำวันส่งท้ายปีเก่าล่วงหน้า" เหวินเฟิงฉีกล่าวขณะก้มหน้ากินอาหาร
เหวินหน่วนคีบมันฝรั่งกิน
ผู้ชายคนนี้ยังเป็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไร เธอเอาหมูตุ๋น ไก่ และมันฝรั่งชามใหญ่ไปหาคุณย่าเพื่อทานอาหารเย็นด้วยกัน
หากไม่ใช่เหวินหน่วนก็ไม่มีใครคิดจะเอาอาหารไปให้แม่เฒ่าจ้าว
นี่เป็เหตุผลที่เหวินหน่วน้าย้ายออกไปอยู่กับแม่เฒ่าจ้าวเพียงสองคน
ครอบครัวนี้ใจดำมากเกินไป
“เดี๋ยวก่อน” เหวินเฟิงฉีเรียกให้เธอหยุด “เอาอาหารพวกนั้นไปให้ครอบครัวของย่าหนีด้วย”
คนอื่น ๆ ที่โต๊ะอาหารต่างนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่พวกเขาจะก้มหน้าลงและเร่งกินอาหารให้เร็วยิ่งขึ้น
ในอดีต อาหารอร่อย ๆ ที่บ้านเธอเป็คนทำจะถูกเอาไปให้ครอบครัวของโจวย่าหนีอยู่เป็ประจำ
เหวินเชี่ยงเคยคัดค้านเพราะอย่างไรเขาก็เป็เด็กผู้ชายคนเดียวในตระกูลเหวิน
เหวินเฟิงฉีโยนเหวินเชี่ยงลงในบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่สวนในวันฝนตกเพราะทักท้วงเขา เหวินเชี่ยงมีไข้ตัวร้อนราวกับโดนเผาไหม้ แต่อาหารก็ยังคงตกลงท้องของโจวย่าหนีอยู่ดี
ั้แ่นั้นมาก็ไม่มีใครกล้าทักท้วงอีกเลย
“นี่สำหรับย่าของหนู หนูจะไปกินข้าวกับคุณย่า” เหวินหน่วนพูดเสียงเบา แล้วเดินออกไปพร้อมชามอาหาร
มีเสียงดังมาจากโต๊ะอาหาร เหวินเฟิงฉีอาจทำตะเกียบหล่น
เหวินหน่วนยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน
หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็เห็นเหวินเจวียนออกไปพร้อมกับชามอาหารอย่างไม่เต็มใจ เพื่อนำเอาไปให้บ้านของโจวย่าหนี
ใช้เวลาไม่นาน เหวินเจวียนก็กลับมาพร้อมชามอาหารด้วยสีหน้าย่ำแย่
หลังจากนั้นไม่ นานเหวินเฟิงฉีก็พรวดพราดออกจากห้องครัวไปด้วยความโกรธ
ปัง!
ประตูทรุดโทรมบ้านสีดำหลังเล็กของแม่เฒ่าจ้าวถูกเหวินเฟิงฉีเตะเข้ามาอย่างแรง